สรรคที่ ๒๖

อินทรวิเชียรฉันท์

๑๑ เมื่อนั้นพระไนษัธวรฃัติยะเรืองราม
คืนครองพระน้องงามสุขสมอุดมศรี
๏ ออมมาลย์สราญเล่หะเสน่ห์ประเวณี
เปรมปริ่มกระหยิ่มปรีดิสนิทสนมชม
๏ ถ้วนมาสบ่คลาดนุชนลสุดสุขารมณ์
แนบน้องตระกองสมมนะสองสนองกัน
๏ คำนึงนิษัธรัฎฐวิบัติวิบากบรรพ์
จักจรนครอันมรดกชนกยง
๏ ทูลลาวิทรรภ์นาถบิตุราชระบือวงศ์
ลานางสอางองค์นลมุ่งนครคืน
๏ รถรัตน์จรัสมาศหยะผาดผยองยืน
เริงร่านทหารปืนปรปักษ์บ่หักโหม
๏ สิบหกกรินราชพลอาจจะจู่โจม
ห้าสิบดุรงค์โรมรณสู้ริปูลาญ
๏ พลราบกำราบศึกอริคึกบ่ฮึกหาญ
ห้าร้อยกำเรียงปานจะถล่มทลายดิน
๏ ห้อมล้อมพระจอมรัฎฐนิษัธะโศภิน
งามเธอเสมออินทร์สุรอรรคนิกรตาม
๏ โผนผ่านทวารเมืองรถเรืองอร่ามราม
ผันผกผงกงามหยเหี้ยมกำแหงหรรษ์
๏ งามองค์พระทรงศรทินกรบ่เทียมทัน
งามรถอุไรอันจรแข่งอนิลบน
๏ งามพลถกลศักดิ์ปฏิปักษ์บ่ปองปน
งามม้าสง่ารณพยุแล่นก็แม้นกัน
๏ งามช้างสอางเครื่องคชเรื้องณะอารัญ
งามถ้วนกระบวนอันนลอรรคนรินทร์จร
๏ มิ่งม้าบ่ราโรยจรโดยพนาดร
พลพฤนท์กรินนรนลเร่งนิกรเดิร
๏ ปางนั้นพระนลทรงภพพงศะจำเริญ
เล็งผลูบ่รู้เพลินพิศพฤกษ์ระลึกนวล
๏ กรุ่นกรุ่นพิกุลกลิ่นพระถวิลบ่วายหวน
คิดกลิ่นยุพินชวนจิตยั้งณะวังใน
๏ อุบบลอำพนผ่องฉวิฉ่องชลาลัย
ว่อนว่อนภมรไคลรสเคล้นบ่เว้นคลึง
๏ บัวแย้มแชล่มยั่วอลิกลั้วณะกลางบึง
ผึ้งภู่วะวู่อึงกลยั่วบ่กลัวกู
๏ บงกชจะสดแสนก็บ่แม้นพระโฉมตรู
ผุดผ่องลอองชูชลชื่นบ่รื่นปาน
๏ ปราโมทสโรชรัตน์บ่มิทัดอุโรชมาลย์
กานดาประภาวานอภิลาษลออทรง
๏ บัวบกณะอกอรอรชรฉอ้อนองค์
บัวน้ำบ่จำนงผิวจับก็กลับวาง
๏ บงบัทมะขัดแค้นกุวแค่นจะแข่งนาง
เมาเมอเผยอพางศุกขันสุบรรณ์บิน
๏ เกตก์กลิ่นระรินโรยรสโชยณะชายสินธุ์
เกศร์อันสุคันธินมธุธารตระการทาง
๏ เกตก์เกศร์ก็ทั้งคู่บ่มิสู้พระเกศนาง
ผมเจ้าลำเภาพางทิพรสสุคนธ์เคย
๏ แก้วกรรณิการ์มีสุรภีก็รำเพย
คิดยามพระทรามเชยสุรภิตผจงสม
๏ กลิ่นกุนทะกรุ่นป่าสุมนาก็เฉื่อยฉม
โชยชายรำพายชมรสเชยรำเพยไพร
๏ นมแมวไฉนนั่นก็และถันวิฬาร์ไหน
หมื่นแสนณะแดนไตรอุระหอมบ่ห่อนมี
๏ หวนถึงคนึงนางขณะร้างพระนารี
ถวิลสมพระรมณีมนใคร่จะคืนเวียง
๏ แนบนิทร์สนิทน้องกรคล้องคระลึงเคียง
ฉุนฉมอุดมเพียงทิพรสสุรารมณ์
๏ อุ่นออมถนอมโอบจิตโลภจะเวียนสม
หอมอื่นบ่ชื่นชมดุจอกพระนางอร
๏ นมสวรรค์ก็ถันใครสละไว้ณะดงดอน
นางฟ้าศุภากรอุระเล่หะนั้นฤๅ
๏ เพียงนี้และฤๅถันณะสวรรคะบันลือ
จับกุมบ่นุ่มมือจะถนอมบ่หอมชม
๏ นางฟ้าบ่มาแข่งนุชแน่งมโนรมย์
ถันทิพย์ละลิบลมบ่มิขันพระถันอร
๏ เหตุนั้นกระมังหนาสุรมาสยุมพร
ขวัญฟ้าสุรามรบ่เสมอสมรเรียม
๏ เหินห่างพระนางตรูอุระตูก็กรมเกรียม
บุบผาจะหาเทียมนุชเนื้อก็เหลือแล
๏ ซ่อนกลิ่นถวิลว่าศศบ้าจะแข่งแข
หมายเดือนบ่เหมือนแดก็จะเดือดอุราดาย
๏ ซ่อนกลิ่นบ่หมิ่นสมรจรซ่อนสุคนธ์หาย
กลบกลิ่นถวิลอายเพราะบ่ขันประชันนาง
๏ สลัดไดไฉนสลัดสละพลัดณะพงขวาง
เหตุที่กลีวางกลไว้ฤใครทำ
๏ ใครสลัดสลัดไดเพราะอะไรจะใคร่จำ
ฤๅสัตย์วิบัติกัมมะสลัดสลัดได
๏ สายหยุดก็อยุดกลิ่นเพราะถวิลลอายใจ
เกรงกลิ่นพระทรามไวยวรรัตนะกานดา
๏ สายหยุดจะอยุดไยอรไทยบ่ได้มา
จักหอมพนอมกานนบ้างก็ช่างมัน
๏ บุบผาผกาเกลื่อนพนเถื่อนเถกิงวรรณ์
กล้ากลิ่นกระถินจันทนะกรุ่นยิสุ่นดง
๏ กันเกราสเดาดกมลิรกณะราวพง
ปริกปรูประดู่ปรงและมะปริงมะปรางไพร
๏ ปักษีก็มี่ร้องเสนาะซร้องพนาศัย
ถาบถาชล่าใจจรจับและจิกกิน
๏ คู่เคล้าก็เย้ายวนขคชวนชลอจินต์
พฤกษ์โยกสุโนคบินตรุไหวก็ไกวโยน
๏ ลมซัดปตัตรีศกุนีก็ผกโผน
ศาขีกระบี่โจนรถก้องก็ร้องกลัว
๏ ลิงโลดกระโดดหนีและชนีก็ผัวผัว
เหลียวหลังระวังตัวภยะกรายก็ป่ายปีน
๏ ห้อยโหนกระโจนลอยกรปล่อยก็ใช้ตีน
ภัยเฉียดจะเบียดบีฬก็กระโดดละโลดไป
๏ เสือสิงห์กระทิงถึกและมฤคสเริงไพร
หมูป่าและหมาในนลมาก็ล่าจร
๏ ปางนั้นพระไนษัธอธิฃัติยะภูธร
ด่วนโดยพนาดรบ่มิอยุดธรุดไป
๏ รถรี่บ่รีรอหยะห้อกำแหงไกร
สำเนียงสนั่นในวนแทบถล่มลง
ถึงกรุงนิษัธราชนรนาถเสด็จตรง
โอ่อ่าสง่าองค์บ่ขยั้นขยาดเยง
๏ พบองค์พระบุษกรอรชรประชาเกรง
แค้นคำกระทำเพรงนลกล่าวพระวาจา ๚

พระนลตรัสว่า

๑๑ ดูรานรินทร์ภูธรผู้พระภาดา
แคล่วคล่องทำนองปาศกเลิศประเสริฐจริง
๏ ตูมาจะท้าเล่นดุจเช่นกลีสิง
มุ่งจิตจะคิดชิงนิธิสู้พระภูธร
๏ ไอสูรย์วิบูลย์สรรพธนทรัพยากร
นานาศุภาภรณ์พิตโภคครามครัน
๏ รถม้าคณาเนกรุจิเรกอุไรพรรณ์
มากมีมณีมัณฑนมิ่งศฤงคาร
๏ จักนับบ่นับถ้วนนิธิล้วนมโหฬาร
เรืองรัตน์จรัสกาญจนฃ้าจะมาพนัน
๏ ทั้งทัมะยันตียุวดีชวาวรรณ
องค์นางจะวางปัณจิตปองจะลองดู
๏ ส่วนท่านชำนาญบาศก์บ่มิขลาดมิเกรงตู
ไอสูรย์วิบูลย์ภูธรกล้าก็มาพนัน
๏ ตูแพ้จะให้สิ้นพระยุพินและไอศวรรย์
ชีวิตก็คิดอันตรแท้ผิแพ้เธอ
๏ ท่านแพ้ก็คืนราชยะมาบ่มัวเมอ
เร็วเร่งมิเกรงเกลอจะพนันประชันมือ
๏ ครั้งเดียวจะทอดบาศก์ผิวพลาดบ่ผ่อนปรือ
เสี่ยงบาศก์บ่คลาดคือชะนะแพ้บ่แก้ตน
๏ อันทรัพย์ประดับศักดิ์ชนรักบ่เว้นคน
ใครขันพนันจนนิธิหลายสลายลง
๏ แม้นมุ่งกมลหวังธนยังจะคืนคง
แน่นึกทนงจงจิตท้าสกาลอง
๏ ผู้ชำนะจำเล่นดุจเช่นจำนงปอง
ทรัพย์เฃาและเจ้าของจิตขืนจะคืนเอา
๏ จำสู้พนันตอบเพราะระบอบบุราณเรา
ได้ชื่อก็คือเนายุติธรรมประจำใจ
๏ ไม่สู้ก็เสียธรรมดุจคำบุราณไข
ภพสามจะหยามในคตินั้นบ่ผันแปร
๏ แม้นกริ่งประวิงในหฤทัยะเชือนแช
พรึงพรั่นประหวั่นแดบ่มิขันพนันตู
๏ เชิญชักพระแสงสิทธิ์สุรฤทธิเชิดชู
เราสองจะลองดูศรใครจะไกรเกรียง
๏ รบองคะต่อองค์ยุธยงบ่อ่อนเอียง
มีชัยจะได้เวียงวรรัฐนิษัธขัณฑ์
๏ โบราณะย่อมยกมรดกบิดรอัน
เสียไปเพราะในพนันบุตรแพ้บ่แก้มือ
๏ จักใช้วิธีอื่นก็บ่ขืนระเบียบคือ
สื่อสารอุบายฤๅรณสู้ริปูแรง
๏ เพื่อคืนธนาคมอภิกรมกำแหง
อาจารย์บุราณแจงคตินี้ก็มีมา
๏ เชิญเถิดนรินทรบุษกรพระภาดา
จักขันพนันอาตมะสู้สกาลอง
ฤๅเลือกณรงค์สู้ยุธตูก็ตามปอง
เชิญชักพระแสงทองศรศัสตร์ถนัดถือ
๏ พี่น้องจะลองรณนรชนกระฉ่อนลือ
ใครหาญชำนาญมือผิวกล้าก็มาลอง ๚
๑๑ เมื่อนั้นนรินทรบุษกรบ่หม่นหมอง
หื่นหรรษ์กระสันปองจิตแน่บ่แพ้นล
๏ เชิงบาศก์ฉลาดรู้นลสู้จะเห็นผล
แน่นอนบ่ผ่อนปรนมนใคร่จะได้นาง
๏ แย้มเย้าเฉลาพักตรกรกวักพระนลพลาง
ยิ้มเย้ยเฉลยปรางธก็ปริ่มกระหยิ่มมาน ๚

พระบุษกรตรัสตอบว่า

๑๑ ดูราพระราชาจิตฃ้าก็สำราญ
ยินดีบ่มีปานดุจได้พระไภมี
๏ ท่านไซร้กำไรทรัพย์จรกลับนิษัธศรี
แกล้วกล้าสกาดีผิวเล่นจะเห็นกัน
๏ อันองค์พระกานดาสุภคาชวาวรรณ
ตกยากลำบากบรรพะระหวยระทวยองค์
๏ โฉมฉายจะคลายเศร้านุชเจ้าจะสร่างทรง
เรียมโลมพระโฉมยงกรเคล้าพระเยาวภา
๏ โชคมาชตาส่งยุพยงพระกานดา
นวลชื่นจะคืนมาณะนิษัธตระบัดถึง
๏ น้องนางจะสร่างเศร้าขณะเคล้าคระลอคลึง
หมดร้อนสมรพึงจะสมานสมัคสม
๏ จักแต่งพระแน่งนางนุชพางอุรารมณ์
ภูษิตวิจิตรชมจิตชายบ่หน่ายแหนง
๏ แจ่มสีขจีสดมรกตกระจายแสง
เพชร์ดีมณีแดงนิลสรรพประดับอร
๏ วันนี้พนันได้นิธิใดจะให้สมร
เครื่องทรงอลงกรณนุชแต่งจะแข่งอินทร์
๏ นางงามจะตามฃ้าดุจว่าพระวัชรินทร์
องค์อรรคเทวินทร์สุรอัจฉราตาม
๏ เธอผู้พระภาดาจิตข้าบ่คิดฃาม
เชิงชั้นพนันยามนลขันบ่พรั่นพรึง
๏ เธอจากนครไปหฤทัยก็คิดถึง
ใจท่านทยานจึงจรสู่จะสู้สกา
๏ ข้าแจ้งหทัยจงนลคงจะคืนมา
คอยท่าพระราชาบ่มิเว้นมิวายใจ
๏ อันการสกานั้นจะพนันประชันใคร
ใช่ญาติประยูรในวรฃัติยะธำรง
๏ ไป่แสนสนุกเหมือนดุจเพื่อนประพันธ์พงศ์
พี่น้องจะปองปลงจิตเล่นบ่เว้นกัน
๏ อันองค์พระไภมีมหิษีฉวีจันทร์
ท่านมาและท้าพนันก็จะเสียพระเมียอร
๏ วันนี้อุดมมีมนปรีดิแน่นอน
ฃ้าไซร้จะได้สมรดุจหมายบ่วายวัน
๏ วันนี้จะสมจิตจะสนิทเสน่ห์ขวัญ
ทรามไวยอุไรพรรณนุชน้องก็ของตู ๚
๑๑ เมื่อนั้นพระนลยินพจแสนจะแค้นหู
ร้อนเลือดธเดือดดูดุจไฝ่จะใคร่ฟัน
๏ ราวอัคนีรุมกรกุมพระแสงขรรค์
เวียนจับขยับพลันพระจะฟาดพระเศียรลง
๏ ด่วนดับระงับโกรธอประโยชน์บ่จำนง
จักฟันจะหั่นคงนรสิ้นจะนินทา
๏ หักใจพระไนษัธก็ดำรัสพระวาจา
ดูก่อนพระภาดาพจนาตถะปราศคุณ
๏ พูดเล่นบ่เปนสารอปการบ่เกื้อหนุน
วาจาธทารุณดุจใช่พิชัยพงศ์
๏ จักเล่นก็เล่นกันจะพนันก็พลันทรง
เธอแพ้จะแก้องค์ฤจะว่าประสาไหน
๏ เล่นแล้วก็จึ่งตรัสพจอัตถะฉันใด
จักพูดก็พูดไปดุจปากธอยากเผย
๏ จักพูดณะบัดนี้ก็บ่มีประโยชน์เลย
แม้นแพ้จะแลเงยฤจะก้มก็สมใจ
๏ ตรัสพลางกษัตริย์สองจิตปองพนันไป
ทรงทอดสกาไนษธหวังก็ดังหมาย
๏ บุษกรธหย่อนแต้มนลแย้มพระพักตร์พราย
สมบัตินิษัธฉายมรดกชนกเธอ
๏ คืนสู่พระนลสิ้นนิธิสินบ่มีเสมอ
อารัมณะบำเรอนลใคร่ก็ได้คืน
๏ เมื่อนั้นพระไนษัธอริฃัติยะฤๅขืน
เที่ยงในหทัยยืนยุติธรรมประจำองค์
๏ ไฉไลประไพลักษณ์วรพักตร์พิสุทธทรง
เบิกบานอุฬารมงคลเลิศวิไลยตา
๏ ยิ้มแย้มแชล่มตรัสศุภอัตถะวาจา
แก่องค์พระภาดาคติคำบ่ยำเยง ๚

พระนลตรัสว่า

๑๑ อ้าเจ้ากำเลาใจทุขไซร้กระทำเอง
อยาบหยิ่งบ่กริ่งเกรงพจมานประหารหู
๏ บัดนี้ก็แพ้พ่ายนิธิหลายก็ของตู
ราชัยประไพภูรุจิเรกลออศรี
๏ อันนางสอางองค์ยุพยงพระไภมี
เรืองรัตน์สวัสดีสิริเลิศประเสริฐทรง
๏ เนตรท่านณะกาลเข็ญจะมิเห็นพระโฉมยง
ตกต่ำระกำองค์ดุจข้าพระนารี
๏ ลูกเมียก็เสียหมดอปยศกำศรดศรี
ยามบุญบ่หนุนชีวะก็อับจะลับไป
๏ คราวก่อนกลีช่วยชะนะด้วยกลีไกร
ใช่ท่านชำนาญในวิธิกล้าสกาเอง
๏ เล่นกันผิซึ่งหน้าจิตฃ้าบ่กลัวเกรง
มีชัยะในเพรงก็เพราะมีกลีงำ
๏ เกิดเหตุวิเภทผ่าวระบุฃ่าวระบือคำ
โดยที่กลีทำคุรุทุกขะนานา
๏ ตูใช่จะไร้คิดมิตรจิตพระภาดา
พรากพลัดวิบัติปรารภโทษบ่โกรธเธอ
๏ เหตุหากกลีมาอนุชาก็เผอเรอ
แข่งขันพนันเมอมนมัวบ่กลัวกรรม
๏ กอบกิจสุหฤทเภทก็เพราะเหตุกลีทำ
หลีกบาปและหลาบจำจิตจุ่งจำนงบุญ
๏ โทษกรรมบ่นำพาและก็ฃ้าจะอุดหนุน
ฃาดเหลือจะเจือจุนบ่มิคิดจะอิดฉา
๏ สมบัติจะแบ่งให้ดุจได้กระทำมา
เจ้าผู้พระภาดาจรจุ่งบำรุงพล
๏ คืนสู่บุรีเดิมและเฉลิมสุมณฑล
เพลิดเพลินเจริญชนม์ดุจฃ้าอำนวยพร ๚
๑๑ เมื่อนั้นกษัตริย์บุษกรก้มประนมกร
รับสั่งพระภูธรก็ทำนูลสนองไป
๏ ข้าแต่พระภาดาขติยาธิเบนทร์ไกร
อันองค์พระทรงชัยกรุณาบ่หาเหมือน
๏ ทรงคุณอดุลย์เชิดบุญเลิศบ่ลบเลือน
ทรงศักดิ์ตระหนักเตือนจิตอยู่บ่รู้หาย
๏ ข้าช้ำระกำนักทุขจักบ่คืนคาย
เสียใจบ่ได้วายเพราะบ่รู้พระคุณเธอ
๏ ขลาดเขลากำเดาคิดคติผิดเพราะเผอเรอ
ขุ่นข้นกมลเมอขณะโลภบ่เล็งเห็น
๏ อยาบร้ายระคายเคืองดำริห์เรื่องจะก่อเข็ญ
เวรทันก็พลันเปนคุรุทุกข์ประทับใจ
๏ ฃ้าควรจะรับโทษพระก็โปรดบ่ปองภัย
แจ้งจริงมิกริ่งในจิตฃ้าพระบทมาลย์
๏ ยกโทษบ่โกรธซ้ำบ่มิหนำพระภูบาล
อวยทรัพยะสำราญนิธิโภคภูลผล
๏ ขอจงพระทรงศักดิ์บริรักษ์นิกรพล
ยิ่งหมื่นพระยืนชนม์อธิเกียรดิดำเกิง
๏ ครองกรุงผดุงรัฐอริกรรษณ์กำไรเริง
เตชเธอเสมอเพลิงดุจฃ้าถวายพร
๏ ทูลแล้วก็ทูลลาพระประชาปะภูธร
จัดเตรียมพลากรจรสู่บุรีเดิม ๚
๑๑ ปางนั้นนิกรนาครซร้องฉลองเฉลิม
โห่ลั่นสนั่นเหิมจิตหรรษะนันท์เนือง
๏ นลคืนนครแล้วดุจแก้วประดับเมือง
แต่นี้บ่มีเคืองนรราษฎร์จะสำราญ
๏ เกลื่อนกล่นถนนหลวงชนปวงก็เบิกบาน
รื่นเริงเถกิงมานณะนิเวศน์นรินทร
๏ อำมาตย์ประมุขเฃ้าจรเฝ้ามหิศร
ชนหลายถวายกรอภิวาทน์พระบาทบงสุ์
๏ ฃ้าแต่พระจอมปราณนรบาลวิบูลย์ยง
ปวงฃ้าประชาปลงจิตหลายถวายพร
๏ ชนชาวนครหมดชนบทสโมสร
เสนานรากรจรเนื่องขนัดมา
๏ เฝ้าองค์พระทรงฤทธิอภิชิตราชา
ล้อมเล่หะเทวากรเฝ้าพระมัฆวาน
๏ สรวมทรงพระชนม์ยืนประลุหมื่นฉนำนาน
ปกฃ้าประชาปานศกระปกสุรามร ๚
๑๑ ปางนั้นพระไนษัธศุภรัตน์อลงกรณ์
ดังท้าวปุรันทรกิติกล้าณะธาตรี
๏ คิดองค์พระทรามไวยอรไทยมเหษี
พลอัศวะหัสดีธก็รีบดำรัสเตรียม
๏ รถรัตน์จรัสฉายหยะผายผยองเทียม
เพียบภูพยูห์เคียมอธิราชทำนูลลา
๏ สู่รัฐวิทรรภ์เฝ้าอรเยาวะรามา
นงคราญสราญตาสุขเขมเปรมปรีดิ์
๏ เฝ้าองค์ชนกไท้อรไทยพระชนนี
บังอรจะจรลีณะนิษัธนครฃัณฑ์
๏ รับพรกษัตริย์สองดุจคลองลบองบรรพ์
ทูลลาพระทรงธรรมะชนกและชนนี
๏ พาองค์พระลูกคู่จรสู่นิษัธศรี
ปางนั้นพระนลปรีดิสวัสดิ์เสวยรมย์
๏ เบิกบานสราญรื่นรสชื่นชลอชม
สุขใจไชมสมจิตสองธครองกัน
๏ ดังองค์พระเทวราชศจินาถธครองสวรรค์
เริงรมยะชมนันทนะเรื้องณะเบื้องบน
๏ ทรงรัฐนิษัฐราบสุรภาพระบือพล
บรฃามพระนามนลกิติแล่นณะแดนตรี
๏ ลือชาสง่าศักดิ์บริรักษ์ประชาชี
ชมพูทวีปปรีดิพระเดชพระราชา ๚

จบนิทานเรื่องพระนล

๑๖ อัญขยมกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์รจนา
พระนลคำฉันท์บรรจง
๏ สมหวังดังจิตคิดทนงสิ้นบทหมดลง
ก็เปรมก็ปริ่มอิ่มใจ
๏ เหตุรักหักท้อหฤทัยพากเพียรเขียนใน
เวลาที่ว่างบางวัน
๏ น้อยน้อยค่อยประดิษฐคิดบรรจงคำสำคัญ
ครุลหุจุใจ
๏ พลาดพลั้งยังมีหรือไรอ่านหวนทวนไป
บ่พบก็น่านึกเห็น
๏ ว่าฉันท์ถูกถ้วนควรเปนฉบับที่กวีเอ็น
ดูว่าได้เพ่งเล็งทำ
๏ วางแล้วจับเล่าเฝ้าจำค้นคว้าหาคำ
ละบทละบทจดเขียน
๏ หวังใจไว้คำจำเนียรเชิญยลผลเพียร
ประสบเพราะใส่ใจแสวง
๏ ใคร่เปนพยานคำสำแดงครูฉันท์ท่านแถลง
“กระวีฤๅแล้งแหล่งสยาม”
๏ คำรบไตรรัตน์เรืองนามขอคุณหนุนความ
เสวยสวัสดิ์สมบูรณ์

จบบริบูรณ์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ