สรรคที่ ๒๐

๏ ส นทีห์ ปร๎วตางศ๎ไจว วนานิ จ สรางสิ จ

๑๖ รถยานผ่านข้ามนที ข้ามบรรพตศรี ผ่านพนและสระงามงอน

๏ ลิ่ว ๆ เร่งรัดอัศดร ราวนกเขจร ก็เขจรันดั้นมา

๏ ยามรถผายผันมรรคา จึ่งพระราชา ภางคาสุรีศรียศ

๏ เห็นผ้าทรงคลุมใสสด ตกลงจากรถ ที่นั่งลงยังปัถพี

๏ แม้เธอรีบร้อนจรลี เห็นผ้าทรงศรี วิลาศก็นึกเสียดาย

๏ จึ่งตรัสแก่นลฦๅสาย หยุดหน่อยเถิดนาย เพื่อหยิบผ้าห่มลักษณา

๏ ยั้งหน่อยเถิดนายมหา พุทธีปรีชา รั้งม้าซึ่งหาญชาญเชาวน์

๏ พอให้วาร์ษไณยไปเอา ผ้าห่มให้เรา แล้วจึ่งค่อยจรต่อไป ฯ

๏ พระนลทูลตอบภูวนัย ผ้าทรงนั้นไซ้ร ตกไกลอยู่กลางหว่างพนานต์

๏ อยู่หลังราวโยชน์ประมาณ อันพระภูบาล จะกลับก็เปลืองเวลา ฯ

๏ ฟังคำพระนลตอบมา องค์ท้าวภางคา สุรีบ่ตอบฉันใด

๏ จนเห็นพิเภตก์กลางไพร อันเต็มเพียบไป ด้วยผลทั้งต้นเต็มสลอน ฯ

๏ เพ่งดูพฤกษาผลาภรณ จึ่งพระภูธร ดำรัสแด่วาหุกพลัน

๏ ดูราสารถีคนขยัน แลดูต้นนั้น จะหันกูเชี่ยวสังขยา

๏ คนเราจะสิทธิ์วิทยา ทุก ๆ อย่างหา ยากนักจะมีชนไหน

๏ บุรุษผู้เดียวผู้ใด จะเชี่ยวชาญไป ในสรรพสิ่งสุดหมาย

๏ ดูราวาหุกยอดชาย อันใบทั้งหลาย แห่งต้นเสมอพิเภตก์ไพร

๏ รู้ฤๅว่าหล่นเท่าใด กูจะขานไข ว่ามีอยู่ร้อยเอ็จประมาณ

๏ มีร้อยเอ็จใบพฤกษาน แลผลตระการ ก็นับร้อยเอ็จคณนา

๏ ส่วนใบที่ติดสาขา ทั้งสองนั้นมา ห้าโกฏิจำนวนมวลมี

๏ ถ้าเก็บสองสาขานี้ มาดูให้ดี ทั้งกิ่งที่ย่อมพร้อมสรรพ์

๏ นับผลที่สาขานั้น มีอยู่สองพัน และร้อยหย่อนห้าผลาผล ฯ

๏ วาหุกชักรถภูวดล หยุดหว่างกลางถนน แล้วทูลมหาราชา

๏ อันซึ่งทรงรัชตรัสมา แลดูด้วยตา บ่เห็นถนัดชัดเจน

๏ ข้าบาทจักทำให้เห็น ทั้งนี้จำเปน จะฟันสมอจึ่งควร

๏ ยามข้าได้นับสรรพมวล ตรวจโดยถี่ถ้วน แล้วจึ่งจะเชื่อนัยนา

๏ ข้าขอโอกาศราชา ฟันกิ่งพฤกษา พิเภตก์นั้นตรวจด้วยพลัน

๏ ถ้าแม้มิทำฉันนั้น ไหนจะรู้กัน ว่าถูกฤๅผิดแน่นอน

๏ ข้าบาทจะนับผลากร ให้เห็นยิ่งหย่อน ต่อหน้าชนาธิบดี

๏ ขอวานวาร์ษไณยสารถี ถือสายขับนี้ สักครู่พอรั้งพาชิน ฯ

๏ นฤปตอบนายอัศวิน เวลาจะสิ้น จะเสียเพื่อยั้งอยู่ไย

๏ วาหุกประสงค์จงใจ ตามจิตตนไซ้ร จึ่งทูลพระปิ่นอยุธยา

๏ แม้พระมิโปรดรอรา ขอเชิญราชา เสด็จจรัลพลันไป

๏ พร้อมนายสารถีวาร์ษไณย ถนนนี้ไซ้ร บ่เลี้ยวบ่ลดบทจร ฯ

๏ ท้าวฤตุบรรณบดีศร ตอบพจนากร ด้วยพจมานหวานดี

๏ ดูราวาหุกสารถี ในพื้นปัถพี ผู้ใดจะเทียบเปรียบสู

๏ สูเอยฉลาดรอบรู้ เชิงอัศวกู ต้องพึ่งให้พาสู่วิทรรภ์

๏ กูไว้ใจสูมากครัน สูอย่ากีดกัน ซึ่งการดำเนินเดินไป

๏ อันสูประสงค์สิ่งไร กูจะตามใจ วาหุกทุกสิ่งเสร็จสรรพ์

๏ ขอเพียงให้ถึงวิทรรภ์ ก่อนพระสุริยัน จะเย็นจะยํ่าคํ่าลง ฯ

๏ วาหุกทูลจอมสุริยวงศ์ ข้าบาทประสงค์ แต่เพียงได้นับผลสมอ ฯ

๏ ขอโปรดให้ดังข้าขอ นับเสร็จไม่รอ จะรีบตระบึงถึงวิทรรภ์

๏ ปางนั้นพระองค์ทรงขันธ์ ตอบคำจำนรรจ์ จะนับก็นับไว ๆ

๏ จงเริ่มด้วยกิ่งหนึ่งไซ้ร อันกูชี้ให้ อย่ามัวพะวงสงกา

๏ เริ่มนับเถิดอย่ารอรา เพื่อความปรีดา แห่งสูผู้อยากรู้จริง

๏ พระนลบ่ได้ประวิง ลงรถรีบวิ่ง ไปหักเอากิ่งลงมา ฯ

๏ นับสิทธิ์พิสมัยนักหนา จึ่งทูลราชา ผู้จอมจังหวัดโกศล

๏ ข้านับแล้วชัดถนัดยล จำนวนถ้วนผล พอเท่าพระองค์ทำนาย

๏ กำลังพลังฦๅสาย ยิ่งชนทั้งหลาย ดนูได้เห็นเจนตา

๏ อันวรวิสิษฐวิทยา ข้าใคร่ทราบว่า มีนัยอยู่เปนไฉน ฯ

๏ ราชาใคร่เดินต่อไป จึ่งตรัสเฉลยไข บ่เบือนบ่ปิดปิดบัง

๏ กูรู้หัวใจสกาขลัง จึ่งชาญฉมัง ฉลาดวิธีสังขยา ฯ

๏ วาหุกทูลพระราชา แม้ทรงกรุณา ประทานวิชาสกาดี

๏ ข้าจะตอบแทนภูมี ด้วยความยินดี ถวายอัศวหฤทัย ฯ

๏ ราชาฤตุบรรฦๅไชย โดยหวังจะได้ ดำเนินไปพลันทันประสงค์

๏ หัวใจวิทยาม้าทรง เธอก็จำนง จึ่งตอบว่ายอมตามใจ

๏ กูจะสอนอักษหฤทัย เพื่อสูจักได้ วิชาสกาช่ำชอง

๏ อัศวหฤทัยกูปอง มาแลกกันของ วิเศษทั้งคู่ดูสม ฯ

๏ ตรัสแล้วฤตุบรรณนโรดม สอนวิทยาคม สกานั้นให้พระนล

๏ พอชาญสกาโกศล กลีผีซน ก็ออกจากองค์ภูมินทร์

๏ พิษกรรโกฎกนาคินทร์ ก็คลายแรงสิ้น และออกทางโอษฐนฤบาล

๏ อีกทั้งไฟแช่งแรงราญ แห่งกลีผีพาล ก็ออกมาพ้นกายา

๏ ต่อนั้นเหน็จเหนื่อยเมื่อยล้า องค์พระราชา บ่ใคร่รู้สึกวรกาย ฯ

๏ แต่ฝ่ายกลีผีร้าย พิษนาคเหือดหาย ก็กลับเปนรูปเดิมที

๏ พระนลนิษัธบดี กริ้วโกรธกลี จึ่งคิดจะแช่งแรงร้อน

๏ กลีเกรงเดชภูธร กายสั่นพลันกร ประนมทำนูลภูวนัย

๏ ข้าขอประทานอภัย จะตอบทรงไชย ด้วยพรให้เกียรติพูลทวี

๏ อินทรเสนะชนนี แสนโกรธเทวี เธอสาปดนูแรงราญ

๏ นางสาปเมื่อยามภูบาล ทิ้งนางกลางพนานต์ ให้ร้อนลำบากยากเข็ญ

๏ ตั้งแต่นั้นมาราเชนทร์ ข้าสิงกาเยนทร์ พระองค์อยู่ด้วยเดือดแด

๏ อีกพิษนาคราชนั้นแล เผาเผือเหลือแก้ ทุกวันทุกคืนยืนยง

๏ ข้าขอพึ่งบุญพระองค์ ขอราชาจง สดับซึ่งศัพทวาจา

๏ ทั่วแดนแผ่นโลกมนุชา ผู้ไม่ลืมวา ทะสรรเสริญภูวนัย

๏ บ่มิต้องมัวกลัวภัย พระคุณทรงไชย จะคุ้มอำนาจกาจกลี

๏ ข้าพรั่นสั่นกลัวภูมี โปรดข้าครานี้ อย่าสาปให้ทุกข์ทวีคูณ ฯ

๏ พระนลฟังคำทำนูล จึ่งพระนเรนทร์สูร ระงับซึ่งความโกรธลง

๏ กลีกลัวพระสุรวงศ์ ประณตบทบงสุ์ แล้ววิ่งเข้าสิงพิเภตก์ไพร

๏ ยามสนทนานั้นไซ้ร บ่มีผู้ใด ได้เห็นนอกจากจอมนิษัธ ฯ

๏ ปางนั้นพระปิ่นนิษัธรัฐ ครั้นเสร็จกำจัด ซึ่งปวงเสนียดเนาใน

๏ ทั้งกลีผีร้ายหายไป รีบรัดบัดใจ เสร็จสังขยาผลาผล

๏ ชื่นชมสมสิทธิ์จิตวิมล จึ่งองค์พระนล ธเรืองจำรัสรัศมี

๏ กลับขึ้นรถรัตนมณี นวลลอองผ่องศรี เร่งหัยราชปราดไป

๏ ฝ่ายต้นสมอพิเภตก์ไพร เปนไม้จัญไร มาตั้งแต่ครั้งกลีสิง ฯ

๏ สี่หัยราชรามงามวิ่ง เร็วรวดยวดยิ่ง ประหนึ่งว่านกผกผิน

๏ พระนลรื่นรมย์สมถวิล ก็เร่งพาชิน ประดุจพระพายผายผัน

๏ หมายมุ่งสู่กรุงศรีวิทรรภ์ งามราชาอัน มหายศาสง่างอน

๏ พระนลผ่านพ้นดงดอน กลีจึ่งจร กลับคืนยังเคหสถาน ฯ

๏ ดังนี้ผีร้ายแรงหาญ ล่าพ้นผู้ผ่าน แผ่นปัถพีบดีศร

๏ แคล้วจากกลีผีบอน จึ่งพระภูธร คงขาดแต่รูปเคยทรง ฯ

๏ เรื่องพระนลสรรคที่ ๒๐ ดังนี้ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ