สรรคที่ ๑๑

๏ อปก์ราน์เต นเล ราชัน์ ทมยัน์ตี คตก๎ลมา ๒๘ ปางนั้นมิช้า พอนลราชา ประเวศไพรวัน นางทมยันตี นารีเลอสรร นอนหลับแล้วนั้น พอหนำสำราญ ๏ จึ่งนางเอวอ่อน พลิกฟื้นตื่นนอน ที่ในไพรสาณฑ์ นางอยู่เอกา กลางป่ากันดาร มิ่งเยาวมาลย์ ร้อนราญฤดี ๏ มองทั่วกระท่อม ไม่เห็นพระจอม กษัตร์สามี นางโศกสาหัส ทุกข์รัดฤดี เยาวยอดนารี โรทร้องเรียกหา ฯ

๏ หา นาถ หา มหาราช ๑๖ อ้าองค์นิษัธราชา นาถะภรรดา พระองค์เสด็จหนไหน ๏ มหาราชาทรงไชย พระอยู่หนใด พระองค์ผู้อยู่เหนือหัว ๏ อ้าทูลกระท่อมจอมผัว น้องนี้เหลือกลัว ไฉนพระทิ้งกลางดง ๏ โอ้โอ๋ครานี้เหลือพะวง ทิ้งไว้ให้หลง พระองค์มาทอดทิ้งไฉน ๏ อยู่เดียวอนาถหวาดใจ จะเหลียวพึ่งใคร ในป่าระหงดงดอน ๏ อ้าพระองค์เอกอดิศร ทรงธรรมสุนทร ธรรมะบ่มีละเลย ๏ อันสัจวาทีที่เคย เปนนิตย์ชูเชย จะเสียซึ่งสัตย์ฤๅไฉน ๏ คำมั่นสัญญาใด ๆ อันองค์ทรงไชย เธอได้ประทานนานมา ๏ แม้ทิ้งมิ่งมิตร์กนิษฐา ก็เสียสัตยา นุสัตย์ที่ตรัสพาที ๏ อ้าพระปิยราชสามี ทิ้งน้องหมองศรี เช่นนี้ฤๅได้ใจร้าย ๏ เมียฤๅมั่นคงจงหมาย ตราบเท่าวันตาย ไม่ทิ้งพระผู้ภรรดา ๏ ทั้งจิตและกายวาจา มิเคยสักครา จะคิดทำนองปองภัย ๏ ถึงแม้พระองค์ทรงไชย ต้องคับแค้นใจ มิใช่ว่าน้องปองทำ ๏ เสียแรงพระให้ถ้อยคำ มั่นคงยงยำ จะถอนซึ่งถ้อยเธอไฉน ๏ พูดแล้วคืนคำฉันใด เช่นนั้นภูวนัย ก็เสียซึ่งสัตย์ปฏิญญาณ ๏ ต่อหน้าเทวราชโลกบาล สถิตสถาน ท่ามกลางกษัตร์สมาคม ๏ ปางนั้นพระองค์บรมรัตนนโรดม สัญญาแก่ข้ามั่นไว้ ๏ อันชนในแดนโลกัย ถึงกาลเมื่อใด ไม่แคล้วอำนาจมฤตยู ๏ เหตุฉนี้ตูข้าย่อมรู้ ผัวทิ้งแล้วอยู่ เพียงครู่หนึ่งแล้วมรณา ๏ อ้าองค์ปิยราชภรรดา อย่าหลอนภรรยา ผู้สั่นระรัวกลัวภัย ๏ จะแสร้งแฝงองค์อยู่ใย ขอเชิญชื่นใจ เสด็จมาหาเถิดบดี ๏ อ้อข้าเห็นพระสวามี เธอแอบอินทรีย์ ฤๅนึกว่าน้องบ่มิเห็น ๏ เหตุไฉนภูธรซ่อนเร้น หลังพุ่มอันเปน ลับแลกําบังสายตา ๏ ตรัสเถิดตรัสเถิดราชา อย่าเย้าภรรยา จงตรัสให้วายหายกลัว ๏ อ้าพระราเชนทร์เหนือหัว ดูเถิดความกลัว จนน้องนี้สั่นขวัญหาย ๏ เหตุใดไม่มาดังหมาย ปลอบน้องเพื่อวาย วิตกวิโยคโศกศัลย์ ๏ ส่วนตัวแห่งข้าเองนั้น ไม่พักจาบัลย์ เพื่อความเปนห่วงบ่วงใย ๏ ถึงแม้มีเหตุใด ๆ แด่ตัวเองไซ้ร ไม่พักวิตกวกวน ๏ คิดแต่ถึงพระภูวดล อยู่เดียวกมล จะเปลี่ยวจะเปล่าเศร้าหมอง ๏ นึกถึงพระทูลหัวน้อง น้องจักใคร่ร้อง ใคร่โรทพะวงสงสาร ๏ โอ้ว่าพระนลภูบาล โอ้อกโอ้ป่าน ฉนี้จะยากบากไฉน ๏ หิวโหยโรยราระอาใจ อดซํ้าจำไป ในป่าในดอนอ่อนระอา ๏ โอ้พระจะเหลียวแลหา เผื่อเห็นชายา ผู้เคยเปนเพื่อนสุขพูล ๏ ไม่เห็นน้องใต้รุกขมูล โอ้พระนเรนทร์สูร จะครํ่าจะครวญหวลหา ฯ

๏ ตตห์ สา ติว๎รโศการ๎ตา ๒๘ ครวญพลางนางแก้ว หฤทัยท่วม แล้ว ด้วยโศกเหลือตรา ประหนึ่งไฟฟอน ร้อนรุมอุรา โอ้อนิจจา ทุกขาทวี ๏ นิ่มนฤมล วิ่งวกเวียนวน หาพระสามี โรทร่ำกำสรวล คร่ำครวญโศกี ทุกข์ท่วมฤดี อึงมี่ไปมา ๏ ผุดลุกขึ้นมอง ทั่วทั้งในห้อง ทั้งนอกชายคา ไม่แลเห็นองค์ ยศยงราชา ก็ซุดกายา โศการํ่าไร ๏ บ้างนั่งนิ่งข่ม บังคับอารมณ์ อมโศกแต่ใน บ้างร้องอูนโอด โรทร้องก้องไพร เรียกพระภูวนัย ร้องไห้อยู่พลาง ๏ ระบมอมโศก ทรวงแสนวิโยค โศกในอกนาง ทอดถอนฤทัย รํ่าไห้ครวญคราง โอ้อกอ้างว้าง อยู่กลางดงดอน ๏ โฉมนางไภมี ผู้มหิษี วิสุทธิสมร คิดถึงพระนล ที่ทนทุกข์ร้อน จึ่งองค์เอกอร เปล่งสุรวาที ฯ

๏ ยัส๎ยาภิษาปาท์ ทุห์ขร๎โต ทุห์ขํ วิน์ทติ ไนษธห์ ๑๖ ผู้ใดเปนผู้อัปรี แกล้งกล่าววจี ที่แช่งฉกาจฉกรรจ์ ๏ จนองค์พระนลทรงธรรม์ ต้อง เศร้าทรวงศัลย์ และทุกข์ลำบากยากใจ ๏ ตัส๎ย ภูตัส๎ย โน ทุห์ขาท์ ทุห์ขัม์ อัภ๎ยธิกัม์ ภเวต์ ๏ ขอจงผู้นั้นจัญไร รับทุกข์ฤทัย จงท่วมด้วยความทุกข์มทันต์ ๏ จงทุกข์ยิ่งยวดกวดขัน ทุกข์กว่าทรงธรรม์ ผู้ทุกข์ทุเรศเวทนา ๏ อปาปเจตสัม์ ปาโป ย เอวํ ก๎ฤตวาน์ นลัม์ ๏ อันผู้ประสงค์ชั่วช้า และเจตนา ดลจิตพระนลหม่นหมอง ๏ อันผู้ทุจริตคิดปอง ให้ร้ายก่ายกอง ขอร้ายกระทบกระทั่งตน ๏ ตัส๎มาท์ ทุห์ขตรัม์ ป๎ราช๎ย ชีวต๎วสุขขีวิกาม์ ๏ ผู้คิดระยำทำวน จงแพ้ภัยตน และผลจุ่งมากมวลมี ๏ ตลอดยามยังชีวี ขอสุขอย่ามี ทวีแต่ทุกข์นิรันดร ฯ

๏ เอวํ ตุ วิลปัน์ตี สา ราช๎โญ ภาร๎ยา มหาต๎มนห์ ๒๘ ครวญพลางกันยา มิ่งเมียราชา ผู้เอกองค์อร คำนึงถึงองค์ ผู้พงศ์อดิศร ทรวงเศร้าเร่าร้อน บ่หย่อนโหยหา ๏ จึ่งนิ่มนฤมล เที่ยวมองปองค้น ด้นหาภัสดา ที่ในไพรสูง อันฝูงผีป่า มักเที่ยวไปมา เริงร่าสราญ ๏ ภีมะสุดา ราวจักเปนบ้า เที่ยวหาภูบาล คันพลางโรทร้อง กู่ก้องไขขาน ที่ในไพรสาณฑ์ กังวาฬทั่วไป ๏ หา หา ราชัน์ ๑๖ โอ้ทูลกระท่อมแก้วไปไหน โอ้ภูวนัย ขอเชิญเสด็จคืนมา ๏ มุหุร์ อิตัศ๎เจตัศ๎จ ธาวติ ๒๘ เสียงนางโหยหวล โรทรํ่าคร่ำครวญ ในแนวพนา เสียงนางกู่ดัง กระทั่งภูผา เสียงก้องกลับมา โอ้ ๆ ไปไหน ๏ โอ้อนิจจา สงสารกานดา ครวญครํ่ารํ่าไร เสียงราวนกเหยี่ยว เที่ยวโศกาลัย รํ่าพลางทางไป ในป่าอารัญ นั้นแล ฯ

๏ สหสาภ๎ยาคตาม์ ไภมีม์ ๒๘ ปางเมื่อไภมี องค์อรรคนารี ประเวศไพรวัน พะเอินเดินไป ใกล้โพรงหนึ่งอัน นางมิสำคัญ ว่าอันตราย ๏ จึ่งงูตัวใหญ่ โผล่จากโพรงไพร กระหวัดโฉมฉาย งูนั้นกำยำ ลํ่าสันทั่วกาย ทั้งมีโรค ร้าย คืออดอาหาร ๏ ยามงูกระหวัด ไว้ได้ถนัด รัดแน่นเยาวมาลย์ ยามนึกถึงองค์ บ่พะวงสงสาร โศกถึงภูบาล พระผู้ภรรดา ๏ หา นาถ มาม์ อิห วเน ค๎รัส๎มานาม์ อนาถวัต์ ๑๖ อ้าองค์พระผู้นาถา ที่พึ่งภรรยา มาเริศมาร้างห่างไป ๏ ยามตูข้ามากลางไพร เพราะเหตุที่ไร้ ที่พึ่งจึ่งถึงอันตราย ๏ ยามงูกำแหงแรงร้าย รึงรัดตวัดกาย ไว้แน่นบ่มีทางหนี ๏ ไฉนเล่าผ่านเกล้าเกศี ผู้เปนสวามี มิช่วยให้เมียพ้นภัย ๏ โอ้จอมนิษัธทรงไชย แม้ว่าเมื่อใด พระองค์คนึงถึงน้อง ๏ ทรงฤทธิ์จิตคงเศร้าหมอง เสียจิตคิดข้อง คิดขัดอึดอัดหฤทัย ๏ เมื่อยามพ้นสาปแล้วไซ้ร พระองค์ทรงไชย จะสิ้นพระเคราะห์เจาะจง ๏ เมื่อนั้นจักได้คืนคง ทุกสิ่งดังประสงค์ ทั้งจิตทั้งทรัพย์มากมี ๏ แต่ว่าในกาลบัดนี้ โอ้ภูบดี ทั้งอดทั้งอยากยากกาย ๏ ยามอดอาหารปานตาย ฤๅยามระหาย ระหวยและร้อนอ่อนใจ ๏ โอ้สมิงมิ่งคนสุรไกร จะได้ผู้ใด เปนเพื่อนในพงดงดอน ๏ โอ้โอสงสารภูธร เมียมาม้วยมรณ จะเดินผู้เดียวเอกา ฯ

๏ ตตห์ กัศ๎จิน์ ม๎ฤคว๎ยาโธ ๒๘ ปางนั้นพรานไพร อันหากินได้ โดยไล่มฤคา ถึงกาลกำหนด ก็จรดเที่ยวหา พะเอินเดินมา ทางป่าภาคนี้ ๏ ยินเสียงแจ่มจันทร์ ครวญครํ่ารำพรรณ สำเนียงอึงมี่ พรานนึกฉงน รีบด้นจรลี ด่วนไปยังที่ นารีรัตนา ๏ ครั้นเห็นอนงค์ ผู้เอกอรองค์ นงลักษณ์งามตา ถูกอุรคไพร ตัวใหญ่มหิมา รัดไว้แน่นหนา เกรงว่าจะตาย ๏ ฝ่ายว่านายพราน ผู้เชี่ยวชำนาญ การฆ่าทั้งหลาย จึ่งโลดโดดไป แทงได้ดังหมาย ถูกปากงูร้าย งูตายด้วยพลัน ๏ ครั้นช่วยนฤมล ให้รอดได้พ้น จากงูใหญ่นั้น พรานหานํ้าใส มาให้ขมีขมัน เพื่อนางแจ่มจันทร์ ชำระองค์อร ๏ นายมฤคชีวัน จึ่งเที่ยวเลือกสรร ผลไม้ดงดอน มาถวายนารินทร์ พอกินแก้ร้อน แล้วกล่าวสุนทร ถามอรไทย ๏ กัส๎ย ต๎วัม์ ม๎ฤคสาวาก์สิ ๑๖ อ้านางแน่งน้อยคือใคร ทรงโฉมวิไลย งามเนตรดังเนตรมฤคา ๏ เหตุไฉนนางแก้วโสภา จึ่งซัดเซมา ในกลางพนัสแนวดง ๏ ด้วยเหตุดังฤๅเล่าอนงค์ จึ่งทนทุกข์ทรง อนาถลำบากยากเข็ญ ๏ ดังฤๅมีเหตุอันเปน ให้นางลำเคญ ลำบากนักหนาครานี้ ฯ

๏ ทมยัน์ตี ตถา เตน ป๎ฤจ์ฉ๎ยมานา ๒๘ ทมยันตีงาม กำลังมีความ ทุกข์ทับทวี ได้ฟังพรานป่า ถามมาโดยดี จึ่งมารศรี ไมตรีต่อพราน ๏ องค์ อรรคเรศร์ แถลงแจ้งเหตุ เภทภัยที่พาล เล่าสิ้นทุกสิ่ง ตามจริงไขขาน ถ้วนทุกประการ แด่พรานด้วยดี ๏ ตาม์ อ๎รท์ธวัส๎ต๎รสํวีตาม์ ๑๖ โฉมนาง แน่งน้อยนารี ผ้าทรงอนงค์มี เพียงกึ่งซึ่งปิดวรกาย ๏ ปีนโศร๎ณิปโยธราม์ ๏ โสณีกล่อมกลมคมคาย ทั้งทรวงโฉมฉาย ก็เต็มก็เต่งเร่งชม ๏ สุกุมารานวัท๎ยางคึ ๏ ดูรูปแน่งน้อยกลอยรมย์ ดูน่านิยม ดังรูปนิมิตร์วิจิตร์มา ๏ ปูร๎ณจัน์ท๎รนิภานนาม์ ๏ พิศวงวงพักตร์ลักษณา งามดังจันทรา จำรัสจังหวัดนิภาพร ๏ อราลปัก์ษ๎มนยนาม์ ๏ งามเนตร์ดังดารากร งามขนงก่งงอน ดังศรสมเด็จมัฆวาน ๏ ตถา มธุรภาษินีม์ ๏ แสนเสนาะเพราะเสียงนงคราญ สุนทรอ่อนหวาน ปานมธุรสจดฤทัย ๏ ลัก์ษยิต๎วา ม๎ฤคว๎ยาธห์ กามัส๎ยวศัม์ อียิวาน์ ๒๘ นายมฤคพยาธ พิศโฉมวรนาฎ ประหลาทปลาบใจ ยิ่งพิศยิ่งรัก เหลือหักรักได้ ดวงจิตพรานไพร ยิ่งใฝ่วนิดา ๏ พรานค่อยเมียงมอง ยิ่งพิศจิตปอง นวลลอองโสภา จึ่งกล่าวสุนทร โอนอ่อนวาจา หวังให้วนิดา เมตตาแก่ตน ๏ พรานหวังตั้งจิต พูดจาสนิท ชิดนิ่มนฤมล จึงนางโฉมตรู เล็งรู้แยบยล ว่าพรานทุรชน กลจะลวนลาม ฯ

๏ ทมยัน์ต๎ยปิ ตํ ทุษฏัม์ อุปลัภ๎ย ปติว๎รตา ๒๘ องค์ทมยันตี จงรักภักดี บ่มีเสื่อมทราม ฟังคำพรานไพร เข้าใจเนื้อความ มันนั้นมักกาม หยาบหยามสามาญ ๏ อรไทยพิโรธ ยิ่งคิดยิ่งโกรธ ติโทษนายพราน ความแค้นแน่นหนัก นงลักษณ์เดือดดาล ประหนึ่งไฟราญ ผลาญเผาวิญญา ๏ ส ตุ ปาปมติห์ ก๎ษุท๎รห์ ๏ ฝ่ายอ้ายคนชั่ว กามะมืดมัว ใจตัวหยาบช้า จึ่งเพ่งเล็งคิด ขืนจิตวนิดา เพื่อสมปราถนา กามาภิรมย์ ๏ มันยืนชะแง้ พิศเพ่งเล็งแล นึกแน่นิยม แต่ดูราวเพลิง เริงร้อนระทม เกรงว่าจะชม ไม่สมจินดา ๏ ทมยัน์ตี ตุ ทุห์ขาร๎ตา ๏ ฝ่ายทมยันตี ทุกข์ท่วมฤดี มืแต่โศกา ซํ้าพรากบดี เปนที่พึ่งพา อีกไร้ปวงรา ไชสูรยะสรรพ์ ๏ นางนึกตรึกตรา ว่าเกินเวลา จะพูดกับมัน จึ่งเปล่งสุรวาท ประกาศไปพลัน สาปพรานไพรอัน สัปปลับอัปรี ๏ ยถาหํ ไนษธาท์ อัน๎ยัม์ มนสาปิ น จิน์ตเย ๑๖ ด้วยเดชะข้าภักดี ต่อองค์ภูมี ผู้จอมนิษัธปัถพิน ๏ ซื่อตรงจงรักประจักษ์จินต์ แต่พระภูมินทร์ ทั้งกายและวาจาใจ ๏ ตถายัม์ ปตตาง ก๎ษุท๎ร ปราสุร์ ม๎ฤค ชีวนห์ ๏ ขอมฤคชีวันจัญไร ผู้ทุจริตใจ ประสงค์จะล่วงประเวณี ๏ จงล้มลงแทบปัถพี มอดม้วยชีวี อย่าทันให้สมใจหมาย ๏ อุก์ตมาเต๎ร ตุ วจเน ๒๘ พอขาดคำแช่ง ด้วยเดชะแห่ง บารมีโฉมฉาย นายพรานก็ล้ม ระทมทอดกาย ประหนึ่งต้องสาย ฟ้าฟาดขาดใจ นั้นแล ฯ

๏ เรื่องพระนลสรรคที่ ๑๑ ดังนี้ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ