บทที่ ๑๖

พร้อมด้วยความชื่นบาน ความร่าเริง ความผาสุก เนื่องจากที่ได้ทรงแน่พระทัยไว้แล้วว่าได้ทรงชนะสงครามแห่งความรัก...รักไอรีน...ชนะอย่างไม่มีใครจะมาชิงเอาความมีชัยไปได้ พระองค์เจ้าวรประพันธ์เสด็จไปในการเต้นรำที่บ้านแอสตัน เมเนอร์-เฮาส์ กับพวกมิสเตอร์สตีลส์ เนื่องจากการเต้นรำครั้งนี้ เกี่ยวกับการเรี่ยไรเงินเพื่ออุทิศให้กองการกุศลแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงมีโอกาสเข้าไปร่วมวงกับเขาด้วย ในนามของคณะหนังสือพิมพ์

มิสเตอร์สตีลส์ตั้งใจจะไปเป็นผู้ปกครองของสตรีสาวที่ตนพาไป มีธิดาทั้งสองของแกและเจ้าหญิงอรุยา แต่พอไปถึงเข้าจริง มีพวกพ้องมาฉุดไปโน่นไปนี่ไม่มีเวลาอยู่นิ่งได้ แกเลยปล่อยให้แม่สาวทั้งสามสนุกสนานกับผู้ชายที่แวดล้อมหล่อนอยู่ พระองค์เจ้าวรประพันธ์เป็นผู้ที่มีรูปร่างสูงระหงแม้จะเล็กก็เตันรำเก่ง และเต้นกับไอรีนครั้งแล้วก็ครั้งเล่า จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งมาตบพระอังสาเบาๆ ขอพรากไอรีนจากท่านไปเต้นรำกับเขาชั่วคราว พระองค์ชายกำลังเป็นสุข กำลังสนุก เมื่อเกิดมามีผู้มาขัดขวางอย่างสุภาพเช่นนั้น ท่านก็จำพระทัยต้องยอมปล่อยให้ไอรีนไปเต้นรำกับเขา

พระองค์ชายทรงเดินจะมาหาข้าพเจ้า ทางอีกด้านหนึ่งของห้อง แต่ก่อนที่จะมาถึงก็มีใครคนหนึ่งมาจับพระกรท่านไว้โดยฉับพลัน พระองค์ชายสะดุ้งเหลียวไปพบเจ้าหญิงอรุยาทรงยืนอยู่ข้างๆ เธอ ทรงฉลองพระองค์แบบราตรี เป็นกำมะหยี่สีแดงอ่อน เปิดพระศอ ตํ่าลงมาพองาม มีแพรชีฟองสีดำห้อยประดับ และดอกกุหลาบสีชมพูติดพระอังสาเบื้องซ้าย และสวมสร้อยไข่มุกสร้อยหนึ่งรอบ พระศอ อีกสร้อยหนึ่งพันไปกับพระเกศาซึ่งเกล้าไว้เป็นมวยพองาม

“ยังไงเน็ด” เธอปราศรัยกับพระองค์ชาย “เธอไม่เต้นรำแล้วหรือ?”

“ประเดี๋ยวฉันจะเต้น อรุยา” ท่านรับสั่งตอบอย่างสุภาพ

“เต้นกับไอรีนใช่ไหม?” เธอตรัสถามอย่างเยาะเล็กน้อย “แต่เวลานี้ไอรีนยังเต้นอยู่กับคนอื่น เธอออกไปนั่งเล่นกับฉันที่เฉลียงก่อนจนกว่าจะจบเพลงซี เอาบอบบี้ (ข้าพเจ้า) ไปด้วย”

“ได้ซี อรุยา” พระองค์ชายรับสั่งรับคำอย่างเสียไม่ได้ “แต่เธอไม่ชอบเต้นรำมากกว่าหรือ...เต้นกับฉัน”

“แหม ไม่ได้ดอกเน็ด ขอบใจมาก ฉันเต้นรำกับเธอไม่ได้เป็นอันขาด คนบ้าพวกนี้เขาจะได้หัวเราะกันตาย เราไม่ควรจะเต้นรำด้วยกันไม่ใช่หรือ? ไปนั่งคุยกันข้างนอกดีกว่า เอาบอบบี้ไปด้วย” ตรัสแล้วอรุยาก็หันมากวักพระหัตถ์เรียกข้าพเจ้าไป เราเดินออกประตูใหญ่ไปยังเฉลียงอันว่างเปล่า อรุยาประทับบนเก้าอี้ยาวเชสเตอร์ฟิลด์ ทรงจัดเครื่องแต่งพระองค์ให้เรียบร้อย แล้วชวนให้พระองค์ชายและข้าพเจ้านั่งสองข้างเธอ

“เน็ด” เธอตรัส “ฉันเสียใจเหลือเกินที่ได้แสดงกิริยาอันไม่สุภาพกับเธอเมื่อสองสามอาทิตย์มานี้ แต่เดี๋ยวนี้ฉันเกรงว่าฉันจะต้องแสดงกิริยาอันไม่สุภาพกับเธออีก เพราะ...เพราะฉันต้องการจะบอกความจริงบางอย่างให้เธอทราบ ฉันต้องการจะช่วยเธอ..ต้องการเป็นเพื่อน” นิ่งอยู่สักครู่อรุยารับสั่งถามว่า “เธอรักไอรีน สตีลส์มากเหลือเกินจริงไหม?”

“เธอรู้ได้อย่างไร” พระองค์ชายตรัสย้อนถาม

เจ้าหญิงทรงพระสรวล

“ฉันรู้เพราะฉันไมใช่คนตาบอด” เธอตรัสตอบ “เธอจำได้ไหมที่ฉันเคยว่าเธอเหมือนสุนัข ‘ฟีเรลล์’ ของฉัน? นั่นแหละ ถ้าเธอจะเห็นตัวของเธอเองยืนอยู่ที่ประตูนั้นจ้องดูหล่อนตลอดเวลา เธอจะไม่ต้องการให้ฉันอธิบายว่า ทำไมเธอจึงเหมือนกับฟีเรลล์เป็นอันขาด ตาของเธอวิ่งตามหล่อนไปทุกแห่ง ตามไปอย่างตาของทาสของฟีเรลล์ ประเดี๋ยวซี อย่าเพ่อโกรธ” เธอห้ามพระองค์ชายขณะที่ท่านจะลุกหนี “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหยาบกับเธอ แต่อย่างไรก็ดีหล่อนช่างดีต่อเธอเสียเหลือเกิน จนเธอก็ไม่รังเกียจที่จะเป็นสุนัขของหล่อนไมใช่หรือ?”

“แน่นอน” พระองค์ชายทรงตอบ “ฉันเชื่อว่าฉันจะสมัครเป็นหมาของไอรีนมากกว่าเป็นเพื่อนของเธอที่เธอต้องการจะช่วย”

“ฉันรู้” เธอตรัส “งั้นซี ฉันจึงรู้สึกเสียใจสำหรับเธอมาก เธอ...เธอรักหล่อนมาก...มากพอที่จะขอให้หล่อนแต่งงานกับเธอ งั้นไม่ใช่หรือ?”

“แน่นอน” พระองค์ชายทรงตอบอย่างไม่หวาดหวั่น “ฉันตั้งใจจะขอให้เธอแต่งงานกับฉันในสองวันนี้”

“ฉันขอบอกเธอว่าเธอจะไม่ทำอะไรบ้าๆ เช่นนั้นเป็นอันขาด” อรุยารับสั่งด้วยพระสุรเสียงอันดังเป็นเชิงบังคับผิดธรรมดา ข้าพเจ้าสังเกตเห็นอัสสุชลหล่ออยู่ในพระเนตรทั้งสองของเธอ “ถ้าเธอไปขอให้หล่อนแต่งงานด้วย เธอจะถูกปฏิเสธ หล่อนรักคนอื่น หล่อนไม่เคยรักเธอ” หันมาทางข้าพเจ้า อรุยารับสั่งกับพระองค์ชายต่อไปว่า “บอบบี้รู้ดี แต่ทำไมเขาถึงไม่บอกเธอ ฉันไม่ทราบ เธอไม่รู้จักชาวอังกฤษพวกนี้ เขาเกลียดเรา เขาเรียกเราว่าพวกแขก นิโกร โอ! ฉันรู้ดีว่าเธอจะพูดอย่างไร เธอต้องการจะบอกฉันว่าเขา ‘ทรีต’ เราดี...เท่ากับพวกเขา เราเป็นผู้ที่เขาเชิญมาเป็นแขกคืนนี้ แต่...นั่นไม่เป็นของสำคัญ เขาเห็นเราเป็นคนเหมือนเขาในบางสิ่งบางอย่างเท่านั้น เขาอาจพูดจากับเรา หัวเราะกับเรา บางทีถึงกับรักกับเธออย่างเล่นๆ แต่คนพวกนี้เขาจะไม่แต่งงานกับเราเป็นอันขาด ฉันรู้!”

“แต่พี่ชายของเธอ—เจ้าชายมุรัต— ได้แต่งงานไปกับผู้หญิงอังกฤษ! คนเขาพูดกันทั้งบ้านทั้งเมือง” พระองค์ชายรับสั่งขัดขึ้น

“แล้วเขาพูดกันอย่างไรเล่า? เขาพูดกันอย่างขยะแขยงขนลุกขนพอง เขาเห็นเป็นสิ่งที่น่าขายหน้าน่าละอายที่สุด”

พระองค์ชาย “ฉันไม่เคยรู้สึกว่าเขาพูดในความหมายเช่นนั้น”

เจ้าหญิง “ยิ่งกว่านั้น เมียของพี่ฉันไม่ใช่คนในจำพวกไอรีนของเธอ หล่อนรักพี่ฉันเพราะหล่อนเห็นเขารูปร่างลํ่าสันผิวขาวเหลือง หน้าตาเป็นผู้ชาย สวยสะอาด เมื่อผู้หญิงคนใดเกิดนิยมในสิ่งเหล่านั้นแล้ว หล่อนก็อยาก ‘ลองดี’ มันเป็นความรักเกิดจากความประสงค์ของกฎธรรมดา ฉันรู้สึกเสียใจสำหรับพี่ชายฉันมาก”

พระองค์ชาย “ทำไม?”

เจ้าหญิง “เพราะความรักเช่นของพี่สะใภ้ฉันเป็นความรักอายุสั้น แต่ไอรีนไม่ใช่คนอย่างนั้น หล่อนเป็นคนธรรมดา-เป็นผู้หญิงอังกฤษที่ธรรมดาที่สุดคนหนึ่ง ไม่มีอะไรที่เหมือนกับนางฟ้าอย่างที่เธอนึกแม้แต่น้อย และหล่อนไม่ได้รักเธอโดยความประหลาดอย่างที่เมียของพี่ชายฉันรัก ไอรีนไม่มีวันจะทำอะไรอย่างพี่สะใภ้ฉันทำ เพราะหล่อนมีสติและอำนาจความนึกคิดที่จะห้ามความประสงค์ของกฎธรรมดานี้เสียได้ เมื่อรู้สึกว่ามันจะดำเนินไปนอกลู่นอกทาง”

อรุยาเหลือบพระเนตรไปดูพระองค์ชายด้วยกิริยาอันเร่งร้อน คล้ายกับจะให้พระองค์ชายรับสั่งกับเธอบ้าง แต่เมื่อเห็นพระองค์ชายยังคงนิ่งฟังอยู่ อรุยาจึงรับสั่งต่อไปว่า “เธอไม่รู้สึกบ้างดอกหรือว่าฉันกำลังสรรเสริญไอรีนผู้ที่เธอรัก? ธรรมชาติมิได้เจตนาให้คนผิวเหลืองผิวดำเป็นผัวเมียกับคนผิวขาว เพราะเป็นการตรงกันข้ามกับกฎที่ถูก ทางประเทศตะวันออกเราก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน คนทางบ้านเราไม่อยากให้เราแต่งงานกับพวกชาวตะวันตก เพราะถึงแม้จะเป็นพวกที่ไม่เคยเห็นความศิวิไลซ์ เขาก็ยังรู้ได้ว่าเมื่อแต่งงานกันแล้วก็จะมีแต่ความทุกข์ความเสียดาย เรา—เธอกับฉัน—เป็นคนหัวอกอันเดียวกัน เธอมาอยู่เมืองอังกฤษตั้งแต่เด็ก ฉันมาอยู่ตั้งแต่เกิด และยังไม่เคยไปเห็นเมืองอินเดียเลย เขาเลี้ยงเราเป็นเด็กอังกฤษ ทำให้เรามีนิสัยเป็นพวกเขา เราลืม... ลืมว่าจิตใจของคนไทยหรือคนฮินดู ซึ่งเป็นจิตใจของเราเองนั้นเป็นอย่างไร”

“แต่เขาได้ให้อะไรเราหลายอย่างเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน” พระองค์ชายรับสั่งค้าน “ฉันคงจะไม่มีความรู้สึกอันดีเลิศสำหรับผู้หญิงได้อย่างที่ฉันมีสำหรับไอรีน ถ้าฉันคงอยู่เมืองไทยและไม่เคยมาอยู่เมืองนอกเลย”

“แล้วมีอะไรบ้างเล่าที่เราควรจะขอบใจเขา?” เจ้าหญิงรับสั่ง แล้วทรงพระสรวลด้วยความขมขื่น “เธอจะรู้สึกเป็นสุขได้อย่างไร ถ้าเขาได้สอนให้เธอมีจิตใจอย่างที่เธอไม่ควรมี... ถ้าเขาสอนให้เธอ อยากได้สิ่งที่เธอไม่มีวันที่จะได้?”

“แต่เธออาจผิด” พระองค์ชายรับสั่งรู้สึกสงสาร “เธอเกลียดพวกอังกฤษ และเธอให้ความอยุติธรรมแก่เขา”

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ