บทที่ ๖

เมื่อขึ้นไปได้สักครู่ ฟรีดา สตีสส์ก็กลับเข้ามาในห้องอีก พร้อมด้วยมิสเตอร์สตีลส์และพระองค์เจ้าวรประพันธ์ ฟรีดาเป็นคนรูปร่างสูง ผมทอง นัยน์ตาสีน้ำเงินอ่อน หล่อนเป็นคนเฉยๆ แต่เอาการเอางาน มิสเตอร์สตีลส์แม้ไม่อ้วนจนเกินไปก็เป็นคนขี้ร้อน มีนิสัยชอบเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อที่ตามหน้าและคอเสมอ แกมีอายุประมาณ ๕๐ ปี ศีรษะล้านเล็กน้อย แต่งตัวอย่างไม่ “แคร์” ว่า จะถูกต้องตามสมัยนิยมหรือไม่ ขอแต่ให้สบายไว้เป็นพอ ส่วนพระองค์เจ้าวรประพันธ์เจ้านายของเราพระองค์นี้ ยังคงเป็นนักเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด พระชันษาไม่เกิน ๒๕ ปี ไม่ใช่ “เจ้าไม่มีศาล” อย่างที่ไอรีนเรียก และไม่ใช่เจ้านายกำมะลอ ในหมู่นักเรียนไทยด้วยกันในเมืองนอก พระองค์เจ้าวรประพันธ์เป็นผู้ที่มั่งมีที่สุดคนหนึ่ง เจ้านายพระองค์นี้มีคนไทยรู้จักน้อย เพราะ พระองค์ไม่มีเวลา ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขามากนัก ตามที่นักเรียนไทยรู้จักกันก็แต่เพียงพระนามเท่านั้น

“เลดีมอยรา!” มิสเตอร์สตีลส์เป็นผู้ออกอุทานขึ้นก่อน

เลดีมอยราเวลานั้นนั่งอยู่ติดกับข้าพเจ้าลุกขึ้นไปต้อนรับ พลางพูดด้วยกิริยาท่าทางอันล้อเลียนตามเคยกับท่านเศรษฐีว่า “อะไรจ๊ะ มิสเตอร์สตีลส์?”

“ฟรีดาได้อธิบายให้ฉันโดยละเอียดแล้วว่า บอบบี้ ชายลึกลับของเธอนั้นเป็นใคร” แกพูดขณะที่สัมผัสมือกับหล่อน “จริง ฉันรู้สึกแปลกใจมาก เพราะไม่เคยคิดเคยฝันว่าผู้ที่ฉันต้องการพบมากที่สุดจะเป็นคนไทยเช่นเดียวกับพระองค์เจ้าวรประพันธ์ของเรา”

เลดีมอยราแนะนำข้าพเจ้าให้ท่านเจ้าของบ้านรู้จัก แกหัวเราะ แล้วจับมือข้าพเจ้าบีบและสั่นโดยแรงจนรู้สึกเจ็บ สบเนตรพระองค์เจ้าวรประพันธ์ ข้าพเจ้าถวายคำนับ ท่านปราศรัยว่า “ยังไง วิสูตร เธอหมู่นี้มีชื่อเสียงใหญ่นะ” เมื่อการแนะนำเสร็จสิ้นลงแล้ว เราก็ต่างทรุดตัวลงนั่งตามที่ต่างๆ ในห้องตามแต่จะถนัด มิสเตอร์สตีลส์นั่งหันหน้ามาทางข้าพเจ้า เจ้าหญิงอรุยาเสด็จไปประทับติดกับมาเรีย เกรย์ทางมุมห้องอีกด้านหนึ่งถัดจากเขาไปไม่ไกลนัก

“บอบบี้” ท่านเศรษฐีถือวิสาสะเรียกข้าพเจ้าได้อย่างสนิทสนม “เธอได้ทำบุญคุณให้ฉันมากทีเดียว ฉันเห็นแปลกที่ว่าเธอไม่รู้จักพวกฉันมาก่อนเลย แต่ทำไมเธอจึงเขียนเรื่องราวของครอบครัวฉันได้ถูกต้องก็ไม่ทราบ แล้วเธอไปเที่ยวหารูปแปลกๆ มาประกอบเรื่องจากที่ไหน?”

“มีคนที่โรงพิมพ์มาถ่ายภาพที่นี่หลายคน มิสเตอร์สตีลส์” ข้าพเจ้าตอบ “ท่านไม่ทราบดอกหรือ?”

“ฉันรู้สึกปลื้มใจมาก” แกพูดด้วยกิริยาอันภูมิใจอย่างยิ่ง “เรื่อง ‘ตลาดบำเพ็ญบุญ’ ของฉันที่เธอเขียนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกใจฉันมาก นี่ถามจริงๆ เถอะ ตามที่เธอเขียนถึงความดีความงามต่างๆ ของฉันลงในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ‘ไบสแตนเดอร์’ นั้น เธอหมายความจริงเช่นนั้นหรือ?”

“สิ่งที่ผมเขียนไป” ข้าพเจ้าตอบ “ผมเชื่อแน่ว่าผมพูดไม่ปด”

“มิสเตอร์สตีลส์” เลดีมอยรากล่าวสอดขึ้นอย่างสุภาพ “อย่ากลัวเลยว่าบอบบี้จะไม่ได้หมายความเช่นนั้น ถ้าเขียนถึงความดีความงามของใคร เขาต้องเขียนโดยความตั้งใจจริงเสมอ บอบบี้เป็นผู้ที่เห็นคนดีไปหมดและรักคนทั่วโลก”

“ไม่จริง มอยรา เธออย่าทำเรื่องให้เสียไปเสียหมดซี” มาเรีย พูด “บอบบี้ไม่ได้รักคนทั่วโลก แต่รักมิสเตอร์สตีลส์คนเดียว”

ท่านเศรษฐีหัวเราะก๊ากใหญ่ พยักหน้ามาทางข้าพเจ้าและมาเรีย แล้วกล่าวว่า “เธอทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันดีมาก”

“มิสเกรย์” เจ้าหญิงอรุยารับสั่งกับมาเรีย “ฉันเชื่อว่าที่เลดีมอยราพูดเมื่อกี้ เป็นคำสรรเสริญอันดีสำหรับบอบบี้”

“นี่แน่ะ เลดีมอยรา” มิสเตอร์สตีลส์กล่าว “เธอจำได้ไม่ใช่หรือ ที่ฉันบอกเธอไว้ว่าการต้อนรับของฉันจะทำให้เธอแปลกใจมากเหมือนกัน เธอคงไม่นึกว่าฉันจะเชิญชาวต่างประเทศมาร่วมวงกับเราด้วย และเป็นชาวต่างประเทศที่มีเกียรติยศสูง”

“จริง มิสเตอร์สตีลส์” เลดีมอยราสารภาพ “ฉันไม่เคยนึก”

“ที่นี่เรามีอรุยา เจ้าหญิงแห่งตระกูลราชปุทส์ (Rajputs) ของประเทศอินเดีย และวรประพันธ์ เจ้าชายพระองค์หนึ่งแห่งประเทศสยาม คนทั้งสองนี้เรารู้จักมานานแล้ว และเรารักมาก เพราะเป็นคนมีอัธยาศัยดี ใจคอกว้างขวาง” มิสเตอร์สตีลส์กล่าวเป็นเชิงสุนทรพจน์ต้อนรับ “ยิ่งกว่านั้น ฉันยังรู้สึกยินดีที่ได้บอบบี้ซึ่งเป็นนักเขียนชาวไทยมาร่วมวงให้เกียรติยศแก่เราด้วยอีกผู้หนึ่ง ในการต้อนรับนี้เสียดายที่ภรรยาของฉันไม่สามารถจะมาเป็นเจ้าของบ้าน คอยต้อนรับพวกเธออยู่ด้วย เพราะเป็นคนอ่อนแอ เจ็บๆ ป่วยๆ เสมอ ต้องไปตากอากาศอยู่เสียที่ริเวียรา”

“ในการที่ฉันได้เชิญทุกคนมารวมเป็นการสันนิบาตเพื่อความรื่นเริงครั้งนี้” ท่านเศรษฐีกล่าวต่อไป “ฉันมีความมุ่งหมายเป็นพิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือ ฉันต้องการจะให้ ‘ผิวเหลืองและผิวขาว’ (East and West) มีโอกาสได้พบและรู้จักกัน ฉันมีความสนใจในเรื่อง ‘ผิวเหลืองและผิวขาว’ นี้มาก และมีความเชื่อมั่นอยู่ว่า เมื่อมีโอกาสได้รู้จักกันดีพอ ‘ผิวเหลืองและผิวขาว’ จะเข้ากันได้เสมอ”

มิสเตอร์สตีลส์หยุดพูดครู่หนึ่ง ควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับเหงื่อ แล้วกล่าวต่อไป “เนื่องด้วยได้ทำงานกันมาแล้วเป็นเวลาหลายเดือน พวกเธอได้รับอนุญาตให้หยุดหนึ่งอาทิตย์ บ้างก็สิบวัน บ้างก็เดือนหนึ่ง ฉะนั้นสำหรับการต้อนรับคราวนี้ จะเปิดโอกาสให้เธอคนละหนึ่งเดือน ผู้ใดที่มีธุระจะต้องไปจากเราก่อนเวลาที่กำหนดนั้น จะต้องถูกปรับให้เสียคนละหนึ่งปอนด์สเตอร์ลิง ในขณะที่เธออยู่ที่นี่ ขอให้เธอคิดว่าบ้านนี้เป็นบ้านของเธอ เธอจะทำอะไรได้ทุกอย่าง เราจะพาเธอไปดูห้องที่เธอจะต้องอยู่และสถานที่ในบริเวณให้รู้จักกันไว้”

พวกเราต่างก็เข้ามาจับมือแสดงความขอบพระคุณท่านเจ้าของบ้าน มิสเตอร์สตีลส์ บุตรสาวทั้งสอง เจ้าหญิงอรุยา และพระองค์เจ้าวรประพันธ์ทำหน้าที่เป็นเจ้าของบ้านพาเราไปดูสถานที่

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ