บทนำเรื่อง

เรื่อง แม่สอนลูก เป็นวรรณกรรมคำสอนที่แต่งเป็นกาพย์ ๒ ชนิด คือ กาพย์ยานี ๑ บท และกาพย์สุรางคนางค์ จำนวน ๓๖ บท ปรากฏอยู่ตอนท้ายของเรื่องโสวัตกลอนสวด จากเอกสารสมุดไทย เลขที่ ๖๐๔ หมวดวรรณคดี หมู่กลอนสวดซึ่งเก็บรักษาไว้ที่กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ

คำสอนเรื่องแม่สอนลูกเริ่มต้นด้วยบทประณามพจน์ผู้แต่งกราบขอพรพระรัตนตรัยในการแต่งและบอกจุดมุ่งหมายไว้ชัดเจนว่าแต่งเป็นคำสอนของมารดาเพื่อสั่งสอนบุตรสาว ดังความว่า

 ๏ ข้าไหว้พระธรรมประเสริฐเลิศล้ำทั่วทั้งโลกี
ข้าไหว้พระสงฆ์ยอกรชุลีขอพระชินศรีตราบท้าวเข้านิพพาน
 ๏ ข้อขอผูกไว้สั่งสอนทรามวัยกระสัตรีนารี
ผูกพระคาถาออกจากกำภีร์สั่งสอนกระสัตรีจำไว้ใส่ตัว
 ๏ ข้าเรียนเขียนผูกคำแม่สอนลูกแต่แรกเป็นสาว
เป็นกลอนสอนสู่ให้รู้เรื่องราวถ้าใครมีลูกสาวสืบสืบกันไป

เนื้อหาของคำสอนเรื่องแม่สอนลูกเป็นการอบรมสั่งสอนของมารดาให้บุตรสาวรู้จักหน้าที่ของการปฏิบัติตนในเรื่องของการแสดงกิริยามารยาท การครองตน การรู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสม รู้จักฝึกหัดการบ้านการเรือน เย็บปักถักร้อย การแต่งกาย เป็นต้น

คำสอนเกี่ยวกับกิริยามารยาท เช่น ให้ระมัดระวังในการลุกนั่งอย่างสงบเสงี่ยม ระวังการพูดจาให้เหมาะสมไม่พูดจาหยาบคาย อย่าหัวเราะเสียงดัง อย่าเถียงและทะเลาะกับญาติพี่น้อง

 ๏ ค่อยเล่นค่อยหัวค่อยเสงี่ยมเจียมตัวอย่าทำสาละวน
แขกไปไทยมาลุกนั่งเจียมตนอตส่าห์ขวายขวนระวังฟังเสียง
 ๏ อย่าชิงพูดจานั่งกลางขวางหน้าอย่ามานั่งเคียง
เร้นอยู่แต่ลับค่อยสดับฟังเสียงอย่าล้อต่อเถียงพี่น้องข้าไท
 ๏ อย่าหัวเสียงดังทองดีร้อยชั่งแม่จะสอนเจ้าไว้
อย่าเล่นมี่ฉาวผิดอย่างสาวไปดูเอาใจใส่การเหย้าเรือนตน

และคำสอนว่า

 ๏ ปกงามทำชอบคิดไว้ให้ประกอบบ่ได้สำหาว
หญิงอย่างนี้แลที่แท้ว่าสาวเจ้าอย่าสำหาวอย่างสาวที่ดี

สอนให้รู้จักฝึกหัดงานฝีมือสำหรับสตรี เช่น การทอผ้าไว้เป็นวิชาประดับตนเพื่อนำไปประกอบเป็นอาชีพเลี้ยงตนเองได้

 ๏ ไม่เหมือนหนึ่งชายการหูกการฝ้ายจ้าเร่งขวายขวน
เรียนร่ำทำไว้จะได้เลี้ยงตนนุ่งห่มเทียมคนเพราะสีมือเอง

อย่าคบเพื่อนชาย และพาเข้าบ้าน ดังคำสอน

 ๏ อย่าคบชายมาเรือนอย่าเอาเป็นเพื่อนลูกรักทรามวัย
อย่าดูเยี่ยงมันหญิงร้ายจังไรทองย้อยร้อยชั่งฟังคำแม่รา

ให้รู้จักขยันทำงาน และคอยดูแลบ้าน ดังคำสอน

 ๏ ลูกรักเจ้าแม่หญิงอย่างนี้แลการงานอตส่าห์
อยู่เหย้าเฝ้าเรือนเป็นเพื่อนมารดาทองคำกำพร้าลูกรักเจ้าแม่เอย

ให้รู้จักคิดและใช้สติปัญญา มีความระวังรอบคอบเรื่องการใช้จ่าย ดังคำสอน

 ๏ ลางตนคนดีหมั่นมักพาทีไม่มีติเตือน
ความคิดความอ่านใครเลยจะเหมือนบ่ห่อนฟั่นเฟือนพลั้งพลาดขาดไป
 ๏ ซื้อจ่ายขายการนับนับอ่านอ่านคิดเฟื้องคิดไพ
วันละเบี้ยละเบี้ยมิให้เสียไปต้นทุนกำไรคิดไว้ทุกคราว

และผู้แต่งได้กล่าวถึงสตรีที่ไม่เคารพเชื่อฟังคำสั่งสอน ประพฤติตนไม่เหมาะสมเอาแต่แต่งตัวให้ผู้ชายสนใจ สตรีเหล่านี้ไม่ควรนำมาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะจะทำให้เป็นที่อับอายแก่วงศ์ตระกูล

 ๏ ลางคนใจไร้สอนค่ำเช้าหายให้เถิงโบยตี
เพราะใจแห่งเจ้าเป็นคนกระลีอาภัพอัปรีย์เสียวงศ์พงศ์พันธุ์
 ๏ ฟังคำแม่ว่าหญิงอย่างนั้นหนาอย่าดูเยี่ยงมัน
อับอายขายหน้าพี่น้องพงศ์พันธุ์หญิงร้ายฉกรรจ์ไม่อายอดสู
 ๏ แต่งแง่กรุยกรายนุ่งลายห่มลายหวังจะให้ชายดู
แสนงอนข้อนแต่งผัดแป้งเป็นครู่(ต้นฉบับหาย)อย่าดูเยี่ยงมัน
 ๏ เข้าใกล้ผู้ชายเหม็นสาบเหม็นอายบ่ได้ปราศรัย
เขาชังน้ำหน้าเขาไม่พอใจคนชั่วนี้ไซร้น่าอายบัดศรี

ตอนท้ายของเรื่องเป็นการสั่งสอนให้บุตรสาวหรือสตรีทั่วไปได้ทราบว่าคำสอนของมารดานี้จะเป็นประโยชน์ต่อการประพฤติปฏิบัติตนให้พร้อมสำหรับการเป็นแม่บ้านแม่เรือน ให้จดจำและนำไปใช้เพื่อเสริมคุณค่าความดีงามในตนเอง ดังความว่า

 ๏ แม่สั่งสอนเจ้าทุกวันค่ำเช้าบ่ได้คลาคลาย
เจ้าอย่าลวนลามเช้าค่ำจำไว้จงเอาใจใส่การเหย้าเรือนตน

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ