สุภาษิตสอนสตรี

 [๑]๏ ประนมหัตถ์นมัสการขึ้นเหนือเศียร
ต่างประทีปโกสุมปทุมเทียนจำนงเนียรนบบาทพระศาสดา
อันเป็นมิ่งโมลีสี่ทวีปดังประทีปส่องทั่วทุกทิศา
ก็ล่วงลับดับไกลนัยนาสู่มหาห้องนิพพานสำราญรมย์
ฉันชื่อภู่ผู้ประดิษฐ์คิดสนองขอประคองคุณใส่ไว้เหนือผม
ให้ประเสริฐเลิศล้ำด้วยคำคมโดยอารมณ์ดำริรักชักภิปราย ฯ
๏ ขอเจริญเรื่องตำรับฉบับสอนชาวประชาราษฎรสิ้นทั้งหลาย
อันความชั่วอย่าได้มัวมีระคายจะสืบสายสุริยวงศ์เป็นมงคล
ผู้ใดเกิดเป็นสตรีอันมีศักดิ์บำรุงรักกายไว้ให้เป็นผล
สงวนงามตามระบอบให้ชอบกลจึงจะพ้นภัยพาลการนินทา
เป็นสาวแซ่แร่รวยสวยสะอาดก็หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า
แม้แตกร้าวรานร่อยถอยราคาจะพลอยพาหอมหายจากกายนาง
อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้กายสูงดูเยี่ยงยูงแววยังมีที่วงหาง
ค่อยเสงี่ยมเจียมใจจะไว้วางให้ต้องอย่างกิริยาเป็นนารี ฯ
๏ จะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวนให้สมควรรับพักตร์ตามศักดิ์ศรี
จะผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย์ดูฉวีผิวเนื้ออย่าเหลือเกิน
จะเก็บไรไว้ผมให้สมพักตร์บำรุงศักดิ์ตามศรีมิให้เขิน
เป็นสุภาพราบเรียบแลเจริญคงมีผู้สรรเสริญอนงค์ทรง
ใครเห็นน้องต้องนิยมชมไม่ขาดว่าฉลาดแต่งร่างเหมือนอย่างหงส์
ถึงรูปงามทรามสงวนนวลอนงค์ไม่รู้จักแต่งทรงก็เสียงาม ฯ
๏ ประการหนึ่งซึ่งจะเดินดำเนินนาดค่อยเยื้องยาตรยกย่างไปกลางสนาม
อย่าไกวแขนสุดแขนเขาห้ามปรามเสงี่ยมงามสงวนไว้แต่ในที
อย่าเหินกรายย้ายอกยกผ้าห่มอย่าเสยผมกลางทางหว่างวิถี
อย่าพูดเพ้อเจ้อไปไม่สู้ดีเหย้าเรือนมีกลับมาจึ่งหารือ
ให้กำหนดจดจำแต่คำชอบผิดระบอบแบบกระบวนอย่าควรถือ
อย่านุ่งผ้าพกใหญ่ใต้สะดือเขาจะลือว่าเล่นไม่เห็นควร
อย่าลืมตัวมัวเดินให้เพลินจิตระวังปิดปกป้องของสงวน
เป็นนารีที่อายหลายกระบวนจงสงวนศักดิ์สง่าอย่าให้อาย
อนึ่งเนตรอย่าสังเกตให้เกินนักจงรู้จักอาการประมาณหมาย
แม้ประสบพบเหล่าเจ้าผู้ชายอย่าชม้ายทำชะม้อยตะบอยแล
อันนัยน์ตาพาตัวให้มัวหมองเหมือนทำนองแนะออกบอกกระแส
จริงมิจริงเขาก็เอาไปเล่าแชคนรังแกมันก็ว่านัยน์ตาคม ฯ
๏ อันที่จริงหญิงกับชายย่อมหมายรักมิใช่จักตัดทางที่สร้างสม
แม้จักรักรักไว้ในอารมณ์อย่ารักชมนอกหน้าเป็นราคี
ดังพฤกษาต้องวายุพัดโบกเขยื้อนโยกก็แต่กิ่งไม่ทิ้งที่
จงยับยั้งชั่งใจเสียให้ดีเหมือนจามรีรู้จักรักษากาย
อันตัวนางเปรียบอย่างปทุมเมศพึ่งประเวสผุดพ้นชลสาย
หอมผกาเกสรขจรจายมิได้วายภุมรินทร์ถวิลปอง
ครั้นได้ชมสมจิตพิศวาสก็นิราศแรมจรัลผันผยอง
ไม่อยู่เฝ้าเคล้ารสเที่ยวจดลองดูทำนองใจชายก็คล้ายกัน
แม้นชายใดใจประสงค์มาจงรักให้รู้จักเชิงชายที่หมายมั่น
อันความรักของชายนี้หลายชั้นเขาว่ารักรักนั้นประการใด
จงพินิจพิศดูให้รู้แน่อย่าทำแต่ใจเร็วจะเหลวไหล
เปรียบเหมือนคิดปริศนาอย่าไว้ใจมันมักไพล่แพลงขุมเป็นหลุมพราง
อันแม่สื่ออย่าได้ถือเป็นบรรทัดสารพัดเขาจะพูดนี้สุดอย่าง
แต่ล้วนดีมีบุญลูกขุนนางมาอวดอ้างให้อนงค์หลงอาลัย
อันร้ายดีมิได้เห็นเป็นแต่ว่าจะคาดหน้าแน่ลงที่ตรงไหน
เหมือนเขาหลอกบอกลาภถึงเมืองไกลอย่าควรไปตามคำเขารำพัน
ทางไกลตาอุปมาเหมือนเสียเนตรสุดสังเกตเท็จจริงทุกสิ่งสรรพ์
เขาจะนำไปให้ตายก็ตายพลันคนทุกวันเชื่อมันยากปากมันโกง
อันแม่สื่อคือปีศาจที่อาจหาญใครบนบานเข้าสักหน่อยก็พลอยโผง
อย่าเชื่อนักมักตับจะดับโครงมันชักโยงอยากกินแต่สินบน
อันความชั่วอยู่ที่ตัวของเราหมดต้องกำสรดโศกร้างอยู่กลางหน
จงฟังหูไว้หูกับผู้คนสืบยุบลเสียให้แน่อย่าแร่ไป ฯ
๏ คิดถึงตัวหาผัวนี้หายากมันชั่วมากนะอนงค์อย่าหลงใหล
คนสูบฝิ่นกินสุราพาจัญไรแม้นหญิงใดร่วมห้องจะต้องจน
มักเบียดเบียนบีฑาประดาเสียเหมือนเลี้ยงเหี้ยอัปรีย์ไม่มีผล
ไม่ทำมาหากินจนสิ้นตนแล้วซุกซนตีชิงเที่ยววิ่งราว
ที่บางคนนั้นชั่วเป็นหัวไม้ให้พอใจชกตีเขามี่ฉาว
ท่านจับได้ใส่ตรวนพรวนคอยาวแล้วบอกข่าวโศกศัลย์ถึงภรรยา
เขาเป็นผัวตัวเป็นเมียเสียไม่ได้มีหาไม่เงินทองก็ต้องหา
ไปเสียลดเสียหลั่นพันธนาค่าฤชาก็ต้องเสียขายเมียลง
เพราะมีผัวชั่วไปจึงได้ยากแสนลำบากบอบนักอย่ามักหลง
บ้างเล่นเบี้ยเสียถั่วมัวทะนงหน่อยก็ลงจำนำเขาร่ำไป
มีเข้าของเคยผูกให้ลูกเต้าก็เบียนเอาสิ้นสุดหาหยุดไม่
ลงชั้นว่าผ้าผ่อนท่อนสไบเอาไปไขว้เล่นโปจนโซโทรม
ยังแต่เมียจะเกลี่ยไกล่ไปขายซื้อคอยหารือร่วมภิรมย์เมื่อชมโฉม
ครั้นรักผัวก็จะมัวด้วยลมโลมต่อล้มโครมแล้วก็ครวญหวนถึงตัว
จะคิดทำอย่างไรก็ใช่ที่ต้องรับหนี้ยากแค้นใช้แทนผัว
ถ้าคนผู้รู้สึกสำนึกตัวจะยังชั่วด้วยไม่เฉยชะเลยใจ
จะหาคู่สู่สมนิยมหวังจะระวังชั่วช้าอัชฌาสัย
ที่ชายดีนั้นก็มีอยู่ถมไปใช่วิสัยเขาจะชั่วไปทั่วเมือง
แต่ใจคนมักจะรนไปหาผิดครั้นได้คิดจิตตรอมออกผอมเหลือง
ต้องเดือดดิ้นกินน้ำอยู่นองเนืองจะสุดเปลื้องราคินให้สิ้นคาว ฯ
๏ เป็นสตรีสุดดีแต่เพียงผัวจะดีชั่วก็แต่ยังกำลังสาว
ลงจนสองสามจืดไม่ยืดยาวจะกลับหลังอย่างสาวสิเต็มตรอง
ถ้าคนดีมิได้ซ้ำระยำยับถึงขัดสนจนทรัพย์ไม่เศร้าหมอง
คงมีผู้ชูช่วยประคับประคองเปรียบเหมือนทองธรรมดาราคามี
ถ้าแม้นตัวชั่วช้ำระยำแล้วจะปัดแผ้วถางผืนไม่คืนที่
เหมือนทองแดงแฝงฝ้าเป็นราคียากจะมีผู้ประสงค์จำนงใจ
จงรักตัวอย่าให้มัวราคีหมองถือทำนองแบบโบราณท่านขานไข
อย่าเอาผิดมาเป็นชอบประกอบใจจงอยู่ในโอวาทญาติวงศ์
แม้รู้จักรักร่างเป็นอย่างยิ่งจะเพริศพริ้งสมสวาทเป็นราชหงส์
จงกำหนดอดส่าห์รักษาทรงอย่าลุ่มหลงด้วยอุบายของชายพาล
อันคำคมลมบุรุษนั้นสุดกล้าเขาย่อมว่ารสลิ้นนี้กินหวาน
จงระวังตั้งมั่นในสันดานอย่าลนลานหลงระเริงด้วยเชิงชาย
เขารักจริงให้สู่ขอกับพ่อแม่อย่าวิ่งแร่หลงงามไปตามง่าย
เขาไม่เลี้ยงไล่ขับจะอับอายต้องเป็นม่ายอยู่กับบ้านประจานตน
ข้างพ่อแม่ก็จะโกรธพิโรธร่ำจะจองจำตีโบยออกโหยหน
ด้วยท่านอายขายหน้าประชาชนไม่รักตนเราจึงต้องมาหมองมัว
ถ้าปะว่าแม่พ่อใจคอร้ายกลับซื้อขายคิดเอากับเจ้าผัว
แม้นชายจนคนขัดพลัดเข้าตัวเราทำชั่วก็ต้องขายกายเราเอง
จะขึ้งโกรธโทษผู้ใหญ่ว่าไม่รักเพราะเราคิดผิดนักไม่เหมาะเหมง
ชั้นพ่อแม่ของตัวไม่กลัวเกรงใจตัวเองพาหลงไปลงตม
ท่านเลี้ยงมาว่าจะให้เป็นหอห้องหมายจะกองทุนสินกินขนม
ครั้นลูกตัวชั่วถ่อยน้อยอารมณ์จึงตรอมตรมโกรธบุตรนี้สุดใจ
แม้ลูกดีก็จะมีศรีสง่าญาติวงศ์พงศาก็ผ่องใส
ถึงเพื่อนบ้านฐานถิ่นที่ใกล้ไกลก็มีใจสรรเสริญเจริญพร ฯ
๏ จงรักนวลสงวนงามห้ามใจไว้อย่าหลงใหลจำคำที่ร่ำสอน
คิดถึงหน้าบิดาและมารดรอย่ารีบร้อนเร็วนักมักไม่ดี
เมื่อสุกงอมหอมหวนจึงควรหล่นอยู่กับต้นอย่าให้พรากไปจากที่
อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดีเมื่อบุญมีคงจะมาอย่าปรารมภ์
อย่าคิดเลยคู่เชยคงหาได้อุตส่าห์ทำลำไพ่เก็บประสม
อย่าเกียจคร้านการสตรีจงนิยมจะอุดมสินทรัพย์ไม่อับจน
ถ้าแม้ทำสิ่งใดให้ตลอดอย่าทิ้งทอดเที่ยวไปไม่เป็นผล
เขม้นขะมักรักงานการของตนอย่าซุกซนคบเพื่อนไพล่เชือนแช
เมื่อเหนื่อยอ่อนนอนหลับอยู่กับบ้านอย่าเที่ยวพล่านพูดผลอประจ๋อประแจ๋
อะไรฉาวกราวเกรียวอย่าเหลียวแลฟังให้แน่เนื้อความค่อยถามกัน
ระวังดูเรือนเหย้าและข้าวของจะบกพร่องอะไรที่ไหนนั่น
เห็นไม่มีแล้วอย่าอ้างว่าช่างมันจงผ่อนผันเก็บเล็มให้เต็มลง
มีสลึงพึงประจบให้ครบบาทอย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจงอย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
ไม่ควรซื้อก็อย่าไปพิไรซื้อให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน
เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชรากาลจงเลี้ยงท่านอย่าให้อดระทดใจ
ด้วยชนกชนนีนั้นมีคุณได้การุญเลี้ยงรักษามาจนใหญ่
อุ้มอุทรป้อนข้าวเป็นเท่าไรหมายจะได้พึ่งพาธิดาดวง
ถ้าเราดีมีจิตคิดอุปถัมภ์กุศลล้ำเลิศเท่าภูเขาหลวง
จะปรากฏยศยิ่งสิ่งทั้งปวงกว่าจะล่วงลุถึงซึ่งวิมาน
เทพไทในห้องสิบหกชั้นจะชวนกันสรรเสริญเจริญสาร
ว่าสตรีนี้เป็นยอดยุพาพาลได้เลี้ยงท่านชนกชนนี ฯ
๏ ที่บางนางนั้นก็ทำทุจริตมิได้คิดคุณท่านเท่าเกศี
เห็นพ่อแม่ยากไร้ไม่ไยดีดูเป็นทีอายเพื่อนเบือนอารมณ์
เขาถามไถ่ว่ามิใช่เป็นพ่อแม่ทำพูดแก้เกลื่อนกลับจะทับถม
ให้ตามหลังบังคับด้วยคำคมไม่ชื่นชมยกชูขึ้นบูชา
คนผู้นั้นครั้นตายวายชีวาตม์คงไม่คลาดแคล้วนรกตกถลา
ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันพระจันทราทรมาหมกไหม้ในไฟฟอน
ถ้าอยู่ไปในมนุษย์โลกเล่าเทพเจ้าท่านก็แช่งแสร้งสังหรณ์
ให้ยากยับอัปราอนาทรยิ่งกว่าทำมารดรให้ร้อนใจ
แม้จะมีเงินทองของทั้งหลายคงฉิบหายมั่นคงอย่าสงสัย
จะเกิดโจรราวีอัคคีภัยเพราะว่าใจหยาบช้าคิดทารุณ
หญิงเช่นนี้ชายอย่าได้ไปร่วมรักจะเสื่อมศักดิ์เสียเช่นเป็นสถุล
แต่พ่อแม่เจียวยังใจไม่การุญเนรคุณมิได้คิดอนิจจัง
ซึ่งสตรีที่ท่านดีอย่าดูเยี่ยงจงหลีกเลี่ยงเสียให้พ้นคนขี้ถัง
แม้ร่วมรอยก็จะพลอยระยำมังดุจดังเอาทองแดงเข้าแฝงกุม ฯ
จะสอนใจไว้ทุกสิ่งเป็นหญิงสาวให้พ้นคาวข่าวชั่วเข้ามั่วสุม
ให้ผันผ่อนเหมือนหนึ่งนอนในห่วงรุมจงสุขุมคิดแบ่งให้เบาบาง
อย่าทำนองลักษณะจะเป็นโทษตัดประโยชน์พี่น้องเขาหมองหมาง
ถึงจะรักรักให้ยืดอย่าจืดจางจะไว้วางกิริยาให้น่าดู
จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้นอย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู
ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกูคนจะหลู่ล่วงลามไม่ขามใจ
แม้จะเรียนวิชาทางค้าขายอย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย
จึงซื้อง่ายขายดีมีกำไรด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา
เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปากจะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้พูดดีมีคนเขาเมตตาจะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ
ถึงชายใดเขาพอใจมาพูดเกี้ยวอย่าโกรธเกรี้ยวโกรธาว่าหยาบหยาม
เมื่อไม่ชอบก็อย่าตอบเนื้อความตามมันจะลามเล่นเลยเหมือนเคยเป็น
ถึงจะไปในพิภพให้จบทั่วแต่ความชั่วอย่าให้ผู้ใดเห็น
จงอุตส่าห์ปกปิดให้มิดเม้นจึงจะเป็นคนดีมีปัญญา
เมื่อจะจรนอนเดินดำเนินนั่งจงระวังรั้งจิตกนิษฐา
อย่าเหม่อเมินเดินให้ดีมีอัชฌาแม้พลั้งพลาดบาทาจะอายคน
เห็นผู้ใหญ่หรือใครเขานั่งแน่นอย่าไกวแขนปัดเช่นไม่เห็นหน
ค่อยวอนว่าข้าขอจรดลนั่นแหละคนจึงจะมีปรานีนาง
แม้สมรไปนอนที่เรือนไหนอย่าหลับใหลลืมกายจนสายสาง
ใครเห็นเข้าเขาจะเล่านินทานางความกระจ่างออกกระจายเพราะกายตัว
ถ้าจะนั่งก็นั่งระวังผ้าไม่อัชฌาเขาจะพากันยิ้มหัว
ยามสำรวลก็อย่าสรวลให้เมามัวแม้จะหัวหัวร่อพอสบาย
เมื่อยามยิ้มยิ้มไว้แต่ในพักตร์อย่ายิ้มนักเสียสง่าพาสลาย
อย่าเท้าแขนเท้าคางให้ห่างกายอย่ากรีดกรายกรอมเพลาะเที่ยวเราะเริง
จะแต่งตัวก็อย่ามัวแต่การแต่งอย่าทาแป้งจับกระเหม่าเข้าจนเหลิง
ใช่บ้านนอกขอกนามาแต่เยิงทำเซอะเซิงเขาจะโห่วิ่งโร่ไป ฯ
๏ เมื่อยามตรุษยามสงกรานต์มีงานหลวงแต่งให้งามตามกระทรวงหาว่าไม่
ครั้นสิ้นเขตเทศกาลทำงานไปอย่าร่ำไรผัดหน้าทั้งตาปี
เมื่อไปเป็นชาววังจึงนั่งแต่งแต่พอแจ้งเขาก็จับกระจกหวี
ด้วยสำราญการอะไรนั้นไม่มีจะหาคู่ดูแต่ที่เจ้าพระยา
อยู่สถานบ้านช่องนั้นต้องคิดให้รู้กิจการหญิงทุกสิ่งสา
เผื่อมีผัวพลเรือนเหมือนกันนาจะได้หาเลี้ยงกันจนวันตาย
รู้วิชาก็ให้รู้เป็นครูเขาจึงจะเบาแรงตนเร่งขวนขวาย
มีข้าไทใช้สอยค่อยสบายตัวเป็นนายโง่เง่าบ่าวไม่เกรง
การวิชาหาประดับสำหรับร่างอย่าเอาอย่างหญิงโกงที่โฉงเฉง
การมิดีที่ชั่วจงกลัวเกรงอย่าครืนเครงขับร้องคะนองใจ
คิดแต่ยากแต่จนเร่งขวนขวายอย่าให้กายตกยากลำบากได้
พออิ่มเช้าอิ่มเย็นไม่เป็นไรอย่าพอใจเชื่อช้ำเขาก้ำเกิน
ค่อยเสงี่ยมเจียมตนจนเสียก่อนค่อยผันผ่อนทีหลังเขาสรรเสริญ
อย่าเป้อเย้อพกใหญ่ออกให้เกินละเมิดเมินหมิ่นนักมักจะอาย
อย่าอวดดีมีทรัพย์เที่ยวจับแจกทำเกี่ยวแฝกมุงป่าพาฉิบหาย
ใครจะช่วยตัวเราก็เปล่าดายอย่ามักง่ายเงินทองของสำคัญ
เห็นผู้ดีมีทรัพย์ประดับแต่งอย่าทำแข่งวาสนากระยาหงัน
ของตัวน้อยก็จะถอยไปทุกวันเหมือนตัดบั่นต้นทุนสูญกำไร
จงนุ่งเจียมห่มเจียมเสงี่ยมหงิมอย่ากระหยิ่มยศฐาอัชฌาสัย
อย่านุ่งลายกรายกรุยทำฉุยไปตัวมิใช่ชาววังไม่บังควร ฯ
๏ อย่าคบพวกหญิงพาลสันดานชั่วที่แต่งตัวไว้จริตผิดกระสวน
สุริย์ฉายบ่ายคล้อยเที่ยวลอยนวลเป็นเชิงชวนพวกเจ้าชู้เขารู้กล
พอรุ่งเช้าเฝ้าแต่มองส่องเกศีให้เวียนหวีได้วันละพันหน
ตรงการงานแล้วขี้คร้านเป็นกังวลแต่งแต่ตนมิได้เว้นสักเวลา
ครั้นได้ยินเสียงกลองมาก้องหูยังไม่รู้เนื้อความเที่ยวถามหา
วันนี้ละครใครที่ไหนมาแม้รู้ว่าเจ้ากรับเต้นหรับไป
นั่งพินิจพิศโฉมประโลมหลงดูจนปลงกรรมฐานเหงื่อกาฬไหล
บ้างก็เห็นว่างามเลยตามไปช่างกะไรหนอกนิษฐ์ไม่คิดอาย
บ้างก็รักข้างนักเลงเล่นเครงครื้นเที่ยวกลางคืนคบเพื่อนเดือนหงายหงาย
ห่มเพลาะดำทำปลอมออกกรอมกรายพวกผู้ชายชักพาเที่ยวร่าเริง
ครั้นไปไปใจแตกลงแหกคอกปะเตะปลอกต้ำผางวางจนเหลิง
ควาญหมอรอไม่ติดเห็นผิดเชิงจะเปิดเปิงเข้าป่าไปท่าเดียว
ใครจะห้ามปรามไว้ก็ไม่ฟังทำส่งเสียงเถียงดังให้กราดเกรี้ยว
ถือว่าตนเปรื่องฉลาดปราชญ์ประเปรียวประจบเที่ยวรู้จักทุกพักตรา
พูดก็มากปากก็บอนแสนงอนนักเห็นเขารักกันไม่ได้ใจอิจฉา
เที่ยวรอนราญจนเพื่อนบ้านเขาระอานั่งที่ไหนให้นินทาเขาเป็นแดน
ที่ส่วนตัวถึงจะชั่วออกล้นพ้นสู้ปิดปกยกตนนี่สุดแสน
ไม่ทำมาหากินจนสิ้นแกนก็เลยแล่นเข้าบ่อนนอนสบาย
หญิงเช่นนี้เห็นไม่มีเจริญแล้วให้แว่วแว่วอยู่ข้างทางฉิบหาย
ลงสูบฝิ่นกินเหล้าอยู่เมามายไม่เสียดายอินทรีย์เท่าขี้เล็บ
มือก็ไวใจกล้าหน้าก็ด้านจะเอาขวานเข้าไปถากไม่อยากเจ็บ
แต่ผ้าขาดก็ไม่ปรารถนาเย็บขี้เกียจเก็บผลัดวางไว้กลางเรือน
อันการเหย้าแล้วไม่เอาเป็นธุระคิดแต่จะเที่ยวตลบไปคบเพื่อน
คบกันได้แต่นิสัยพวกแชเชือนจะคบคนพลเรือนก็เต็มที
ชั้นจะยืมของใครเขาไม่เชื่อด้วยตัวเหลือโป้ปดสบถถี่
ปากก็หวานเหมือนน้ำตาลเพชรบุรีเข้าของมีให้ไปมิได้คืน
แม้นใครไปสมทบเข้าคบค้าจนชั้นผ้าไม่ติดตัวแต่สักผืน
มีแต่ภัยให้ระยำทุกค่ำคืนใครจะชื่นชมชิดไม่คิดคบ
หญิงไม่ดีนั้นก็มีอยู่หลายพวกจำจะบวกบอกใส่เสียให้จบ
ที่คนดีจะได้ดูให้รู้ครบหล่อนจะได้ไม่คบพวกคนพาล ฯ
๏ หญิงพวกหนึ่งนั้นทำปั้นเจ๋อเฝ้าเป้อเย้อหยิ่งเกินกับภูมิฐาน
ไม่เจียมจนเลยว่าตนต่ำสันดานเห็นที่ท่านเป็นขุนนางอ้างเข้ามา
ล้วนคุณลุงคุณปู่อยู่ทุกแห่งเที่ยวแอบแฝงพิงพาดวาสนา
พวกผู้ดีไม่นึกตรึกเจรจาเป็นพี่น้องร่วมฟ้านั้นเห็นจริง
ช่างพูดได้ไม่อายแก่ปลายลิ้นเป็นคนสิ้นความคิดผิดผู้หญิง
ถึงพูดไปใครเขาจะเห็นจริงเขาว่าหยิ่งยกยศเหมือนมดตะนอย
ถึงจะอวดอ้างไปที่ไหนนั่นเขารู้ทันอยู่ว่าเช่นเจ้าเป็นหอย
ถ้าสันดานการผู้ดีคงมีรอยไม่กล่าวถ้อยเขาก็รู้ว่าผู้ดี
อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้เกินศักดิ์เขาจะมักเหม็นปากเหมือนซากผี
เปรียบเหมือนเกลือเจือปนกับชลธีมันก็มีแต่จะจืดไม่ยืดยาว ฯ
๏ ที่บางคนจนยากไม่อยากทุกข์ถือว่าสุขอยู่แก่ตาข้าเป็นสาว
อุตส่าห์แต่งแป้งขมิ้นไม่สิ้นคราวไม่สร้อยเศร้าสู้ตาประชาชน
ทำไมแก่เงินทองของทั้งหลายเห็นหาง่ายสารพัดไม่ขัดสน
ถือว่ารูปกูงามไม่คร้ามจนลงแต่งตนขายกินจนสิ้นดี
สุภาษิตท่านประดิษฐ์ประดับไว้ว่าผู้ใดงามพักตร์สูงศักดิ์ศรี
ถึงเป็นองค์สุริยวงศ์พระจักรีแม้ไม่มีสินทรัพย์ก็ลับไป
ทุกวันนี้มีทรัพย์เขานับหน้าอย่าถือว่าตนงามตามวิสัย
ถึงงามพักตร์เขาจะรักเจ้าเพียงไรเขาคาดใจเสียว่าเจ้าขี้เกียจการ ฯ
๏ ที่บางคนเห็นที่ท่านมีทรัพย์แต่งประดับผิวพรรณในสัณฐาน
ประกอบผูกลูกสะกดสร้อยสังวาลแลละลานล้วนสุวรรณอันลออ
เจ้าคนจนมันให้ร่ำจะทำบ้างเอาเยี่ยงอย่างอยากได้น้ำลายสอ
แต่ตัวจนอ้นอั้นตันในคอลงเที่ยวผลอไพล่เผลเพทุบาย
หาทองแท้แก้ไขมันไม่คล่องต้องเอาทองเสาชิงช้าน่าใจหาย
แต่ล้วนเนื้อสิบน้ำทองคำทวายสายสร้อยสายหนึ่งก็ถึงสลึงเฟื้อง
แพงไม่เบาเขายังกล้าอุตส่าห์ซื้อผูกข้อมือแลงามอร่ามเหลือง
ถึงจนยากอยากบำรุงให้รุ่งเรืองจนทองเหลืองก็ไม่ละจะกละงาม
ก็สาสมกับอารมณ์ไม่เจียมศักดิ์ทรลักษณ์เหลือตัวชั่วส่ำสาม
ผู้ดีว่าแล้วขี้ข้าก็พลอยตามไม่มีความอายจิตสักนิดเดียว
เขาจึงว่าหน้าสดปรากฏอยู่สมแก่ผู้ที่ไม่ตรึกนึกเฉลียว
เมื่อน้ำตื้นขืนจะพายไปฝ่ายเดียวไม่ถึงเลี้ยวก็จะล่มลงจมแปลง
เหมือนหิ่งห้อยน้อยสีหรี่หรุบรู่จะแข่งสู้สุริยาอันกล้าแข็ง
เห็นไม่ถึงดอกอย่าโกยไปโดยแรงเขาจะแสร้งสรวลว่าเป็นบ้ายศ ฯ
๏ ยังมีพวกหนึ่งนั้นขยันยิ่งเป็นผู้หญิงสองใจไม่กำหนด
เที่ยวยักย้ายร่วมชมภิรมย์รสใครมาจดโผจับรับตะกาง
จะรักไหนก็ไม่รักสมัครมั่นเล่นประชันเชิงลองทั้งสองข้าง
ชู้ต่อชู้รู้เรื่องเคืองระคางก็ขัดขวางหึงสาจะฆ่าฟัน
เพราะนารีมิได้ตรงจำนงหมายทำให้ชายเคืองแค้นแสนกระสัน
เหมือนพวกนางโมราวิลาวัณย์ยื่นพระขรรค์ผัวให้กับอ้ายโจร
อันใจนางอย่างนี้ก็มีมั่งจนลือดังข่าวก้องดังกลองโขน
เพราะนิสัยใจกนิษฐ์เล่นปลิดโยนจนมาโดนกันกระดากไม่อยากเชย
ต่างคนต่างก็เชือนออกเบือนเบื่อต้องเป็นเรือขึ้นคานอยู่เฉยเฉย
อันผัวดีที่จะได้อย่าหมายเลยด้วยมากเชยหลายชู้เขารู้กล ฯ
๏ บ้างลอบเล่นเพลงยาวเมื่อคราวขัดฝีปากจัดตอบต่อข้อนุสนธิ์
ที่ไม่สู้รู้กลอนยังร้อนรนเที่ยววานคนแต่งให้พอได้การ
บ้างก็เล่นปริศนาเที่ยวหาของให้ถูกต้องตามอารมณ์ประสมประสาน
ครั้นห่อเสร็จส่งให้กับชายชาญบอกอาการเรื่องรักประจักษ์ความ
ครั้นคิดคิดปริศนานั้นช้าเนิ่นชวนกันเดินหลีกออกนอกสนาม
ทำดื้อด้านหาญหักไม่รักงามจนเลยลามลืมบ้านสถานตน
ชนิดนางอย่างนี้มีชุมนักเป็นโรครักเกิดมารศีรษะขน
ต้องกินยาเข้าสุราพริกไทยปนหมายประจญจะให้ดับที่อับอาย
รักสนุกครั้นได้ทุกข์แล้วถอยคิดจะปกปิดเปลวไฟเห็นไม่หาย
เทพเจ้าท่านไม่เข้าด้วยคนร้ายคงก่อกายขึ้นให้เห็นไว้เป็นตรา
ครั้นคิดล้างอย่างไรก็ไม่สูญก็อาดูรพูนเกิดสหัสสา
ทำอย่างไรมันก็ไม่มรณาเป็นเวราบาปนั้นไม่บรรเทา
ถ้ารู้ถึงพ่อแม่ต้องแก้ไขเอาลูกไปมุ่นหมกยกให้เขา
แล้วหาผัวตัวประจำเป็นสำเนาพอปัดเป่าความอายให้หายแคลง
ที่ชายโหดโฉดเขลาเข้าไปรับมันช่างหลับตาสนิทไม่คิดแหนง
ดังแผ่นดินสิ้นหญ้าสุธาแพลงมาแอบแฝงเอามันเป็นว่านเครือ
ไม่คิดอายขายหน้านิจจาเอ๋ยเหมือนไม่เคยพบปะจะกละเหลือ
ลูกของเขาเอาเป็นสิทธิเฝ้าชิดเชื้อนึกว่าเนื้อบุญธรรมกรรมไม่มี
เหมือนเช่นเราเขาจะให้ก็ไม่รักมันขายพักตร์สารพัดจะบัดสี
ถึงรูปร่างอย่างยุพินกินรีแต่เช่นนี้แล้วไม่ปองประคองเคียง
เป็นกนิษฐ์ชอบแต่คิดให้เป็นหนึ่งไม่ควรถึงอย่าให้ถึงกับปากเสียง
เอ่ยว่ารักแล้วให้ได้ร่วมเรียงเป็นคู่เคียงของตัวว่าผัวเมีย
ท่านเปรียบมาเหมือนหนึ่งตราราชสีห์ไม่พอที่เสียนวลอย่าควรเสีย
เป็นอนงค์แล้วก็คงจะเป็นเมียย่อมมีเบี้ยปรับไหมวิสัยนาง
นี่เกิดมาเป็นนารีไม่มีค่าจะเกิดมาทำไมให้หมองหมาง
เหมือนกรวดทรายปรายเล่นไม่เว้นวางจะเอาอย่างนางโมราฤาว่าไร
เมื่อไม่ถือตราภูมิไว้คุ้มห้ามคนจึงลามเลยลวนมากวนได้
แม้รู้จักรักษาถือตราไว้จะคุ้มภัยให้พ้นมีคนกลัว
อย่าจับปลาสองหัตถ์จะพลัดพลาดจับให้คงลงให้ขาดว่าเป็นผัว
จึงจะนับว่าคนดีไม่มีมัวถ้าชายชั่วร้างไปมิใช่ชาย
เป็นผู้หญิงสิ่งใดจะล้ำเลิศสุดประเสริฐก็แต่ใจไม่เสื่อมสลาย
ถึงรูปทรงนงคราญจะพาลคลายก็อาจกลายส่งสวยด้วยใจงาม ฯ
๏ บ้างมีผัวตัวอยู่เป็นคู่ชื่นยังหาอื่นเข้าประคองเป็นสองสาม
ทำรักซ้อนซ่อนสนิทปิดเนื้อความจนเลยลามเป็นระฆังดังขึ้นเอง
ครั้นรู้ความถามไถ่ก็ไม่รับเขาเฆี่ยนขับตีด่าว่าข่มเหง
พลอยประจบกลบความไปตามเพลงเพราะผัวเองจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
ทำองอาจพลาดพลั้งลงทั้งคู่เขาจับได้ชายชู้ดูน่าขัน
ไม่แปรดแปร้นแสนสลดเหมือนทศกัณฐ์ต้องโศกศัลย์เศร้าใจอยู่ในตรวน
เคยที่นอนหมอนหนุนละมุนนิ่มไปนอนทิมตรากตรำเฝ้ากำสรวล
เล็นก็กัดหมัดก็กินจนสิ้นนวลแลแต่ล้วนลูกความออกหลามไป
ครั้นเห็นชู้คู่ชมภิรมย์รื่นก็ไม่ชื่นชมชิดพิสมัย
จะพึ่งชู้ชู้ก็เพียบกรอบเกรียบใจจะพึ่งผัวตัวก็ไม่เมตตาตน
ตระลาการท่านถามเอาความชั่วข้างตัวกลัวก็บอกออกอนุสนธิ์
เขาเฮฮาหน้าสลดต้องอดทนแทบจะด้นดำดินให้สิ้นอาย
ครั้นซักไซ้ไต่ถามได้ความชัดจึงจำกัดศักดินาราคาขาย
ถ้ารักชู้ก็ให้อยู่กับชู้ชายมันเบื่อหน่ายขายกลับเอาทรัพย์คืน
ก็สาสมกับอารมณ์สตรีชั่วอยู่กับผัวร่วมใจว่าไม่ชื่น
ไปคบชู้ชู้ชักหักทั้งยืนต้องกล้ำกลืนชลนัยน์อาลัยวอน
ที่ใครเห็นจะเมตตานั้นหายากมีแต่ปากแช่งอนงค์ส่งสลอน
เพราะเหตุตัวชั่วชื่อลือขจรที่เคยนอนนั่งสบายว่าไม่ดี
ครั้นลำบากยากใจสิได้คิดแต่มันผิดเสียถนัดต้องบัดสี
ใช่ไม่รู้ว่าเขาห้ามความถ้อยมีชั่วฤาดีก็ได้ยินสิ้นทุกคน
เออก็ใจเป็นไฉนนะน้องเอ๋ยมันจึงเลยไหลฉ่ำดังน้ำฝน
ช่างไม่คร้ามความชั่วติดตัวตนทำซุกซนจนได้ยากลำบากกาย
มันเสียแล้วถึงจะฝืนไม่คืนศักดิ์จะลงรักทองปิดไม่มิดหาย
อันความชั่วติดตัวกว่าจะตายเปรียบเหมือนกายกามีราคีคาว
ถึงบินออกนอกตำบลให้พ้นเขตคงบอกเหตุรู้ว่าใช่กาขาว
ห้ามมันยากปากมนุษย์นี้สุดยาวไม่แกล้งกล่าวค่อนว่าแก่นารี
ผู้ใดคิดผิดพลั้งเหมือนอย่างว่าถูกตำราแล้วอย่าโกรธพิโรธพี่
ควรยับยั้งชั่งใจเสียให้ดีถ้าหลีกลี้เลิกเล่นไม่เป็นไร
แม้ชั่วช้าใครเขาว่าแล้วโกรธเขาเช่นตัวเราผู้แต่งแถลงไข
จะวิบัติบาปกรรมซ้ำหนักไปถึงตกใต้เทวทัตต์เพราะขัดเคือง
แม้คนดีมีปัญญาถ้าไม่โกรธเห็นประโยชน์ตัดชั่วในตัวเปลื้อง
ให้พ้นทุกข์สุขีเป็นศรีเมืองอย่าแค้นเคืองคำข้าขออภัย ฯ
๏ เป็นสตรีมิใช่ชายเสียดายศักดิ์จะปลูกรักเรรวนหาควรไม่
อันความดีมีอยู่ดูจำไว้อย่าพอใจรักชั่วให้มัวมอม
จะมีคู่ก็ให้รู้ปรนนิบัติจงซื่อสัตย์สุจริตจิตถนอม
อย่าคิดร้ายย้ายแยกทำแปลกปลอมมโนน้อมเสน่หาต่อสามี
อย่าคบชู้สู่สมนิยมหวังไม่จิรังกาลดอกบอกโฉมศรี
เขารักหลอกหยอกเล่นดอกเช่นนี้ถ้าแม้มีเข้าของต้องบำเรอ
ธุระอะไรจะให้มันเสียของอันเงินทองผัวสิทำสน่ำเสนอ
เพราะเชื่อใจภรรยายิ่งกว่าเกลอควรบำเรอลูกผัวของตัวตน
จะมีจิตพิศวาสไม่คลาดเคลื่อนเพราะแม่เรือนร่วมใจจึงได้ผล
แม้นอกจิตคิดร้ายหมายประจญจะพาตนยากยับอัประมาณ
จงกันภัยในเล่ห์เสน่หาอย่าให้มาปนปะจงประหาร
เอาความสัตย์ตัดตั้งปฏิญาณถึงเกิดการยากเข็ญไม่เป็นไร
จงซื่อต่อภัสดาสวามีจนชีวีศรีสวัสดิ์เจ้าตัดษัย
อย่าให้มีราคินที่กินใจอุปไมยเหมือนอนงค์องค์สีดา
ถึงที่สุดทดลองก็ทองแท้ด้วยนางแน่อยู่ในสัจอธิษฐาน์
หญิงเดี๋ยวนี้แม้มีสัตยาภัสดาก็ยิ่งรักขึ้นหนักครัน ฯ
๏ แม้เขารักแล้วอย่าทำดื้อจิตเร่งเกรงผิดกลัวภัยใหญ่มหันต์
คำนับนอบสามีทุกวี่วันอย่าดุดันดื้อดึงตะบึงตะบอน
ยามสิ้นแสงสุริยาอย่าไปไหนจุดไต้ไฟเข้าไปส่องในห้องก่อน
ระวังดูปูปัดสลัดที่นอนทั้งฟูกหมอนอย่าให้มีธุลีลง
ถ้าแม้ว่าภัสดาเข้าไสยาสน์จงกราบบาททุกครั้งอย่าพลั้งหลง
เขาเมื่อยเหน็บเจ็บปวดในทรวดทรงช่วยบรรจงนวดฟั้นให้บรรเทา
ประพฤติกายสายสมรจะนอนหลับอย่ากลิ้งกลับมือไม้ไปป่ายเขา
นอนให้ดีมีสติสิริเราอย่าซบเซาอยู่จนแจ้งแสงพยับ
จงรีบฟื้นตื่นก่อนภัสดาน้ำล้างหน้าหาไว้ให้เสร็จสรรพ
จึงหุงข้าวต้มแกงแต่งสำรับจัดประทับเทียบทำให้น้ำนวล
ทั้งกะโถนคนทีขัดสีไว้ให้ผ่องใสสวยตาดูน่าบ้วน
อีกน้ำท่าอย่าให้ผงลงไปกวนจงใคร่ครวญพิเคราะห์ให้เหมาะการ
แม้รู้ว่าสามีจะไปไหนแต่ยังไม่ตื่นพรากจากสถาน
ประจงปลุกภัสดาอย่าช้านานให้ลุกขึ้นรับประทานโภชนา
จงระวังนั่งดูอยู่ใกล้ใกล้เผื่ออะไรมันขาดจะเรียกหา
อย่าให้ต้องร้องตะโกนโพนทนาจงอุตส่าห์ตั้งใจระไวระวัง
อยู่จนผัวรับประทานอาหารแล้วนางน้องแก้วเจ้าจงกินเมื่อภายหลัง
อย่ากินก่อนภัสดาดูน่าชังเขาจะรังเกียจใจดูไม่ดี ฯ
๏ ถ้าผัวทำราชการพระผ่านเกล้าเคยเข้าเฝ้าสู่วังนรังศรี
ทั้งล่วมปัดจัดแจงแต่งให้ดีหมากบุหรี่หาใส่ให้ไปกิน
อุตส่าห์ทำบำเรอเสนอสนองตามทำนองมิ่งมิตรเป็นนิจศิล
ปรนนิบัติภัสดาอย่าราคินจึงจะภิญโญยศปรากฏไป ฯ
๏ เกิดเป็นหญิงให้เห็นว่าเป็นหญิงอย่าทอดทิ้งกิริยาอัชฌาสัย
เป็นหญิงครึ่งชายครึ่งอย่าพึงใจใครเขาไม่สรรเสริญเมินอารมณ์
แม้ผัวเดือดเจ้าจงดับระงับไว้อย่าพอใจขึ้นเสียงเถียงประสม
เขาเป็นไฟเราเป็นน้ำคอยพรำพรมแม้ระดมทั้งคู่จะวู่วาม
อันโทโสโมโหไม่อดได้ความในใจก็ดังออกกลางสนาม
ที่ชาวบ้านท่านไม่รู้จะรู้ความอย่าทำตามใจนักมักจะเคย
เอาใจผัวผัวจะรักเจ้าหนักหนาหมั่นนำพาการเรือนอย่าเชือนเฉย
แม้ผัวทุกข์ขุกไข้ไม่เสบยอย่าวายเวยลามลวนให้กวนใจ
จงแย้มสรวลชวนปลอบให้ชอบชื่นเห็นเริงรื่นหัทยาจึงปราศรัย
ค่อยถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงฤทัยแม้สิ่งไรเขาไม่ชื่นอย่าขืนทำ
จะพูดจาสารพัดประหยัดปากอย่าพูดมากเติมต่อซึ่งข้อขำ
ความสิ่งไรในจิตจงปิดงำอย่าควรนำแนะออกไปนอกเรือน
การสิ่งไรที่ชั่วผัวเขาห้ามประพฤติตามแบบแผนให้แม้นเหมือน
อย่าดึงดื้อถือตนเป็นคนเชือนจะเอ่ยเอื้อนโอภาให้น่าฟัง ฯ
๏ แม้พิโรธโกรธขึ้งกับภัสดาอย่านินทาว่าผัวตัวลับหลัง
พึงข่มขืนกลืนไว้ในอุรังอุตส่าห์บังกลบเกลื่อนที่เงื่อนเงา
จึงจะว่านารีมีความคิดรู้ปกปิดมิดโทษไม่โฉดเขลา
ถึงใครรู้อยู่ว่าคมต้องชมเราหนึ่งผัวเล่าเขาก็เห็นว่าเป็นดี
การนินทาด่าผัวนี้ชั่วถ่อยเป็นคนน้อยปัญญาเสียราศี
ถึงร้างหย่าหาใหม่วิสัยมีชายที่ดีรู้กำพืดก็จืดไป
บ้างทำกลัวตัวสั่นแต่ต่อหน้าถึงตีด่าก็สู้นิ่งไม่ติงไหว
ครั้นผัวเดินเกินเลยเฉยเฉียดไปก็ด่าให้ไม่ดังตั้งกระซิบ
ทำเสงี่ยมเจียมตัวผัวไม่เห็นดูเหมือนเช่นปากว่าตาขยิบ
ครั้นว่าเขาเข้าใจรู้ไหวพริบก็ต้องริบต้องร้างระคางแคลง ฯ
๏ บางนารีที่เป็นนางใจร้ายกาจหมิ่นประมาททุ่มเถียงส่งเสียงแข็ง
สำรากก้องร้องแรกแหกกระแชงตะคอกแกล้งข่มขี่ให้ผัวกลัว
ขู่คำรนบ่นว่าด่าประชดให้สามีอัปยศลงหดหัว
ลุอำนาจไม่อาจขยาดตัวมัดมือผัวผูกแขวนแค่นเฆี่ยนตี
ทรมานภัสดาน่าสังเวชดูเหมือนเปรตเวทนาน่าบัดสี
ยังมิหนำซ้ำป่าวเหล่านารีที่ไม่มีภัสดาให้มาดู
ข้างฝ่ายผัวใจดีมิได้ว่านิ่งให้เมียเฆี่ยนด่าน่าอดสู
ดูเหมือนแม่กับลูกผูกขึ้นชูมิได้สู้รบรับสัประยุทธ์
ช่างกระไรใจคอมันอดได้ดูเหมือนไม่มีจิตผิดบุรุษ
จึงยอมตัวกลัวเมียจนหัวมุดน้อยมนุษย์ที่จะเป็นได้เช่นนั้น
เหมือนเช่นเราแล้วไม่ต้องให้ตีตบคงสู้รบโต้เต็มให้เข้มขัน
จะถีบถองเสียให้ยับไล่ขับกันร้างหย่ามันเสียให้ค้างอยู่กลางคัน ฯ
๏ สุภาษิตซึ่งประดิษฐ์มาไว้นี้ล้วนแต่มีเยี่ยงอย่างดังเสกสรรค์
ใช่จะแกล้งแต่งคำมารำพันคนทุกวันมักอย่างนี้มีอาเกียรณ์
จะร่ำไปสักเท่าไรก็ไม่หมดขี้เกียจจดเหน็ดเหนื่อยเมื่อยมือเขียน
อุตส่าห์ตรองตริตรึกนึกจำเนียรตั้งความเพียรผูกข้อต่อเรื่องราว
พอเป็นเรื่องสำหรับดับทุกข์โทษเป็นประโยชน์แก่สตรีที่สวยสาว
เป็นตำรับแบบฉบับไปยืดยาวในเรื่องราวสุภาษิตลิขิตความ
ข้อไหนชั่วแล้วอย่ามัวไปขืนทำจงจดจำบุญบาปอย่าหยาบหยาม
เก็บประกอบเอาแต่ชอบในเรื่องความประพฤติตามห้ามใจเสียให้ดี
อย่าฟังเปล่าเอาแต่กลอนสุนทรเพราะจงพิเคราะห์คำเลิศประเสริฐศรี
ไว้เป็นแบบสอนตนพ้นราคีกันบัดสีคำค่อนคนนินทา
ให้สุขีศรีเมืองเลื่องลือฟุ้งหอมจรุงกลิ่นกลั้วทั่วทิศา
เป็นที่ชื่นเช่นอย่างนางสีดาในใต้หล้าหมายประคองตัวน้องเอย ฯ


[๑] สุภาษิตสอนสตรีนี้ เดิมเรียกกันว่า “สุภาษิตสอนหญิง” หรือ “สุภาษิตไทย” แม้ในบัญชีชื่อหนังสือที่สุนทรภู่แต่งซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงไว้ท้ายประวัติสุนทรภู่ก็เรียกว่า “สุภาษิตสอนหญิง”

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ