๒๓๓ ประกาศเฉลิมพระชนม์พรรษา

ณวันศุกร เดือน ๑๐ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีชวดฉศก

มีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ให้ประกาศแก่ผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการ แลนายบ้านกำนันให้ทราบทั่วกัน ด้วยท่านเสนาบดีปฤกษาพร้อมกันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติพระบรมราชาภิเษกแล้ว ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม ทรงบำรุงพระบรมพุทธสาสนาบำเพ็ญพระราชกุศล เพิ่มเติมขึ้นกว่าธรรมเนียมเดิมเปนหลายอย่าง ประการหนึ่งพระราชวงศานุวงศ์มีกรมแล้วก็เลื่อนเปนกรมใหญ่ ที่ยังไม่มีกรมก็ตั้งเปนกรมขึ้น ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ทรงชุบเลี้ยงให้มียศบรรดาศักดิ์ตามตระกูลวงศ์ แลทรงชุบเลี้ยงด้วยคุณวิชาแลความอุสาหะของผู้นั้นๆ ตามควรแก่คุณานุรูป แล้วทรงพระมหากรุณาเมตตาแก่ราษฎรให้มีโอกาศถวายฎีกาแสดงความทุกข์ร้อน ซึ่งมีมาแต่ผู้มีบรรดาศักดิ์แลผู้มีทรัพย์แลขุนศาลกดความไว้ ไม่ชำระแลอื่นๆ ทุกเดือนมิได้ขาด การซึ่งราษฎรได้ความเดือดร้อนเพราะผู้มีบรรดาศักดิ์แลผู้มีทรัพย์นั้น ก็เบาบางลงกว่าแต่ก่อนเปนอันมาก แล้วทรงพระอุสาหะเสด็จออกว่าราชการแผ่นดินวันละ ๒ เวลาเสมอมามิได้เคลื่อนคลาด โดยพระไทยทรงพระเมตตากรุณาแก่ข้าทูลลอองฯ แลอาณาประชาราษฎร เพื่อระงับเหตุภัยมิให้ได้ความขัดข้องเดือดร้อน แล้วก็ทรงสอดส่องทำนุบำรุงเปิดทางค้าขายให้เจริญมากขึ้น ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินก็บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิ่งของเงินทองตามคุณานุรูปทั่วไป ในพระราชอาณาจักร์มากกว่าก่อน ควรคนทั้งหลายซึ่งเปนไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินจะคิดถึงพระเดชพระคุณมีกตัญญูต่อใต้ฝ่าลอองฯ แลในปีชวดฉศกนี้ วันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำ พระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันมหาประเสริฐท่วนครบ ๖๐ ปี ตามวิธีสุริยสงกรานต์ รอบพระอาทิตย์ ๖๐ ครั้ง ท่านเสนาบดีแลข้าทูลลอองฯ ผู้ใหญ่ผู้น้อยในกรุงเทพฯ คิดจะฉลองพระเดชพระคุณ เฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เปนพระเกียรติยศอันใหญ่ยิ่ง จะให้ประเดียงพระสงฆ์มาฉัน วันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำ เวลาเช้า เวลาบ่าย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ตั้งเครื่องบูชาแขวนโคมตามหน้าวัง หน้าบ้าน หน้าตึก แลมีการละเล่นต่างๆ ให้ครึกครื้น ตามที่มีกตัญญูกตเวทีรู้พระเดชพระคุณ แลที่หัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือนั้นผู้ว่าราชการเมืองกรมการ ก็ได้ทรงพระมหากรุณาชุบเลี้ยงให้มียศถาบรรดาศักดิ์ตามผู้ใหญ่ผู้น้อย จงคิดถึงพระเดชพระคุณประกาศบอกกล่าวกรมการแลราษฎร วันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำ เวลาเช้าให้ผู้ว่าราชการเมืองกรมการผู้มีบรรดาศักดิ์ปฏิบัติพระสงฆ์ เวลาบ่ายนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระพุทธมนต์ตั้งเครื่องบูชา เวลาค่ำให้แขวนโคมตามหน้าตึก หน้าโรง หน้าเรือน หน้าแพ แลคิดให้มีการเล่นต่างๆ ตามที่ในพื้นบ้านพื้นเมือง แลในบ้านเรือนราษฎรนั้นให้แขวนโคมตามหน้าบ้านแลแถวตลาดทุกตำบล ตามคนที่ยินดีเห็นแก่พระบารมีคิดถึงพระเดชพระคุณ จะยอมทำตามสั่งแลชักชวนนั้น การที่ท่านเสนาบดีข้าทูลลอองฯ พร้อมใจกันคิดถึงพระเดชพระคุณดังนี้แล้ว บอกกล่าวป่าวร้องชักชวนคนทั้งปวงในกรุงนอกกรุง ให้ทำการมงคลเฉลิมพระชนม์พรรษาฉลองพระเดชพระคุณพร้อมกันดังนี้ ก็ด้วยเข้าใจว่าคนเปนอันมากได้พึ่งพระบารมีพระเดชพระคุณ ได้ความสบายความเจริญมานาน ก็คงจะคิดถึงพระเดชพระคุณมากด้วยกัน แต่ถ้าผู้ใดจะเกียจคร้านฤๅคิดว่ายากจนขัดสนจนน้ำมันตามตะเกียงแม้นในเวลาเดียวก็เสียดาย ฤๅเห็นว่ามีเหตุการอะไรอื่นๆ เปนที่ไม่สบายสดวกใจ จะไม่ทำก็แล้วไป ไม่ได้ตกทอดกะเกณฑ์เร่งรัดให้ทำดอก ตามแต่ใจคนทั้งปวง ไม่ถือเอาเปนความผิด ด้วยความคิดต่างๆ กัน ซึ่งประกาศมานี้เปนแต่ชักชวนผู้ที่คิดถึงพระเดชพระคุณที่พอใจจะทำ ให้ทำคล้ายกันในวันเดียวกันคือ วันอังคาร เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำ ปีชวดฉศกนี้ แต่ราษฎรข้าเจ้าบ่าวนาย ฤๅลูกค้าต่างประเทศจีนแขกฝรั่งเหล่าใด พวกใดไม่ยินดีทำตาม เพราะถือว่ายากจนขัดสนก็ดี ฤๅโดยจะว่าหยาบช้านินทาไม่นับถือพระบารมีพระเดชพระคุณอย่างใดๆ ก็ดี อย่าให้ผู้สำเร็จราชการเมือง กรมการ นายบ้านกำนันอำเภอผู้ใดผู้หนึ่งเกาะกุมมาจิกจำทำโทษว่ากล่าวอะไร เพราะปากคนเจรจาหยาบช้าไปตามวาจาตามใจก็ไม่ทรงถือโทษ ความฟ้องหยาบช้าโปรดยกเสียนานมาแล้ว ต่อพวกใดมั่วสุมคุมพรรคพวกเข้าขัดแขงต่อการแผ่นดิน ฤๅก่อเหตุให้คนตื่นไปผิดๆ ปลาดๆ ต่างๆ จึงให้รักษาเมืองกรมการนายบ้านกำนันอำเภอ เอาใจใส่ไว้ให้รู้ดูท่วงที แลมีใบบอกมายังลูกขุนณศาลา ฤๅกราบเรียนเปนความเงียบๆ มาแก่ ฯ พณ ฯ ผู้ว่าราชการปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือนั้นๆ ให้ทราบ แล้วฟังทำตามบัญชาสั่ง ครั้งนี้ถ้าผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการได้จัดการทำบุญบูชาเฉลิมพระชนม์พรรษาเสร็จแล้ว ให้บอกถวายพระราชกุศลมาให้กราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทราบใต้ฝ่าลออง ฯ

ประกาศมาณวันศุกร เดือน ๑๐ ขึ้น ๙ ค่ำ ปีชวด๑๔ฉศกศักราช ๑๒๒๖ เปนวันที่๔๘๖๗ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ