นิทานวัจนะ

จักขอไขดำนาน เปนนิทานวัจนะ เพื่อจะแจ้งแถลงความ

ตามเหตุเรื่องพระนล อันปนอยู่ณที่ คัมภีร์มหาภารตะ

คละอยู่ในวันะบรรพ นับเปนส่วนหนึ่งนั้น อันเปนนิพนธกถา

แห่งมหามุนี นามเธอมีประกาศิต กฤษณะไทวปายน

ประพนธ์เปนคำฉันท์ อันเรียกนามว่าโศลก ประโยคคำสำนวน

ล้วนเปนที่น่าฟัง ทั้งไพเราะเหมาะกลอน ศัพท์สุนทรจับใจ

ในนั้นไซ้รไขขาน ว่าดำนานนลนี้ พระมุนีหนึ่งไซ้ร

เล่าให้ปาณฑพนาถ ผู้นิราศไร้รัฐ ซัดเซอยู่กลางป่า

เรื่องมีมามากมาย จะบรรยายมากมวล ก็มิควรที่นี้

ควรที่เพียงยกเอา มาเล่าสังเขปไว้ พอแต่เพียงจักได้

ทราบคดี ฯ

๏ กรุงศรีนามออกอ้างหัสดิน
ที่สถิตขุนหลวงเด่นด้าว
ปิ่นจันทรวงศ์วินทุราช
เผยพระเดชอะคร้าวหื่นหรรษ์ ฯ
๏ ปางนั้นมีเจ้าอยู่สองสกุล
ต่างอิทธิกำยำกลั่นกล้า
ล้วนเปนหน่อพระสุนทรราช สองแฮ
ล้วนเลิศสุรเดชจ้าแจ่มงาม ฯ
๏ นามสกุลหนึ่งนั้นโกรพ
ลูกธตรฐภูวนาถไท้
อีกกุลชื่อปาณฑพวรกษัตร์
เปนลูกปาณฑุไซ้รสิทธิ์ศิลป์ ฯ
๏ ภูมินทร์ธตรฐท้าวเชษฐา
พระเนตร์ธมืดมัวแต่กี้
จึ่งองค์พระอนุชาปาณฑุ
ทรงราชย์จังหวัดนี้ก่อนมา ฯ
๏ ราชาปาณฑุไซ้รมีบุตร์
ปัญจะประเสริฐไวว่องแท้
ทั้งห้ากษัตร์สุดสุรแกว่น
นามะปาณฑพแล้เลิศสม ฯ
๏ ประถมธรรมสุตเจ้ายุธิษ เฐียรแฮ
ทุติยะพระภีมะเสนเกียรติก้อง
อีกอรชุนฤทธิ์เรืองรุ่ง
สหเทพนกูลน้องแฝดสอง ฯ
๏ พี่น้องอันชื่อชี้โกรพ นั่นฤๅ
มีอยู่รวมร้อยองค์อะคร้าว
ทุรโยธนะลบเลิศเหล่า นั้นแล
เปนลูกธตรฐท้าวเทิดธรรม์ ฯ
๏ ปางนั้นปาณฑุเจ้าภพนาถ
มีโรคพยาธิเบียฬเบียดไท้
จึ่งละซึ่งวรราชสมบัติ
ฝากราชมนตรีให้รักษา ฯ
๏ ราชาประเวศด้าวแดนพน
แต่พระโรคเธอมวลมากกล้า
ปาณฑุก็วายชนม์กลางพนัส นั่นแล
โอรสจึ่งกำพร้าแต่เยาว์ ฯ
๑๐๏ เขาจึ่งเชิญท่านท้าวธตรฐ
ทรงราชย์ประศาสน์แทนพระน้อง
ท้าวเธอสถิตทศธรรมเที่ยง
ปาณฑพจึ่งไป่ต้องขุกเข็ญ ฯ
๑๑๏ ร่มเย็นเพราะท่านท้าวบิตุลา
เลี้ยงเท่าบุตร์เธอเองบัดนั้น
ปัญจะกษัตร์ผาสุกสถิต
เอาเดชพระลุงกั้นเกศหรรษ์ ฯ
๑๒๏ สรรพ์ศิลปศาสตร์พร้อมไพบูลย์
เรียนรอบรู้เร็วไววิริยกล้า
จึ่งพระบิตุลาพูลพิศวาส
เพราะพระหลานทั้งห้าถูกใจ ฯ
๑๓๏ ครั้นวัยวุฒิเสร็จซ้อมสรรพเรียน
จึ่งธตรฐจอมจักร์กว้าง
สมมตยุธิษเฐียรธรรมสุต
เปนพระเยาวราชอ้างออกนาม ฯ
๑๔๏ ต้องตามระเบียบเบื้องเบาราณ
ขุนเลือกเอายอดทวยลูกเจ้า
แม้มิใช่กุมารลูกท่าน เองนอ
ขุนบ่เกี่ยงฤๅเข้าแก่ตน ฯ
๑๕๏ ฝูงชนก็แซ่ซร้องสาธุการ
ขุนเลือกเยาวราชดีแน่แท้
เพราะยุธิษเฐียรชาญเชิงประชิต
คงบ่มีที่แพ้เศิกไหน ฯ
๑๖๏ แต่ใจทุรโยชน์นั้นอิจฉา
ข้องจิตคิดอาธรรม์โหดเหี้ยม
อีกปวงพระอนุชาช่วยเจ็บ แค้นฮือ
ควรฤพระพ่อเสี้ยมส่งหลาน ฯ
๑๗๏ กุมารทั้งร้อยจึ่งคิดกัน
จะทะลายปาณฑพกษัตร์ห้า
หมั่นท้าประลองขันแข่งยุทธ ศาสตร์แฮ
ปางปะราชิตบ้าบ่หาย ฯ
๑๘๏ ปองร้ายฤไป่เว้นว่างคิด
ตั้งแต่เอาเปรียบปาณฑพเจ้า
ก่อวิวาทหงุดหงิดทุกเมื่อ
ฤๅพระพ่อเธอเว้าบ่ฟัง ฯ
๑๙๏ ตละครั้งวิวาทแล้วเลยโกรธ กันนา
ต่ออีกและนานกาลไป่เว้น
ธตรฐจะเอาโทษทัณฑ์รํ่า ไปฤๅ
การก็เกินกว่าเหล้นหยอกกัน ฯ
๒๐๏ ปางนั้นทุรโยธน์ตั้งเพียรพาล
ยงยุพระบิตุรงค์ท่านไท้
ธตรฐก็รำคาญข้องขัด
เกรงบุตร์และหลานไซ้รเข่นกัน ฯ
๒๑๏ ครั้นจะรออีกไส้รเกรงความ มากแฮ
เยียจะรบกลางเวียงแน่แท้
ศัตรูจะวู่วามซ้ำส่ง ด้วยนอ
จำจะคิดอ่านแก้บัดใจ ฯ
๒๒๏ จอมไผทจึ่งเรียกห้าองค์หลาน
มาตรัสธิบายความถี่ถ้วน
อันหลานก็เห็นปานโอรส ลุงนา
ลุงฤรักเจ้าล้วนอย่าแหนง ฯ
๒๓๏ แต่งธรรมะสุตให้เปนทา ยาทพ่อ
นี้พยานว่าลุงรักเจ้า
แต่ลูกแห่งลุงอาธรรม์โหด เหี้ยมฮือ
จงจิตฤษยาเร้าเร่งราญ ฯ
๒๔๏ การยุทธ์ระหว่างเชื้อวงศ์เดียว
เครื่องจะนำฉิบหายสู่ด้าว
แม้เราสิมัวเทียวแทงยุทธ์ กันนา
เยียปัจจามิตร์ห้าวหื่นหรรษ์ ฯ
๒๕๏ เหตุฉนั้นดูก่อนเจ้าหลานชาย
เจ้าอย่าคิดเดียจฉันท์เคียดขึ้ง
เชื่อลุงเถิดลุงหมายดีต่อ เจ้านา
หวังจะตัดการรึ้งเร่าราญ ฯ
๒๖๏ หลานเอยทั้งห้าจุ่งจรลี
จากนครหัสดินอย่าช้า
อีกนำแม่กุนตีมาตุ เจ้าเอย
ไปกับหลานทั้งห้าเถิดหลาน ฯ
๒๗๏ ฟังสารสมเด็จไท้บิตุลา
จึ่งพระยุธิษเฐียรนอบเกล้า
ทูลว่าพระราชาธิบายแจ่ม แจ้งแล
ขอพระลุงผ่านเผ้าอย่าแหนง ฯ
๒๘๏ การแก่งแย่งยุทธห้าวเหิมหาญ
ในระหว่างราชวงศ์บัดนี้
แน่แท้จะนำการเข็ญขุก มานา
เหมือนช่วยศัตรูชี้ช่องมลาย ฯ
๒๙๏ ขอถวายความสัตย์ซํ้าปฏิญญา
ต่อภักตร์เทพสักขีทั่วด้าว
ทั้งข้าและอนุชาจงรัก พระเอย
จะไม่ทำให้ท้าวขุ่นเคือง ฯ
๓๐๏ จอมเมืองเนืองนิตย์เอื้อเอนดู ข้านา
ฤๅจะไม่รู้คุณท่านไท้
ทั้งห้ากตัญญูยงมั่น จิตเฮย
ขอจะปฏิบัติให้พระสราญ ฯ
๓๑๏ ภูบาลจงได้โปรดอนุญาต
ให้ออกจากเวียงไชยบัดนี้
อีกขอพระประศาสน์สั่งบุตร์ พระเอย
จงอย่าตามจู้จี้ต่อไป ฯ
๓๒๏ ทรงไชยธตรฐเจ้าจอมปราณ
ตอบว่าลุงจะสั่งบุตร์ให้
ไปดีเถิดนะหลานเปนสุข
ไป่เนิ่นคงจะได้กลับมา ฯ
๓๓๏ จึ่งห้ากษัตร์ก้มอัญชลี
ลาพระราชบิตุลาเลิศเกล้า
ไปเชิญพระชนนีเธอเสด็จ
เดินจากหัสดินเข้าเขตไพร ฯ
๓๔๏ ไปถึงณหมู่บ้านกลางดง
อันชื่อวารณาวัตเหมาะแท้
พอเปนที่พักคงอยู่สุข ได้นา
สร้างที่พักพอแก้ขัดพลาง ฯ
๓๕๏ ปางนั้นทุรโยธน์ร้ายแรงอิจ ฉาแฮ
ทราบแห่งห้าปาณฑพอยู่แล้ว
จึ่งพร้อมอนุชาคิดการกาจ
เพื่อมิให้เธอแคล้วคลาศภัย ฯ
๓๖๏ จงใจคิดเสร็จถ้วนเภทุบาย
ส่งพวกผู้ร่วมใจหยาบช้า
คิดกันจะทำลายปาณฑพ
ด้วยฤทธิ์อัคคีกล้าแผดเผา ฯ
๓๗๏ ให้เขาสร้างทับขึ้นใหม่สราญ
ฝาชุบนํ้ามันยางแต่งไว้
ให้ล่อกษัตร์ปาณฑพสถิต นั่นนา
แล้วจะเผาจงไหม้หมดพลัน ฯ
๓๘๏ ปางนั้นมีผู้รักกษัตร์ปาณ ฑพแฮ
ฅือวิทูรผู้อานั่นไซ้ร
แต่งทาสหนึ่งนำสารไปบอก
ปัญจะปาณฑพให้ระวัง ฯ
๓๙๏ ดังนั้นกษัตร์ห้ารู้ตน
จึ่งบ่เข้าอยู่ทับใหม่นั้น
ล่อพราหมณ์หกตนดลเข้าอยู่ แทนฮือ
ปิดทวารทับหมั้นเหมาะงาม ฯ
๔๐๏ ครั้นยามคํ่ามืดแล้วทุรโยธน์
ให้จุดอัคคีเผาทับไหม้
แสงเพลิงเถกิงโรจน์ลามลุก
จึ่งพระทุรโยธน์ไส้รหื่นหรรษ์ ฯ
๔๑๏ ปางนั้นปาณฑพห้าปรีดี
เห็นว่าทุรโยธน์หลงแน่แล้ว
จึ่งเชิญพระชนนีรีบรุด
เข้าสู่แถวเถื่อนแคล้วคลาศภัย
๔๒๏ อาไศรยแห่งอื่นได้โดยศานต์
โกรพบ่ติดตามมุ่งร้าย
เหตุคิดว่าวายปราณทั้งหก แล้วแล
จึ่งบ่คิดโยกย้ายหักหาญ ฯ
๔๓๏ ไป่นานมีข่าวก้องเกริกมา
ว่าพญาปัญจาลผ่านเผ้า
ป่าวร้องกษัตร์ราชันยบุตร
ไปสยัมพรเจ้าธิดา ฯ
๔๔๏ ครานั้นจึ่งพี่น้องต้องใจ กันแฮ
คิดใคร่ไปในงานท่านท้าว
ลามาตุครรไลโดยด่วน
จรสู่ปัญจาลด้าวดั่งใจ ฯ
๔๕๏ ไป่นานถึงซึ่งหน้าเวียงไชย
ปัญจะกษัตร์แปลงแปลกหน้า
เปนพราหมณะวีไสยทรงเศวต
ศรธนูครบอ้าโอ่งาม ฯ
๔๖๏ พราหมณ์แปลงจึ่งเข้าสู่วังรัตน์
สู่พิธีมณฑลไป่ช้า
ลูกเจ้าเหล่ากษัตร์ต่างเยาะ หยันฮา
ว่าทวิชฤๅจะบ้ากระมัง ฯ
๔๗๏ พราหมณ์ยังมิทราบเค้ากฏิกา ท่านฤๅ
ใครประสงค์บุตรีท่านไท้
จำแสดงซึ่งศักดาธนุรเวท
คนเก่งจึ่งจะให้บุตรี ฯ
๔๘๏ ชีแปลงแสร้งตอบถ้อยทวยกษัตร์
เราก็เคยลองยิงอยู่บ้าง
ขอท่านอย่าขุกขัดโอกาศ เราเลย
เราบ่อยากโอ่อ้างอวดดี ฯ
๔๙๏ บุตรีภูธเรศร์ท้าวทรุบท
ทราบข่าวว่างามลบเลิศแล้
เราจะละทางหมดทางเสน่ห์ ได้ฤๅ
จำจะลองเผื่อแม้โชคไชย ฯ
๕๐๏ ไม่ช้าทวยลูกเจ้าต่างตน
ขันแข่งฝีมือปืนเหมาะหมั้น
กษัตร์ทั่วสากลประกวด กันแฮ
การประชุมที่นั้นน่าดู ฯ
๕๑๏ อันธนูศาสตร์ล้วนชำนาญ
แต่มิช้าชนเห็นถ่องแท้
ใครบ่เชี่ยวชาญปานห้าทวิช นั่นเลย
ต่างเปล่งอุทานแส้ศัพท์ชม ฯ
๕๒๏ ปฐมฉลาดชั้นเชิงธนู
คือทวิชที่สามนั่นไซ้ร
ต่างตนก็มองดูเปนหนึ่ง ตาแฮ
ทั้งพระภูธเรศร์ไท้โปรดปราน ฯ
๕๓๏ บรรหารประกาศก้องกลางชน
พราหมณ์หนุ่มสูคือใครอยากรู้
ไวว่องคล่องกว่าคนมือเอก เจียวพ่อ
กูบ่เห็นใครขู้แข่งดี ฯ
๕๔๏ พราหมณ์มีกำเนิดนั้นเปนไฉน
จึ่งเชี่ยวฝีมือชาญชดช้อย
สำนักคุรุใดจงบอก กูเทอญ
จงอย่าอำพรางน้อยหนึ่งเลย ฯ
๕๕๏ เฉลยมธุรศท้าวปัญจาล
ข้าชาติจันทรวงศ์เลิศแล้ว
ชื่ออรชุนปาณฑุบุตร์
โทณะพราหมณ์ครูแก้วประสาทศิลป์ ฯ
๕๖๏ ภูมินทร์ทรุบทแผ้วผ่องใจ
สร้วมกอดพระอรชุนไป่ช้า
พ่อเอยเก่งกะไรน่ารัก จริงพ่อ
งามรูปและงามหน้าหนุ่มนวล ฯ
๕๗๏ สมควรเปนคู่เจ้ากฤษณา
ผู้ธิดายอดรักเลิศไซ้ร
ตัวเราสิปรีดาเกินกล่าว แล้วพ่อ
เต็มจิตจะยกให้ฉับพลัน ฯ
๕๘๏ ครานั้นจึ่งยุวเจ้าอรชุน
นอบเกศเฉลยคำท่านเว้า
ขุนทรงพระการุญเหลือขนาด
จำจะทูลเงื่อนเหง้าสัจจา ฯ
๕๙๏ ข้าไซ้รและพี่น้องรวมห้า คนเฮย
ล้วนบ่มีถิ่นฐานอยู่หมั้น
พักอยู่อรัญทารุณเถื่อน
ความยากลำบากนั้นมากมวล ฯ
๖๐๏ อันนวลนาเรศร์แก้วขวัญเมือง
ฤๅจะไปอยู่วันเวิกว้าง
เครื่องแต่จะขุ่นเคืองเข็ญขัด
ขอจุ่งพระเจ้าช้างตริดู ฯ
๖๑๏ พระภูมินาถไท้ทรุบท
ยิ้มตอบพระอรชุนลูกเจ้า
เราไซ้รได้ลั่นพจน์ไว้แน่ แล้วนอ
เราจะถอนคำเว้าอย่างไร ฯ
๖๒๏ แม้ใครชำนะชั้นเชิงธนู
เราจะยกบุตรีแต่งให้
ครานี้ละแน่สูชำนะ
เราจึ่งเห็นควรได้ธิดา ฯ
๖๓๏ กฤษณาจงตอบแท้จริงใจ เจ้าเอย
เจ้าจะถูกจิตฤๅดั่งนั้น
ฤๅเจ้าชอบอย่างไรจงบอก พ่อเทอญ
พ่อจะมิกางกั้นกีดใจ ฯ
๖๔๏ อรไทยนามออกอ้างกฤษณา
ทูลตอบด้วยจริงใจถ่องแท้
ลูกบ่ขัดบิดาเกิดเกศ
ลูกจะยอมตามแม้ขุกเข็ญ ฯ
๖๕๏ เห็นลูกเธอแน่แท้ปราถนา
จงรักพระอรชุนแม่นแล้ว
ขุนสั่งกิจวิวาห์ปาณฑพ
กับพระบุตรีแก้วไป่รอ ฯ
๖๖๏ พอเสร็จสมโภชพร้อมสิทธิ์สรรพ์
จึ่งพระอรชุนลาผ่านเผ้า
พานางนิ่มนวลจันทร์จรจาก เวียงแฮ
พร้อมกับพี่น้องเข้าเขตดง ฯ
๖๗๏ จึ่งองค์ทรุบทเจ้าปัญจาล
ตรัสแด่พระทุรโยธน์ไป่ช้า
เราขอฝากทูลสารแด่พระ พ่อนา
เรื่องวิวาห์ลูกข้ากับหลาน ฯ
๖๘๏ ขอท่านจอมเขตแคว้นหัสดิน
เอาเดชปรกบุตรีนิ่มเนื้อ
ขอฝากมิ่งนารินทร์แทบบาท
ขอพระองค์โอบเอื้ออุปถัมภ์ ฯ
๖๙๏ ฟังคำแห่งท่านท้าวทรุบท
ทุรโยธน์ขัดใจยิ่งลํ้า
จำเปนก็จำอดกลั้นโกรธ
ลาพระภูมิศร์กลํ้ากลับเมือง ฯ
๗๐๏ ทราบเรื่องตลอดเค้ามวลมี
ธตรฐหลากพระไทยไป่น้อย
ด้วยคิดว่าชีวีหลานวอด แล้วนา
เพราะว่าเธอเชื่อถ้อยบุตรา ฯ
๗๑๏ คิดว่าไฟป่าไหม้ในดง แล้วแล
จึ่งขาดความอนุเคราะห์โอบเอื้อ
บัดนี้ทราบว่าคงชนมชีพ อยู่ฮือ
จำจะรีบให้เชื้อกลับมา ฯ
๗๒๏ ราชาจึ่งใช้ราชบุรุษ
ให้รีบเร็วรวดไปอย่าช้า
สู่อรัญญิกสุดแดนนี่
เชิญพระหลานทั้งห้ากลับพลัน ฯ
๗๓๏ ครานั้นวรทูตเร้าเร่งจร
ถึงที่พระหลานพักไป่ช้า
ทูลพจนะสุนทรตามพระ สั่งเฮย
เชิญพระหลานทั้งห้ากลับวัง ฯ
๗๔๏ ฟังคำวรทูตพร้องพาที
จึ่งพระปาณฑพเศรษฐเพรียกพร้อง
น้องเอยพระภูมีเชิญกลับ
เราจะกลับฤๅน้องกล่าวมา ฯ
๗๕๏ อนุชาทั้งสี่พร้อมใจกัน
ทูลพระธรรมสุตองค์เอกไซ้ร
เห็นควรจะกลับพลันบ่เนิ่น
เพื่อพระแม่เราได้สุขสราญ ฯ
๗๖๏ ปาณฑพกษัตร์ทั้งเบญจางค์
พร้อมพระนางกุนตีแม่เจ้า
รีบเสด็จเดินทางแถวเถื่อน
ไป่เนิ่นเสด็จเข้าหัสดิน ฯ
๗๗๏ ภูมินทร์ธตรฐผู้ทรงธรรม์
กอดพระหลานห้าองค์เสร็จแล้ว
ถามว่าพระหลานผันผายกลับ แล้วแล
เจ้าจะอยู่เมืองแก้วฤไฉน ฯ
๗๘๏ ไหว้พลางทางยุวเจ้ายุธิษ เฐียรนา
ทูลพระปิ่นศศิพงศ์ครอบด้าว
อันข้าจะสถิตเปนสุข ได้ฤๅ
เครื่องจะทำให้ท้าวขุ่นเคือง ฯ
๗๙๏ เหตุเรื่องวิวาทด้วยปิยบุตร์ ท่านนา
ฤๅจะเหือดหายพลันห่อนได้
ทุรโยธน์จะยั้งหยุดหยุกหยิก ได้ฤๅ
อีกอนุชข้าไซ้รจัดเจน ฯ
๘๐๏ ภีมะเสนจิตเหี้ยมหาญดุ นักนอ
ฤๅจะอดโทโสหยุดยั้ง
ทุรโยธน์ก็มุทลุตอแหย่ อยู่นา
ใครจะคอยรึงรั้งจากกัน ฯ
๘๑๏ เหตุฉนั้นพระผ่านเผ้าการุญ ด้วยเทอญ
ขอฝากพระมารดรที่นี้
ข้าห้าจะลาสุนทรราช
ประเวศวนะลี้หลบภัย ฯ
๘๒๏ ภูวนัยฟังถ้อยจับหฤฟัย
จึ่งเฉลยวาจาลูกเจ้า
หลานเอยจะอยู่ไพรพงเถื่อน
เจ้าจะมีแต่เศร้าโศกศัลย์ ฯ
๘๓๏ เขตขัณฑ์ลุงนี้กว้างขวางมี
ลุงจะแบ่งให้หลานกึ่งได้
จะสร้างสุรธานีให้สถิต เจ้าเอย
เพื่อพระหลานทรงไว้อิศะรีย์ ฯ
๘๔๏ ภูมีพลันสั่งพร้อมอมาตย์รัตน์
เกณฑ์พหลพลไกรกึกก้อง
สร้างนครอินทปัตรมเยศร์
ทวยราษฎร์ก็พลันซร้องศัพท์ชม ฯ
๘๕๏ บุรีรมย์สมเกียรติ์เจ้าวงศจันทร์
อยู่แทบฝังยมนาน่านนํ้า
พร้อมปราสาทรัตนบรรยงก์โอ่ โถงแล
คูค่ายรายเลืศค้ำเขตสรรค์ ฯ
๘๖๏ ปางนั้นธตรฐเจ้าจอมประชา
อภิเษกยุธิษเฐียรกลั่นแกล้ว
ให้งำสุรภาราอินทปัต
อีกสมบัติพัสดุแก้วแบ่งบูรณ์ ฯ
๘๗๏ เพื่อพูลพระยศท้าวภราตรีย์
จัดสรรพสุรโยธินกาจกล้า
อีกอมาตย์เสวีวุฒิภาพ
มวลมอบให้เปนข้าพระหลาน ฯ
๘๘๏ ภูบาลแบ่งนรทั้งสี่ตระกูล
ไปนครอินทปัตอะคร้าว
ทุกสิงส่ำสมบูรณจัดเพื่อ หลานเฮย
สมพระไทยท่านท้าวบิตุลา ฯ
๘๙๏ ครานั้นจึ่งท่านท้าวยุธิษ เฐียรแฮ
รับภิเษกสมโภชเสร็จแล้ว
จึ่งโอนอ่อนโมลิตไหว้พระ ลุงแล
พร้อมอนุชกลั่นแกล้วกราบลา ฯ
๙๐๏ พากันเสด็จเข้าครองเวียง
อินทปัตมหารมเยศร์ไซ้ร
เปนสุขสนุกเพียงเมืองมัฆ วานแฮ
ปัญจะปาณฑพได้หื่นหรรษ์ ฯ
๙๑๏ อันองค์ธรรมราชเจ้าจอมเมือง
ทรงทศพิธธรรมเที่ยงเท้
ทวยราษฎร์บ่มีเคืองข้องจิต น้อยเลย
ต่างเกษมสุขแปล้ไปล่ใจ ฯ
๙๒๏ แดนไกลฦๅเดชก้องกังวาล
ชนนิยมบารมีท่านท้าว
รู้ว่าบุรีศานติสุข
ต่างก็ชวนกันก้าวสู่กรุง ฯ
๙๓๏ รุ่งเรืองกระเดื่องด้วยเดชะ
จึ่งพระธรรมราชานฤปไท้
คิดการราชสูยะยงยศ
เพื่อประกาศเกียรติ์ไท้เกริกแดน ฯ
๙๔๏ ทุกแคว้นทุกเขตด้าวภารต
ขุนต่างประมวลมากึกก้อง
เพื่อช่วยเผยอยศธรรมราช
แน่นนครแซ่ซร้องสนั่นเวียง ฯ
๙๕๏ ดูเพียงทวยเทพพร้อมกันมา
เฝ้าพระศักรินทร์จอมฟากฟ้า
สํ่าสุระเสนาเนืองแน่น
ส่ำคชรถและม้ามากอุดม ฯ
๙๖๏ ท้าวบรมจักรกฤษณ์แก้วอวตาร
มาจากทวาระกาช่วยไท้
เพิ่มพูลพระยศปาณฑพเศรษฐ
ราชสูยะไซ้รเสร็จดี ฯ
๙๗๏ ปางนี้ทุรโยธน์ข้องขัดใจ
เสร็จช่วยยุธิษเฐียรกลับแคว้น
ยิ่งคิดจิตคือไฟเผาแผด
ยิ่งคิดจิตยิ่งแค้นขุ่นหมอง ฯ
๙๘๏ นึกปองจักใคร่ล้างธรรมราช
จึ่งปฤกษาศกุนีเพื่อนแก้ว
ตัวเพื่อนสิฉลาดเชิงดวด สกาแฮ
กูก็หมดทางแล้วจะหวัง ฯ
๙๙๏ ยังมีแต่คิดท้ายุธิษ เฐียรเฮย
เล่นสกาพนันกันสักเทื้อ
ขอเพื่อนจุ่งช่วยคิดการเสร็จ
แม้ว่าเพื่อนเอื้อเฟื้อจักดี ฯ
๑๐๐๏ ศกุนีจึ่งรับถ้อยปลงใจ ด้วยนา
ทุรโยธน์ก็ยินดีไป่น้อย
แต่งทูตรีบเร็วไปอินทปัต
ให้แถลงแห่งถ้อยถ่องขาน ฯ
๑๐๑๏ สารพระทุรโยธน์เจ้าวงศ์จันทร์
มาแด่พระอนุชาเกียรติ์ก้อง
เชิญเล่นสกากันพอเพลิด เพลินนา
เชิญเสด็จพระน้องสู่นคร ฯ
๑๐๒๏ ภูธรธรรมราชไซ้รยินสาร
ฤๅจะยอมจำนนห่อนได้
จึ่งเสด็จจากสถานอินทปัต
สู่หัสดินไซ้รฉับพลัน ฯ
๑๐๓๏ ปางนั้นจึ่งเริ่มเหล้นดวดสกา
โกรพให้ศกุนีทอดให้
ศกุนีเชี่ยววิชาเชิงดวด
อาจจะพลิกแพลงได้ดั่งถวิล ฯ
๑๐๔๏ กองสินสินับด้วยหมื่นพัน
ธรรมราชบ่ชำนะสักเทื้อ
ไป่นานก็เสียสรรพ์พัสดุ
ดูสกานิตย์เกื้อศกุนี ฯ
๑๐๕๏ ปางนี้ทุรโยธน์ทั้งอนุชา
ต่างก็ปลื้มปรีดีไม่น้อย
เห็นเพื่อนพลิกสกาโกงเหมาะ แน่แฮ
ทุรโยธน์จึ่งกล่าวถ้อยปฤจฉา ฯ
๑๐๖๏ ดูราพระน้องเอกองค์กษัตร์
อันว่าแก้วเงินทองหมดไซ้ร
เอาอินทปัตรัฐกองแลก เทอญพ่อ
เผื่อจะเหมาะโชคได้กระมัง ฯ
๑๐๗๏ ฟังคำทุรโยธน์ท้าขุ่นเคือง
ธรรมราชพนันเวียงดั่งท้า
โอ้เคราะห์ก็เสียเมืองในบัด เดียวแฮ
จึ่งพระปาณฑพห้าเหือดศรี ฯ
๑๐๘๏ ยินดีชนะได้ดังหมาย
ทุรโยธน์ก็กล่าวไปอีกซ้ำ
นางเมียพระน้องชายงามยอด หญิงฮา
ทรงสิริเลอล้ำเลิศสรร ฯ
๑๐๙๏ พนันเอาหล่อนไซ้รเปนทุน เทอญพ่อ
เผื่อว่ากุศลนางจะเกื้อ
พี่ปองจะได้สุนทรเอก อนงค์แฮ
มาเปนทาสีเผื้อจุใจ ฯ
๑๑๐๏ ดาลฤทัยพ่างเพี้ยงเพลิงเผา
ท้าวยุธิษเฐียรยอมดั่งท้า
ทอดดวดก็เสียเยาวะลักษณ์ อีกฮือ
ปาณฑพประหนึ่งบ้าบัดสี ฯ
๑๑๑๏ ปางนี้โกรพพร้อมกันหัว ขึ้นฮา
ทุรโยธน์เรียกกฤษณาเพี่อใช้
เฮ้ยอีกฤษณาตัวเปนบ่าว เราแฮ
ยังตะบอยอยู่ได้บ่าวเรา ฯ
๑๑๒๏ นงเยาว์ฟังเจ็บแค้นแสนอาย
จึ่งบ่ออกมาตามเรียกร้อง
ทุรโยชน์ผู้จิตร้ายร้องด่า
มันไม่มาแล้วน้องฉุตมา ฯ
๑๑๓๏ อนุชาทุศาสน์ไหว้แล้วไป
มือจิกเกศานางแน่นแล้ว
ฉุดคร่าห์กระทั่งในพระโรงรัตน์
พลางด่าอยู่แจ้ว ๆหยาบคาย ฯ
๑๑๔๏ ใจร้ายซํ้าฉุดผ้าทรามไวย
อีทาสนุ่งห่มเกินกว่าหน้า
นางจะร้องเท่าใดกลับเยาะ ให้แฮ
ฉุดกระชากฉีกผ้าห่มนาง ฯ
๑๑๕๏ ปางนั้นองค์ท่านห้าวจักร์กฤษณ์
สมเพชเห็นนางอายแน่แท้
พระจึ่งช่วยนิรมิตร์ผ้าห่ม ให้นา
แม้กระชากฉีกแล้กลับดี ฯ
๑๑๖๏ ดังนี้ทุรโยธน์ข้องพาที
กฤษณะท่านไฉนเช่นนี้
นางนี้ก็ทาสีทรามยศ
ควรแต่มันจะปี้ป่นไป ฯ
๑๑๗๏ ไท้วาสุเทพเจ้าทวารา วดีเฮย
ตอบว่ามึงนี้ใจโหดเหี้ยม
กูเชื้อกษัตราชายชาติ ทหารแฮ
กูบ่วานมึงเสี้ยมสั่งสอน ฯ
๑๑๘๏ กูรอนราญแต่ด้วยบุรุษ
อันจะรังแกหญิงหยาบแท้
อัปปรีละที่สุดน่าบัด สีฮือ
อันอนุชนั่นแล้หยาบคาย ฯ
๑๑๙๏ นึกอายคำท่านท้าวจักร์กฤษณ์
ทุรโยธน์จึ่งอวดดีเดาะหน้า
เชษฐาสิเปนมิตร์ปาณฑพ
จึ่งมาดุดันบ้าบ่นไป ฯ
๑๒๐๏ จะให้ยกย่องแม้ทาสี เจียวฤๅ
เอาเถิดจะตามใจพี่ได้
เฮ้ยอีแม่ตัวดีเอกอุ
กูจะยกย่องให้ฦๅชา ฯ
๑๒๑๏ มาเถิดมาเจ้านั่งเหนือตัก กูเทอญ
กูจะเลี้ยงมึงชูเชิดหน้า
จะยอมเผยอศักดิ์ยิ่งทาส อื่นนา
เลี้ยงอย่างเมียน้อยข้าอย่าฉงน ฯ
๑๒๒๏ นฤมลยินถ้อยเจ็บดวงแด
ร้องเรียกสามีจงช่วยน้อง
ปาณฑพตลึงแลจนจิต จริงฮือ
ครั้นจะช่วยขัดข้องประเพณี ฯ
๑๒๓๏ เทวีเทวศร้องรำพรรณ
โอ้พระธรรมราชาเกียรติ์ก้อง
พระจะปล่อยเมียขวัญอัปรยศ แน่ฤๅ
ทูลเกศสมเพชน้องสักครา ฯ
๑๒๔๏ อ้าภีมะอีกทั้งอรชุน
พระก็นิ่งดูดายอยู่ด้วย
สหเทพนกุลเฉยอยู่ ได้นอ
พระจะปล่อยให้ม้วยชีพเสีย ฯ
๑๒๕๏ แม้เมียมีโทษแล้วควรลง โทษนา
นี่บ่เคยผิดเลยสักเทื้อ
ปรนิบัติทุกองค์สมจิต พระเอย
ยามทุกข์ไยบ่เกื้อกรุณา ฯ
๑๒๖๏ ครานั้นทุรโยธน์แย้มเย้ยสรวล
เยาะว่าชะสำออยออดแท้
ผัวเจ้าบ่กล้าลวนลามแก่ กูนา
เพราะว่าหน้าขี้แพ้บัดสี ฯ
๑๒๗๏ มาดี ๆ อย่าดื้อดันไป
มาเถิดนั่งตักกูอย่าขึ้ง
แม้ทุศาสน์ขัดใจขึ้นอีก แล้วฤๅ
เขาก็จะจิกรึ้งเกศมา ฯ
๑๒๘๏ ครานั้นภีมะข้องเคืองโกรธ
จับคทากวัดไกวแกว่งเงื้อ
หมายตีพระทุรโยธน์ตายบัด นั้นแล
เยียจะทุบให้เนื้อแหลกลง ฯ
๑๒๙๏ แต่องค์ธรรมสุตห้ามอนุชา
อันจะทำทุรโยธน์นั่นไซ้ร
เหมือนหมิ่นพระบิตุลาทรงศักดิ์
อีกหนึ่งตัวพี่ไซ้รผิดเอง ฯ
๑๓๐๏ แผนเพรงกษัตร์เหล้นกิจพนัน
ฤๅต่อพระกรยุทธ์กาจกล้า
ใครแพ้ต้องยอมสรรพ์ตามจิต เขาแฮ
บ่มิมีทางอ้าโอษฐเถียง ฯ
๑๓๑๏ อ้าเนียงนาเรศร์แก้วกลอยจิต
ผัวกระทบเคราะห์ยามยิ่งร้าย
แต่มิอาจทำผิดแบบเยี่ยง ธรรมนา
สุดจะคิดโยกย้ายต่อไป ฯ
๑๓๒๏ อรไทยฟังพจน์ท้าวทรงธรรม
อัสสุชลหลั่งไหลละห้อย
โอ้เคราะห์เฉภาะกรรมแกล้งข่ม เหงฮือ
โอ้สุดจะบุญน้อยอกเอย ฯ
๑๓๓๏ ไม่เคยต้องยากแค้นรำคาญ
พระบิดาเคยถนอมกล่อมเกลี้ยง
สมชาติสุกุมารกุลกษัตริย์
มาต่ำเสียศักดิ์เพี้ยงแพศยา ฯ
๑๓๔๏ ภรรดามีอยู่แม้ห้าองค์
เหมือนไม่มีผัวเพียงดั่งหม้าย
ชายใดจะประสงค์พึงเสพย์ ได้แฮ
โอ้สุดจะเคราะห์ร้ายสุดแสน ฯ
๑๓๕๏ แค้นใจกำเนิดแล้วเปนนา รีฮือ
แม้ว่าเปนชายชาญชาติไซ้ร
ใครเหิมหมิ่นชายายอดเสน่ห์
คงบ่ยอมนิ่งให้ข่มเหง ฯ
๑๓๖๏ เกรงพระไทยท่านท้าวธรรมราช
จึ่งบ่พูดให้จังกว่านี้
แม้ภีมะคนกาจยังนิ่ง อยู่แฮ
ขืนพูดคงจักปี้ป่นพลัน ฯ
๑๓๗๏ ปางนั้นภีมะข้องฟังความ พ้อนา
ตอบว่าพี่จนใจแน่แล้ว
พระพี่ธห้ามปรามจำอด ใจแม่
หาไม่มันไม่แคล้วหัดถา ฯ
๑๓๘๏ แก้วตาจงอย่าได้สงไสย พี่เลย
พี่ไม่ลืมเหตุการณเหล่านี้
เมื่อน่าอีกต่อไปโอกาศ มีฤๅ
ใครจะคิดหลีกลี้อย่าหมาย ฯ
๑๓๙๏ อันอ้ายทุรโยธน์เหี้ยมอหังการ์
บังอาจชวนขึ้นตักเดาะเหล้น
พี่จะตีน่าขาทั้งคู่
คงจะคอยเขม้นอย่าหมอง ฯ
๑๔๐๏ ส่วนน้องทุศาสน์ห้าวเหิมผิด
บังอาจจิกเกศานิ่มน้อง
พี่จะดื่มโลหิตมันต่าง นํ้านา
เพี่อให้สาจิตข้องขัดใจ ฯ
๑๔๑๏ ทันใดทุรโยธน์แค้นเคืองดุจ เพลิงฮือ
อีกทุศาสน์โกรธาตวาดก้อง
สององค์ก็ต่างผุดยืนอยู่
แกว่งดาบวะวาบท้องพระโรง ฯ
๑๔๒๏ ผึงโผงทุรโยธน์ท้าราวี
ชะ ๆ อ้ายสามาญหยาบแท้
มึงฤๅจะกล้าตีขาหัก
กูบ่ย่อมให้แม้แตะตัว ฯ
๑๔๓๏ จะกลัวอ้ายถ่อยนั้นอย่าหมาย
กูก็รู้เพลงยุทธ์กาจแกล้ว
ตัวมึงสิฉิบหายจนหมด ตัวแฮ
ยังแต่ชีพไป่แคล้วหัดถา ฯ
๑๔๔๏ อนุชาทุศาสน์ซ้ำเติมต่อ ด้วยเอย
อันจะกินเลือดกูห่อนได้
ตัวกูแหละจะขอผัดอึด ใจเดียว
คงจะทำเจ้าให้สะใจ ฯ
๑๔๕๏ จะไว้ชีวิตนั้นอย่าหมาย
จะต่อยหั่นฟันทีละน้อย
กูจะสับทั่วกายจนขาด ใจฮา
เพื่อจะลงโทษถ้อยอหังการ ฯ
๑๔๖๏ ฟังสารภีมะแค้นพันทวี
แกว่งคทากำยำกาจกล้า
ตอบว่าจะราวีบ่ยั่น เลยแฮ
ถึงพระอินทร์จะท้าบ่เยง ฯ
๑๔๗๏ หากเกรงพระพี่ไท้เธอปราม
กูจึ่งจำหักใจอดกลั้น
โกรพก็ต่างวามวู่โกรธ
สองฝ่ายทะเลาะหลั้นแหล่งวัง ฯ
๑๔๘๏ เสียงดังสนั่นเข้าถึงใน
จึ่งธตรฐจอมแหล่งหล้า
มาที่ประชุมไต่ถามเหตุ
ทราบเหตุจึ่งโอษฐอ้าอภิปราย ฯ
๑๔๙๏ เหม่อ้ายใจโหดเหี้ยมโอหัง
มึงสิทำกูเสียชื่อด้วย
แสนส่ำระยำมังหมดโลก
กูจะเอาโทษม้วยมอดชนม์ ฯ
๑๕๐๏ ตละคนราวกับอ้ายมารผี
ดูฤมึงทำหลานพ่อได้
เลิกกันนะบัดนี้เลิกหมด เจียวนา
ปวงสมบัติคืนให้แก่หลาน ฯ
๑๕๑๏ ฟังสารสมเด็จไท้บิตุรงค์
จึ่งพระทุรโยธน์ทูลตอบถ้อย
การเล่นพนันตรงตามเยี่ยง กษัตร์นา
พระจะทรงติข้อยอย่างไร ฯ
๑๕๒๏ ใครโชคดีก็ได้ทรัพย์สิน
ใครเคราะห์รัายก็จำจักแพ้
แต่แม้พระภูมินทร์ดำรัส
ข้าจะขัดพระแล้ไป่ควร ฯ
๑๕๓๏ มวลทรัพย์สมบัติทั้งภารา
ข้าจะคืนให้ปวงไป่ค้าน
ปาณฑพกษัตราดูก่อน เจ้าเอย
แม้ว่าน้องหน้าด้านรับไป ฯ
๑๕๔๏ ทันใดภีมะแค้นเดือดดาล
ลุกทลึ่งขึ้นยืนตวาดก้อง
เราบ่อยากขอทานทุรโยธน์
บ่อยากเปนพี่น้องต่อกัน ฯ
๑๕๕๏ ครานั้นธตรฐเอื้อนอุวาจ
อินทปัตของปาณฑพแท้
แม้ใครจะบังอาจแย่งรัฐ นั้นฤๅ
กูจะเอาโทษแม้เผด็จชนม์ ฯ
๑๕๖๏ วิมลกษัตร์เจ้าจักรกฤษณ์
หมายจะช่วยทั้งสองฝ่ายเอื้อ
จึ่งทูลพระทรงฤทธิ์ธตรฐ
ให้ดวดกันอีกเทื้อเถิดดี ฯ
๑๕๗๏ ทีโชคปาณฑพเจ้าชำนะ
โกรพจงคืนสินเสร็จให้
ถ้าแพ้ก็จงละสมบัติ
ออกจากนครไซ้รสู่พน ฯ
๑๕๘๏ ต่างตนเห็นชอบด้วยวาที
จึ่งทอดสกากันอีกแล้
เพราะเพื่อศกุนีแพลงพลิก บาตแฮ
จึ่งยุธิษเฐียรแพ้อีกครา ฯ
๑๕๙๏ ราชาธรรมสุตเศร้าเสียศรี
ถามพระทุรโยธน์ไปบัดนั้น
จะให้อยู่พงพีกี่ขวบ เล่าฮือ
เราจะประพฤติหมั้นเหมาะตาม ฯ
๑๖๐๏ ฟังถามทุรโยธน์ปลื้มปรีดี
ตอบว่าเราไม่ปองเกลียดเจ้า
จงไปจากบุรีอินทปัต
เพียงสิบสามขวบเข้ากลับมา ฯ
๑๖๑๏ ในป่าจงอยู่เพี้ยงสิบสอง ปีเทอญ
ปีที่สิบสามจงอยู่ส้อน
ปลอมแปลงพระองค์น้องให้ลับ เจียวนา
ครบขวบปีจึ่งย้อนกลับวัง ฯ
๑๖๒๏ ฟังแล้วธรรมบุตร์น้อมนอบเกศ
ทูลแด่พระบิตุลาราชเจ้า
ข้าขอฝากบุเรศอินทปัต
จนกว่าจะกลับเข้าจากพง ฯ
๑๖๓๏ จึ่งองค์ธตรฐเจ้าทรงธรรม์
จำจิตรับฝากเวียงนั่นไซ้ร
จัดแต่อมาตย์อันสามารถ
พิทักษ์อินทปัตไว้เพื่อหลาน ฯ
๑๖๔๏ จึ่งปาณฑพพี่น้องห้าองค์
ลาพระเจ้าลุงจรจากด้าว
กฤษณายอดอนงค์ไปกับ เธอแฮ
โกรพอันจิตห้าวจึ่งหรรษ์ ฯ
๑๖๕๏ ปางนั้นประเวศด้าวแดนไพร
ห้ากษัตร์โทรมทรวงสุดเศร้า
สงสารแม่ทรามไวยวรลักษณ์
แสนลำบากยากเต้าไต่มา ฯ
๑๖๖๏ เวลาวันหนึ่งนั้นไปพบ
องค์พระพรหมฤษีสิทธิ์เจ้า
พฤหทัศวะจบเจนเวท
หกกษัตร์นอบเกล้าอภิวันท์ ฯ
๑๖๗๏ นักธรรม์ประภาษถ้อยถามความ
ไยจึ่งมาเดินดงดั่งนี้
ธรรมราชก็เล่าตามมูลเหตุ สิ้นแล
เล่าหมดความแต่กี้ก่อนมา ฯ
๑๖๘๏ สิทธาเธอทราบแล้วสงสาร ยิ่งแฮ
จึ่งกล่าวกะถาสุนทเรศไซ้ร
ดูรากษัตร์ปาณฑพเศรษฐ
ขอบพิตร์อย่าได้โศกเกิน ฯ
๑๖๙๏ พะเอินพระเคราะห์ร้ายแรงมี
แต่เมื่อยามสิ้นเคราะห์หมดแล้ว
จักทรงสวัสดียิ่งกว่า ก่อนเฮย
คงจะสมจิตแผ้วพหุภัย ฯ
๑๗๐๏ จะไชยชำนะแกล้วกลางสนาม
ยามยุทธนาการอะคร้าว
ครั้นเมื่อเสร็จสงครามไกรแกว่น
พระจะครองครอบด้าวอยู่เย็น ฯ
๑๗๑๏ จะเปนตัวอย่างเจ้าขัตติยะ อื่นแฮ
ตราบชั่วกลียุคเกียรติ์ก้อง
การศึกพระภารตะทรงยศ
จะเปนเรื่องขับร้องต่อไป ฯ
๑๗๒๏ ทรงไชยดูเยี่ยงท้าวนลนาถ
งำเขตนิษัธแดนเด่นด้าว
เธอนั้นก็นิราศนครรัช
เพราะบาตสกาห้าวหักหาญ ฯ
๑๗๓๏ โบราณกษัตร์นั้นทุกข์หนัก
แต่ก็ตั้งข่มจิตมั่นไว้
จึ่งข้ามอุปสรรคคืนสุข ได้นา
เพียรอยู่จนตราบได้กลับเมือง ฯ
๑๗๔๏ เรื่องเปนคติแท้ถ้วนดี
เครื่องจะเตือนจิตจอมกษัตร์ไซ้ร
อีกนางมหิษีนลราช นั้นฤๅ
เปนอย่างนางอื่นได้อย่างจำ ฯ
๑๗๕๏ ฟังคำพฤหทัศว์พร้องพาที
จึ่งพระยุธิษเฐียรตอบถ้อย
เชิญเล่าเถิดมุนีทรงพรต
เรื่องพระนลนั้นข้อยอยากยิน ฯ
๑๗๖๏ มุนินทร์ฟังพจน์ท้าวยินดี
จึ่งเล่าเรื่องพระนลนิษัธเจ้า
ถี่ถ้วนประมวลมีพากย์เพราะ
จนจบครบถ้วนเค้าเขตความ ๚ะ
๑๗๗๏ ตามเรื่องสังเขปนี้ข้าผูก เองเอย
มิใช่แปลสันสกฤตศัพท์ซึ้ง
ข้อใดจะไม่ถูกขอโทษ เทอญพ่อ
ขอปราชญ์จงอย่าขึ้งขัดใจ ฯ
๑๗๘๏ ต่อไปจะจับเรื่องพระนล
สันสกฤตมีกำกับอยู่แล้
ในทางจะประพนธ์เพราะอย่าง ไทยฤๅ
บางแห่งก็จำแก้ดัดแปลง ฯ
๑๗๙๏ บางแห่งเติมต่อถ้อยพาเหียร
แต่ไม่ผิดใจความเก่าไซ้ร
ขอท่านผู้เปรียญสันสกฤต
จงโปรดเมตตาให้อภัย ๚ะ๛

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ