นิราศพระบาท สำนวนนายจัด

๏ โอ้มีกรรมจำไกลกลอยสมร
ดังดวงจิตปลิดจากอุทรให้อาวรณ์ห่วงหาถึงดวงใจ
ด้วยพระจอมอิศราอาณาจักรแรมตำหนักแท่นทองอันผ่องใส
เสด็จด้นชลมาศ[๑]ประพาสไคลด้วยพระทัยทรงเดชเจตนา
จะอภิวาทรอยบาทบทเรศพระปิ่นเกศมงกุฎสุดทิศา
ได้ทราบข่าวผ่าวทรวงถึงดวงตาอนิจจาครั้งนี้พี่จำไกล
พอทราบเหตุจะไปแจ้งแสดงน้องไม่สบช่องโอ้กรรมจะทำไฉน
พี่คอยท่าหาเจ้าเป็นเท่าไรแรกอุทัยจำรัสจนอัสดง
จะสั่งใครให้ไปแจ้งแถลงถ้อยว่ามาคอยนิ่มเนื้อนวลระหง
ก็เกรงภัยกลัวผิดถึงบิตุรงค์ท่านจะลงโทษทำให้ชํ้านวล
ครั้นยํ่าคํ่าจำใจครรไลลับทวีทับทุกข์ใจอาลัยหวน
ลงนาวาอาวรณ์สะท้อนครวญเวลาจวนยาตรานาวาจร
นิราศร้างลงเรือเหลือระลึกยิ่งสำนึกคะนึงถึงสมร
ข้ามบากจากเขตพระนครมาถึงโรงอากรต้มสุรา
เห็นเพลิงพลุ่งรุ่งแรงแสงสว่างจีนลูกจ้างโพงชลล้นรางฉ่า
โอ้อกเอยมีกรรมน้ำสุราเคยเสพมาก่อนเก่าได้เมามาย
ถึงบ้านปูนพูนก่อเป็นเตาเผาน่าร้อนเร่าเพลิงโรจน์ดูโชติฉาย
โอ้ศิลาแข็งลํ้ายังทำลาย[๒]นี่หรือกายปุถุชนจะทนมี
ถึงบางจากชื่อบางระคางแค้นยิ่งสุดแสนโศกเศร้าถึงโฉมศรี
ฤดีดิ้นดังจะสิ้นสุดชีวีประเดี๋ยวนี้จากกันไม่ทันรอ
จากสมรแล้วมาย้อนได้ยินบางนี่ใครช่างให้ชื่ออย่างนี้หนอ
จากคนทนลำบากปะจากกอเหมือนแกล้งล่อให้ระกำช้ำหนักไป
ถึงบางพลูตรู่คราฟ้าสว่างอรุณรางเรื่อรัศมีไข
พอถึงแถวแนวสวนรัญจวนใจแลเห็นใบพลูเหลืองเคืองนัยน์ตา
นิจจาเอ๋ยเคยเห็นเช่นแม่จีบที่เร็วรีบพักตร์แปรไม่แลหา
จนลับพลูสู้ขืนกลืนน้ำตาในอุราเพียงจะแยกระยำพัง
ถึงบางพลัดวัดสร้างไว้ห่างท่าริมชลามะพร้าวสาวสะพรั่ง
ทรงผลต้นตํ่าอยู่ลำพังทะลายตั้งเต็มคออรชร
งามภูมิวิหารเป็นลานลาดแสนสะอาดสมสงฆ์สโมสร
แค้นแต่ด้วยนามบางช่างแง่งอนเหมือนแกล้งย้อนเย้ยให้ใจรำคาญ
แสนวิตกอกช้ำดังปล้ำเขาบ้างมาเซ้าซี้ซ้ำกระหน่ำสาร
ให้นึกแค้นคลองบางช่างประจานเพียงจะลาญชีพพรากเพราะจากอนงค์
ถึงสามเสนปางสารบูราณเล่าเป็นเรื่องเก่าแจ้งความตามประสงค์
ยังมีพุทธรูปทองฉลององค์ท่านลอยลงตามกระแสแม่น้ำมา
ทราบถึงจอมจักรพงษ์ดำรงกรุงพระทัยมุ่งจะบำรุงศาสนา
ก็เกณฑ์คนสามแสนออกแน่นมาฉุดพุทธาจะให้พ้นชลธี
เข้าปลํ้าฉุดดินทรุดไม่หวาดไหวจนพวกไพร่หน้าเฝื่อนไม่เคลื่อนที่
พระก็จมอยู่ในห้องท้องนัทธีปฐพีก็เป็นร่องคลองวาริน
ขนานไว้ในนามเรียกสามแสนกลับมาแปลนเปลี่ยนความสามเสนสิ้น
โอ้ไฉนไยฉะนี้หนอแผ่นดินจึ่งราคินสองคำซ้ำแปลงไป
กระนี้เจียวไมตรีจึงวิบัติไม่คงสัจสุจริตผิดนิสัย
พอพ้นคลองหมองเมินสะเทิ้นใจต่อเลยไปจึ่งค่อยคลายวายอาวรณ์
บางซื่อชื่อบางช่างแสนชื่นฤทัยตื้นเต็มรักสมัครสมร
ขอเดชะทรงฌานประทานพรให้งามงอนคงซื่อเหมือนชื่อบาง
ถึงบางซ่อนซ่อนรักมาหนักทรวงเป็นห่วงหวงอาลัยไม่เสื่อมสร่าง
ฝากสารสั่งสนองกับคลองบางถ้าน้องนางมาตามช่วยห้ามไว้
เอ็นดูด้วยช่วยห้ามแม่งามชื่นให้คงคืนสู่ห้องที่ผ่องใส
สิ้นธุระจะมาอย่าตามไปที่สั่งไว้บ้าน... (ไม่ชัดเจน)... อย่าลืมคำ
ถึงวัดเขียนอาวาสตลาดแก้วไกลมาแล้วใจเรียมเทียมขาดคว่ำ
โศกสลักปักทรวงแสนระกำยิ่งเนืองน้ำเนตรไหลลงคลอคลอ
พลางชมรุกขาพฤกษาสวนเป็นเหล่าล้วนเขาช่างปลูกลูกดกหนอ
ระกำแกมกอสละระกะกอไม้ต้นผลช่อละอองาม
สารภีคลี่คลายรำพายรสเป็นกำหนดฤดูดอกออกเดือนสาม
มะปรางเอ๋ยน่าเชยช่างสุกทรามเหลืองอร่ามงามยิ่งเสียจริงจัง
พฤกษาสวนในขนัดกำดัดชมดูรื่นร่มชื่นต้นด้วยชลขัง
จนทรงผลดกเฝือเหลือกำลังเจ้าของตั้งปรนนิบัติอยู่อัตรา
พฤกษาไม้อาศัยวารีรสจึงสวยสดไม่เศร้าเฉาสาขา
แต่อกเรียมร้อนระบมกรมอุราถึงจะอาศัยชลก็ข้นเคือง
ครั้นถึงหน้าอาวาสตลาดขวัญวารีลั่นไหลกลับขยับเยื้อง
กระแสชลเชี่ยวถั่งมาข้างเมืองจึงสั่งเรื่องเรียมช้ำฝากน้ำมา
ช่วยบอกหล่อนว่าเราจรไปไกลแล้วจงผ่องแผ้วจากทุกข์เป็นสุขา
อย่าโศกนักพักตร์น้องจะหมองราให้รอท่าครองนวลสงวนคอย
พลางพินิจแม่ค้าชะว่าแซ่ที่นั่งแพขายของเครื่องใช้สอย
ประจงจัดผัดพักตร์เป็นนวลลอยดูแน่งน้อยเริ่มรุ่นดรุณี
นุ่มห่มสมจริตไม่ผิดเพศถึงเป็นจันตประเทศไม่ทิ้งสี
ประสาสวนสมทรงไม่เสียทีล้วนดีดีรูปร่างอย่างนางใน
ถึงบ้านบางธรณีทวีโศกโอ้วิโยคกรรมสร้างแต่ปางไหน
จึงเกิดเข็ญเป็นวิบัติกำจัดไกลมาซ้ำได้ทุกข์ท้อกว่าธรณี
พสุธาหนาแน่นสองแสนโยชน์........(ต้นฉบับไม่ชัด)....
เป็นทุกข์รักหนักเหลือกว่าปฐพีธรณีก็ไม่หนักสักเพียงไร
ถึงปากเกร็ดแยกคลองเป็นสองทางยิ่งระคางแคลงจิตคิดสงสัย
ต่อเห็นด่านที่เขาตั้งระวังภัยเห็นจะไปทางนั้นเสียมั่นคง
ด้วยนาวาขึ้นล่องเขาร้องเรียกเสียงออกเพรียกค้นของต้องประสงค์
แต่เรือเรียมเขาไม่เรียกให้รอลงนิ่งให้ตรงเลยไปให้นึกชัง
สุรีย์ฉายบ่ายรถบทจรลงรอนรอนลับไม้จะใกล้สั่ง
ถึงบางพูดในอุราพะว้าพะวังจึงซ้ำสั่งภูติผีที่คะนอง
๏ เอ็นดูด้วยช่วยรักษาสุดามิตรถ้าใครคิดร่วมภิรมย์ประสมสอง
จงประหารให้ละเอียดเป็นละอองเอ็นดูน้องข้าด้วยช่วยระวัง
ถึงบ้านใหม่ใกล้สิ้นสนธเยศเข้าแรมรานาเวศดังใจหวัง
เวลาเย็นเณรมอญข้อนระฆังอาศัยฝั่งยั้งเสพโภชนา
เพื่อนชายพร้อมกันบรรดาไปเขาผ่องใสบันเทิงทุกถ้วนหน้า
ครั้นเขาเตือนเอื้อนอรรถวัจนาให้เชษฐารับประทานอาหารพลัน
เห็นสำรับเขาประทับไว้กับข้างอกพี่พ่างเพียงศรตรึงกระสัน
โศกสลักปักอกวิตกครันอตส่าห์กลั้นขืนข่มก้มพักตร์กิน
เคี้ยวข้าวค้างแค้นระคายคอซังตายกลืนขื่นศอสุดถวิล
ดังเคี้ยวขวากไม่ได้อยากที่จะกินอุรารินแทบจะขาดชีวาตม์วาง
พวกเพื่อนชายทั้งสิ้นเขากินอิ่มเขาชวนกันแย้มยิ้มทีถากถาง
ได้ยินคำช้ำจิตดังกริชกรางให้ระคางเคืองเพื่อนเลื่อนเรือไป
ถึงบางหลวงทรวงเจ็บดังเหน็บศรอนาทรเหลือทนพ้นวิสัย
แต่ราชกิจติดตนต้องจนใจจึ่งแรมไร้ร้างห้องมาหมองทรวง
อยู่หลัดหลัดพลัดมานิจจาเอ๋ยนิราศเชยเพราะราชกิจหลวง
โอ้ป่านนี้ขนิษฐาสุดาดวงจะเปล่าทรวงเยียบเย็นไม่เว้นวาง
ถึงประทุมธานีนัคเรศทางประเทศชลแถวแนวกว้างขวาง
ให้เสียวจิตคิดหวาดอนาถทางไฉนข้างฝั่งหนึ่งจึงว่างเรือน
ทำไมมอญจึงมาเบียดเสียดกันอยู่ตั้งเป็นหมู่ฟากเดียวเที่ยวเดินเกลื่อน
ประหลาดใจนี่จะมาปลูกเรือนให้ผิดเพื่อนเวทนาดูฝาบาน
พระพายกล้าเวลาเย็นเป็นระลอกนาวากลอกกลิ้งพัดฉะฉาดฉาน
สะท้านทรวงดังจะร่วงทำลายลาญทางกันดารหวาดหวามให้คร้ามกลัว
โอ้พระจันทร์ก็เป็นวันฤดูแรมพึ่งเยี่ยมแย้มขึ้นมาฟ้าสลัว
พิรุณโปรยโรยเม็ดเป็นหมอกมัวยะเยือกทั่วกายาโลมาเกรียว
ถึงบ้านงิ้วท้ายย่านบ้านกระบือลมกระพือพัดผันกระสันเสียว
นีกขยับจะใคร่กลับมาเสียเจียวพอลับเลี้ยวลมพัดวิบัติกลาย
พระจันทร์แจ้งแสงสดดูหมดเมฆลอยวิเวกเปล่งรัศมีฉาย
แล้วเร่งเตือนเพื่อนกันให้หมั่นพายพระจันทร์บ่ายแสงอ่อนรอนรอนลง
ถึงราชครามนามเรียกสำเหนียกชื่อพี่ยิ่งรื้อร้อนใจดังไฟส่ง
เห็นเกาะใหญ่กว้างขวางหนทางตรงวารีลงแยกร่องเป็นสองแคว
๏ อนิจจาวารีไม่มีจิตยังรู้คิดยักล่องเป็นสองแฉว[๓]
นี่หรือรักจะไม่รวนกลับปรวนแปรแต่กระแสเจียวยังลงไม่ตรงไป
เห็นไผ่ป่าราขวางอยู่กลางน้ำนี่มีกรรมหรือจะบ่ายไปข้างไหน
หนามก็รกรุงรังช่างเหลือใจถ้าเกี่ยวได้เลือดทรามด้วยหนามคม
จะย่อยยับอย่างไรก็ไม่ว่าถ้าแม้นมาด้วยน้องเป็นสองสม
ถึงจะยับกายาไม่ปรารมภ์ถ้าได้ชมคงคลายวายช้ำใจ
ถึงท้ายย่านบ้านข้างบางไทรข้ามเขานั่งยามเพลิงแจ้งดูแสงใส
ดึกสักสามยามเศษสังเภตใจเข้าอาศัยแนวฝั่งแล้วยั้งนอน
บ้างล้มลงก็หลับระงับเสียงตะแคงเอียงกลิ้งไปเหมือนไม้ขอน
แต่อกเรียมนี้เกรียมเหมือนไฟฟอนทอดสะท้อนทรวงเศร้าให้เปล่าใจ
นิจจาเอ๋ยเคยนอนในเรือนร่มมาต้องลมต้องน้ำค้างที่พร่างไหล
น้ำค้างเย็นพี่ยิ่งเข็ญค่อนอาลัยถึงสายใจร่วมจิตพนิดา
ไม่หลับใหลใกล้รุ่งขึ้นมาแล้วดุเหว่าแว่วส่งเสียงสำเนียงจ้า
ไก่แก้วแว่วเสียงขันกระชั้นมาสกุณาตื่นร้องคะนองบิน
ออกจากพฤกษามาเป็นหมู่บ้างจับคู่เที่ยวไปในไพรสิณฑ์
แสวงหาผลไม้พอได้กินรู้จักถิ่นบินเที่ยวเลี้ยวลดไป
สุริยงทรงรถเรือนมณีมาตุลีขับเยี่ยมขึ้นเหลี่ยมไศล
จำรัสส่องห้องหิมวาลัยก็ชวนให้พวกเพื่อนเลื่อนเรือจร
ออกจากฝั่งตั้งใจไปไม่หยุดก็เลยรุดรีบร้นพ้นขนอน
พอสายแสงสุริยาทิพากรเรือก็จรเลยย่านบ้านบางไทร
ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางชลนี่ใครขนขุดสร้างแต่ปางไหน
จะว่าเทพนิมิตก็ผิดไปด้วยสิ่งใดไม่เห็นเป็นของดี
แต่คำเก่าเล่าว่าอารักษ์สิงเห็นแววจริงจะเป็นเจ้าอยู่เฝ้าที่
จึงอยู่ยงคงได้ในวารีแต่เกิดมีพร้อมกับสำหรับดิน
ถึงบ้านแป้งแสงทินกรร้อนยิ่งอาวรณ์ดิ้นโดยโหยถวิล
คะนึงถึงแป้งหอมจอมยุพินนิจจาสิ้นกลิ่นแล้วแคล้วจากมา
อุรากลับแห้งหายวายหอมหวนมาหมองนวลด้วยเหงื่อเจือมังสา
น่าน้อยใจไม่พบกันวันไปลามาทนทาเหงื่อไคลใช้ต่างจันทน์
โอ้บ้านแป้งเสียแรงเขาตั้งชื่อเปล่านี่หรือเรียกเล่นพอเห็นขัน
อายหน้าว่าแป้งแกล้งเย้ยกันพี่เลยหันพักตร์กลับให้ลับตา
ถึงเกาะพระที่ระยะตลาดเกรียบวารีเรียบอิ่มเอ่อเสมอท่า
หลังเกาะมีสถานศาลเทพาอยู่รักษาสำหรับกับชลธี
จึ่งรอนาวาลงตรงหน้าศาลสาธุการอารักษ์อันศักดิ์ศรี
ตามบูราณนานนับประเวณีจุดอัคคีบูชาสถาวร
ขอเดชะเทวฤทธิ์สถิตศาลจงบันดาลให้เห็นเป็นสังหรณ์
ช่วยนำตัวเสน่หานี้พาจรไม่แจ้งร้อนเรื่องความตามสั่งไป
ห้ามสมรอย่าให้ร้อนอุรานักวรพักตร์จะหมองกระมลไหม้
เทวฤทธิ์โปรดมิตรจิตใจช่วยบอกให้นิ่มน้องของฉันฟัง
พอสิ้นความข้ามบากออกจากเกาะคอยเลียบเลาะเลยไปดังใจหวัง
ทินกรร้อนรนพ้นกำลังพอกระทั่งถึงเหล่าสำเภาจม
โอ้วิบากหลากจิตผิดหนักหนาเมื่อเภตราใหม่ใหม่ไยจึงล่ม
ก็ใช่ว่าฝ่าฝืนต้องคลื่นลมไฉนจมลงได้ไม่ควรเป็น
อนิจจาเภตรามาอับปางก็เหมือนอย่างอกพี่ที่แสนเข็ญ
มาจรจากนิ่มนวลไม่ควรเป็นเว้นแต่ไม่ระยำอย่างสำเภา
ครั้นเลยไปไกลโบสถ์วัดโปรดสัตว์อตส่าห์ตัดใจเสียซึ่งโศกเศร้า
ที่วิโยคโศกศัลย์ค่อยบรรเทาจึ่งน้อมเกล้าอภิวันท์กลั้นน้ำตา
ขอเดชจอมทวีปประทีปโลกย์ที่ดับโศกเวไนยไว้หนักหนา
ได้โปรดสัตว์ขัดค่อนแต่ก่อนมาพระกรุณาโปรดด้วยช่วยกันภัย
ขอให้สองแรมสวาทที่ขาดชื่นนี้คงคืนร่วมห้องจงผ่องใส
นมัสการเสร็จแล้วแคล้วเลยไปในหทัยหวนหาพะว้าพะวัง
ถึงหน้าวัดพยัคฆ์ร้ายว่ายข้ามน้ำกระแสคำเล่าอ้างแต่ปางหลัง
เสียดายหมอพยัคฆาถ้าว่ายังจะขอตั้งอธิษฐานให้ทานกาย
จะสู้สละละล่วงดวงชีวิตให้ดับจิตเกิดใหม่ดังใจหมาย
จะอยูไยให้ยากลำบากกายถึงแม้วายชีพลงคงผลมี
ถึงน้ำวนชลป่วนจวนวัดเชิงดังพิษเพลิงผลาญเผาพองฉวี
กระลึงแลเห็นกระแสชลธีมาเกิดมีวนวังน่าคลั่งใจ
ถ้าจิตคนถึงจะวนก็ตามทีนี่วารีหรือมาวนพ้นวิสัย
ช่างเหมือนเราร้างรักมาแรมไกลด้วยว่าใจนั้นระคนกลับวนคืน
ครั้นเหลียวแหลมเห็นลาวเผากระเบื้องเห็นอัคคีสีเรืองไม่มีชื่น
เพลิงสวาทบาดจิตดังพิษปืนซ้ำมาฝืนร้อนไฟใจรัญจวน
ถึงเศียรรอจอดเรือตะวันเที่ยงได้ยินเสียงแม่ค้าพากันสรวล
ลงเรือเร่ร้องขายเที่ยวพายทวนครั้นพบพักตร์ชักชวนพูดจากัน
บ้างใช้หน้าว่าถากบุ้ยปากเยื้อนดูเหมือนเคยได้เห็นเล่นเรื่องขัน
แล้วกลับย้อนเจรจาใส่หน้ากันทำเชิงชั้นเหมือนจะรู้อยู่ในใจ
โอ้แสนเวทนาพาราร้างช่างกว้างขวางคนผู้อยู่เป็นไหน
มาเสียเมืองด้วยพม่าช่างกระไร[๔]พลไพร่แน่นหนาไม่น่าเป็น
เสียดายหนอเวียงวังครั้งเป็นสุขจะสนุกหนักหนาน่าเที่ยวเล่น
พิศดูวัดวาน้ำตากระเด็นได้มาเห็นแต่เมื่อพังแล้วยังงาม
พม่าเอ๋ยช่างกระไรใจมหิตช่างไม่คิดบาปกรรมทำหยาบหยาม
จะตกนรกหมกไหม้ไฟลวนลามบาปจะตามผลาญเผาไปเนานาน
........................................................................
.........(หายไป)........ราชฐานราบรื่นเป็นพื้นดิน
รกชัฏโอ้วิบัติกลับเป็นป่าเกิดพฤกษาสูงใหญ่เหมือนไพรสิณฑ์
นิเวศเลื่อนเป็นเรือนพยัคฆินเชิงวารินเกิดอ้อแกมกอพง
เมื่อกรุงยังบริพูรณ์พูนสวัสดิ์สารพัดที่จะพึงพิศวง
ดังชะลอดุสิตนิมิตลงถวายองค์จักรพรรดิกษัตริย์ครอง
ถึงคราวยับลับหายละลายสิ้นปฐพินพื้นสุธาก็ราหมอง[๕]
ในแถวท้องชลสายล้วนทรายกองในที่ท้องชลมาศเป็นหาดมูน
๏ โอ้ตั้งแต่นี้ไม่มีแล้วที่พรายแพรวพรรณรายจะหายสูญ
เห็นเมืองร้างพี่ยิ่งหมางทรวงอาดูรยิ่งเพิ่มพูนทุกข์ถมระทมทรวง
นัคเรศไร้เกศกษัตริย์แล้วถึงผ่องแผ้วเพียงสวรรคก็พลันร่วง
เหมือนพี่จากดวงยิหวาสุดาดวงพี่เลยล่วงลับหายเสียดายงาม
พอบ่ายแสงทินกรลงอ่อนคล้อยก็เลื่อนถอยนาวาจากท่าข้าม
พี่เหลียวหลังตั้งแลชะแง้งามพอลับตาเลยตามแม่น้ำไป
ถึงท่าเกวียนเตียนราบดังปราบที่เกวียนจะมีมั่นคงไม่สงสัย
จะสู้เสียเงินตราไม่อาลัยจะจ้างให้เข็นแค้นที่แน่นทรวง
บนตลิ่งแลดูเกวียนก็เตียนตาซ้ำอุราเพียงหนึ่งตกภูเขาหลวง
เกวียนไม่มีดอกนี้หรือเขาชื่อลวงยิ่งหนักหน่วงโศกแน่นแสนทวี
ถึงบ่อโพงรำพึงคะนึงแหนงแล้วจะแกล้งล่อเล่นเช่นเมื่อกี้
นี่โพงทุกข์หรือว่าโพงชลธีถ้าบ้านมีจะถามเนื้อความดู
ถ้าโพงทุกข์เสียได้ดังใจหวังจะรอรั้งโพงพักอยู่สักครู่
เข้าแอบยั้งฝั่งกระแสแล้วแลดูไม่เห็นผู้คนขาดอนาถตา
พี่ยิ่งแสนเจ็บใจดังไฟลามจะไถ่ถามขัดคนจนหนักหนา
ช่างอาภัพคับแค้นแสนประดาอนิจจาจนใจเสียจริงจริง
นี่มิสิ้นวาสนาข้าแล้วหรือจึ่งมารื้อเรื่องไร้ไปทุกสิ่ง
จะถามความเขาดูพอรู้จริงควรหรือนิ่งเสียได้ไม่เมตตา
มาถึงย่านบ้านชื่อบางระกำยิ่งชอกช้ำคิดถึงขนิษฐา
แสนระกำปลํ้ารักหนักอุรายิ่งซ้ำมายลย่านว่ารำคาญครัน
พินิจแถวแนวท่าชลาสินธุ์ประเทศถิ่นยืดเยื้อเหลือกระสัน
เขาเรียกบ้านบางระกำหนำใจกันเป็นครึ่งวันไม่ล่วงไปได้เลย
ระกำทรวงจากดวงยิหวาสวรรค์ก็สุดกลั้นความวิตกแล้วอกเอ๋ย
ระกำย่านยังย้ำด้วยคำเปรยจนไม่เงยพักตร์ดูสู้ระกำ
ถึงแม่ลาเหลียวหน้าน้อมประสานหวังสมานนงรามลางามขำ
พลางก็เอื้อนอรรถวอนชะอ้อนคำสนองน้ำพจนารถสวาทลา
แล้วเงี่ยโสตคอยสดับรับคดียุพาพี่จะผ่อนสุนทรหา
พี่ลาแล้วแววใจไยไม่ลาให้รอท่าคอยรสพจมาน
หรือแม่ลาพี่เฉยน้องเลยกลับจึงไม่รับสุนทรที่อ่อนหวาน
ครั้นพินิจผิดใจในอาการมีนามบ้านแล้วหรือชื่อแม่ลา
เห็นจะจริงเสียแน่เป็นแท้แล้วคิดถึงแก้วกลอยจิตขนิษฐา
ที่สำคัญใจแน่ว่าแม่ลาอนิจจาเปล่าจริงยิ่งเศร้าใจ
พระสุริยันเย็นพยับลับทวีปเธอเร็วรีบลดเลี้ยวเหลี่ยมไศล
ฟ้าอรุ่มคลุ้มมืดนภาลัยก็เลยไปพ้นย่านบ้านพระนอน
พระจันทร์แจ่มแย้มเมฆวิเวกดวงดูโชติช่วงจำรัสประภัสสร
ดารารายพรายแสงแจ้งอัมพรออกแทรกซ้อนแซมซับสลับดวง
น้ำค้างหยดรดช่อบุปผชาติพระพายผาดหอมมาแต่ป่าหลวง
เหมือนแป้งสดบดปรุงบำรุงทรวงแต่แรมล่วงลับหายมาหลายวัน
ช่างสูญสิ้นกลิ่นหายวายถนอมมาหวนหอมดอกไม้ในไพรสัณฑ์
อกเอ๋ยตั้งแต่นี้สักกี่วันจะพบขวัญนัยนาสุดานาง
ครั้นนาวาถึงหน้าตะเคียนด้วนยิ่งรัญจวนถึงน้องแล้วหมองหมาง
คิดถึงรักหักหวนด่วนเด็ดกลางช่างสมอย่างชื่อบ้านขนานนาม
ถึงบางม่วงทรวงเศร้าเฉาฉงนไม่ยลคนเลยหนอจะขอถาม
นี่งามขำอัมพาพี่มาตามหรือว่าความเรียกกันเช่นนั้นมา
ถึงโพเอนโพผลัดสะบัดชุ่มเขียวชะอุ่มสดทรามงามหนักหนา
มหาโพธินี้เป็นที่วัฒนาคือมหาบัลลังก์พุทธังกูร
พระอวยโปรดไว้ในพื้นภพให้อยู่ครบศาสนาห้าพันสูญ
พลางก็น้อมอภิวาทบาทมูลขอให้พูนสวัสดิ์สุขทุกวันไป
ถึงบ้านท่าคชสารขนานชื่อพี่ยิ่งรื้อร้อนจิตคิดสงสัย
แล้วพญาคชสารออกผ่านไพรเลยครรไลลงมาท่าเล่นวารี
เห็นนาวาเราไปจะไล่แทงเข้ายื้อแย่งเรือพังกระมังนี่
หรือสำเหนียกเรียกนามกันตามมีก็ดูทีจะอย่างนั้นดอกมั่นคง
พอคลาดท่านาวาเลี้ยวแหลมลับยิ่งกลุ้มกลับร้อนจิตพิศวง
บ้านนี้งามทรามสงวนนวลอนงค์น้องจะปลงใจตั้งฟังข่าวครวญ
ไม่เห็นพี่ไหนจะมีที่สิ่งสุขจะแสนทุกข์แสนชํ้าระกำหวน
ด้วยยามค่ำเคยลอบไปปลอบนวลได้ชื่นชวนพจมานสำราญใจ
ถึงบ้านขวางทางเลี้ยวตลิ่งลับเหมือนเขากลับนาวาลงมาใหม่
ดูกระแสเห็นสิ้นถิ่นทางไปพี่ดีใจว่าเลยมาเชยนาง
พอสิ้นแหลมแลเห็นชลมาศใจจะขาดนึกแค้นยิ่งแสนหมาง
คิดว่าทางมาขวางบางให้ระคางเคืองอุราไม่น่าไป
ถึงเรือหยุดนั่นสำคัญพักขึ้นสำนักศาลาที่อาศัย
เขาจุกช่องตีฆ้องกองฟืนไฟระวังภัยรักษาฝ่าธุลี
เสียงเซ็งแซ่แลสล้างข้างที่นั่งออกคับคั่งผูกแหล่งตำแหน่งที่
ฝูงกำนัลกัลยาพวกนารีบ้างพาทีเสสรวลสำรวลกัน
ที่จัดหวีกระจกไว้ใส่ปิ่นโตสำอางโอ่เครื่องแป้งแต่งจัดสรร
น้ำอบฟุ้งปรุงเจือน้ำมันจันทน์ของสำคัญใส่ขวดพวงไม่ลืมเลย
เหล่าพวกมหาดชาฝ่าละอองบ้างเยี่ยมมองชายตาทำหน้าเฉย
ที่พบคู่เคยรักก็ทักเปรยพอชื่นเชยล่อใจให้สำราญ
เพื่อนเขาชื่นพี่นี้ชํ้าระกำทุกข์เขาเป็นสุขพี่นี้ร้อนดังศรผลาญ
เขายินดีคลี่คลายสบายบานพี่ร้อนรานในอารมณ์ระทมใจ
คะนึงถึงขนิษฐาแม้นมาด้วยจะรื่นรวยชื่นแช่มค่อยแจ่มใส
เป็นเพื่อนสองพักตร์บ้างยังชั่วใจนี่เหลียวไปก็ไม่พบประสบตา
พินิจพักตร์นารีที่รองบาทก็ผ่องผาดงามขำล้ำเลขา
เป็นรองน้องสองเอาหนึ่งไมกึ่งตาโฉมอำภาพี่ผิดชนิดกัน
เลยไม่ดูสู้ข่มอารมณ์ขึงคะนึงถึงดวงสมรค่อนกระสัน
ดังใครผ่าทรวงแผ่ลงแดยันก็สู้กลั้นกลืนรักหนักอุรา ฯ[๖]
....(ฉบับลบเลือน)...............(ฉบับลบเลือน).......
........................................................................
........................................................................
.........พี่บี้ทุกขํยากพี่หนีจากไปจากแม่น้อง...
๏ พอล่วงเข้ายามสองยํ่าฆ้องชัยเขาเร่งไฟคึกคักขึ้นหนักหนา
สารวัตรเที่ยวตรวจทุกหมวดมาให้เร่งผูกไอยราที่นั่งทรง
สัปคับแพรวพรายลายจำหลักเม็ดพนักเชิดชูดูระหง
วิไลล้วนเลิศอย่างช่างบรรจงจำหลักลงลายทองผ่องสุวรรณ[๗]
กูบดาดสีแดงแย่งครุฑอัดกุมสุกรีทีสะบัดจะผัดผัน
วิสูตรทองป้องปิดสุริยันมีเชิงชั้นพื้นแย่งแต่งสำอาง
พระยี่ภู่ปูลาดสะอาดดีสุจหนี่จีนปักหักทองขวาง
พระแสงทรงคันสั้นทอดคันวางไว้เคียงข้างคู่กับสำหรับองค์
เครื่องประดับสำหรับกุญชรชาติจงกลมาศสวมพู่ดูระหง
ปักโขมดข่ายทองกรองบรรจงเยียรยงยงผ่องผาดสะอาดตา
ภายท้ายสายรัตคนคาดสักหลาดหุ้มแดงแสงสุกจ้า
สุวรรณวลัยใส่สวมงาชะนักตราตรึงซ้ำประจำคอ
ฝ่ายพญาคชสารร่านเริงมันขยับหันชันหูจะสู้หมอ
สะอึกออกจากที่ไม่รีรอเขาเงื้อของ้างกลับประทับเกย
ฝ่ายประเทียบผูกเสร็จสำเร็จการพนักงานชาวในไม่ช้าเฉย
หัวร่อรี่ดีใจกระไรเลยด้วยไม่เคยอยากขี่เมื่อคราวรวย
บรรทุกขนใส่ไปเครื่องใช้สอยที่นอนน้อยหมอบข้างสำอางสวย
บ้างเดินส่ายกรายกรอ่อนระทวยเข้ามาช่วยส่งของร้องสำทับ
ในปิ่นโตโถเฟืองล้วนเครื่องแป้งช่วยจัดแจงนายจ๋าค่อยค่อยจับ
บ้างวิ่งผลุนรุนหลังออกคั่งคับกระทบปับกระจกตกจากมือ
เหล่าพวกชายมหาดชาฮาออกอึงเจ้าของตึงหน้าตื่นยืนตัวทื่อ
ทอดสะท้อนถอนใจดังไฟฮือสิ้นที่ซื้อเศร้าจิตคิดเสียดาย
บ้างหันหน้าปรึกษากันเราวันนี้จะถึงที่ช้าครันตะวันสาย
เห็นแสบท้องแทบล้มลมจับตายนัยน์ตาลายแม่นแท้แน่แล้วเรา
ลางนายว่าอย่างนั้นฉันไม่ทุกข์จะเป็นสุขด้วยกล้วยกับข้าวเม่า
ได้แก้หิวกลางทางพอบางเบาถึงอยากเข้าก็พอรองท้องสบาย
เสร็จประเทียบเรียบร้อยคอยเพลาพระสุริยาแจ่มจัดจรัสฉาย
พวกช้างดั้งเขาก็ตั้งตาริ้วรายจะค่อยบ่ายกุญชรออกจรนำ
ดูผ่องผาดแต่ละนางขี่ช้างกูบสำอางรูปงามสมดูคมขำ
นั่งเป็นคู่ดูเยาะห่มเพลาะดำพึ่งแรกร่ำหอมหวนล้วนผู้ดี
แต่ช้างเรียมสารวัตรเขาจัดมาให้ออกหน้านำแนวแถววิถี
พอจัดเสร็จเสด็จจรลีขึ้นสู่ที่เกยชัยทรงไอยรา
แล้วเขาบอกว่าออกช้างที่นั่งกระบวนตั้งโห่ลั่นสนั่นป่า
ปี่พาทย์ระนาดฆ้องก้องโกลาขนัดหน้าล่วงนำดำเนินไป
พอล่วงทางช้างถึงบางโขมดยังเสียวโสตเศร้าจิตคิดสงสัย
หวาดคะนึงลิงโลดโขมดไพรสยองใจไหวสิ้นทั้งอินทรีย์
อุระหวั่นสั่นรัวกลัวโขมดมันเหี้ยมโหดหินชาติประหลาดผี
ทำหลอกคนปนปลอมแสงอัคคีถ้าราตรีแล้วหลอนให้จรตาม
ครั้นเลยไปใกล้ถึงแถวศาลาเห็นชาวป่านั่งรายขายเข้าหลาม
ช่างพีดำลํ่าเนื้อดูเหลืองามจะพร้องความก็ไม่น่าจะพาที
ลำบากตาดูหน้าไม่ถนัดก็รีบรัดตะเบ็งเร่งหัตถี
ข้ามพ้นตะพานช้างเขาสร้างมีพินิจที่แถวถนนฉงนใจ
ตะพานช้างนี่เหมือนอย่างในนิเวศแต่ขาดเนตรบ้านอนงค์อยู่ตรงไหน
ตึกหายกลายเป็นเป็นราวไพรอนาถในอกแน่นแสนอาวรณ์
ถึงบ่อโศกวิโยคคะนึงหลังยิ่งเตือนตั้งทุกข์ทอดสะท้อนถอน
เห็นบ่อชลคนสร้างไว้กลางดอนชโลธรขังใสให้รำคาญ
น่าวิบากหลากแท้กระแสสินธุ์ช่างดั้นดินมาอย่างไรในไพรสาณฑ์
ก็ใช่แถววารีนทีธารมาบันดาลเกิดชลขึ้นบนดอน
เหมือนบ่อเนตรเรียมนองทั้งสองข้างไม่เว้นว่างวายไหลอาลัยสมร
ตั้งแต่วันเรียมคลาดนิราศจรไม่หยุดหย่อนชลหยาดขาดน้ำตา
ถึงศาลาสามเณรอนาถนึกหวนระลึกคำเก่าท่านเล่าว่า
เจ้าเณรนอนอาศัยในศาลาพยัคฆาคาบได้เอาไปกิน
สามเณรเวรวิบากกรรมแต่ปางก่อนได้ทำไม่สร่างสิ้น
เหมือนตัวเราแรมร้างห่างยุพินเพราะมลทินเวรหลังนั้นยังมี
จึ่งเผอิญเป็นไปให้วิบัติใช่จะตัดเยื่อใยอาลัยหนี
จะแค้นเคืองเรื่องไรก็ไม่มีนี่ควรที่หรือมาจรจนร้อนทรวง
ถึงถิ่นแถวหนองคนทีทวีเทวษผิดสังเกตด้วยว่าหนองนั้นใหญ่หลวง
เป็นที่สำนักพักยั้งคนทั้งปวงไฉนห้วงจึงมาขาดนิราศชล
เหมือนอกพี่ที่แล้งแห้งสวาทมาค้างขาดแรมร้างกลางไพรสณฑ์
หนองก็ขาดวารีไม่มีชลอุระคนพลอยขาดอนาถนอน
ถึงเขาตกอกเต้นแลเห็นศาลที่สถานเทวฤทธิ์อดิศร
จึ่งน้อมนอบยอบกายถวายพรเทพรอนเรืองศักดิ์รักษาไพร
อันทรงอิศรพร้อมเป็นจอมเจ้าอยู่แฝงเฝ้าบรรจถรณ์[๘]ก้อนไศล
ขจรนามขามเดชทั้งเขตไพรอารักษ์ใดไม่เยี่ยมเทียมสองมี
ทิพโสตคอยสดับตรับฟังเหตุทิพเนตรเล็งห้องท้องวิถี
จงแผ่เผื่อพระทัยเป็นไมตรีให้ไปดีแคล้วคลาดนิราศภัย
เมื่อกลับจากวันทนาฝ่าพระบาทจะประสาทอวยผลกุศลให้
เทพจงอยู่สุขาขอลาไปเลยครรไลบากช้างเข้าทางจร
สลดใจไปในพนาเวศก็ล่วงเขตพ้นแนวแถวสิงขร
ไม่เว้นว่างสร่างเทวษซึ่งอาวรณ์ทอดสะท้อนพลางเหลียวเสียวหทัย
ถึงสระยอยิ่งระกำชํ้าอุระทุกข์ปะทะมัวหมองไม่ผ่องใส
เห็นพฤกษาในอรัญกระสันใจพรรณไม้มีดอกออกอรชร
กระถินเทศเกดแก้วแกมกาหลงประดู่ทรงเรณูชูสลอน
พระพายชายพัดมารอนรอนหอมขจรกลิ่นกลบกระหลบไพร
คะนึงถึงขนิษฐาแม้นมาพบจะวอนรบให้เชษฐาเก็บมาให้
จะแสนสุขเกษมศานต์สำราญใจที่ในไพรทางเปลี่ยวเหลียวเห็นกัน
นี่สุดใจเหลือจนทนเทวษสงสารเชษฐ์ขาดยลวิมลขวัญ
โอ้ตั้งแต่ทิวานิรากันไม่วายวันเว้นไห้อาลัยตรอม
ครั้นถึงถิ่นท้ายพิกุลระกำโหยพระพายโรยรสพิกุลจรูญหอม
รินรินเสาวคนธ์ปนพยอมช่างดกค้อมหอมรื่นชื่นชูใจ
ต้นตํ่าตํ่าน่าชมร่มสนิทจนเอื้อมปลิดทัดเล่นก็เห็นได้
ครั้งต้องแสงสุริยนหล่นเกลื่อนไปที่บังใบสดชุ่มเป็นพุ่มพวง
ภุมราเวียนลงประสงค์เค้าเข้าคลึงเคล้าเชยกลิ่นแล้วบินหวง
บ้างเที่ยวชอนว่อนวู่จู่ทะลวงเข้าชิงช่วงมาลัยไล่รานกัน
แมลงภู่ยังรู้หวงเกสรเข้าตีต้อนเพื่อนกันด้วยโมหัน
นี่หรือคนจะไม่หึงหวงกันโอ้คิดแล้วยิ่งกระสันสงสารกาย
พอถึงสระสามเส้นเห็นพลับพลาที่พวกข้าบาทบงสุ์บรรจงถวาย
เป็นหลั่นหลั่นหลายหลังตั้งเรียงรายข้างแถวฝ่ายทางกำนัลเป็นหลั่นมา
วิสูตรกั้นคั่นที่เสด็จออกข้างรอบนอกระเนียดบังตั้งแน่นหนา
ทิมเฝ้ายามนั่งตั้งนาฬิกาในพลับพลาจัดเสร็จสำเร็จการ
พอยํ่าเที่ยงช้างถึงประทับเกยเสด็จเลยลงจากคชสาร
เข้าสู่ที่สระสรงชลธารพนักงานพร้อมพรั่งนั่งเรียงราย
งามทรงนงเยาว์ชาวดุสิตเข้าหมอบชิดแช่มช้อยคอยถวาย
พระสุคนธ์หอมกระลบอบอายสรงเสร็จเสด็จกรายเข้าห้องใน
พระสุริยาบดบ่ายชายแสงอ่อนเสด็จจรจากห้องอันผ่องใส
พระจอมอิศราหวังตั้งพระหัยเสด็จไปอภิวาทบาทบงสุ์
พระพี่เลี้ยงเคียงคู่ดูสง่าตำรวจหน้านำแห่แลระหง
มหาดเล็กตามฉลองละอององค์วิไลทรงบริสุทธิ์บุตรขุนนาง
ครั้นถึงที่สถานลานอาวาสก็หมอบกลาดเฝ้าอยู่ดูสล้าง
ฝ่ายพระจอมจักรพงษ์องค์สำอางเสด็จย่างขึ้นคำรพอภิปราย
ทรงจุดประทีปที่เครื่องตั้งประทับยั้งปรนนิบัติพัดถวาย
พระทรงปิดแผ่นสุวรรณอันแพรวพรายแล้วประปรายพระสุคันธ์อันบรรจง
ถวายนมัสการเสร็จเสด็จกลับแรมประทับพลับพลาในป่าระหง
พร้อมด้วยมิ่งหม่อมจอมอนงค์บำเรอองค์ตามแห่งตำแหน่งมี
พวกชายฝ่ายรองมูลิกาเกณฑ์กันมานั่งยามอยู่ตามที่
ตั้งนายหมวดตรวจฆ้องกองอัคคีในราตรีให้ระวังทั้งไพร่นาย
ดูสำอางนางในใจเป็นสุขแสนสนุกนัดกันสำคัญหมาย
คำพูดทีแฝงแอบบอกแยบคายให้พวกชายเคยคู่รู้ที่กัน
พรุ่งนี้รุ่งสุริยาเวลาสายนายขานายเชิญไปเล่นไพรสัณฑ์
ไปลดเลี้ยวเที่ยวเก็บมะลิวัลย์ที่ขอบคันชลาสินธุ์หินดาษมี
บ้างแฝงหน้าตามองตามช่องระเนียดทำเดินเบียดแล้วสะกิดบิดหน้าหนี
บ้างก็ลักชักผ้าห่มชมของดีบ้างบีบบี้หยอกยั่วกันพัวพัน
ระริกรื่นชื่นเริงเชิงกระบวนต่างยียวนปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
แต่อุระเรียมไซร้ดังไฟกัลป์เมื่อสายัณห์จวนยํ่าจะค่ำลง
วิเวกเสียงสำเนียงเรไรร้องในแถวท้องป่าใหญ่ไพรระหง
จักจั่นเรื่อยรํ่าประจำดงลองไนส่งเสียงร้องสยองใจ
เจื้อยแจ้วจักรจั่นสนั่นจ้าในอุราเรียมเย็นดังเป็นไข้
ม่อยม่อยผ็อยจะหลับกลับเตือนใจเทวษไห้หวาดหวั่นถึงขวัญตา
เห็นแสงเพลิงเริงรองพวกกองแลฆ้องกระแตเตือนตีถี่นักหนา
ตระเวนวนค้นรอบขอบพลับพลาให้ตรวจตรากันนั่งระวังภัย
อนาถอกเมื่อตกเข้ายามดึกฟังพิลึกนกร้องก้องเสียงใส
สกุณเฝ้าเคล้ารังระวังไพรสลดใจโหยหาสุดาดวง
แต่ไพรศรียังมีนกระวังพี่นี้รั้งแรมพรากจากห้องหวง
ไม่อยู่เฝ้าเคล้านั่งระวังดวงอำภาพวงของพี่พี่จากมา
ป่านนี้น้องจะคอยเศร้าสร้อยพักตร์ที่รู้จักเขาล่องลงคงถามหา
ถ้าทราบแท้แน่ใจในกิจจาว่าเชษฐายังไม่กลับจะคับใจ
แต่แสนเศร้ามาจนเข้าถึงยามสองไม่วายตรองถึงมิตรพิสมัย
พอพระพายรำเพยเลยหลับไปจนเกือบใกล้แสงทองส่องนภางค์
แจ่มจรัสด้วยสหัสรังสีเยี่ยมวิถีเด่นแดงดังแสงฝาง
จึ่งจัดประทีปธูปบุปผาพลางออกเยื้องย่างจากที่ลีลาไป
ถึงมรฑปคำรพพระพุทธบาทอภิวาทฝ่าละอองด้วยผ่องใส
เข้าน้อมตนปรนนิบัติพัดวีไปสำเร็จใจประสงค์จำนงมา
ศิโรราบกราบลาฝ่าพระบาทแล้วลีลาศกลับพลันด้วยหรรษา
พอถีงที่อาศัยในพลับพลาเห็นแน่นหนาเพื่อนนั่งสะพรั่งไป
เขาหุงต้มเสร็จสรรพรับประทานอิ่มสำราญชื่นแช่มค่อยแจ่มใส
เพื่อนเขารบคร่ำครวญเฝ้ากวนใจชวนพี่ไปเที่ยวถ้ำน่ารำคาญ
ให้คิดแค้นเคืองใจอยู่ในอกแสนวิตกทรวงร้อนดังศรผลาญ
อตส่าห์แข็งใจฝืนหน้าชื่นบานกลัวเพื่อนเขาจะพานว่าไยไพ
หักอารมณ์ข่มทุกข์ลุกจากที่ไม่คลายคลี่ใจจำทำปราศรัย
ขึ้นบนเขาโพธิ์ลังกาพากันไปแวะเข้าไหว้พุทธาแล้วลาจร
ไปถีงที่ว่างเปล่าเรียกเขาขาดเห็นคนกลาดเกลื่อนกล่นบนสิงขร
ล้วนนางในพลับพลาพากันจรบ้างหยุดร้อนนั่งเล่นเย็นสบาย
ที่เคยคอพอพบประสบพักตร์ก็ถามทักปราศรัยดังใจหมาย
บ้างชม้อยแค้นเคืองด้วยแยบคายบ้างชม้ายชม้อยม้วนทำรวนรี
พี่เลยลงจากเขาลำเนาผาเข้าลัดป่าเที่ยวไปในไพรศรี
พิศไม้ในแถวแนวคีรีบ้างก็มีผลดกตกเกลื่อนไป
ตุมกาดกจริงจนกิ่งค้อมกาก็ล้อมกันลงส่งเสียงใส
ชิงผลสุกงอมตอมอึงไปบ้างเลียบไล่เพื่อนเลี้ยวโฉบเฉี่ยวกัน
ผลหว้าดกจริงจนกิ่งพลิกดุเหว่าจิกจับกินแล้วบินผัน
เข้าเคล้าเรียงเคียงคู่พัลวันแล้วพากันจากจรบินร่อนไป
ฝูงแก้วปนกาลิงจับกิ่งเกดแล้วพูดเพศประสาป่าน่าพิศมัย
เสียงสาวรักสาวกอดพลอดจับใจชายไม่รักสาวก็ไม่นิยมยิน
ฝูงกระทาจับกระทุ่มร้องปักท่าสำเนียงแจ้วเสียงจ้าในไพรสิณฑ์
แล้วกลับลงเล่นแหล่งคุ้ยแปลงดินเที่ยวไล่กินตั๊กแตนแล่นชิงกัน
พญาลอล่อไล่ไก่ฟ้าหนีเข้าต้อนตีหวงไข่ใจโมหัน
ที่ตัวแพ้วิ่งไปในไพรวันเข้าดัดดั้นซ่อนกายหายตัวไป
มยุราพาฝูงนางยูงย่างแล้วแผ่หางรำร่าอยู่หน้าไศล
เห็นนกเคียงคู่สังวาสไม่คลาดไกลเทวษไห้ถึงสุดาน้ำตาริน
เห็นปักษามีคู่สู่สมสองคิดถึงน้องยิ่งทวีฤทัยถวิล
พี่ไม่ได้อยู่แนบแอบยุพินร้างสวาทขาดวิ่นมาเปลี่ยวใจ
พอถ้ำกินนรร้อนแดดนักเข้านั่งพักหน้าผาหยุดอาศัย
พฤกษาร่มลมชายสบายใจแลลงไปท้องถ้ำน่าสำราญ
เป็นหุบห้องหลายแห่งดังแกล้งบังเหมือนเพียงตั้งแผ่นโตรโหฐาน
ยิ่งพินิจคิดไปในอาการเหมือนนิทานเล่าไว้ไม่แปลกกัน
จะเป็นที่กินราห้าอนงค์วิไลทรงดังสุรางค์นางสวรรค์
ที่พาพระลักษณวงษ์ผู้ทรงธรรม์แรมอรัญสู่สมภิรมยา
เห็นจะเป็นถ้ำนี้ไม่มีผิดจึงมิดชิดที่อยู่ในคูหา
เหตุไฉนจึ่งยุพินกินราจึ่งจากป่าละที่หนีถ้ำไป
ถ้ายังอยู่จะได้ดูโฉมกินนรจะงามงอนผ่องพักตร์สักเพียงไหน
กับกินราหน้าวังจะอย่างไรหรือพอไล่เลี่ยหล่อนกินนรเทียม
ยิ่งเห็นถ้ำก็ยิ่งช้ำอุระรึงคะนึงถึงนงรามงามเสงี่ยม
ถ้ามาตรแม้นขนิษฐามาด้วยเรียมจะต้องเกรียมกรมใจที่ไหนมี
ก็เลยถ้ำกินนรสัญจรไปข้ามไศลเนินแนวแถววิถี
รวยระรื่นชื่นช่อสุมาลีสารภีหอมหวนทวนลมมา
ดอกบุนนาคหอมหอมหลากขยายรสเรณูสดหอมกระหลบกลบนาสา
มะลิวัลย์พันกิ่งจันคณาแย้มผกายื่นก้านบานกระจาย
ลำดวนล้วนดอกออกดาษต้นสุริยนส่องกลีบรีบขยาย
สลัดพวงร่วงตกลงเรี่ยรายพระพายชายกลิ่นชวยรวยรินมา
เล็บมือนางกางกลีบกลมเหมือนเล็บน่าใคร่เก็บน่ารักเสียหนักหนา
เหมือนเล็บหม่อมย้อมแดงแสงจับตาเมื่อกรายมาดูสนิทไม่ผิดเลย
นางแย้มแย้มช่ออรชรเหมือนงามงอนแย้มช่องหน้าต่างเผย
แล้วเยี่ยมหน้าหน้านวลควรจะเชยพี่นี้เคยได้เห็นเว้นมานาน
ถึงถ้ำวิมานจักรีฉวีร้อนทินกรกล้าจัดจรัสฉาน
ระทวยกายหิวกระหายชลธารไม่สำราญอ่อนจิตระอิดใจ
เขาชวนกันเดินตรงลงในถ้ำถึงแปลงน้ำพุมีที่อาศัย
ได้รับประทานวารีคลี่คลายใจค่อยผ่องใสสร่างร้อนอ่อนอุรา
แล้วหยุดยั้งนั่งพิศพินิจถ้ำวิไลลํ้าแสนสนุกเป็นสุขขา
ดูราบรื่นเวิ้งว้างสำอางตาทางท่าคันขอบดูชอบกล
บ้างงอกเงื้อมเหลื่อมก้อนซ้อนสลับวารีซับหยดย้อยดังฝอยฝน
บ้างเคลือบคล้ายเหมือนลายระบายปนที่มัวหม่นแกมม่วงมีหลายพรรณ
ที่ลางแห่งแสงลายเป็นสายรุ้งเหมือนช่างมุ่งประสานเล่นเห็นขันขัน
บ้างก็แยกแตกกลางออกห่างกันในหว่างนั้นงอกหน่อเป็นตอแกม
ที่ลางแห่งข่อชูดูเหมือนขวากเดินลำบากเหลือใจปลายแหลมแหลม
ที่ลางแห่งก็เป็นแห่งเหมือนแกล้งแซมบ้างก็แย้มเหลื่อมลดเป็นหลั่นไป
พอบ่ายแสงสุริยาพากันกลับครรไลลับลดเลี้ยวข้ามไศล
ข้ามเขาสุนัขาระอาใจพอลงได้เดินเลี่ยงเฉียงชายมา
เขาชวนกันไปไหว้พระไสยาสน์ที่จอมราชสร้างไว้ในคูหา
ใจพี่จะโดดดิ้นสิ้นศรัทธากลัวเขาว่าสู้แข็งใจไปด้วยกัน
ครั้นถึงพระปฏิมาไสยาอาสน์ดูผ่องผาดงามพุทธรังสรรค์
อร่ามเรืองรัศมีสีสุวรรณน้ำจิตนั้นโสมนัสด้วยศรัทธา
แล้วน้อมกายถวายอภิวาทที่เบื้องบาทฝ่าละอองสองซ้ายขวา
พลางปัดเป่าเถ้าธุลีที่พุทธาในอุราหวั่นหวั่นกระสันครวญ
นิจจาเอ๋ยเลยล่วงดวงยิหวาสุมณฑาทิพย์ผดุงบำรุงสงวน
บุญน้อยไม้ได้ร่วมเนื้อน่วมนวลพี่หมายชวนมาพร้อมน้อมวันทา
พิศดูถ้ำรำพึงคะนึงคิดจะเหมือนกับวิสิศมาหรา
ที่มะดีหวีพาศรีบุษบากับกัลยาพี่เลี้ยงไปเสี่ยงเทียน
ถ้าโฉมเอี่ยมเทียมแทบชิวาพี่ที่ปลั่งศรีทรงสำอางเหมือนนางเขียน
แม้นมาได้จะให้น้องลองเสี่ยงเทียนให้ทราบเสี้ยนแสบเหน็บที่เจ็บใจ
จะสมเหมือนหรือจะเคลื่อนคลาสวาสดิ์จะสมมาดของนางที่ข้างไหน
จะคู่เคียงเพียงพี่หรือมีใครมาจงใจรักน้องประคองชม
ถึงตัวไกลใจดิ้นถวิลหวังแต่แรกตั้งจากกันวันประถม
นึกเกรงภัยริษยาคิดปรารมภ์จะลักชมเชยนวลให้นวลมอม
ถ้ามาตรแม้นใจอนงค์ยังคงสัจไม่คิดตัดไมตรีอารีถนอม
ถึงมีฤทธิ์จะมาคิดเข้าแปลงปลอมไม่ขอยอมน้องให้ได้ไปชม
คงได้เล่นเหมือนหนึ่งเช่นเรื่องอิเหนาที่ตรงเจ้าวนิดาจะมาสม
จะขอสู่กว่าจะสิ้นบิ่นจมคมชีวิตจมแผ่นดินจึงสิ้นกัน
ขอเดชะพุทธพงศ์ทรงสิกขาปฏิมาปิ่นปักหลักสวรรค์
พระคุณลํ้าภพไตรในสามัญโปรดช่วยกันอันตรายให้หายภัย
ถึงมาตรแม้นแสนชายจะหมายชิงสมรมิ่งอำภาอย่าให้ไหว
ให้พ่ายแพ้ผลสัจกำจัดไกลเหมือน....(คำไม่ชัดเจน)... ปัฐพีกับวิมาน
แล้วอำลาพากันออกสัญจรข้ามสิงขรเขาขาดแวะเข้าศาล
สวดเมตตันแผ่เมตตาไม่ช้านานยกหัตถ์ลาเลยไปธารชำระกาย
พอถึงท่าธารเกษมสำราญจิตพฤกษาชิดบังแสงพระสุริย์ฉาย
ภาณุมาศผาดส่องไม่ต้องกายแสนสบายเย็บฉํ่าริมลำธาร
บ้างหยุดนั่งริมฝั่งกระแสสินธุ์ดูวารินไหลนองห้องละหาน
บ้างก็พุดุดันขึ้นจากดานดูเชี่ยวพล่านเดือดพลุ่งฟุ้งเป็นฟอง
ที่เป็นชั้นคันคดเหมือนทดไว้วารีไหลล้นหลามออกตามช่อง
กระทบเพิงผาพังหลั่งลงคลองที่เปนห้องห้วงใสก็ไหลริน
พวกนางในดีใจลงอาบชลบ้างเที่ยวค้นชะง่อนเก็บก้อนหิน
มาประกอบก่อเล่นเป็นศิขรินลางยุพินใจผิดชนิดกัน
เก็บเอาใบพฤกษามากลัดเข้าต่างสำเภาลอยเล่นเห็นว่าขัน
ที่ไหนน้ำไหลแรงไปแข่งกันชวนพนันขันต่อหัวร่อเกรียว
บ้างนั่งเป็นคู่คู่แล้วถูหลังมือกระทั่งเข้าที่นั่นหันหน้าเหลียว
ร้องว่าแกล้งจู้จี้กระนี้เจียวแล้วกลับเลี้ยวไล่ฉุดยุดยื้อกัน
เซาเล่นธารสำราญระริกรื่นดูแช่มชื่นยียวนแล้วสรวลสันต์
บ้างฉวยผ้าคว้าผิดพัลวันทำเชิงชั้นล่อเล่นให้เห็นงอน
แล้วนั่งลงฝั่งชลาทาขมิ้นที่มลทินมีอยู่สู้ถนอม
งามจริตกรีดกรายคล้ายละครเหมือนกินรประตูดินบินมาลง
สำอางพักตร์ลักขณาน่าชวนชื่นถ้าคนอื่นก็ติดจะคิดหลง
แต่จิตพี่นี้ไม่มีจิตจำนงไม่หมายปลงใจรักสักเม็ดงา
ถึงงามหยาดบาดตามาสักแสนจะขืนแค่นขอสวาทไม่ปรารถนา
แต่ดูอยู่เป็นไรไม่ปลายตากลับจะพาให้ระกำช้ำใจคืน
พอตกบ่ายพระพายก็ชายโบกเกสรโศกหอมฉํ่าซ้ำสะอื้น
เป็นสองโศกสองช้ำสุดกลํ้ากลืนแล้วรื้อคืนโศกรักหนักอุรา
โศกต้นหล่นช่อต่อลมพัดจึ่งสลัดพวงพรากจากสาขา
โศกสวาทนี้มาขาดจากกายาอนิจจาโศกสองนี้ต้องกัน
การะเกดเสาวคนธ์ปนมะลิกรรมแล้วซิหวนให้ใจกระสัน
เหมือนแป้งสดบดเจือเชื้ออำพันที่ดวงจันทร์แจ่งหน้าทาปรางทอง
อาทิตย์ล่วงเวหนสนธเยศลงลับเขตบรรพตาท้องฟ้าหมอง
สิ้นรัศมีแพรวพรายหายแสงทองวิหคล่องลมกลับมาจับคอน
ก็กลับมาจากท่าธารเกษมเขาปรีดิ์เปรมแต่ตัวพี่สะท้อนถอน
ถึงที่หยุดทรุดลงกับที่นอนประเทืองกรก่ายพักตร์หนักอุรา
เหล่าพวกเพื่อนเข้ามาล้อมอยู่พร้อมพรั่งคอยรับสั่งจะดำรัสตรัสให้หา
พอทราบว่าจอมนรินทร์ปิ่นนราจะล่วงลากลับยังบัลลังก์ทอง
เขาสั่งจะเสด็จพรุ่งนี้แน่พูดกันแซ่รีบรัดจัดเข้าของ
พวกช้างพระที่นั่งหลังคาทองผูกสำรองไว้สำหรับตำแหน่งเคย
พอล่วงเข้าราตรีตีสิบเอ็ดเขาเตรียมเสร็จทั่วหน้าไม่ช้าเฉย
ต่างระรื่นชื่นเริงเชิงเสบยแต่พี่เลยขึ้นไปไหว้พุทธา
ถึงที่ประดิษฐานลานอาวาสพระพุทธบาทโลกเชษฐเกตุทิศา
ประทักษิณบรรจบครบสามคราเข้ามหามรฑปคำรพกาย
อภิวันท์บัญจางคประดิษฐ์สำรวมจิตจำนงปลงถวาย
ประทีปพวงบุปผามาลารายสองเนตรฟายชลคล่ำอำลามา
เหลียวหลังรั้งรอดูมรฑปเจริญภพแสงแก้วแววเวหา
ดังพิมานอมรเมศมัฆวาเธอแหวกฟ้าเสียให้ว่างแล้ววางลง
สรวมถวายลายลักษณ์วรบาทดูโอภาศเพลินจิตให้พิศวง
เฉลิมภพขมพูดูเยียรยงหากบรรจงสร้างไว้ให้วัฒนา
จะตั้งหน้าลากลับลับไปแล้วประทีปแก้วส่องสัตว์ให้สุขขา
ไม่เห็นพระองค์เห็บแต่รอยพระบาทาจะได้มาบังคมอีกนมนาน
จะอาดูรถึงพระทูลกระหม่อมโลกจะสู้โศกแสนเศร้าเฝ้าสงสาร
ด้วยอาลัยในบาทพระทรงญาณแม้นถึงบ้านเสียเมื่อไหร่ใจจะคลาย
เดินเดินแล้วก็หยุดสุดสะท้อนไมใคร่จรจากพ้นจนแสงสาย
จนพระหน่อสุรีวงศ์พงศ์นารายณ์ขึ้นทรงพระที่นั่งพลายดูโสภา
ขึ้นขี่ช้างตามทางเสด็จจรทรวงสะท้อนโศกเสียวเหลียวหลังหา
เห็นลิบลิบแลไกลพระบาทาดังอุราจะพังลงทั้งเป็น
โอ้ระฆังเคยดังไม่รู้ขาดเหลืออนาถเสียงสูญยิ่งพูนเข็ญ
ยิ่งฟังก็ยิ่งเงียบยะเยียบเย็นยิ่งเขมนก็ยิ่งเหมือนเตือนให้ไกล
ถึงเขาตกยกมือข้างเบื้องขวาคำนับลาเทพเจ้าเฝ้าไศล
แผ่ผลอนุญาตประสาทไปเทพไทที่รักษาป่าลำเนา
มารับส่วนกุศลข้าบนแบ่งสิ้นทุกแห่งที่อยู่จอมภูเขา
ทั้งนางเทพอนงค์ทรงลำเภาอย่ามีเศร้าเสวยสุขทุกวิมาน
จะขอลาเทพจรไปก่อนแล้วจงผ่องแผ้วพ้นทุกข์สนุกสนาน
ข่วยอวยชัยให้ข้าไปสำราญอย่าให้พานภัยยันอันตราย
ก็เลยแถวแนวป่าพนาเวศสุริเยศร้อนแรงส่องแสงฉาย
พอล่วงดงตรงมาถึงป่ารายตะวันบ่ายถึงท่านาวาพลัน
กำลังร้อนรีบรัดลงวารีพวกสตรีปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
บ้างกรีดกราดวาดว่ายตะกายกันฝูงกำนัลน้อยน้อยลงลอยคอ
สำราญรื่นชื่นชวนกันเล่นชลที่ลางคนแยบคายเอาทรายก่อ
พินิจดูนางในวิไลลออบ้างว่ายล้อเล่นปิดตาในวารี
สงสารแต่อกเรียมต้องเกรียมกรมเกณฑ์ระดมให้ลงล้วนพวกสาวศรี
บรรดาชายนายบ่าวเขายินดีที่ลางคนคอมีก็ใช้ตา
แต่ตัวพี่นี้ไม่มีสบายชื่นซังตายขืนลงน้ำกระนั้นหนา
พอบ่ายเย็นสุริยนสนธยาทุกถ้วนหน้าผาสุกสุดสบาย
ที่แสนชื่นด้วยจะคืนกลับยังบ้านครั้งได้ยินบรรหารให้บาดหมาย
ทุกถ้วนหน้าแต่บรรดาพวกมูลนายจะไปไหว้พระฉายให้เตรียมเรือ
พอได้ยินสิ้นสติฉิฉะเคราะห์ช่างจงเจาะมิได้สิ้นประหลาดเหลือ
พอพระจันทร์ลอยเลื่อนให้เคลื่อนเรือที่อยู่เหนือน้ำให้ออกหน้าไป
เสียงกราวเกรียวบัดเดี่ยวถึงโคกมะนาวบ้างขานเย่อวรับยาวสนั่นไหว
บ้างก็ร้องดอกสร้อยละห้อยใจลำของใครใครร้องไม่ต้องกัน
สมิงทองร้องรับเรื่องอิเหนาเมื่อระเด่นเสด็จเข้าสะตาหมัน
ที่ลำทรงส่งบอกปัจจุบันให้เหล่าพวกกิดาหยันนั้นคอยร้อง
ทั้งโทนทับกรับฉิ่งรำมะนาทั้งคนทวนถ้วนหน้ามีถึงสอง
แต่ตัวพี่นี้สำหรับคอยรับรองพระองค์ข้องคิดขัดแล้วจัดเรียง
พอเรือหน้าปะหาดด้วยน้ำแห้งบ้างเสียดแซงซ้อนแทรกออกแซ่เสียง
ที่คนเคยคอคุ้นเข้ามาเคียงเอามือเลี่ยงลอดคว้าหาของดี
นางเจ้าของร้องว้ายตะกายคว้าพอพบหน้าทำอางขนางหนี
บ้างหลอนหลอกหยอกหยิกกันซิกซี้ทุกนารีเริงรื่นชื่นสำราญ
ถึงท่างามงามท่าน่าสนุกเห็นไฟลุกดวงแดงอยู่ในด่าน
เจ้าภาษีตีฆ้องร้องทัดทานเรือราชการหรือบรรทุกสิ่งอันใด
แวะเถิดคะจะค้นของสำคัญอย่าดึงดันถือดีไปไม่ได้
จะต้องให้ถึงจับตามแต่ใจถ้าดื้อไปจะได้วุ่นกันเดี๋ยวนี้
ไม่รู้หรือมีตรามาอายัดผู้ร้ายซัดคนสำคัญพากันหนี
หนุ่มคะนองร้องล่อขอไปทีธุระมีอยู่ข้างหน้าจะช้านัก
แต่ดึงดันเถียงกันออกมี่อาวแล้วขานยาวหมายจะให้รู้จัก
พวกชาวด่านมัวนอนจึ่งคึกคักไม่รู้จักว่ากระไรตกใจกลัว
ผู้แต่งนี้ชื่อจัดพึ่งหัดคิดผู้อ่านไม่ขอบจิตอย่ายิ้มหัว
ทั้งถ้อยคำข้องขัดไม่ชัดตัวถึงดีชั่วก็อย่าชมอย่าติเอย ๚


[๑] ต้นฉบับสมุดไทยพิมพ์ว่า ชลมาศ น่าจะหมายถึง ชลมารค

[๒] ต้นฉบับสมุดไทยว่า โอ้สินลาแขงล้ำยังทำลาย

[๓] แฉว หมายถึง ที่รุ้ง ที่คุ้ง ที่เวิ้ง (โบ.)

[๔] ต้นฉบับว่า มาเสียเมืองด้วยพะม่าช่างกาไร

[๕] ปัตะพินพื้นสุทาก็ราหมอง

[๖] ต้นฉบับสมุดไทย เมื่อถึงตรงนี้มีข้อความว่า “จบเท่านี้แล้วท่านเอ๋ย”

[๗] ต้นฉบับว่า “จำลายลงลายทองผ่องสุวรรณ”

[๘] บรรจถรณ์ ต้นฉบับเดิมว่า บันฐร

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ