กฤษณาสอนน้องคำฉันท์

[๑]๑๙ ขอถวายภิวาทนศาสดาดิลกธรรม์
ทั่วสงฆ์อันทรงสรรพ์คุณา
๏ นบพรหมินทร์วชิรินทรวิษณุศิวา
รวิศศิดาราจำรัส
๏ ฉ้อกามาคัคนาคิรินทรสินธุพนัส
ภูมพฤกษ์กำภูฉัตรธำรง
๏ ทวยเทพทิพยพิมานณะสถานสถิตยทุกองค์
อิกแมนสมุติทรงธเรศ
๏ เชิญปกป้องภยผองพิบัติอุปัทวเหตุ
นานาประเภทพยาธิ์อย่าพาน
๏ แต่ตูผู้จะนิพนธ์ยุบลบทบรรหาร
แห่งราชโยงการดำรัส
๏ ให้รังสฤษดิกฤษณาสุภาสิตสวัสดิ
เลบงฉันท์รำพรรณอรรถภิปราย
๏ แปลกแปลงแสดงพจนเพรงเชลงลักษณบรรยาย
ชาวชนบทธิบายประดาษ
๏ ไป่สมเสนอบเสมอสมานมุขประกาศ
อโยธยาคณาปราชญ์ทั้งมวญ
๏ รังสรรค์สารพอจักขานจักคู่พจนควร
เสนอสนองสำนวนเนืองกระวี
๏ หวังโอวาทอนุสาสนุสนธิสกลสัตรี
แสวงสวามิภักดีฤาวาย ๚
๏ แถลงเรื่องเบื้องต้นจนปลายโบราณนิยาย
เปนอย่างแต่ปางก่อนไกล 
๏ มีองค์อิศราธิปไตย[๒]ทรงนามภูวไนย
คือพรหมทัตกระษัตรา 
๏ เถลิงภพผ่านแผ่นพสุธาดลด้าวพารา
ณสีบุเรศเขตรขัณฑ์ 
๏ เอกอรรคพนิดาลาวรรณเฉิดโฉมโนมพรรณ
พระนามพระนุชบุษบา 
๏ เปนปิ่นอนงค์เนกบริจาริกนาฎคณนา
คือหมื่นหกพันนงพาล 
๏ มีราชธิดาดวงมาลย์ทั้งสองสคราน
พิลาศเลิศลักขณา 
๏ หนึ่งนามกรแก้วกฤษณาหนึ่งจิรประภา[๓]
ประไพพระพักตร์เพียงจันทร์ 
๏ ท้าวสงวนนวลนุชในครรภ์ปรางค์รัตน์นิรัน
ตรายนิราศราคิน 
๏ ควรคู่ขัติยาธิบดินทร์ปรีดาประดิทิน
ในกามกรีธากล 
๏ ผดุงเผดิมเริ่มราชมงคลสวยมพรมณฑล
พิธีวิวาห์ถาวร 
๏ เศกสองศุภลักษณบังอรมหิษีมหิศร
เสวยสวัสดิไอศวรรย์ 
๏ ในขัติยพงศาพันธุศักดิเสมอกัน
เปนเกศมกุฎธาษตรี 
๏ ทั่วกาสิกรัฐธรณีดลด้าวอันมี
พิศาลพิสัยสีมา 
๏ อัคเรศเกศแก้วกฤษณายิ่งยศปรีชา
เฉลียวเฉลิมโลกีย์ 
๏ ประฏิบัติกษัตราสวามีห้าองค์นฤบดี
เสน่ห์สนิทนิจกาล 
๏ ห่อนเคียดขึ้งคำรำคาญเขษมสุขสำราญ
ภิรมย์ฤดีปรีดา 
๏ ผลัดเปลี่ยนเวียนเวรราชาถนอมแนบนิทรา
ละวันบรรโลมโฉมสมร 
๏ ในห้องสิริไสยากรเกื้อกามตระอร
บโรยบร้างห่างขวัญ 
๏ เสวยสวัสดิสังวาสนิรันดรแผ้วไภยัน
ตรายฤาพานพาธา 
๏ เพื่อพระเทพีมีมารยาทกิริยา
บหยาบสุภาพพร้อมมูล 
๏ ควรฉลองลอองบาทบดีสูรย์ภิเษกสมบูรณ์
สมบัติพิพัฒน์โอฬาร ๚ 
๑๔ ปางองค์อนงค์นุชสุดาจิรประภาพิมลมาลย์
ภรรดานราธิปบดาลประดิพัทธเปรมปรีดิ์
๏ เคียดขุ่นก็ครุ่นฤทยโทษบมิโปรดมิปรานี
เศร้าทรวงรลวงทุกขทวีดุรเทวษถวิลครวญ
๏ อกโอ้อาภัพดูอัปรลักษณ์นิราสรักแต่ไห้หวล
เอกาสวามิบมิควรกระมลหมางมาห่างเหิน
๏ พระพี่ธมีวรภรรดาประมาณห้าบำเรอเจริญ
จิตรท้าวฤาร้าวรมยเพลินเสน่ห์น้อมประนอมโฉม
๏ ฉันใดจึงดาลกระมลปรีดิฤดีบลืมประโลม
ห่อนห่างและสร่างสุขตระโบมบริบาลบรรสานสม
๏ ควรกูจักสู่อรจักถามจักขานความที่เกรียมตรม[๔]
ยลอย่างบร้างเสน่หชมจักเชยชื่นทุกคืนวัน
๏ ตริเสร็จพธูก็ยุรยาตรยังปรางค์มาศพิมานจันทน์
เกศก้มประนมกรภิวันทน์วรเชษฐ์ยุพาพงา
๏ เทพีธมีพจนประภาษเยียใดนาฎกนิษฐา
เศร้าศรีฉวีวรรณวิการวิกลมาหม่นหมาง
๏ เพื่อพาลพิบัติอุปัทวทุกข์บมีสุขในสรรพางค์
ไข้จริงไข้ใจฉันใดนะนางนุชชี้คดีแถลง
๏ อ้าอายบอาจอรรถจักเอื้อนแลจักเยื้อนยุบลแสดง
โอษฐ์อ้างไฉนฤไทยแหนงมรณเลิศประเสริฐแล
๏ อดสูดูยิ่งสิ่งใดจะเทียบจะปูนเปรียบที่ห่างแห
โหยหาภรรดาก็บมิแปรพักตรพ้องเปนสองสรวล
๏ ร้อยทุกข์รันทมระบมระบุอุระระอุกำสรวลครวญ
ชอกช้ำระกำจิตรประมวญประมาณมากกว่าแดนดิน
๏ พระองคทรงคุณพิเศษวรเวทประสิทธิศิลป์
อาจโผอนมนัสขัติยนรินทร์ทั้งห้าท้าวฤาร้าวราน
๏ ร่วมรมย์บรรทมสุขบสร่างสวาดิร้างฤดีสมาน
เชิญเฉลยในเล่ห์เสน่หวานวจนาดถ์ประสาทสอน
๏ อ้าแม่อย่ามานกระมลปรีดิกระลีกระลำพร
ใช่ชอบประกอบกรรมจักรอนยศยิ่งทุกสิ่งเจริญ
๏ ไป่ก่อในกิจประสิทธิเวทอคุณเหตุห่อนสรรเสริญ
สวามีภักดีธรรมะพรรเอิญภิรมยราชฤไทยไท
๏ อย่าแม่อย่าแปรประทุฐจิตรทุจริตจัญไรภัย
ซื่อซ้อมถนอมสัตยในบทเรณุภรรดา
๏ แม้วรักด้วยฤทธิ์ประสิทธิมนตรวิกลกฤติยา
พลันหน่ายบังวายสวาดิอาดุรร้างบรางนาน
๏ เสน่ห์สนิทด้วยมิตรธรรมะแท้บปรวนแปรจักร้าวฉาน
สุจริตเจริญคุณะฤารานเมตรมุ่งคุ้งวายวาง
๏ สารแล่นครรไลคือใครจักฉุดแลจักยุดจักยื้อหาง
พฤษภฤาเสพภักษบรางจักข่มเขาให้ตฤบตฤณ
๏ จักแจ้งแสดงอรรถภิปรายบรรยายเบื้องระบอบระบิล
โอวาทนุสาสนยุพินทรเพื่อจักเพียรผดุง
๏ โดยกิจสวามิบริรักษ์พิทักษ์ราชอำรุง
กอปกัตเวทิธรรมะคุงชีพิตม้วยด้วยสัตยา
๏ อิกการภิบาลพิบุลวัตรประฏิบัติแลวาจา
หย่อนหยาบสุภาพพจนมารยาทพร้อมลม่อมกาย
๏ สิ่งนี้เปนที่ภิรมเยศบุรุษเจตนาหมาย
เสน่ห์สนองบหมองจิตรรคายฤาข้องเคียดจักเกลียดไกล
๏ ธรรมดาบุรุษอุดมเพศก็พิเศษคือธงไชย
เฉลิมศรีสุรางคคณะในภพแม้นมกุฏทรง
๏ ผิบนั้นประหนึ่งวรประวิตรประกิจแก้วพิเชียรผจง
สวมใส่ในนิ้วอรอนงค์พิโรจรัตน์จรัสเจริญ
๏ ไร้ร้างนิราสวรสวามิภรรดาธห่างเหิน
เปนม่ายฤาวายวัจนดำเนินดำเนียรความอันหยามยิน
๏ เฉกเช่นชโลทกนทีบมิมีกระแสสินธุ์
นคราอันไร้นฤบดินทรเสื่อมสถาพร
๏ สิ้นสูญสิริแลกฤติยศฤาปรากฎประกาศขจร
ทั่วทวยคณานรนิกรประมาทหมิ่นทุกถิ่นสถาน
๏ ธงไชยอันไพบุลในงอนเปนอาภรณ์แห่งรถยาน
ธุมาก็ปรากฎแก่กรานต์แลเถกิงระเริงแสง
๏ ราชาก็ปรากฎเปนปิ่นนครินทรเขตรแขวง
สวามีเป็นศรีสวัสดิแสดงศักดิสง่าแก่นารี
๏ ชายใดแม้ได้เป็นภรรดาบโสภาทั้งอินทรีย์
สูญเสื่อมสติวิริยฤามีปัญญาโหดแลโฉดเฉา
๏ ไป่ควรจักคิดจิตรประมาทบริภาษดูเบา
ควรคิดสนิทเสน่หเคารพเริ่มภักดีสนอง
๏ เฉกฉัตรประชาบดีพรหเมศสุรเชษฐปกครอง
กั้งเกล้าบันเทาทุกขทั้งผองพิบัติใดบใกล้กราย ๚
 ๒๘ อย่าเยี่ยงหญิงชั่ว
ไป่รู้คุณผัวไม่กลัวความอาย
ลิ้นลมข่มคำห่อนยำเยงชาย
จงจิตรคิดหมายมุ่งร้ายภรรดา
 ๏ ต่อหน้าปราไส
ลับหลังตั้งใจดูหมิ่นนินทา
คอยหาข้อผิดห่อนคิดกรุณา
ไป่ได้นำพากิจการงานเรือน
 ๏ การหูกการไน
สดึงรึงไหมต้องให้ตักเตือน
เย็บเสี้ยวร้อยปักคร้านนักชักเชือน
คบค้าหาเพื่อนชอบหน้าพาที
 ๏ โภชาอาหาร
ห่อนเอื้อเอาภารประฏิบัติสวามี
กล่าวเถียงเลี่ยงล้อปากต่อมือตี
คารมข่มขี่จู้จี้เจรจา
 ๏ อย่าเยี่ยงหญิงโหด
มักหึงขึ้งโกรธวิวาทวาทา
ฤาห่อนย่อท้องอนง้อภรรดา
โอหังตั้งหน้าปากกล้าไม่กลัว
 ๏ อย่าเยี่ยงหญิงร้าย
แง่งอนห่อนอายเล่นริกขิกหัว
หากินก็เกียจเตรียจชายเข้าครัว
ละไว้ให้ผัวกอบกิจปิดงำ
 ๏ แขกมาหาสู่
เกรงเปลืองหมากพลูทานทัดขัดคำ
ดูตาผัวพลางให้ข้างฤายำ
แยบยลกลทำขับแขกจากสถาน
 ๏ อย่าเยี่ยงหญิงบาป
ลโมภโลภลาภเกลศเหลือประมาณ
เร่ชู้รู้เช่นฤาเปนแก่นสาร
ชาติช้าสาธารณ์ทรลักษณ์ศักดิสูญ
 ๏ ไป่กลัวความอาย
ชนฉินยินร้ายหยาบคายแด่ประยูร
ชนกชนนีสวามีตระกูล
เกิดเข็ญเปนมูลโทโสโมหันธ์
 ๏ เผ่าพงศ์วงศ์วาร
เพื่อนเรือนเพื่อนบ้านผิดพ้องหมองกัน
เคืองขุ่นครุ่นเคียดรังเกียจเดียดฉัน
ฤาว่างเว้นวันจองจิตรฤษยา
 ๏ ห่อนผูกไมตรี
ร่วมสุขเขษมศรีพาทีปรีดา
ทำเล่ห์เท่ห์กลแยบยลนานา
ซื่อส่อต่อหน้าลับหลังปรวนแปร
 ๏ แหวนทองเงินตรา
แพรพรรณผืนผ้าย้ายยักชักแช
ผันผ่อนซ่อนไว้ห่อนให้ผัวแล
เปนหญิงแสนแง่ลามกพกลม
 ๏ ล้วนชาติหฤโหด
ก่อเข็ญเปนโทษชายร้างห่างสม
ฤาห่อนเคียงคู่สมสู่อภิรมย์
บำราศขาดชมเชยชิดนิจกาล ๚
๒๑ เอกองค์อนงค์นุชนงคราญกลศศิชัชวาลย์
เมฆบพ้องพานก็ผ่องทิศ
๏ เปนพงศ์ขัติยาวราฤทธิ์วิบุลยธนะสมิทธิ์
อรรคราชิศรบดี
๏ รักศักดิสุริวงศ์กระษัตรีย์กลมิคจมรี
เสน่หอินทรีย์สงวนพาล
๏ ไป่ได้อาไลยในชนมานบมละสัตยปาน
เปรียบก็ปูนประมาณดั่งยองยง
๏ บริรักษ์ภักดีบาทบงสุ์นฤบดิศรทรง
คุณะคือองค์พระภรรดา
๏ รักตนสงวนตนกัลยาครหะวจนะทา
รุณะโทษาจงอย่าพาน
๏ ยังราชหฤไทยนราบาลนฤจิตรวิมัติดาล
เชื่อฤาร้าวรานเสน่ห์สนิท
๏ โดยสุนทรภาพยมิตรจิตรกลชนมชีวิต
สุจริตร่วมมโนสมาน
๏ ห่อนเคียดเคืองคำรำคาญประดิพัทธขัติยปาน
เปรียบดังชนมานบหม่นหมาง
๏ จงจำพร่ำพจนอย่าละวางคุณวิบุลยทาง
วัตจริยางคขัติยา
๏ จักเจริญเกียรติยศฦาชาอิศริยยศวรา
ดิเรกบริวาระไพบูลย์
๏ สมศักดิอรรคราชประยูรวรอุทิศตระกูล
อย่าพึงเสื่อมสูญในสิ่งสัตย์
๏ ไว้ความสรรเสริญเจริญสวัสดิ์คุณวิบุลยพิพัฒน์
โดยวิริยวัตรกระสัตรี
๏ พึงทราบอัธยาสวามีมนัสภิรัตปรี
ดาอันใดมีบันโดยตาม
๏ อย่าทำทรนงจิตรหยาบหยามสุจริตประดิษฐงาม
พึงพยายามเสงี่ยมสงวน
๏ ทูลแถลงแสดงอรรถโดยควรยุบลสัตยประมวญ
เท็จบทบทวนมาทูลไท
๏ รอบรู้กิริยาอัชฌาไศรยนฤบดิศรไอ
ศูรย์พระสาสน์ไขบขัดคำ
๏ ร่วมทุกข์สุขร่วมรมย์สัมฤทธิหฤทยบำ
เรอบำรุงทำคุณาสนอง
๏ สวามิภักดีจิตรโดยปองกตัญญูวิบุลยครอง
กรรมบถคลองกุศลแสวง ๚
๑๑ ตื่นก่อนเมื่อนอนหลังพึงเฝ้าฟังบรรหารแสดง
ตรัสใช้รไวรแวงรวังศัพท์รับสั่งสาร
๏ ยามไท้ธิเบศร์ทรงประชวรองค์บสำราญ
อย่าคลาพยาบาลบำเรอรักษ์ภักดีตระโบม
๏ ปางท้าวธไสยาอย่าลีลาให้เครงโครม
อำรุงฤไทยประโลมบพิตรผู้อย่าดูเบา
๏ ที่สูงที่ไสยาสน์อย่าอุกอาจจักเอื้อมเอา
สิ่งใดบได้เคารพไท้ฤาไป่ควร
๏ ยามเอื้อนโองการตรัสสนองอรรถอย่าลามลวน
ยามท้าวธเชยชวนบันโดยชอบในเชิงสม
๏ ยามร้อนพึงไกวกวัดรำพายพัดรำเพยลม
ยามสรงถวายฉมสุคนธ์ฟุ้งจรุงขจร
๏ ยามงายก็อยู่งานบริบาลบดีศร
ยามสถิตย์ไสยากรพึงนวดนั่งระวังยาม
๏ ปางไท้ธสู่สมสนมใดบันโดยตาม
ฤาแหนฤาห่อนงามพึงโหดเหตุหวงหึง
๏ ปางราชรางวัลปันกำนัลนางที่พอพึง
อย่าทัดอย่าทันทึงอธรรม์จิตรอันฤษยา
๏ เกรงไท้ฤไทยรานบันดาลโทษโกรธา
เสื่อมศักดิเดชานุภาพผู้จะดูแคลน
๏ รักองค์สงวนองค์อย่าทนงพึงกลัวแกลน
ภรรดาคุณาแทนบิดุเรศพิเศษสมาน
๏ ไตรตรวจทุกหมวดหมู่อนงค์ผู้พนักงาน
ในราชบำเรอการประฏิบัติกระษัตรา
๏ เช้าค่ำบำบวงบาทบมิขาดสักเวลา
ผดุงราชบริจาริกวัตรสวัสดี
๏ ดูถ้วนทุกนวลนางสุรสุรางคนารี
ปองโปรดปรานีมีมิตรธรรมอันเที่ยงธรรม์
๏ มละเหตุอคติบเริ่มริทั้งสี่พรรค์
โทษะโมหะฉันทะภยาฤาอาวรณ์
๏ ครั้งหนึ่งถึงสองครั้งผิผิดพลั้งพึงสั่งสอน
สามซ้ำควรกรรมกรณ์นุกิจราชอาญา
๏ หนึ่งรู้จริตจิตรบพิตรผู้ภรรดาปรา
รภใดบันโดยอารมณพระประสงค์สม
๏ หนึ่งน้องจักทูลความสิ่งใดยามสำเริงรมย์
ยามไท้ฤไทยระทมทุกขอย่ากิจจาแถลง
๏ รู้รอบประกอบการบริบาลบันโดยแสดง
ชอบราชมโนแหนงสิ่งใดไซ้อย่าได้ทำ
๏ ตรวจตราสุธาโภชอันเอมโอชบำเรอบำ
รุงราชผู้พำนักนิเนืองคณาประชา
๏ จัดเครื่องสุคนธ์ปรุงจรุงรสมาลา
ลูบไล้พระกายาขัติเยศสำอางองค์
๏ อิกทั้งพระภูษิตพิจิตรพัสตรอันบรรจง
อวลอบตระหลบทรงเสาวคนธ์เลวงขจร
๏ น้ำสรงแลน้ำเสวยรำเหยรสเกสร
เสารภยเอมอรอดิเรกชวยฉม
๏ ปัดปูยี่ภู่ลาดบรรจ์ฐรณ์อาสน์ภูธรผธม
ยามราชนิทรารมย์บริรักษ์ภักดีผดุง
๏ ลูบล้างวิบูลย์บทสุธารสสุคนธ์ปรุง
ประกอบราชอำรุงขณะสู่ไสยาสถาน
๏ เครื่องสรงพระพักตร์ไท้เอาใจใส่เปนนิจกาล
ปางปิ่นสุธาธารมิทันตื่นพึงเตรียมถวาย
๏ แม้วไท้ธไคลคลาศพยุหบาตรคลี่คลาย
จักโดยเสด็จผายคชยานยาตรา
๏ กูบกั้งกระโจมทองวิสูตรป้องกำบังตา
สำรวมพระไนยนาอย่าแหวกม่านรเมียลมอง
๏ แสนเสวกามาตย์อันลีลาสอเนกนอง
ทราบไท้ฤไทยหมองมนัสแหนงรแวงถวิล
๏ หนึ่งน้องอย่ายืนขานนุสนธิ์สารแด่ราชินทร์
ฤาชอบระบอบระบิลบำญัติหยาบพึงเยงยำ
๏ เถ้าแก่ชะแม่หมู่กำนัลผู้ใดใดทำ
ควรโทษพิโรธคำอย่าเคียดขึ้งให้เครงโครม
๏ พึงน้องสำรวมโอษฐ์ผรุสโทษทำลายโฉม
เสียศรีอินทรีย์โทรมศุภลักษณ์พักตราหมอง
๏ หนึ่งเราแต่เยาว์มีชนนีชนกครอง
ตราบได้ภิเษกสองสุขในมไหศวรรย์
๏ คุณพระภรรดาเจ้าได้ปกเกล้าช่วยกั้นกัน
คุ้มขวงภยันต์อันตรายร้างบรางพาน
๏ ธรรมดาคณะพธูบำราศคู่สมัคสมาน
เสมอแหวนวิเชียรรานรังษีหมองบผ่องพรรณ
๏ เจียรจันทรดารกวลาหกมากีดกัน
เศร้าแสงชรอับอันธการคลุ้มชรอุ่มโพยม
๏ เฉกหญิงที่ชายหน่ายแม้เปนม่ายก็หมองโฉม
เสื่อมสุขแต่ทุกข์โทมมนัสเศร้ากำสรวลศัลย์
๏ ชุมชนจะชวนฉินประมาทหมิ่นทุกสิ่งอัน
ยากนักจักผ่อนผันบรรเทาที่สัตรีตรอม
๏ สบสรรพสิ่งชั่วมาเกลือกลั้วให้หมองมอม
พักตร์ผ่องก็เผือดผอมพิกลรูปจักซูบทรง
๏ พฤษภกาษรอิกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสนงคงสำคัญหมายในกายมี
๏ นรชาติวางวายมลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดีประดับไว้ในโลกา
๏ ความดีก็ปรากฎกฤติยศฦาชา
ความชั่วก็นินทาทุรยศยินขจร
๏ เปนราชบุตรีมหิษีมหิศร
เสวยสวัสดิถาวรถวัลยราชธราดล
๏ อย่าเผยบัญชรบานพิศาลทัศนาชน
จักแถลงแสดงนุสนธิ์อย่าสรวลเสียงสำเนียงดัง
๏ เดินนั่งจงยั้งองค์ดำรงกายระไวระวัง
ซวดซวนก็ชวนชังชนผองจะซร้องสรวล
๏ อย่าด่วนครรไลแล่นกรกรีดแหวนบรางควร
ทอดตาลิลาจวนสดุดบาทจักพลาดพลำ
๏ อย่าเดินทัดมาลาเสยเกศาบควรทำ
จีบพกพลางขานคำสกิดเพื่อนสำรวลพลาง
๏ ยุรยาตรโยกย้ายกรกรีดกรายสไบบาง
ยอหัดถ์สำผัสปรางจักเสื่อมสวัสดิสัตรี
๏ นุ่งเฟ็ด[๕]ภูษาเดินแลมุ่งเมิลวิถีลี
เปลือยเปล่าพระอินทรีย์หนึ่งสองบ่าสไบทรง
๏ พบชายก็ชายสรวลสำรวลฤาสำรวมองค์
ล้วนเลศอวมงคลเหตุบห่อนงาม
๏ เท้าคางแลเท้าแขนจนองค์แอ่นฤาเขินขาม
หนึ่งสนธยายามแลแวะพูดเพื่อนเคหา
๏ หนึ่งนั่งเอาบ่าทรงศิระบงบโสภา
โยกย้ายวิการกายประเภทหลากหลาย
๏ หนึ่งสถิตย์ที่บันไดอิกร่มไม้แลตากกาย
นอนนั่งยังชานชายสถลท้องวิถีทาง
๏ ล้วนเลศอัปรลักษณ์ทุรลักษณานาง
ราคีคดีหมางกระมลผู้ภรรดาตน
๏ หนึ่งโสดจักสำรวลบมิควรทรอึงอล
แย้มยิ้มพะพริ้มยลพักตรเพริศพะเพราพราย
๏ จักจามบงามแรงแสดงอรรถอย่าตรัสหลาย
นอนนานมักคร้านกายป่วยการกิจคิดการงาน
๏ น้อยภักษ์ก็ผอมซูบสริรรูปก็บันดาล[๖]
มากภักษ์ก็พีพานจะหนักเนื้อแลเทื้อองค์
๏ พึงภักษพอประมาณบวิการวิกลทรง
โสภาคยยรรยงทุกสิ่งสิ้นทั้งอินทรีย์
๏ อิกอิริยาบถกำหนดถ้วนทั้งสี่มี
นั่งนอนหนึ่งจรลีแลยืนพร้อมเสมอสมาน
๏ เพียรกิจบคิดเกียจฤากลัวเกลียดในงานการ
รอบรู้วิธีชาญประฏิบัติกระษัตรา
๏ รักตนเสงี่ยมตนบำเพ็ญผลสัตยา
ทานศีลศรัทธาปรารภเกื้อกุศลธรรม์
๏ รักสัตวนานาพึงรักษาบเดียดฉัน
เลี้ยงดูทุกคืนวันจนอิ่มหนำเปนอาจิณ
๏ รักรุกขอุประถัมภ์พึงรดน้ำแลพูนดิน
กิ่งก้านฤารานสินสงวนไว้ได้เชยชม
๏ รักชนพึงเลี้ยงดูให้อยู่สุขสำราญรมย์
นุ่งห่มอุดมสมบูรณพร้อมภักษาหาร
๏ ใช้สอยบหลบลี้ฤาหน่ายหนีในงานการ
จงรักภักดีนานห่อนเหินห่างคุ้งวางวาย
๏ ผูกงูด้วยมนตราวิทยาอาคมหมาย
ผูกสารบเคลื่อนคลายด้วยเชือกบาศกระสันพัน
๏ ผูกชนด้วยไมตรีจิตรปรีดีหฤาหรรษ์
รักคุ้งชีวาวันมรณาศฤาหน่ายแหนง
๏ คำสอนสมรมาลย์ประสาทสารสุนทรแสดง
จงจำอย่าเคลือบแคลงประพฤติเพื่อผดุงตน[๗]
๏ เปนที่เสน่หาแต่ภรรดาเจริญผล
กว่าเล่ห์เสน่ห์มนต์ตรมายาอันอาธรรม์ ๚
๑๕ มธุรพจนรำพรรณพื้นพิเศษสรรพ์สถาพร
๏ มธุรพจนสารสอนเชิญวิมลสมรบำรุงองค์
๏ มธุรพจนยรรยงสรรพทุกสิ่งมงคลาเลิศ
๏ มธุรพจนกอปเกิดวัฒนาประเสริฐสวัสดี
๏ มธุรพจนสารศรีธรรมวาทีสุภาสิต
๏ มธุรพจนโสภิตนุชนาฎพนิตบำเพ็ญเพียร
๏ อมรนิกรอันเสถียรราชมณเฑียรจะอวยไชย
๏ อมรนิกรสถิตย์ในเศวตฉัตรไทธอวยผล ๚
๑๒ วรราชกนิษฐพนิตวิมล
ธสดับอนุสนธิ์อนุสาสนคดี
๏ ศุภมงคลเหตุวรเชษฐภคินี
ก็ประณตบทศรีศิรรับพจนา
๏ ปฏิบัติบขาดดุจนาฏกถา
คุณวัฒนปรากฏเกิดอภิรมย์
๏ ขัติเยศสวามิธมาสุขสม
รติราคนุกรมกิจกามตระกล
๏ ธก็เสพยสวัสดิพิพัฒณพระมณ
ฑิรเทียรพิชยนตพิมานอมรินทร์
๏ ธก็สมฤทธิในหฤทัยยุพิน
สุขกามประดิทินทิพรสฤาปาน
๏ ธเสวยสิริรัชวรฉัตรอุฬาร
จิตรผาสุกสานติสมบัติสมบูรณ์ ๚
๑๔ กฤษณาสุภาสิตวิธีคดีโลกย์ฤาเสื่อมสูญ
สำหรับประดับยศประยูรเยาวยอดยุพาพงา
๏ พึงเพียรบำเพ็ญพิพิธวัตรประฏิบัติภรรดา
สุจริตเจริญสวัสดิสวามิภักดีแต่โบราณ
๏ โดยกิจกตัญญุกตเวทิบุพเพภิปรายสาร
เปนอย่างแต่ปางอดีตกาลประกาศเกียรติในโลกา
๏ เนืองนางสุรางคพึงอำรุงผดุงโดยจรรยาปรา
กฏกลวิมลมกุฏิอาภรณรัตนสัตรีทรง
๏ เปนศรีสถาพรอเนกอดิเรกคุณคง
เฉลิมเกศนิกรอรอนงคพธูทั้งธาษตรี ๚
๏ กฤษ ณายุพาพักตร์เพี้ยงเพ็ญจันทร์
นา เรศเชษฐรำพรรณพร่ำถ้อย
สอน นุชดุจแสดงฉันทพากย์พจน์ นี้นา
น้อง สดับรับสารสร้อยสืบสร้างสมประสงค์ ๚


[๑] อักขรวิธีตามฉบับพิมพ์ครั้งแรก พุทธศักราช ๒๔๖๖

[๒] ฉบับตัวเขียนและจารึกว่า “มีองค์อิศราธิปไท”

[๓] ฉบับตัวเขียนและจารึกว่า “จีรประภา”

[๔] ฉบับตัวเขียนและจารึกว่า “เกรียมกรม”

[๕] นุ่งเฟ็ด หมายถึง การนุ่งผ้าที่ถลกขึ้นสูง

[๖] ฉบับตัวเขียนและจารึกว่า “สริรรูปบันดาล”

[๗] ฉบับตัวเขียนและจารึกว่า “ประพฤทธิเพื่อผดุงตน”

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ