เพลงยาวเจ้าพระ

บทที่ ๑ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๑

๏ ได้ยลยุบลลักษณ์ในอักษร
ซึ่งพระหลานบรรหารพจน์เป็นบทกลอนก็อวยพรศรีสวัสดิ์ให้วัฒนา
จงเชี่ยวชาญการกระวีวิธีปราชญ์เฉลียวฉลาดตรองตรึกที่ศึกษา
ให้จะแจ้งทุกแห่งเห็นเจนจินดาอย่าโรยราอุสาหะสละเพียร
ซึ่งไม้ม้วนมีถ้วนยี่สิบสรรพกว่านั้นนับมลายล้วนไม่ควรเขียน
อักษรสามตามตำหรับฉบับเรียนให้ชำเนียนชำนิชัดสันทัดแท้
ทั้งโทเอกเลขเจ็ดกับกากะบาททัณฑฆาฏต่ายคู้รู้จงแน่
สำเนียงสูงต่ำนั้นอย่าผันแปรถ้าฉวยแชแล้วสิเชือนชักเปื้อนปน
อันสามสอพ่อจงท่องให้คล่องไว้ชอบที่ใช้ตามบังคับไม่สับสน
สังเกตผิดลิขิตเพี้ยนเขียนนิพนธ์นักปราชญ์ยลเย้ยสรวลจะชวนอาย
แม้นจักทำโคลงสุภาพอย่าหยาบคิดพึงพินิจจงชอบระบอบหมาย
ข้างเอกไซ้ใช้ได้อักษรตายแต่ข้างฝ่ายโทนี้ไม่มีแทน
จงหาโทแต่ที่สิ้นมลทินโทษจะอ้างโอษฐเขาคงชมคารมแม่น
ถ้าโทเพี้ยนมักติเตียนว่าปราชญ์แกนจะซ้ำแสนอัประมาณป่วยการทำ
จงดำริห์ตริตรองให้ต้องแบบยังอย่างแยบจะบอกพ่อที่ข้อขำ
ทุกสิ่งสรรพ์พรรณนาอุส่าห์จำอย่าพลาดพล้ำสติเผลอเลินเล่อ เอยฯ
พึง พ่อหน่อนเรศผู้ภาคิไนย นารถเฮย
เรียน ลักษณอักษรไทยถ่องถ้อย
เพียร เพิ่มเริ่มพจนไขคำปราชญ์ เสนอนา
รู้ รอบกอบกลร้อยเรื่องอ้างทางเกษม ฯ

บทที่ ๒ ของนายนาก ถวายเจ้าพระพระองค์ที่ ๓

๏ ขอนอบนบเคารพบาทพระจอมเศียร
ซึ่งผนวชในพรหมพรตกำหนดเพียรจงทรงเรียนทางปราชญ์ชาติกระวี
กระหม่อมเล่าเผ่าพงศ์หินชาติจะหมายมาดคู่พรหมไม่สมศรี
ด้วยเป็นไพร่จะให้ตอบพระวาทีบาระมีเปนที่ยิ่งยังกริ่งครัน
แม้นพระไทยใคร่ทรงดำรงเรื่องที่ข้องเคืองโปรดให้อไภยฉัน
ด้วยกลอนตอบชอบผิดต้องติดพันซึ่งโทษทัณฑ์อนุญาตให้ขาด เอย ฯ

บทที่ ๓ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๓ ตอบนายนาก

๏ สดับรศพจนาเลขาสนอง
แสนดีใจด้วยได้สมอารมณ์ปองแต่นอนตรองตรึกหามาช้านาน
พอได้ฟังฝีปากนายนากกล่าวเปนเรื่องราวรจนามาในสาร
จึงค่อยเรืองปัญญาปรีชาชาญเดี๋ยวนี้พานจะยังอ่อนกลอนไม่ดี
ถ้าเห็นผิดอยู่ตรงไหนอย่าได้นิ่งบอกตามจริงเถิดไม่รักถือศักดิ์ศรี
อย่าเกรงกลัวโทษอันใดมิให้มีจงบอกที่ผิดพลั้งมามั่ง เอย ฯ

บทที่ ๔ ของนายนาก

๏ ยลลิขิตอิศรสารประทานแถลง
แสนเสนาะเพราะล้ำในคำแสดงประจักษ์แจ้งเห็นจริงทุกสิ่งอัน
ซึ่งประทานโปรดอไภยไว้ธุระพระคุณจะใส่เกล้ากระหม่อมฉัน
ทั้งผิดเพี้ยนให้ช่วยเปลี่ยนสารพันฝ่ายโทษทัณฑ์มิให้มีดีจริงจริง
กระหม่อมก็จะสนองลอองบาทที่พลั้งพลาดคงไม่คิดจะปิดนิ่ง
เปนสัจจังดังสาราอย่าประวิงด้วยจะพิงพึ่งพระเดชเกษบุรี
ซึ่งโปรดว่าฟังปากนายนากกล่าวเปนเรื่องราวคำกลอนอักษรศรี
จึงค่อยเปรื่องปรีชาชาญชำนาญดีที่ข้อนี้ฉันยังแคลงไม่แจ้งใจ
ด้วยมิได้รับประชันกันบ้างเลยพระแกล้งเย้ยเยาะเล่นฤๅเปนไฉน
ยอมิหนำซ้ำถ่อมองค์ลงกะไรน่าสงไสยอกฉันหวั่นหวั่น เอย ฯ

บทที่ ๕ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๓

๏ พินิจสารนากทำคำอักษร
แสนเสนาะเพราะสนิทชิดทุกกลอนท่านสุนทรแพ้ชัดไม่ทัดคำ
ซึ่งฝากกายหมายชิดไม่ปิดนิ่งขอบคุณยิ่งถ้ามิตายหมายอุปถัมภ์
มีธุระสิ่งไรอย่าได้อำจะคงทำสนองไปมิได้เมิน
ซึ่งว่าข้อจะยอหยันนั้นหาไม่ที่จริงในจิตรตั้งสั่งรเสริญ
มิใช่ว่าจะเจรจาให้ล่วงเกินจะขอเชิญตอบสาราอย่าระแวง
เปนเรื่องรศพจนามาอิกเถิดจะได้เกิดปัญญาค่อยกล้าแขง
ในใจเราเหมือนสารามาแสดงอย่าได้แคลงทุกสิ่งครบจนจบ เอย ฯ

บทที่ ๖ ของนายนาก

๏ สดับสารหวานแสนเสนาะหู
ช่างเพราะกลอนอักษรทำดังคำครูฉันขืนสู้คงจะแพ้แน่ในใจ
เปนนักเลงคงอดเพลงอยู่ไม่รอดจำต้องทอดทางไมตรีตามวิไสย
ด้วยสารทรงจักรีมีเยื่อใยเมตตาในกระหม่อมฉันไม่หันเมิน
ก็สมจิตรที่คิดสามิภักดิ์พระคุณหนักยิ่งฟ้าเวหาเหิน
ล้ำสมุทสุดดินสิ้นทั้งเนินเกือบสูงเกินพรหมแมนแดนอมร
ขอพระเดชปกเกษเปนที่พึ่งอันคำซึ่งจะอุปถัมภ์นี้ใครสอน
จึงพระองค์ทรงคิดลิขิตกลอนว่าสุนทรแพ้ฉันขันพอพอ
หนึ่งธุระประสงค์คงจะได้พระโปรดให้เห็นจริงจริงเจียวหนอ
คงผาศุกทุกวันคืนกลืนลูกยอฉันร้อนคอขอษมาเสียเถิด เอย ฯ

บทที่ ๗ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๓

๏ สดับถ้อยสุนทรอักษรแถลง
จะยอเล่นฤๅอย่างไรยังให้แคลงที่กล่าวแกล้งว่าทำเหมือนคำครู
ไม่เวทนาบ้างเลยมาเย้ยเล่นเหมือนหนึ่งเปนใบ้บ้าน่าอดสู
มิใช่เราจะว่าเล่นจงเอ็นดูมันไม่สู้ดีดอกบอกจริงจริง
ซึ่งยกคุณของฉันนั้นชอบจิตรแต่ว่าคิดยังไม่เห็นเปนที่ยิ่ง
ปดกันไปแต่พอให้ใจประวิงยังคิดกริ่งตรองไม่เห็นจงเจรจา
อันถ้อยคำนี้ใครมิได้สอนแต่บทกลอนอย่างนี้ดีนักหนา
จะเอาใครในกรุงศรีอยุธยาเห็นจะหายากราวกับดาวเดือน
ที่จะยอเย้ยหยันนั้นหาไม่จะหาใครใจที่จะดีเหมือน
เช่นนี้ได้มาไว้เปนแม่เรือนให้ตักเตือนสารพัดจัดการงาน
เปนความจริงทุกสิ่งอย่ากริ่งจิตรดังลิขิตรจนามาในสาร
พอได้เล่นเปนสนุกศุขสำราญแก้รำคาญเคืองข้องที่หมองใจ
ซึ่งกล่าวว่ากินลูกยอร้อนคอนักจะตวงตักน้ำผึ้งดีที่หวานใส
เอายอที่เม็ดไม่มีสักสี่ใบประเคนให้นากฉันทุกวัน เอย ฯ

บทที่ ๘ ของนายนาก

๏ พินิจสารบรรหารเหตุพระเกษสยาม
ช่างพริ้งเพราะเหมาะใจได้เนื้อความถูกต้องตามปุจฉาน่ายินดี
ซึ่งตริตรึกนึกแหนงระแวงหวาดขอเบื้องบาทปกเกล้าอย่าเศร้าศรี
ไม่ว่าเล่นเป็นสัจจังดังวาทีกลอนเช่นนี้ผิดสังเกตเหตุพึ่งเรียน
ดูไวว่องไม่ข้องขัดหัดนิพนธ์ไม่เวียนวนบาทบทที่จดเขียน
จึงได้ชมด้วยสมแบบทั้งแนบเนียนอุส่าห์เพียรเถิดพระองค์คงจะรู้
ซึ่งอยากได้ไว้ฉลองลอองบาทเดิมฉันมาดสิไม่พบประสบสู่
ครั้นได้ร่มโพธิ์เย็นท่านเอ็นดูถวายตัวอยู่นานลับนับหลายปี
สุดจะคิดบิดเบือนให้เหมือนประสงค์ขอจอมพงศ์โมเลศเกษกรุงศรี
โปรดอย่าเคืองข้องขัดตัดไมตรีจงปรานีนึกว่าเป็นข้าลออง
แม้นมีพระประสงค์ที่ตรงไหนกระหม่อมไซ้จะรับแทนพระคุณสนอง
กว่าจะม้วยชีวิตรคิดประคองพระจงตรองดูให้งามตามบุราณ
ซึ่งสงไสยในคดีที่ว่ายิ่งเปนความจริงตามโลกโวหาร
ว่าหญิงชายใดได้รับราชการต่อโปรดปรานจริงจริงดอกจึงหยอกเอิน
นี่บุญตัวฉันแท้แน่นักหนาพระได้มาตอบสารจึงสรรเสริญ
ทั้งมหาดเล็กเด็กชาไม่กล้าเกินกุศลเชิญชักมาน่ายินดี
เหตุดังนั้นฉันจึงกล่าวว่าคุณยิ่งสัจจังจริงจอมเมืองอย่าหมองศรี
จงแต่งตอบตามระบอบประเพณีได้เปรมปรีดิ์ผาศุกสนุกสนาน
ซึ่งพระองค์ทรงประทานน้ำผึ้งกับสิ่งซึ่งยอหมดเม็ดฉันเข็ดหวาน
ด้วยร้ายแรงแสลงยิ่งกว่าอ้ายตาลรับประทานไม่สบายถวายคืน
ด้วยของเสวยเคยฉันอยู่เปนนิจอย่าปลดปลิดให้เขาเฝ้าข่มขืน
เชิญเสวยให้จุจุอายุยืนฉันนี้ขืนเข็ดขยาดไม่อาจ เอย ฯ

บทที่ ๙ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๓

๏ ได้ฟังสารเพราะเหลือไม่เบื่อหู
ทั้งลายมือที่เขียนมาก็น่าดูอาลักษณ์ผู้ที่ว่าดีไม่มีทัน
ซึ่งกล่าวจริงทุกสิ่งยังกริ่งจิตรในใจคิดอยู่ว่าแกล้งจะเย้ยหยัน
ฉวยลืมตัวสิเข้าไปหลายใบครันเที่ยววิ่งหันแล้วสิอายเขาตายจริง
เปนสัจจังดังนั้นฤๅอย่าถือหนาสาบาลมาให้สักใบอย่าได้นิ่ง
จะเอาเปนหลักไหลได้อ้างอิงแล้วอย่ากริ่งเลยว่าล้อเล่นต่อไป
ขอโทษเถิดเกินไปไว้นิดหน่อยหม่อมจงถอยเสียเถิดหนาอย่าสงไสย
ซึ่งเปรียบว่าฉันนี้โตเหมือนโพธิ์ไทรก็ขอบใจเปนที่ยิ่งไม่กริ่งเลย
อันวาศนาเรานี้พานมีน้อยต้องเศร้าสร้อยเหมือนเดือนตกนะอกเอ๋ย
แสนระกำช้ำใจไม่เสบยเอากรเกยนลาตคิดประดิษฐ์กลอน
ค่อยสบายคลายในฤไทยหมองแต่ตรึกตรองศุภลักษณ์ในอักษร
พอหายง่วงงุนเหงาที่หาวนอนธุระร้อนจึงช้ามาหลายวัน
ที่ยอเม็ดหมดนี้มีจริงหนาอยู่บ้านป่าบางยี่เรือจงเชื่อฉัน
จะเอามาให้เห็นเปนสำคัญไม่ปดกันเล่นดอกบอกตามจริง
เรากินเบื่อเหลือเน่าเสียเปล่าเหม็นมันแสนเข็ญเช่นกะยามหาหิงคุ์
นายนากกินเถิดแกแก้ลมวิงให้หนุ่มพริ้งขึ้นมาเที่ยวหาเมีย
ได้รับมือกับนางนากฝีปากกล้าภรรยาจะขบเขี้ยวเคี้ยวกินเสีย
จนหมดเนื้อแล้วยังเหลือแต่เลือดเลียกินเถิดเมียคงขยาดไม่อาจเกิน
แม้นอ่านสารเสร็จสิ้นระบินเรื่องอย่าได้เคืองที่ข้อฉันสรรเสริญ
ถ้าธุระสิ่งไรอย่าได้เมินที่ตรงเกินนั้นอย่าเคืองเรื่องยอ เอย ฯ

บทที่ ๑๐ ของนายนาก

๏ คลี่สารอ่านกลอนอักษรแถลง
ฟังเสนาะเพราะล้ำในคำแสดงประจักษ์แจ้งความจริงทุกสิ่งอัน
ซึ่งประสงค์ตรงสัตย์จะจัดถวายแต่เกรงฝ่ายจอมเมืองจะเคืองฉัน
ด้วยความสัตย์สิ่งอื่นสักหมื่นพันเห็นไม่ทันเหมือนจิตรอย่าปิดบัง
เออพระองค์จะสงไสยไปไยเล่าเชิญหน่วงเอาพระอารมณ์ให้สมหวัง
แม้นทูลมาสารพัดไม่สัจจังขอให้ชังเฉยฉันจนวันตาย
แม้นว่าจริงเหมือนสิ่งซึ่งมาพึ่งภักตร์ขอให้รักฉันให้มากอย่าหากหาย
ให้คิดสงสารซากที่ฝากกายอย่าเว้นวายห่วงฉันที่รัญจวน
จนสิ้นดินสินธูชมพูทวีปอย่ารู้รีบร้างโรยให้โหยหวน
แม้นสมคิดค่ำเช้าทุกคราวครวญจะสงวนสัตย์ไว้ใต้ธุลี
หนึ่งพระประภาษว่าวาศนาดังจันทราใกล้ดับลับแสงศรี
เพราะพระองค์ยังเยาว์เบาโพธีเมื่อบารมีแก่กล้าคงหล้าฦๅ
เปรียบดังพืชเข้าปลูกที่หว่านไว้ยังไม่ได้สี่เดือนจะออกหรือ
ถึงรดน้ำพูนดินจนสิ้นมือก็คงชื่อสี่เดือนเหมือนประมาณ
อย่าเสียพระไทยไตรตรึกนึกถวิลคงจะภิญโญใหญ่ในสถาน
จงอุส่าห์ศึกษาวิชาการให้ชำนาญในกระบวนควรตระกูล
หนึ่งยอไม่มีเม็ดเสด็จโปรดออกพระโอษฐ์ตรัสชมแก้ลมสูญ
ทั้งกายแก่แปรเปนหนุ่มจำรูญบริบูรณ์ด้วยเนื้อหนังกำลังแรง
เปนของดีวิเศษอยู่ในหล้าพระเมตตาบอกเล่าเฝ้าแถลง
ที่จริงจิตรยังคิดข้างเคลือบแคลงจะต่อแย้งเรื่องเก่าเฝ้ารำพรรณ
ดูเหมือนคนสิ้นปัญญาจะหาเรื่องไม่ยักเยื้องย้ายว่าให้ขันขัน
ขอประทานผ้าขี้ผึ้งสักหนึ่งอันให้ห่อล่วมสลาฉันนั้นเถิด เอย ฯ

บทที่ ๑๑ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๑

๏ แสนสงสารหลานรักเปนนักหนา
เห็นจริตนั้นก็ผิดกับกิริยาทั้งภักตราเศร้าศรีฉวีวรรณ
น่าจะมีทุกข์นักแต่สักสิ่งจงแจ้งจริงอย่ารังเกียจเดียดฉัน
ควรจะสั่งสนทนาปฤกษากันไม่ควรพรั่นดอกพอไว้ฤไทยวาง
เมื่อก่อนงานเห็นสำราญสำเริงเล่นทุกเช้าเย็นราตรีไม่มีว่าง
ครั้นถึงวันมหรศพได้พบสุรางค์สาวสำอางอ่าองค์บรรจงกาย
ล้วนแรกรุ่นดรุณราวคราวชัณษาฟื้นโสภาพักตร์เพี้ยนวิเชียรฉาย
ดูอาการเห็นพานไม่สู้สบายชรอยหมายมุ่งมาดสวาดิครวญ
ถึงขึ้นมาเล่าก็ทำเหมือนจำชื่นไม่เริงรื่นหฤไทยว่าใจสรวล
ซังตายเล่นเห็นเล่ห์ดูเรรวนประหนึ่งป่วนเปนจะสึกรำฦกวัง
ซึ่งสัญญาอิกวษาจักทรงพรตแล้วออมอดสืบไปไม่ได้มั่ง
เอ็นดูสองอนุชาเชษฐายังอยู่ภายหลังจะโหยไห้อาไลยคนึง
ด้วยเคยเล่นเจรจาเป็นผาศุกต่างจะทุกข์โศกสร้อยลห้อยถึง
จงตรองตัดสลัดร้อนอาวรณ์รึงอย่าด่วนดึงเด็ดเดี่ยวไปเดียวองค์
หนึ่งวิชาเล่าเรียนที่เพียรพากก็ยังมากไม่เจนจบสบประสงค์
อุส่าห์ก่อนผ่อนรำพึงถึงอนงค์ไหนก็คงจะเสร็จสมอารมณ์ เอย ฯ
อย่า รุมสวาดิเร้าโรยศรี สลายแฮ
ร้อน ราครมย์ฤดีดับบ้าง
ผ่อน ทุกข์ผ่อนเทวศทวีวายว่าง ถวิลนา
คลาย คิดกระนิษฐ์ฤๅร้างรอดพ้นกลไฉน ฯ

บทที่ ๑๒ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๓

๏ สงสารองค์โกเมศผู้เชษฐา
ด้วยร้อนรุ่มกลุ้มใจในอุราเพราะโรคาขุ่นข้องให้หมองใน
ทั้งเจ็บปวดยวดยิ่งสิ่งสาหัสให้เบาขัดบุพโพคั่งลงหลั่งไหล
จนผ้าเปื้อนประเปรอะเลอะเทอะไปเพราะตามใจเร่งร้อนไม่ผ่อนเพลา
ดังเรือดั้งคู่ชักหนักทุกเล่มฝีพายเต็มกระทุ้งถี่ทุกฝีเส้า
ไม่รอรั้งกำลังไล่มิได้เบาสดุดสเด่าตอหลักจนหักค้าน
แต่รักษาห้าหกเจ็ดแปดหมอเปนหลายหม้อยาย้ายก็หลายขนาน
ถึงสี่เดือนเงือดงดอดมานานพยาบาลเป็นนิรันตร์ทุกวันมา
เดี๋ยวนี้คลายก็ยังหายไม่สู้สนิทเวียนแต่ผิดสำแดงครุ่นวุ่นรักษา
กลับเปื่อยพังบังเหตุให้เวทนาเพราะโรยยาก็ยิ่งเปนไม่เว้นวาย
ถ้าแม้นไม่ไปวังยังอยู่วัดจักบำบัดโรคร้อนค่อยผ่อนหาย
งดไปวังเสียเถิดยังไม่เคลื่อนคลายอันภิปรายห้ามปรามด้วยความรัก
ซึ่งพาทีชี้แจงสำแดงโทษอย่ากริ้วโกรธชอกช้ำว่าคำหนัก
อันของดีนี้ควรสงวนนักอย่าให้หักบุบค้านเสียการ เอย ฯ

บทที่ ๑๓ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๒

๏ สงสารองค์อนุชานักหนาหนอ
ดูจริตนั้นเห็นผิดติดข้างบอทำอ้อต้อเกี้ยวเด็กเล็กเล็กชม
ทัดบุหรี่สองหูดูฉุยฉายตบแต่งกายแต่ล้วนสีอันดีห่ม
ฝีปากกล้ามิใช่เบาเจ้าคารมทำสรวยสมใส่แหวนก้อยน้อยน้อยเดิน
พระไทยหวังเจ้ามั่งก็ไม่ได้ความอึงไปแล้วก็หมางออกห่างเหิน
กระดากกระดักกระเดื่องเฉยทำเลยเกินครั้นเห็นเขาเล่าก็เมินไม่แลดู
เดี๋ยวนี้จิตรคิดจะไปวัดน่าพระธาตุที่ตำหนักสังฆราชเสด็จอยู่
ชะช่างหมายจะเล่นหลานเจ้าลำภูน่าอดสูคนบ้าขายหน้า เอย ฯ

บทที่ ๑๔ ของเจ้าพระพระองค์ที่ ๑

๏ น่าสมเพชเวทนานัดดาจ้าน
มาลอบเล่นกระดางลางเอาอย่างพาลทำอาการวิปริตผิดแต่ไร
ไม่เอาเยี่ยงขัติยาบ้าอุบาทว์เกี้ยวสวาดิเรียนรู้แต่ครูไหน
ฉวยฉายชื่อระบืออึงถึงกรมไกรเป็นความใหญ่เห็นไม่มิดต้องพิดทูล
แม้นทรงทราบเรื่องนี้คงมีโทษไหนจะโปรดรำงับให้ดับสูญ
จะกริ้วว่าทุจริตผิดประยูรเสียสกูลอัปรยศปรากฎขจร
ไปเที่ยวรักเขาทุกแห่งพึ่งแจ้งเหตุทั้งเณรเนตรเณรมั่งใครสั่งสอน
ยั้งดื้อดึงขึงขัดไม่ตัดรอนจะผูกกรตียับให้อับอาย
เขาร้องฟ้องมากมายเป็นหลายเรื่องจนขุ่นเคืองถึงข้างในไม่รู้หาย
ไม่รักยศสงวนศักดิรักษากายทำแต่ขายภักตราน่ารำคาญ
ในวัดนี้แล้วมิหนำซ้ำวัดโน้นให้เขาโพนทนาเที่ยวว่าขาน
ล้วนข้อขำระยำยับอัประมาณเหมือนประจานปวดเจ็บเหน็บสกนธ์
เมื่อความวัวยังไม่หายความควายเพิ่มความต่อเติมความขุ่นวุ่นหลายหน
จะภาคทัณฑ์ไว้สักครั้งระวังตนเอาทานบนมิให้เล่นเช่นนั้น เอย ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ