สรรคที่ ๘

อุปชาติฉันท์

๑๑ พระนางศุภางคีมหิษีนิษัธทรง
รันทดบ่ปลดปลงธุระท้อทำนองการ
๏ ไนษัธบ่คืนดียุวดีฤดีดาล
ระอาอุราลาญกลศัสตระเสียบอร
๏ ระโหยระหวยหวนบ่สงวนพระองค์สมร
ยามนอนบ่เปนนอนจะเสวยก็เฉยชา
๏ ตรัสเรียกพระนมนามวฤหัตะเสนา
เฉลียวฉลาดสาระระเบียบก็เฉียบแหลม
๏ พิทักษ์สมัคสมานกลกาญจน์บ่มีแกม
ภักดีบ่โรยแรมปฏิบัติบ่โรยรา

นางทัมยันตีตรัสว่า

๑๑ อ้าท่านสราญสัตย์วฤหัตะเสนา
พระนลนเรนทราธิปล่มจะจมพลัน
๏ สภาจะพาพรากจรจากมไหศวรรย์
สมบัตินิษัธสันติพิบูลย์จะสูญไป
๏ เร่งเชิญวโรงการมหิบาลฉกรรจ์ไกร
ประหนึ่งพระนลไนษธสั่งบ่กังฃา
๏ ประชุมประชามาตย์มนม่งมิสงกา
แจ้งเหตุวิเภทภาระจะล่มจะแหลกลง
๏ เธอทรงสกาสิ้นนิธิสินบ่คืนคง
อมาตย์ฉลาดจงจรเฝ้านรินทร
๏ มไหศวรรย์สูญก็จะภูลเทวศถอน
เสนานรากรก็จะเดือดจะดายใจ
๏ ท่านจงกระจายเล่าธนซึ่งพระเสียไป
จำแนกจำนวนในนิธิซึ่งพระยังมี ๚
๑๑ นรีฤดีมาศวรราชธาตรี
รับสั่งพระสุนทรีจรเรียกอมาตย์มา
๏ แจ้งกิจบ่ผิดซึ่งพระวิทรรภะกันยา
แถลงบ่แฝงการณะอันจะพลันเปน
๏ ตระบัดนิษัธเสวกราชอมาตย์เห็น
เหตุล้ำจะลำเค็ญก็เทวศทวีทรง
๏ รู้ราชวโรงการก็ทยานหทัยยง
เพราะเหตุพระรู้องค์พระดำรัสประชุมเรา
๏ ประดาประชามาตย์จิตคาดคนึงเดา
เหตุร้อนจะผ่อนเบาก็ละเลิงละลาญใจ
๏ กลุ่มกลุ่มประชุมชวนจรด่วนดำเนิรไป
สพรึบสพร้อมในวรราชสภาพลัน ๚
๑๑ พระนางสอางมาศยลราชอมาตย์อัน
มากหน้าประดากันจรสู่สมาคม
๏ นางด่วนเสด็จดลณะพระนลนโรดม
ทำนูลยุบลกรมจิตตรองทำนองความ
๏ วะว้าวะหวั่นวอนอดิศรขจรนาม
กานดาพยายามจะสกิดหทัยนล
๏ อ้าองค์พระทรงศักดิ์ปฏิปักษ์แสยงพล
ประชาและสามนต์จรมาสมาคม
๏ พระจงเสด็จเพื่อชนชื่นนิยมชม
ยังให้นิกรสมจิตเถิดพระภูธร
๏ ทูลแล้วทำนูลเล่าอรเศร้าอุราอร
ระทดระทวยถอนจิตแทบทลายลาญ
๏ พระเฉยบ่เผยโอษฐ์ดุจโสตรบ่ยินขาน
กานดาประภาการมหิษีก็หนีจร
๏ สู่แทนผธมซบศุภพักตระเหนือหมอน
ละอายบ่คลายคลอนจิตโศกสยองภัย
๏ สกาก็พาเธอมนเผลอมะเมอไป
ใครคิดสกิดใจพระบ่ยั้งบ่ยินยล
๏ มีแต่จะแพ้บาศก์บ่มิคลาดจะสักหน
พระแพ้จะแก้ตนก็บ่ได้ประดุจแด
๏ นิษัธนรินทร์ร้อนบุษกรบ่แยแส
นลพลั้งจะรังแกกลเจตนาจง ๚
๑๑ เมื่อนั้นพระไภมียุวดีกำศรดทรง
ประจักษ์วิถีองค์ภสดาถลาจร
๏ พระนางคนึงในหฤทัยก็อาวรณ์
ตรัสเรียกพระนมอรวฤหัตะเสนา
๏ อ้าท่านสราญธรรม์สติมั่นสุปัญญา
มหีปะราชาธบ่คืนบ่ฟื้นองค์
๏ มิไวมิได้การผิวนานจะแหลกลง
เชิญวาร์ษเณย์ยงและก็ฃ้าจะสั่งการ ๚
๑๑ บัดนั้นพระนางนมกรก้มกมลมาน
ดำรัสพระนงคราญจรรีบคระไลคลา
๏ บ่รั้งบ่รอใช้ชนให้ตระบัดหา
จึ่งวาร์ษเณย์สารถิทราบพระเสาวนีย์
๏ รีบเฝ้าพระนางองค์อรราชมเหษี
พระสุนทรีมีพจนาตถะสุนทร

นางทัมยันตีตรัสว่า

๑๑ บุรุษวิสุทธเอยจิตเคยบ่แคลนคลอน
ภูภฤตอดิศรธก็ไว้ก็วางใจ
๏ บัดนี้สิมีเหตุจะวิเภทมหาภัย
พระนลนรินทร์ไนษธหลงพวงวน
๏ พระแพ้พนันบาศก์พระบ่คลาดกระดานกล
ยิ่งแพ้จะแก้ตนพระก็ยิ่งถลำไป
๏ ฉันใดพระบุษกรชำนะบาศก์บ่คลาดใจ
ฉนั้นพระนลไนษธแพ้บ่แปรผัน
๏ จะทัดจะทานเธอก็มะเมอกมลมันท์
ญาติวงศ์พระทรงธรรมะและมิตรก็อิดแด
๏ แม้ตูมเหษีอวนีศ์บ่แยแส
จะชี้จะแจงแปรจิตไท้ก็เหลือทำ
๏ จะแก้ก็เหลือแก้ทุระแท้วิถีกรรม
เจ็บจิตจะคิดจำจิตฝ่าทุสาธัย
๏ เหลียวหน้าจะหาใครก็บ่ได้ประดุจใจ
จะพึ่งพำนักในธุระนี้บ่มีตน
๏ จำนงพินิจในหฤทัยแสวงผล
หาผู้พิทักษ์นลนรราชชลอชู
๏ เห็นตัวก็แต่ท่านจิตหาญกระตัญญู
ระบอบระเบียบบูรพะเที่ยงหทัยตรง
๏ สกุลพระนลภูปะจะรอดธำรงคง
ไป่สูญประยูรวงศ์ก็เพราะท่านชำนาญรณ
๏ จงเทียมดุรงค์รีบรถแทบวิถีพน
ดนุชธิดานลจรพาบ่ช้าที
๏ ลุแทบวิทรรภ์ทูลณะพระภีมะภูมี
ฝากราชกุมารีและกุมารสราญองค์
๏ ฝากทั้งดุรคราชรถมาศมณีรง
สำเร็จประสงค์จงจรโดยจะปราถนา ๚
๑๑ พระนางสอางวรรณวจสรรจำนรรจา
จึ่งวาร์ษเณย์สารถิแจ้งวิจารณ์จง
๏ ทูลลาพระรามาจรรีบคระไลตรง
ประชุมอมาตย์ยงณมหาสภาปอง
๏ ตริตรึกและปฤกษากิจว่าพระผิวทอง
มาดม่งจะส่งสองยุพพ้นพระนลจร
๏ เห็นชอบระบอบพร้อมชนน้อมถวายกร
ประชาอุราวรณ์จิตกรมระทมเกรียม
๏ บ่รั้งบ่รอสารถิจัดตระบัดเตรียม
บรรจงดุรงค์เทียมรถรีบคระไลคลา
๏ เชิญราชดนัยราชดนยายุพาภา
พระอินทะเสนาและพระอินทะเสนทรง
๏ ลุราชนครกุณฑินบุญอดุลย์ยง
ถ่องทูลยุบลองค์พระวิทรรภ์บดีศรี
๏ มององค์กุมารราชและพระราชกุมารี
พระภีมะภูมีก็ตระหนกหทัยปอง
๏ ถนอมและกล่อมเกลี้ยงทนุเลี้ยงพระหลานสอง
สองเยาวะลำยองก็เจริญจรูญเรือง ๚
๑๑ ฝ่ายวาร์ษเณย์ไข้จิตอยู่มิรู้เปลือง
รำพึงคนึงเคืองอุระฃุ่นระคายคลอน
๏ อำลาวิทรรภ์ราชจรโดยพนาดร
ถึงถิ่นนรินทรฤตุบรรณะราชา
๏ เธอครองนรากรณะนครอโยธยา
บำรุงประชาปรากฏเดชอดุลย์ยง
๏ ระบือระบินบุณยะพระคุณขจรองค์
จึ่งวาร์ษเณย์จงจิตพึ่งพระบารมี
๏ เฃ้าเฝ้าถวายตัวฤตุบรรณะเรืองศรี
พระภูบดีปรีดิก็เลี้ยงบำรุงเฃา ๚

จบสรรคที่ ๘ ในนิทานเรื่องพระนล

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ