พิเภกสอนบุตร

[๑]พิ ลาปเล่าลูกแล้วแลโฉม
เภก พักตร์หนักทรวงโทรมโศกแส้
สอน สาวสั่งสองโลมลาญสวาสดิ์
บุตร เบญกายหมายแหม้ไม่ม้วยมาเมือง ฯ
๏ โอ้สงสารมารซื่อชื่อพิเภก[๒]
โหรารู้ดูดีคัมภีร์เอกเลิศในเลขไตรเพทวิเศษยา
เมื่อทำนายทายสุบินทศพักตร์พระยายักษ์เคืองคิดจะเข่นฆ่า
กุมภกรรณอินทรชิตคิดเมตตาทูลขอโทษาพระยายักษ์
สั่งให้ไล่ขับเสียจากเมืองได้แค้นเคืองวิตกเพียงอกหัก[๓]
มาปราสาทโศกสุดบุตรเมียรักซบพักตร์โศกาน้ำตานอง[๔]
สร่างสะอื้นกลืนกลั้นที่กันแสงจึ่งชี้แจงสอนสั่งเจ้าทั้งสอง
จงสงวนนวลนางอยู่ปรางค์ทองเป็นกรรมของพี่แล้วจะขอลา
เจ้าอยู่หลังฟังคำแล้วจำไว้อย่าถือใจเลยว่าเจ้ามีวงศา
ทุกเช้าเย็นเขาเห็นกับภรรดา[๕]คราวชะตาตกอับนับจะอาย
เคยสำอางอย่างแต่ก่อนจงผ่อนผันแป้งน้ำมันเขม่าขมิ้นสิ้นทั้งหลาย
ให้รู้จักรักเจียมเสงี่ยมกายแม้นมิตายคงจะพบประสบกัน
ตรีชฎาอาดูรพูนเทวษชลเนตรนองปรางนางกระศัลย์
เข้ากราบบาทภรรดาแล้วจาบัลย์อภิวันท์วอนทูลมูลคดี
จะอยู่ไยได้ทุกข์ขอทุกข์ด้วยอยู่คงม้วยแม้นไปไม่บัดศรี
พระเคยโปรดสุขเกษมเปรมปรีดิ์โอ้ครั้งนี้จะเห็นใครขอไปตาม
สงสารแต่เบญกายสายสวาทดังนางนาฏในสวรรค์ชั้นสาม
วิไลลักษณ์พักตร์ผิวดั่งเพ็ญงามพยายามเยาวรุ่นจำเริญทรง
สงวนไว้ในปรางค์เหมือนนางแก้วเป็นกรรมแล้วลูกน้อยจะพลอยผง
โอ้ครั้งนี้ที่ไหนจะเป็นองค์นางโศกทรงสองทุกข์เข้าทับทรวง
พระยายักษ์ยอหัตถ์สัมผัสปลอบเจ้าว่าชอบเชิงหญิงทุกสิ่งหวง
จงอยู่เลี้ยงลูกยาธิดาดวงอย่าเป็นห่วงกับพี่เจ้าตรีชฎา
อันครั้งนี้พี่จะไปไกลแล้วน้องแก้วอยู่หลังระวังหน้า
สงวนองค์จงดีมีอัชฌาเลี้ยงลูกยายังเยาว์อย่าเบาความ
อนึ่งนางสาวใช้ในปราสาทจะพลั้งพลาดเล็กน้อยค่อยไต่ถาม
จงไว้หูฟังหูอย่าวู่วามพูดให้งามไพร่ผู้ดีมีเมตตา
อย่าถือผิดเป็นชอบประกอบสัตย์ระวังไว้ในสวัสดิรักษา
เป็นสตรีที่ชั่วทั่วนินทาเหมือนนางกากีกลกับคนธรรพ์
ที่กรุงพาณสอนอุษาธิดาท้าวเธอว่ากล่าวควรจะชมคมสัน
กฤษณาสอนน้องของสำคัญคงผ่อนผันเลือกใช้ที่ได้การ
พิศโฉมเบญกายเสียดายนักโอ้ลูกรักเป็นกำพร้าน่าสงสาร
อันสตรีดีด้วยชายหมายประมาณหญิงข้าวสารชายข้าวเปลือกเกลือกสุธา
เจ้าเป็นบุตรสุดรักของบิตุเรศดั่งดวงเนตรควรเมืองเบื้องขวา
เจ้าจงจำคำคิดถึงบิดา[๖]จะเจรจาลุกนั่งแลนอนเดิน
อิริยาบถสี่เป็นที่ยิ่งรักษาสิ่งสัตย์สุดสรรเสริญ
สำรวมเนตรสังเกตใจอย่าได้เมิน[๗]นุ่งประเชินห่มเจียมเสงี่ยมจน
สงวนงามยามอับอาภัพญาติอย่าหมายมาดพึ่งผู้ใดไม่เป็นผล
เห็นหน้าแต่แม่ลูกกันสองคนจะขัดสนไปข้างหน้าสารพัน
เบญกายกอดบาทอนาถแน่ก็โศกแซ่ส่งเสียงต่างกระศัลย์
พร้อมพี่เลี้ยงสุรางค์นางกำนัลสะอื้นอั้นโอดเสียงสำเนียงครวญ
ตรีชฎาว่าโอ้พระโพธิ์สวรรค์ดั่งดวงจันทร์แจ่มฟ้าเวหาหวน
พระจรพรากจากไกลใจรัญจวนจะสงวนชีพไว้ทำไมมี
เบญกายว่าพระจอมกระหม่อมแก้วพระลับแล้วลูกขอลาไปเมืองผี
จะอยู่ไยให้ยักษาทำยายีไม่ถึงที่แต่เป็นกรรมต้องจำตาย
นางสาวใช้ว่าพระเฉกเศวตฉัตรสารพัดเที่ยงธรรม์มั่นหมาย
รู้ทุกสิ่งจริงประจักษ์ทักทายได้สบายพึ่งบุญพระคุณเย็น
พระทัยเหมือนน้ำในอโนดาตจากปราสาทแล้วที่ไหนจะได้เห็น
จะอาดูรพูนเทวษน้ำเนตรกระเด็นไม่วายเว้นโศกศัลย์ถึงพันปี ฯ
พระยายักษ์หักห้ามที่ความโศกอย่าวิโยคร่ำร้องไม่ต้องที่
ประโลมปลอบวรนุชบุตรีจำเริญศรีรุ่นทรงเจ้าจงจำ
จะเป็นสาวคราวโศกรักษาศักดิ์ให้รู้จักชอบผิดคิดข้อขำ
จะเจรจาอย่าให้คนเขาเคืองคำถ้าจะทำสิ่งไรให้พินิจ
จะนุ่งผ้าทาแป้งแต่งองค์พอสมทรงสารพัดอย่าดัดจริต
งามยศมารยาททั้งผาดพิศอย่าคบคิดคนพาลสันดานโกง
ทศกัณฐ์เจ้ากรุงลุงของเจ้าเป็นคนเมาราคะจะตายโหง
ทำโมโหโกรธาบ้าลำโพงโป้งโหยงหยาบช้าทำสาธารณ์
ทูลเธอตามซื่อมาถือโกรธ[๘]พิฆาตโทษถึงชีวิตคิดผลาญ
จะอยู่ไยไล่ขับให้อัประมาณไปเป็นข้าพระอวตารเต็มพระทัย
แม่ศรีวังฟังสอนบิดรสั่งเจ้าอยู่หลังลุงอาอัชฌาสัย
อย่าประจบคบหามาไปอยู่แต่ในปรางค์มาศราชวัง
อย่ารู้เห็นเป็นใจได้อาสาตรีชฎาเบญกายอยู่ภายหลัง
จงขอดคำจำไว้ให้ระวังเชิงเขาชังลุงป้าบิดาดู
จำเจ็บอกตกยากลำบากแล้วโอ้ลูกแก้วรักตัวกลัวอดสู
จงตรองเกรงตรึกกริ่งสิ่งศัตรูเจ้าเร่งรู้ระวังองค์ให้จงควร
เป็นสตรีมีศักดิ์ให้บริสุทธิ์แม่เป็นบุตรองค์เดียวบิดาสงวน
อยู่ปรางค์มาศราชวังเปล่งปลั่งนวลจะรัญจวนเจ็บจิตเพราะบิดา
เธอตรัสสั่งบุตรสาวเมื่อคราวส่างกำนัลนางแน่นน้อมอยู่พร้อมหน้า
แกล้งสั่งสอนผ่อนผันเป็นชั้นมาทั้งทาสีทาสาแลสาวใช้
เมื่อคราวดีมีสุขทุกข์โศก[๙]สำหรับโลกทั่วหล้าอัชฌาสัย
คราวเคราะห์ร้ายนายโกรธจะโทษใคร[๑๐]โทษเอาใจตัวเองไม่เกรงนาย
จงฝากตัวกลัวผิดคิดชอบตามระบอบโบราณประมาณหมาย
ข้าดีเพราะรักเจ้าบ่าวรักนายอันเรื่องร้ายนอกในระไวระวัง
จงสัตย์ซื่อสวามิภักดิ์รักนาย[๑๑]อย่ามองหมายถมทับลับหลัง
ให้รู้เก็บรู้กินสิ้นหรือยังนายสั่งทำการอย่าคร้านแช[๑๒]
แม้นนายทุกข์เจ้าอย่าสุขเกษมเสียงจงคอยเคียงนิ่งนั่งฟังกระแส
ถ้าอยู่ไกลไม่ทันจะผันแปรแม้นายใช้อย่าได้แชให้ช้าเชือน
ตัวเป็นข้าอย่าให้ผ้าเหม็นสาบได้ระวังไว้นุ่งเจียมพอเทียมเพื่อน
ไพร่ผู้ดีมีจนพลเรือนก็แม้นเหมือนกันสิ้นกินกับการ
ตัวเป็นหญิงสิ่งไรไม่สันทัดให้เจนจัดในทำนองของคาวหวาน
ถึงจะเป็นเจ้าจอมหม่อมพนักงานคงโปรดปรานได้ชื่อเป็นมือดี
สารพัดหัดให้เห็นเป็นวิชาเขาย่อมว่าชาววังช่างบายศรี
รู้ไว้เผื่อเมื่อหน้าได้สามีถึงเป็นที่ท่านผู้หญิงอย่าทิ้งครัว
ดูจัดแจงแต่งหาโภชาหารพนักงานของสตรีแม้นมีผัว
ให้เกรงกราบสามีเป็นที่กลัวรู้ฝากตัวรักกายเสียดายงาม
ธรรมเนียมนางวางไหนให้เป็นหนึ่งอย่ารำพึงตรึกตรองเป็นสองสาม[๑๓]
อย่าถือใจใหลหลงว่าทรงงามเมื่อยามสาวก็ยังสวยสำรวยทรง
เหมือนสายหยุดสุดสายก็หายหอมพวงพยอมมะลิลามหาหงส์
เมื่อยามแย้มภุมเรศเจตน์ประจงพิศวงอยู่ด้วยกลิ่นถวิลวอน
ครั้นโรยร่วงพวงผกาก็คลาคลาดแรมนิราศร่ายเร่หาเกสร[๑๔]
มีดื่นดงทรงช่ออรชรหมู่ภมรเหมือนชายที่หมายเชย
เป็นหญิงดีมีอัชฌารักษาผัวรู้ฝากตัวชายไม่ร้างนะนางเอ๋ย
แม้นสตรีดีจริงไม่ทิ้งเลยเราก็เคยรู้เช่นได้เห็นเชิง
สอนสิ่งดีที่ชั่วไว้ผัวสอนจงผันผ่อนเช้าค่ำอย่าทำเหลิง
ตกลำบากยากจนจะปนเปิงแตกกระเจิงจากผัวเพราะตัวทำ
อย่าโทษชายลายชั่วอยู่ตัวหญิงแม้นดีจริงชายคงชุบอุปถัมภ์
คบชายชั่วพาตัวยับระยำถ้าชอกช้ำบุบสลายไม่หายเลย[๑๕]
เป็นนารีที่จำเริญบำรุงร่างจงสำอางเอี่ยมสะอาดฉลาดเฉลย
ให้หอมหวนชวนชื่นรื่นรำเพยชอบชายเชยชมเชิงละเลิงโลม
สัมผัสสี่มีรูปรสแลกลิ่นเสียงนี้แท้เที่ยงเครื่องประดับสำหรับโฉม[๑๖]
เป็นที่ชื่นหมื่นชายหมายประโลมจะน้อมโน้มนำเสน่ห์สนิทนาน
ถ้าทำดีมีอัชฌาสวามิภักดิ์ถึงมิรักก็คงจะสงสาร[๑๗]
อย่ารู้มากปากกล้าทำสามานย์เหมือนผจานหน้าตัวให้มัวมอม
แม้นทำดีมีชื่อบรรลือยศอยู่ปรากฏตัวตายไม่หายหอม
ถ้าทำร้ายชายร้างต้องหมางตรอมจะพาผอมเผือดซูบรูปทรง
ทำเล่นตัวจนผัวมีเมียน้อยนั่งตะบอยบ่นบ้าว่าลุ่มหลง
ถูกเสน่ห์เล่ห์ลมงมงงพาโลลงโทษชายแต่ฝ่ายเดียว
อันจิตชายได้หนึ่งรำพึงสองตามทำนองนอนนึกตรึกเที่ยว
น้ำมากปลาไม่ตายว่ายกลมเกลียวสายน้ำเชี่ยวชอบมัจฉาในสาชล
เป็นเมียหลวงหวงหึงเสน่หาเหมือนพาลพาภัยรำพึงไม่มีผล[๑๘]
สารพัดป่วยงานการของตนผู้คนทาสด่าว่ากระทบ[๑๙]
เขาย่อมว่าสามานย์ประจานผัวไม่ไว้ตัวเมียน้อยจะพลอยตบ
รู้ไกล่เกลี่ยเมียน้อยคอยนอบนบจงปรารภรักผัวของตัวเดิม
ถึงเสียทองเท่าตัวผัวอย่าเสียทำไมกับเมียน้อยน้อยปล่อยให้เหิม
ใครพลั้งพลาดขาดเหลือช่วยเจือเติมส่งเสริมสอนให้ชอบปลอบใช้[๒๐]
อันแม่เรือนเหมือนแมวเมียน้อยหนูศิษย์กับครูธรรมดาอัชฌาสัย
เขาก็จิตคิดดูเจ้าเราก็ใจ[๒๑]รักกันไว้ดีกว่าชังระวังรัก
ถ้าเขาซื่อเราซื่ออย่าถือยศแม้นใครคดเราคมอยู่ในฝัก[๒๒]
ชอบจะใช้ได้เชือดเลือดจึงชัก[๒๓]ให้รู้จักแข็งอ่อนผ่อนปัญญา
แม้นมีกรรมต่ำต้องเป็นเมียน้อยเมียหลวงคอยหยิบผิดด้วยอิจฉา
ถึงทำดีก็เป็นร้ายหมายนินทาจงอุตส่าห์ฝากตัวเจ้าผัวไว้
ทำให้ชอบมอบตัวเช่นทาสีให้ท่านมีเมตตาอัชฌาสัย
จงตั้งจิตคิดประจบให้สบใจตัวเป็นไทก็เหมือนทาสชาติเมียน้อย[๒๔]
มันเจ็บใจไม่ชั่วผัวของเขาเหมือนแกล้งเอาไฟจี้เข้าที่ฝอย
ทั้งเมียหลวงล่วงว่าขี้ข้าพลอยแต่เห็นมากกว่าร้อยย่อมเรื้อรัง
เป็นสตรีมีศัตรูรู้ตรองตรึกคะเนนึกอยู่เป็นนิตย์จิตหวัง
แม้นเมินหมิ่นประมาทพลาดพลั้งชายจะชิงหญิงจะชังชวนเป็นเชิง
ถ้ายากจนไปข้างหน้าคิดค้าขายอย่าเสียดายลมล่อยอให้เหลิง
ซื้อก็ง่ายขายก็คล่องด้วยต้องเชิงปลูกเป็นเพิงหน้าถังนั่งร้านชำ
หญิงเรียกแม่ชายเรียกพ่อง้อให้ซื้อผู้ใดหรือจะไม่ชมว่าคมขำ
ถ้าปากร้ายขายค้าว่าระยำฟังน้ำคำคนก็คิดเคืองระคาย
อันวาจาอัชฌาไม่ลงทุนแต่มีคุณเป็นประโยชน์ไม่โหดหาย
ถ้าพูดผิดคิดเข้าติดลอบตายทั้งหญิงชายเหมือนกันสำคัญลิ้น
อาวุธใดในพิภพไม่ลบปากถึงน้อยมากฟันฟาดขาดเป็นสิน
จะเป็นต้นก็แต่กลกันการกินในโลกสิ้นสามภพจบเจรจา
จะร่ำสอนอ่อนเสียงแต่เพียงสั่งเจ้าจงฟังเริ่มเรื่องไปเบื้องหน้า
อันองค์ท้าวทศพักตร์หลักลงกาพระชันษากิ่วกึ่งจะถึงกาล
โอ้เกาะแก้วลงกาเคยผาสุกแสนสนุกดังดาวดึงส์สถาน
ปราสาทมุขสุกแม้นเมืองวิมานส่งแสงพานโอภาสในอัมพร
ตั้งแต่นี้มีแต่นับจะลับแล้วโอแท่นแก้วที่บรรทมบรรจถรณ์
พระยี่ภู่ปูเคยเขนยนอนช่องบัญชรฉากชั้นกั้นลับแล
แลลับนับเวไลจะไกลแล้วโอ้ลูกแก้วเบญกายอยู่กับแม่
จงฝากตัวทาสไทให้ดูแลพวกสาวแส้เคยอยู่รู้ฝากตัว
เจ้าจงจำทำนายไปภายหน้าเมืองลงกาเพลิงใหญ่จะไหม้ทั่ว
พระยายักษ์ไม่รู้สึกสำนึกกลัวนิมิตชั่วในตำราท่านว่าร้าย
ท้าวถามทูลตามซื่อถือตำรับเธอแกล้งกลับดุเดือดไม่เหือดหาย
หวงหึงนางสีดาว่าวุ่นวายตัดตายตัดเป็นไม่เห็นกัน
ชาวลงกาจะเป็นข้าอยุธเยศเจ้าสังเกตจงจำคำมั่น
องค์พระรามฤาษีพ่อชีนั้นนารายณ์ภาคจากสวรรค์แสวงนาง
อันองค์พระลักษมีสีดาแม่องค์นี้แน่เจ้าอย่านึกอางขนาง
จงฝากตัวท่านไว้ใช้พลางพลางจะได้อ้างภายหน้าข้าหลวงเดิม
นางใช้สอยอัชฌาสัยให้สนิทสุจริตสองกษัตริย์เป็นฉัตรเฉลิม
สีดาตกเสด็จตามสงครามเติมมารอเริ่มแรมรั้งอยู่ฝั่งชล
ไปถวายกายเป็นข้าสวามิภักดิ์ทูลทรงศักดิ์ให้ท้าวทราบนุสนธิ์
เสด็จด้วยโยธีกระบี่พลจองถนนถมสมุทรรีบรุดมา
ได้ฤกษ์ดีตีสิบเอ็ดพอเสร็จสอนเผยบัญชรดูในห้องพระเวหา
ดาวเลื่อนเดือนลับบรรพตาได้เวลาเพชรฤกษ์จำเริญยาม
ท้าวจัดแจงแต่งตัวตามเพศร่ายพระเวทพระมนตร์จบคำรบสาม
ประนมหัตถ์มนัสน้อมนึกพระนามเดชะความธิษฐานบันดาลดล
อำนาจพระบารมีบรเมศร์สยองเกศแสยงกายทุกขุมขน
ให้หอมหวนล้วนทิพย์สุคนธ์มาเอิบอาบซาบสกนธ์สำราญกาย
ให้เหตุเห็นเป็นมหัศอัศจรรย์แสงฉ้อชั้นโชติช่วงวิเชียรฉาย
บันดาลให้ตัวลอยพลอยพระพายหอบเหาะหายข้ามมหาสาคร
กุมกระบองล่องฟ้าสามารถโดยอำนาจบุญฤทธิ์มหิศร
น้อมเกศมนัสการพระสี่กรลอยร่อนตั้งหน้าพระพลาเอย ๚

[๑] ถ่ายถอดจากต้นฉบับสมุดไทยดำ หมวดวรรณคดี หมู่กลอนสุภาษิตและคำสอน เลขที่ ๖ ตู้ ๑๑๕ ชั้น ๕/๓ มัดที่ ๒

[๒] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า แสนสงสารมารซื่อชื่อพิเภก

[๓] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า โอ้แค้นเคืองสุดวิตกเพียงอกหัก

[๔] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า พระยายักษ์อำลาน้ำตานอง

[๕] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า ทุกเช้าเย็นเขาเห็นแก่ภัสดา

[๖] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า เจ้าจงจำคำคิดของบิดา

[๗] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า สำรวมเนตรสังเกตใจอย่าได้เพลิน

[๘] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า พ่อทูลเธอตามซื่อมาถือโกรธ

[๙] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า เมื่อคราวดีมีสุขฤาทุกข์โศก

[๑๐] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า เพราะเราร้ายนายโกรธอย่าโทษใคร

[๑๑] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า จงสัตย์ซื่อสวามิภักดิ์รักเจ้านาย

[๑๒] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า นายท่านสั่งทำการอย่าคร้านแช

[๑๓] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า อย่าคนึงตรึกตรองเป็นสองสาม

[๑๔] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า แรมนิราศร่ายเร่ซึ่งเกสร

[๑๕] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า จะชอกช้ำบุบสลายไม่หายเลย

[๑๖] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า นี้แท้เที่ยงเครื่องประดับโฉม

[๑๗] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า แม้นมิรักแล้วก็คงจะสงสาร

[๑๘] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า เหมือนพาลพาภัยไม่รำพึงผล

[๑๙] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า มีผู้คนทาสด่าว่ากระทบ

[๒๐] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า ประสงค์เสริมชวนให้ชอบค่อยปลอบใช้

[๒๑] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ

[๒๒] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า แม้นใครคดเราก็คมอยู่ในฝัก

[๒๓] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า ชอบเชิงใช้ได้เชือดเลือดจึงชัก

[๒๔] สมุดไทยดำ เลขที่ ๗ ว่า ถึงเป็นไทก็เหมือนทาสชาติเมียน้อย

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ