สรรคที่ ๒

อินทรวงศ์ฉันท์

๑๒ เมื่อนั้นพระไภมียุวดีกำดัดฤดี
คำนึงพระนลมีนยะหงส์พิหงคะทูล
๏ หมองหมายบ่วายว่างสุขนางก็ส่างก็สูญ
อาดูรอดูลย์ภูลพิศวาสบ่คลาดบ่คลาย
๏ ยามนิทร์บ่นิทร์เนานิทระเศร้าทุรนทุราย
ร้อนรนสกลกายบ่มิเหือดก็เดือดกมล
๏ โภชน์ตั้งก็นั่งเฉยบ่เสวยกระยาสุคนธ์
กลุ้มกลัดสบัดตนอุระเข็ญลำเค็ญรำคาญ
๏ พักตร์พิมพะพริ้มเพราพิศเศร้าบ่เบิกบ่บาน
ขุ่นข้นกมลมาลย์มลหมางระคางระคาย
๏ เคยสรวลบ่สรวลสันต์จิตซั้นระส่ำระสาย
แค้นคิดระคายหมายมนแล้วก็แคล้วก็คลา
๏ เคยมีฉวีฉ่องสิริผ่องประไพประภา
บัดนี้ฉวีวามก็หมองบ่รองบ่เรือง
๏ เผลอ ๆ มะเมอมนจิตจนก็ข่นก็เคือง
ผิวพักตร์ก็ชักเหลืองวรรูปก็ซูปก็ผอม
๏ บัดนั้นพระพี่เลี้ยงทนุเคียงยุพาถนอม
เห็นราชธิดาตรอมจิตหม่นกระวนกระวาย
๏ หนักใจก็ไปเฝ้าณะพระเจ้าวิทรรภะฉาย
ทูลว่าธิดาสายจิตไท้มิใคร่เสบย
๏ เมื่อนั้นพระจอมธรรมะวิทรรภะฟังเฉลย
ห่อนรู้ระหัสเผยธก็ร้อนอุราสลาย
๏ ลูกกูก็ชีพกูจิตกูบ่รู้สบาย
ใจกูบ่ดูดายอุระเดือดบ่เหือดทำงน
๏ หนักในหทัยท้าวระอุร้าวบ่รู้จะทน
จึ่งองค์พระทรงพลก็ละห้อยละเหี่ยหทัย
๏ รำลึกพระชนมายุยุพาประภาพิไลย
นงเยาว์ลำเภาไวยะก็รุ่นเจริญจรูญ
๏ สมควรสยุมพรอรชรพิธีพิทูร
สมศักดิสมบูรณ์วรเกียรติ์ขจายขจร
๏ ตรึกเสร็จก็ตรัสสั่งกิจดังมนานุสร
เสนาพลากรสุมนัสก็จัดก็ปัน
๏ ส่งข่าวและป่าวทั่วนคเรศะเฃตตะฃัณฑ์
ทุกรัฐกษัตริย์อันจิตหวังพระอังคนา
๏ ทราบข่าวสยุมพรอรไทยประไพประภา
เสียวศัลย์กระสันหากลยาณิ์ประภาประไพ
๏ ต่างองค์ทนงฤทธิ์มนคิดจะสมหทัย
ต่างองค์ทนงใจจรหมายจะได้สมร
๏ ร้อนรักตะหนักมาดพิศวาสพระนางบวร
เวียนหวังพระบังอรอุระเต้นบ่เว้นทิวา
๏ ไฝ่ถึงยุพีภีมะบุตรีสุโลจนา
ฝันถึงยุพาภาดรุณีพระภีมะพงศ์
๏ ต่างเตรียมพลากรอภิฤทธิเรืองณรงค์
เนืองแน่นณะแดนดงจรโดยวิทรรภ์วิถี
๏ ถั่นถึงนครรัตน์ก็กษัตร์สุภัทร์พลี
เฝ้าภีมะราชภีมะก็รับก็เลี้ยงก็ดู ๚
๑๒ เมื่อนั้นมุนีนาทรญาณวิธานวิทู
เชี่ยวฌานวิศาลบูรณะก่องเถกิงถกล
๏ อีกทั้งมุนีบรรพตอันวิชาวิมล
สองเหิรระเห็จหนจรโดยอำพรพิถี
๏ ถั่นถึงสวรรค์เวียงอมราวะดีมณี
จึ่งสองพระโยคีจรไปณะไวชยันต์
๏ เฝ้าองค์พระวาสพอมเรนทร์วฤตระหัน
สมเด็จพระจอมสวรรค์ก็คำรพไชมมุนี
๏ ถามทุกข์แลสุขในภพโลกมนุษยะมี
เจริญจรูญพิบูลย์ปรีดิสวัสดิฤๅฤษี
๏ จึ่งสองมุนีน้อมมนทูลทิวัสบดี
ในโลกมนุษย์มีสุขเปรมเกษมกมล
๏ บรรดาพระราชาขติยาธิเกียรติ์ถกล
ทุกที่มหิดลก็สวัสดิ์พิพัฒน์ประพันธ์
๏ เมื่อนั้นสุราธิปทิพราชมไหศวรรย์
ฟังทูลพระทรงธรรมะก็ปริ่มหทัยะปรีดิ์
๏ ตรัสถามพระนักสิทธมหิทธิเวททวี
ดูราพระโยคีพรตผู้พิสุทธพิสัย
๏ อันเหล่าพระราชาธิกษัตริย์วิวัฒน์วิชัย
ครองเวียงกำเรียงไกรอภิชิตมหิทธิ์มหัน
๏ ต่างองคะต่างทรงสุรภาพอเนกอนันต์
ทุกองคะทรงธรรม์สุจริตวิสิฏฐ์วิศาล
๏ ต่างองคะหายพักตร์บ่มิยาตรณะคัคะณานต์
ตูห่อนจะพบพานภพนาถนรินทะใด
๏ เหตุใดกษัตราธิกอานุภาพะไกร
จึ่งหายพระพักตร์ไปบ่มิสู่สวรรคะเลย
๏ เมื่อนั้นพระนารทพจพร้องฉลองเฉลย
อันซึ่งกษัตริย์เคยจรชั้นสวรรค์ก็หาย
๏ ด้วยเหตุสยุมพรอรชรสุพรรณราย
กานดายุพาสายจิตภีมะวีระวงศ์
๏ ทุกเทศเกษตรรัฏฐกษัตริย์ก็เตร็จก็ตรง
สู่เวียงวิทรรภ์จงมนมุ่งวิมลสุมาลย์
๏ เหตุนี้บ่มีใครจรเฝ้าพระมัฆะพาน
สมเด็จมรุตวานธตระหนักหทัยเทอญ ๚
๑๒ เมื่อนั้นพระโลกบาลแลพระอัคนีเจริญ
เสด็จเยือนพระอินทร์เมิลพระฤษีสุมนต์ยุคล
๏ ต่างองค์ก็ยินความมุนิงามแถลงยุบล
ต่างองค์ก็มุ่งกมลจะเสด็จณะเมทินี
๏ เพื่อการสยุมพรกลยาณิ์ประภาฉวี
ต่างองค์ประสงค์ศรีอรราชพาลิกา
๏ องค์อินทร์วรุณยมและพระเพลิงเถกิงประภา
ต่างทรงมหาวาหนะเหิรระเห็จทยาน
๏ หมายมุ่งวิทรรภ์รัตนะนครบวรวิศาล
พรึบพร้อมพหลหาญพลแห่อำพรสลอน ๚
๑๒ กล่าวฝ่ายพระนลราชนรนาถนิษัธนคร
ทราบฃ่าวสยุมพรอรนุชก็สุดกระสัน
๏ รีบจัดพลากรบทจรนครวิทรรภ์
คำนึงพระนุชพลันพระก็เร่งพหละคลา
๏ นึกนุชบ่เหนื่อยนึกอุระทึกระลึกยุพา
หมายนางบ่หมางมานเสน่ห์วิมลสมร ๚
๑๒ เมื่อนั้นพระวัชรีอคนีเถกิงบวร
ยมราชวรุณจรพลผองผยองโพยม
๏ ต่างยลพระนลทรงสิริลักษณ์พิไลยประโลม
ตรูตาสง่าโฉมภพหล้าจะหาบ่เหมือน
๏ สี่เทพธอยุดพาหนเด่นประดุจจะเดือน
ลงจากโพยมเยือนนลราชณะแนวพนม
๏ มีเทพกถาสุนทรชื่นบ่ขื่นบ่ขม
ถ้อยคำก็ฉ่ำฉมผิวฟังก็ดังจะกลืน
๏ ดูราพระทรงศักดิ์ปรปักษ์บ่ฝ่าบ่ฝืน
ขันแขงพระแสงปืนอภิศักดิ์ตระหนักสวรรค์
๏ ทรงโฉมประโลมลักษณะพักตร์ประจักษะพลัน
ทรงศรีฉวีวรรณวรเดชวิเศษวิมล
๏ เชิญองค์นิษัธนาถนลราชพลีพหล
กอบกิจประกอบผลดุจเราจะกล่าวถวาย ๚

จบสรรคที่ ๒ ในนิทานเรื่องพระนล

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ