๒๑๒ ประกาศการพระราชพิธีลงสรงโสกันต์พระเจ้าลูกเธอ

ณวันพุธ เดือนยี่ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีจอจัตวาศก

มีพระบรมราชโองการ ให้ประกาศแก่พระราชวงศานุวงศ์ แลข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายใน ในพระบรมมหาราชวังแลพระบวรราชวังทั้งปวงให้ทราบทั่วกันว่า ในเดือนยี่ปีจอจัตวาศกนี้ จะทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ แก่พระเจ้าลูกเธอบางพระองค์ที่ถึงเวลาควรจะโสกันต์ จะให้มีการโสกันต์เปนการพิเศษกว่าปรกติในการพระราชพิธีสัมพัจฉรฉิน แลที่ควรจะตั้งพระนามในพระสุพรรณบัฏให้มียศบรรดาศักดิ์ เต็มตามที่โดยสมควร จะโปรดให้มีการมงคลเฉลิมพระนามพระราชทานพระสุพรรณบัฏ เพราะทรงพระราชดำริห์ว่า การลงสรงโสกันต์นี้ เปนทางเดิมซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ก่อน ได้ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ได้เสด็จพระราชดำเนินแต่เมื่อเวลายังทรงพระเยาว์ ท่านทั้งหลายทั้งปวงที่สูงอายุ ยังจำความได้อยู่ก็จำได้ ท่านทั้งปวงที่เกิดมาใหม่ไม่ได้เห็นเอง ก็จะมีผู้ฦๅเล่าให้เข้าหูบ้างกระมัง จนเชื่อได้ว่าเปนจริง การเปนสิ่งซึ่งเปนการมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ก่อนทรงพระมหากรุณาโปรดปรากฎพระเกียรติยศไว้ ก็บัดนี้พระเจ้าลูกเธอมีหลายพระองค์ เมื่อจะปลงเห็นเสียว่าต่ำศักดิ์ ไม่ควรจะให้ดำเนินไปในทางนั้นเลยแล้ว การก็จะเปนอันตัดขาดว่า ทางซึ่งเคยได้เสด็จพระราชดำเนินมาแต่ยังทรงพระเยาว์ พระเจ้าลูกเธอบางองค์ไม่ได้โดยเสด็จดำเนินตามบ้างเลย ก็จะเปนที่ทรงพระโทมนัสรำคาญพระราชหฤทัยไปไม่รู้หาย การที่เปนแบบอย่างแต่โบราณก็จะไม่มีใครได้เห็นได้รู้ แลจำไว้เปนเยี่ยงอย่างสืบไปในภายหน้า ก็บัดนี้พระบารมีเพียงเท่าใด ท่านทั้งปวงที่ช่างคิดช่างรำพึงจะเห็นว่าสูงต่ำดำขาวเพียงเท่าไรจงยกไว้ แต่กำลังพระราชทรัพย์แลอำนาจแลราชอิศริยยศบริวารยศ ที่มีอยู่ในเวลาบัดนี้พอจะทำได้ พระเจ้าลูกเธอ ๔ พระองค์ ซึ่งประสูติแต่พระนางเธอพระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์ สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่พร้อมใจกับท่านเสนาบดี กราบทูลพระกรุณาขอพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เปนเจ้าฟ้า เพราะเห็นว่าถ้าไม่ให้เปนเจ้าฟ้าขึ้นแล้ว ฐานันดรตำแหน่งเจ้าฟ้า ก็จะสาบสูญไปไม่มีในแผ่นดิน จึงทรงพระราชดำริห์ว่า ครั้งกรุงศรีอยุธยาเก่า พระเจ้าลูกเธอพระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้ามีอยู่หลายพระองค์ ก็ในเจ้าฟ้าเหล่านั้นบางพระองค์ พระมารดาเปนแต่บุตรีเจ้าราชินิกูลพระญาติพระวงศ์ห่างๆ ของพระเจ้าแผ่นดินก็มีเปนอันมาก ก็พระนางเธอพระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์สูงศักดิ์ในราชินิกูลดีกว่าบุตรีเจ้าราชินิกูลมิใช่ฤๅ สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ท่านกราบทูลพระกรุณาครั้งนั้น ก็โดยท่านสำคัญว่าตัวท่านสูงอายุแล้วจะไม่ได้อยู่ไปเท่าไร ไม่ได้มุ่งได้หมายจะชมการอะไรในอนาคตเหมือนอย่างใจคนเปนอันมาก เมื่อสิ่งไรเปนช่องเปนโอกาศจะประดับประดาเวลาปัจจุบันให้งามให้ดี ท่านก็กราบทูลไปโดยความยินดี ก็เมื่อทรงพระราชดำริห์เปรียบเทียบการโบราณเห็นว่าตัวอย่างมี ก็ทรงพระโสมนัสยินดีเพื่อจะให้มีพระเจ้าลูกเธอบางพระองค์ได้โดยเสด็จดำเนินตามในวิเศษอิศริยยศ อันปรากฎรู้อยู่ทั่วกันว่า เปนหนทางซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่ก่อน ทรงพระมหากรุณาโปรดฯ ให้เสด็จพระราชดำเนินมานั้นได้ ก็เปนที่สำราญพระราชหฤทัยไปอย่างหนึ่งไม่ให้มีโทมนัส จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสโปรดฯ ให้พระเจ้าลูกเธอ ซึ่งประสูติแต่พระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์นั้น เปนเจ้าฟ้าตามคำสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่กราบทูลพระกรุณาขอ มิใช่จะทรงพระราชดำริห์ลบล้างขวางขัดบุญวาศนาบารมีท่านผู้ใด ด้วยพระราชหฤทัยฤษยาอาธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเลย เทพยดาทั้งปวงจงเปนพยานเทอญ

เมื่อปีระกาตรีศกได้พระราชทานพระสุพรรณบัฏ แก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ แลเลื่อนให้เปนเจ้าฟ้าต่างกรม ได้มีการแห่แลสมโภชสองเวลา สมมุติว่าแทนการลงสรงแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ทรงพระราชดำริห์ว่าพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิง ซึ่งเปนพระกนิษฐาของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ร่วมพระมารดา พระมารดาก็ไม่มีแล้ว ควรจะพระราชทานอิศริยยศบรรดาศักดิ์ให้เปนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าฝ่ายในไว้พระองค์หนึ่ง ตามเยี่ยงอย่างเช่นเคยมีมาแล้วแต่แผ่นดินก่อนๆ จึงกำหนดการพระราชพิธีตรียัมพวาย ตามปีซึ่งเคยตั้งในวันเสาร์เดือนยี่ขึ้น ๗ ค่ำ วันอาทิตย์เดือนยี่ขึ้น ๘ ค่ำ วันจันทรเดือนยี่ขึ้น ๙ ค่ำ ๓ วันนั้น ให้ไปตั้งที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะได้บูชาพระพุทธรูปแลเทพยดา ด้วยเข้าเม่าเข้าตอกแลผลไม้ต่างๆ แลอาราธนาพระสงฆ์รับบิณฑบาตแลไทยธรรม แลสวดพระพุทธมนต์ทั้ง ๓ วัน ๓ เวลาเสร็จแล้ว จึงจะให้มีการพระราชพิธีเฉลิมพระนามพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงอิก ๒ วัน ๓ เวลา คือวันอังคาร เดือนยี่ขึ้น ๑๐ ค่ำ เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ จะได้แห่เสด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงเปนขบวรพยุหยาตรา มาแต่เกยท้องฉนวนหน้าพระที่นั่งนงคราญสโมสรในพระราชวัง ออกประตูราชสำราญอ้อมมาเข้าประตูพิมานไชยศรี แล้วประทับเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกขปราสาท เชิญเสด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิง ขึ้นไปทรงฟังพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ครั้นพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบแล้วแห่เสด็จกลับตามทางที่แห่เสด็จไป ครั้นรุ่งขึ้นวันพุธเดือนยี่ขึ้น ๑๑ ค่ำ เวลาย่ำรุ่งจะได้แห่เสด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิง ออกจากเกยพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ ไปประทับเกยพระที่นั่งอาภรญ์พิโมกขปราสาท แล้วเชิญเสด็จเข้าที่สรงสระสมมุติว่าอโนดาตเขาไกรลาส ด้านตวันตกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วเชิญเสด็จมาประทับสรงน้ำพระพุทธมนต์เทวมนต์ บนพระมณฑปที่แต่งไว้ข้างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเสร็จแล้ว ทรงเครื่องเสด็จมาเฝ้าในมุขด้านตวันออก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะได้พระราชทานพระสุพรรณบัฏ แสดงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภัควดี แล้วจะได้พระราชทานเครื่องยศต่างๆ ตามราชตระกูล ให้เสร็จในเวลาก่อนเช้าโมงหนึ่งเปนฤกษ์อันดี แล้วจึงจะได้เลี้ยงพระสงฆ์ ๆ ฉันเสร็จแล้วจะได้ทรงถวายไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนาถวายไชยมงคลเสร็จแล้ว จึงจะได้แห่เสด็จพระเจ้าลูกเธอกลับโดยทางอ้อมรอบนอกอย่างแห่ในวันหลังนั้น เวลาบ่ายสองโมงเศษจะได้เชิญเสด็จพระเจ้าลูกเธอออกจากเกยหน้าฉนวนในพระราชวัง อ้อมไปทางที่แห่วันก่อน เชิญเสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้ว จะได้ตั้งบายศรีสมโภชเวียนเทียนเสร็จแล้ว แห่เสด็จกลับอิกเวลาหนึ่ง แลในวันทั้งสองคือวันอังคารเดือนยี่ขึ้น ๑๐ ค่ำเวลาบ่าย แลในวันพุธขึ้น ๑๑ ค่ำเวลาเช้าเวลาบ่าย จะได้มีการเลี้ยงดูพระราชวงศานุวงศ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยแลชาวต่างประเทศ บรรดามาประชุมในมงคลการอันนี้ตลอดลงไปจนเกณฑ์แห่ทั้งสามเวลา พวกเกณฑ์แห่แลพวกการเล่นต่างๆ นั้นจะได้รับพระราชทานเงินตรา แจกเปนรางวัลด้วยทุกคน การเฉลิมพระนามพระราชทานพระสุพรรณบัฏเสร็จเพียงนี้

แลการพระราชพิธีโสกันต์นั้น ทรงพระราชดำริห์ว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าทักษิณชานราธิราชบุตรี ๑ พระองค์เจ้าโสมาวดีศรีรัตนราชธิดา ๑ สองพระองค์นี้เปนพระเจ้าลูกเธอภายในเปนที่ ๒ ที่ ๓ อ่อนพระชนม์พรรษากว่าพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณอรรควรราชสุดาเพียง ๙ เดือน ๑๐ เดือนไม่ถึงปี พระเจ้าลูกเธอทั้ง ๓ พระองค์ซึ่งออกพระนามมานี้ ทรงพระเจริญวัยเปนพระพี่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ แลพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าหญิงทั้ง ๓ พระองค์นี้ ได้รู้จักมักคุ้นเปนที่นับถือชอบพอกับพระราชวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายใน แลท่านเสนาบดีแลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ตลอดไปจนกงสุลลูกค้านานาประเทศก็ย่อมนับถือมาเฝ้าแหนทักทายไต่ถามอยู่เนืองๆ มีพระนามแลพระเกียรติยศปรากฎกว่าพระเจ้าลูกเธอพระองค์อื่นๆ ก็การโสกันต์พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์นั้น ได้ทำแล้วแต่ในเดือน ๔ ปีระกาตรีศก ก็ในครั้งนี้เปนคราวควรจะมีการโสกันต์ พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าทักษิณชา พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าโสมาวดี ครั้นจะทำให้ต่ำต้อยน้อยลงมากว่าการซึ่งมีในปีหลัง ทรงพระราชดำริห์เห็นว่ายังหาควรไม่ เพราะพระเจ้าลูกเธอ ๒ องค์นี้ ทรงพระกรุณายกย่องชุบเลี้ยงไว้ให้มียศบรรดาศักดิ์ เสมอกันกับพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้ายิ่งเยาวลักษณ์แต่เดิมมา จึงได้กำหนดว่าจะให้มีการพระราชพิธีโสกันต์เปนการใหญ่ เหมือนเช่นการซึ่งมีมาในปีหลัง ยังพระเจ้าลูกเธออิกพระองค์หนึ่ง พระนามว่าพระองค์เจ้าประภัศศร พระชนมายุยังอ่อนเพียง ๙ ปี แต่ทรงพระเจริญรูปพรรณกว่าพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าทักษิณชา พระองค์เจ้าโสมาวดี ควรที่จะโสกันต์ได้ จึงทรงพระราชดำริห์ว่า การครั้งนี้เปนการใหญ่ พลอยโสกันต์เสียด้วยได้ก็เปนดี จึงโปรดฯ ให้พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้านี้โสกันต์ด้วยอิกพระองค์หนึ่งรวมเปน ๓

อนึ่งหม่อมเจ้าหลานเธอหม่อมเจ้าหญิง ในพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร แต่ก่อนกำหนดไว้ว่าจะโสกันต์ที่วังนั้นในปีนี้ ก็บัดนี้ช่องโอกาศที่จะโสกันต์ที่วังนั้นไม่มีแล้ว จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกมาสมทบห้อยท้ายเข้าในการโสกันต์ด้วย กำหนดการพระราชพิธีโสกันต์พระเจ้าลูกเธอ ๓ พระองค์ หม่อมเจ้าหลานเธอองค์ ๑ จะได้ตั้งณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันจันทรเดือนยี่ แรม ๘ ค่ำไป วันนั้นเวลากลางวันจะได้นิมนต์พระสงฆ์ ๗๐ รูปมาชุมนุมที่พระที่นั่งอนันตสมาคม พระองค์เจ้าหม่อมเจ้าซึ่งจะโสกันต์ จะได้ทรงถวายไตรจีวรพัดย่ามเปนปฐมมหามงคลก่อน ครั้นพระสงฆ์สรงน้ำครองไตรแล้ว จะได้ไปประชุมกันในพระราชพิธีที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ครั้นเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ จะได้ตั้งขบวรแห่เสด็จพระองค์เจ้าหม่อมเจ้า ซึ่งจะได้โสกันต์เปนพยุหยาตรา แต่เกยปลายฉนวนหน้าพระที่นั่งนงคราญสโมสรข้างใน อ้อมไปออกประตูราชสำราญแล้วเข้าประตูวิมานไชยศรี ประทับที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกขปราสาท แล้วเชิญเสด็จพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าซึ่งจะได้โสกันต์ขึ้นไปทรงฟังพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ครั้นพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว จะได้เสด็จกลับตามทางที่แห่เสด็จไป การแห่ดังนี้จะได้มีในวันอังคารเดือนยี่แรม ๙ ค่ำ วันพุธเดือนยี่แรม ๑๐ ค่ำด้วยเหมือนกันทั้ง ๓ วัน ครั้นวันพฤหัสบดีเดือนยี่แรม ๑๑ ค่ำเวลาพอย่ำรุ่ง จะได้แห่เสด็จพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าซึ่งจะได้โสกันต์ ออกจากเกยพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ ไปประทับเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท แล้วเชิญเสด็จไปโสกันต์พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แล้วสรงน้ำตามอย่างธรรมเนียมเสร็จแล้ว เลี้ยงพระสงฆ์ถวายไทยธรรม พระสงฆ์ได้อนุโมทนาถวายไชยมงคลเสร็จแล้ว จะได้แห่เสด็จกลับอ้อมโดยทางเก่า เหมือนอย่างเช่นแห่วันก่อนทั้ง ๓ วัน ครั้นเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ จะได้แห่เสด็จพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าที่โสกันต์แล้วไปสมโภชที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอิกเวลาหนึ่งเปนเสร็จการพระราชพิธี ก็การพระราชพิธีโสกันต์นี้เปนไป ๔ วันมีแห่ ๕ เวลา เมื่อเวลาแห่ประทับก็ดีแห่กลับแล้วก็ดี จะได้มีการเลี้ยงดูพระราชวงศานุวงศ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยแลพวกเกณฑ์แห่ทั้งปวงแลชาวต่างประเทศที่มาประชุมในการมงคลนี้ด้วยทุกเวลา พวกเกณฑ์แห่แลพวกการเล่นต่างๆ จะได้รับพระราชทานเงินตราแจกเปนรางวัลทุกนายทุกนางทุกคน

ก็ในการเฉลิมพระนามแลการโสกันต์ ซึ่งจะทำในเดือนยี่ปีจอจัตวาศกครั้งนี้นั้น ผู้ใดถวายของสมโภชก็ได้ไม่ถวายก็ได้ ถวายมากก็ได้น้อยก็ได้สุดแต่ใจของตัวผู้นั้นๆ จะชอบใจ ไม่ทรงพระราชดำริห์ติเตียนเร่งรัดร้องขอกะเกณฑ์อะไร ขอเสียอย่าให้ปฤกษากันบ่นอู้ๆ อี้ๆ และแลดูกันทำตามกันแลตามยศ ดังการกะเกณฑ์เลยเปนอันขาดทีเดียว ใครจะสมโภชเท่าไรก็จงทำตามใจ เปนส่วนของตัวคนเดียว ฤๅจะไม่ทำก็ตามใจตัวเถิด อย่าถามกันแลดูกันปฤกษากันด้วยเรื่องนี้เลย การถวายของสมโภชเปนการมงคลไม่มีความผิด มีแต่ความชอบ โทษเพราะไม่สมโภชไม่มีเลย ผู้ใหญ่จะว่าผู้น้อยทำเกินหน้าก็อย่าว่ากันอย่าถือกัน เพราะการนี้มิใช่ราชการตกทอดกะเกณฑ์ ของถวายสมโภชนั้นก็จะไม่เก็บไว้เปนหลวงดอก จะเปนของพระเจ้าลูกเธอที่จะโสกันต์ แลจะรับพระสุพรรณบัฏนั้นแล ถ้าใครคุ้นเคยนับถือในพระเจ้าลูกเธอทั้ง ๔ พระองค์นั้น โดยฉันญาติฤๅคุ้นเคยชอบพออย่างไร ก็จงทำตามใจที่ชอบกับพระองค์เจ้าลูกเธอทั้ง ๔ พระองค์นั้นเถิด ถ้าไม่รู้จักฤๅรู้จักก็ดีขัดขวางใจอยู่อย่างไรไม่พอใจสมโภชก็แล้วไปเถิด อย่าวิตกกระดากกระเดื่องอะไรไปเลย ไม่ต้องการ ถ้าท่านทั้งหลายทั้งปวงมารับราชการตามตำแหน่ง ที่เกณฑ์ให้มาทำมาแห่ แลมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ตามกำหนดวันเวลาที่ว่ากำหนดมาข้างต้นนั้น แลมารับพระราชทานของเลี้ยง เปนการมงคลในพระราชพิธีนั้น ไม่ขาดไม่กระดากหน้าไป ก็เปนดีเปนความชอบในราชการอยู่แล้ว ไม่มีผิดอะไรเลย

ท่านทั้งปวงพอใจจะให้ประกาศไปฤๅ ว่าการครั้งนี้อย่าต้องเข้าเนื้อเข้าหนังท่านเลย ใครอย่ามาสมโภชพระเจ้าลูกเธอเปนเงินทองสิ่งของผ้าผ่อนแต่สักสิ่งหนึ่งเลยเปนอันขาดทีเดียว ถึงใครเอามาก็จะไม่รับไม่ให้รับ ท่านทั้งปวงพอใจจะให้ประกาศอย่างนี้ฤๅจึงจะสบายใจ ซึ่งจะประกาศดังนี้ไม่ได้ ด้วยเยี่ยงอย่างไม่เคยประกาศมา ของสมโภชนั้นในหลวงก็ไม่เคยเก็บไว้เปนของหลวง ดังการในราษฎรที่บิดามารดาเก็บเอาของขวัญของบุตรไว้เปนของตัว แล้วทำทุนซื้อขายต่อไปนั้นเลย ก็ถ้าจะประกาศดังนี้ในหลวงก็ชื่อว่าทำอันตรายของพระเจ้าลูกเธอไป คนทั้งปวงเปนอันมากซึ่งเขานับถือพระเจ้าลูกเธอพระองค์นั้นๆ โดยฉันที่เปนญาติฝ่ายข้างเจ้าจอมมารดานั้นก็มี การก็เคยมีมาแต่ก่อน ซึ่งจะประกาศดังนี้ก็หาต้องที่ไม่ ครั้งแผ่นดินก่อนๆ การโสกันต์ใหญ่ๆ ก็เคยมีมาหลายครั้ง พระเจ้าอยู่หัวท่านก็ไม่ได้ประกาศห้ามว่าอย่าให้สมโภชก็ดี อย่าให้พระเจ้าลูกเธอรับของขวัญก็ดีเลย พระเจ้าลูกเธอของท่านก็เคยได้รับของขวัญมากบ้างน้อยบ้าง ตามพระบารมีของพระเจ้าลูกเธอพระองค์นั้นๆ เปนอย่างมา ก็ในเวลาแผ่นดินก่อนๆ นั้น การโกนจุกลงท่าข้างนอกที่ไหนๆ ทำ ถ้าเด็กผู้ซึ่งจะโกนจุกนั้นไม่ได้ถวายตัวเปนข้าราชการก่อน เมื่อจะโกนจุกไม่ถวายดอกไม้ธูปเทียน กราบถวายบังคมลาแล้ว ในหลวงก็ไม่ทราบด้วยการโกนจุกของผู้ใดเลย แต่ในแผ่นดินปัตยุบันนี้ ผู้ศีร์ษะจุกมากราบถวายบังคมลาตามธรรมเนียมแล้วก็ดี ผู้โกนจุกไม่ได้เปนข้าราชการ ไม่ทรงรู้จักเลยทีเดียวก็ดี เมื่อผู้ใดจะโกนจุกบุตรฤๅหลาน ก็ย่อมจัดแจงสิ่งของที่เปนเครื่องคาวหวานอาหารต่างๆ ที่เรียกว่าของเลื่อน มาทูลเกล้าฯ ถวายแทบทุกแห่งทุกราย ทั้งวังเจ้าบ้านขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อย ก็ได้พระราชทานเงินบ้างทองบ้างเปนของขวัญไปช่วยตามอย่างธรรมเนียม เหมือนข้าราชการแลราษฎรไปช่วยกัน ไม่เปนเหมือนการหลวงแต่ก่อน ท่านทั้งปวงก็ย่อมทราบอยู่แล้ว ในปีหนึ่งมีเดือนโกนจุกอยู่ ๕ เดือน คือเดือน ๙, ๑๒, ๒, ๔, ๖ ก็ในเดือนเหล่านี้ แต่ละเดือนๆ มีผู้นำเอาของเลื่อนมาทูลเกล้าฯ ถวาย เดือนละ ๒ ราย ๓ ราย ๔ ราย ๕ รายไม่ขาด ก็ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้ข้าราชการฝ่ายในคุมไปทำขวัญปีหนึ่งสิ้นหลายสิบชั่ง ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทรงพระราชดำริห์เสียดายพระราชทรัพย์เลย ไม่ได้ทรงสำคัญว่าแรงติดผู้ใดดังไพร่ๆ สำคัญกันนั้นเลย เมื่อได้ช่องได้โอกาศที่จะได้ทรงสำแดงพระเมตตากรุณาแก่ท่านทั้งหลายทั้งปวงดังนี้ก็ทรงพระโสมนัสด้วยพระเมตตากรุณา ที่ได้ทรงสำแดงนั้นเปนดีอยู่แล้ว อนึ่งท่านทั้งหลายทั้งปวงเห็นจะวิตกไปว่าพระเจ้าลูกเธอในแผ่นดินปัตยุบันนี้มาก ตั้งแต่ปีระกาตรีศกไปก็เห็นจะต้องขลุกขลุ่ยด้วยการโสกันต์วุ่นไปทุกปี ถ้าท่านวิตกดังนี้ ก็ขอเสียเถิดอย่าวิตกเลย ทรงพระราชดำริห์ไว้ว่า การโสกันต์เปนการพิเศษดังนี้ จะทำก็แต่แก่พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าใหญ่ๆ สำคัญๆ เมื่อเวลาว่างราชการพอจะทำได้ จะไม่ทำไปทุกพระองค์จงเชื่อเถิด

อนึ่งผู้ที่มักนึกมักคิดแบบแผนภาคภูมจะนึกบ้างคิดบ้างกระมัง ว่าพระเจ้าลูกเธอซึ่งโสกันต์นี้เปนแต่พระองค์เจ้า มีเจ้าจอมมารดาเปนพระสนมมิใช่เจ้าฟ้า ก็ซึ่งมีนางมยุรฉัตรนางเชิญเครื่องนางสระนั้นเกินไป ถึงครั้งโสกันต์เจ้าฟ้าอาภรณ เจ้าฟ้ามหามาลา เจ้าฟ้าปิ๋ว ก็ไม่ได้มีนางมยุรฉัตรนางเชิญเครื่องแลนางสระ ก็ฤๅจะว่าครั้งนั้นไม่มี เพราะไม่มีเจ้าของก็จงยกไว้ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ก็ได้มีการแห่โสกันต์พระเจ้าลูกเธอเปนหลายครั้งหลายคราว นอกจากการโสกันต์เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดีครั้งหนึ่งคราวเดียวแล้ว ก็ไม่มีนางมยุรฉัตรเชิญเครื่องแลนางสระเลย ถึงครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมมหาราชวังนี้ มีการโสกันตพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดีครั้งหนึ่ง ในพระบวรราชวัง ก็มีการแห่โสกันต์พระองค์เจ้าบ้าง เมื่อในปีชวดจัตวาศก ในพระบวรราชวังปัตยุบันนี้ ก็มีการโสกันต์กรมหมื่นบวรวิไชยชาญ แลพระองค์เจ้าสุดาสวรรค์ ก็การทั้งปวงนั้นได้ทำเมื่อกำลังมีเจ้าของว่าเปนอย่างยิ่ง ก็ครั้งโสกันต์พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระบารมีพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เปนที่ล้นที่พ้น ก็เพราะท่านทรงพระราชดำริห์เห็นว่า พระองค์เจ้าผู้จะโสกันต์นั้น มิใช่เจ้าฟ้า ท่านจึงมิให้มีนางมยุรฉัตรเชิญเครื่องแลนางสระเปนอย่างมาแล้ว ครั้งนี้มาให้มีขึ้นเปนการเกินไป ถ้าท่านผู้ใดจะคิดดังนี้จะว่าดังนี้ด้วยแลดูการใกล้ๆ ก็ควรที่จะว่าควรที่จะคิดอยู่แล้ว มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้ประกาศสารภาพมาว่า ซึ่งท่านคิดท่านว่าดังนั้น ชอบด้วยขนบธรรมเนียมอยู่แล้ว เพราะแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเก่าได้สืบทราบมาเปนแน่ว่า การโสกันต์พระองค์เจ้าซึ่งไม่ได้เปนเจ้าฟ้าแล้ว ไม่เคยมีนางมยุรฉัตรเชิญเครื่องนางสระเลยเปนความจริง แต่ซึ่งโปรดให้ทำการเกินดังนี้นั้น ด้วยทรงพระราชดำริห์เห็นว่า ผู้ที่เคยทำเกินยิ่งกว่านี้ยังมีอยู่ ไม่เชื่อก็ให้สืบถามเอาเถิดจะได้ความจริง เมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในพระบวรราชวังมีการโสกันต์แห่ใหญ่โตถึง ๔ ครั้ง พระองค์เจ้าที่ได้โสกันต์ ๔ ครั้งนั้น ถ้าจะออกพระนามไป ก็จะเปนมงคลบ้างไม่เปนมงคลบ้าง นับได้ ๑๑ เปนแต่พระองค์เจ้าในเจ้าจอมมารดาเปนพระสนมหมด แปลกๆ อยู่น่อยหนึ่งแต่พระองค์เจ้ากำภูฉัตร เจ้าจอมมารดาเปนนักพระองค์เมืองเขมร แลพระองค์เจ้าปัทมราช เจ้าจอมมารดาเคยเปนผู้ที่บ่าวไพร่เรียกว่าเจ้า เมื่อครั้งเมืองนครศรีธรรมราชตั้งตัวเปนใหญ่ไม่ขึ้นใครเท่านั้น ก็ท่านผู้ที่ได้โสกันต์ใน ๔ ครั้งนั้น บัดนี้ยังมีอยู่ ๔ พระองค์ คือพระองค์เจ้าดวงจันทรหนึ่ง พระองค์เจ้าดาราหนึ่ง พระองค์เจ้าปัทมราชหนึ่ง กรมขุนนรานุชิตหนึ่ง ใครไม่เชื่อก็ไปสืบถามท่านดูเถิด จะได้รู้ความเปนจริง ในการโสกันต์ ๔ ครั้ง ในพระบวรราชวังนั้น มีนางเชิญมยุรฉัตร นางเชิญดอกบัว นางเชิญพระแสง เชิญเครื่อง เชิญพัดแลนางสระทั้ง ๔ ครั้ง ๔ คราวเปนแน่ ตัวผู้เชิญมยุรฉัตร บัดนี้ก็ยังมีตัวอยู่ คือเจ้าจอมมารดาตานี ไม่เชื่อก็ไปสืบถามดูเถิด

เมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมมหาราชวังนี้ มีการลงสรงครั้ง ๑ โสกันต์ใหญ่ ๒ ครั้งฉันใด ที่ในพระบวรราชวังก็มีการโสกันต์ ๒ ครั้งคล้ายกัน ก็ท่านผู้ได้โสกันต์ในพระบวรราชวังนั้น คือกรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดช ๑ พระองค์เจ้าน้อย ๑ ก็ท่านทั้ง ๒ พระองค์นี้บัตรหมายก็ว่าพระองค์เจ้า แต่ว่าการครั้งนั้นจะว่าเปนพระองค์เจ้าฤๅเจ้าฟ้าก็อมเอออยู่ ไม่รู้ที่จะตัดสินเลย แต่แห่แหนนั้นก็มีมยุรฉัตรแลเชิญเครื่องนางสระ ตั้งเขาไกรลาสสมโภช ๓ วันเปนการใหญ่โต ผู้ที่ได้เชิญมยุรฉัตร เชิญดอกบัว แลเชิญเครื่อง ก็ยังมีตัวอยู่โดยมากสืบถามเอาเถิด ก็แลการเมื่อปีหลังแลการครั้งนี้นั้น การที่ควรเพียงไรก็ทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทอยู่สิ้น ก็พระราชวงศานุวงศ์แลข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายในกราบทูลพระกรุณาโดยมาก ว่าการแห่โสกันต์ที่มีนางเชิญมยุรฉัตร เชิญเครื่องแลนางสระนั้น ยังไม่ได้เห็นเลย เปนแต่ได้ยินเล่าต่อๆ มา ถ้ามีขึ้นให้เห็นประจักษ์ตาเลยเปนแบบอย่างได้จะดี ผู้กราบทูลดังนี้โดยมาก จึงทรงพระราชดำริห์ว่าการที่จะแห่ดังนี้นั้น ก็ควรจะรอไว้ต่อเมื่อเวลาโสกันต์พระเจ้าลูกเธอซึ่งเปนเจ้าฟ้า แต่เห็นว่าวันเวลาจะมาถึงนั้นก็ยังนาน คิดกำหนดกาลไปก็ต่อปีฉลูสัปตศก ปีเถาะนพศก ปีมะโรงสัมฤทธิศก ปีมะแมตรีศกจึงจะมี ก็จะคิดรอรั้งหวังเวลาไกลก็จะไว้ใจยาก ผู้ที่อยากคอยดูก็อยากไป ผู้ที่จะไม่พอใจให้ถึงเวลานั้นเข้าก็มีชุม ก็เมื่อสิ่งไรมีผู้อยากเห็นด้วยกันมาก เมื่อมีอำนาจจะทำได้ก็ควรรีบทำให้เห็น ก็เพราะทรงระแวงอยู่ว่า จะเปนอันเกินอย่างธรรมเนียม จึงโปรดให้มีการเฉลิมพระนามพระเจ้าลูกเธอ ซึ่งเปนเจ้าฟ้าเข้ากำกับการด้วย ให้การโสกันต์พลอยกลมเกลียวไป อนึ่งการโสกันต์นั้นก็โปรดให้ลดลง ให้มีแต่วันเดียวไม่ให้มี ๓ วัน เหมือนครั้งโสกันต์พระองค์เจ้าพัฒนาวดี แลการโสกันต์ที่มีในพระบวรราชวัง แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แลแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั้น เมื่ออธิบายชี้แจงให้เห็นดังนี้แล้ว จะมีผู้พูดผู้คิดว่าเกินไป ขอให้พวกนั้นไปคิดไปพูดถึงการโสกันต์ในพระบวรราชวัง ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ๔ ครั้งนั้นก่อนเถิด ควรเห็นว่าเกินยิ่งกว่าครั้งนี้ เพราะพระองค์เจ้าในพระบวรราชวังมิใช่เจ้าฟ้า ก็ทรงศักดินาเพียง ๔๐๐๐ พระองค์เจ้าในพระบรมมหาราชวัง ทรงศักดินา ๖๐๐๐ ตามกฎหมาย คิดดูเถิด ก็การโสกันต์นี้เจ้าฟ้าให้ทำอย่างไร พระองค์เจ้าให้ทำอย่างไร กฎหมายก็ไม่มี ถึงในพระบวรราชวังบัดนี้จะมีการโสกันต์ เมื่อกำลังจะทำไปได้เพียงเท่าไร จะทำไปเท่านั้นก็ได้ ถึงจะมีมยุรฉัตรเชิญเครื่องนางสระเหมือนกันก็ไม่ห้าม ไม่ทรงพระราชดำริห์ติเตียนว่าอย่างไร เพราะการแต่ก่อนเคยมีมาแล้วเปนอย่าง แต่ปากใจคนต่างๆ จะพูดไปคิดไปอย่างไรนั้นไม่ทราบเลย กาลที่ล่วงมาแต่หลังๆ ได้ทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทอยู่เพียงเท่าใด ก็ทรงประกาศชี้แจงไว้ในประกาศนี้ให้ทราบทั่วกันว่า การในแผ่นดินที่อยู่อย่างใดอย่างหนึ่ง ได้ทรงสังเกตสืบทราบอยู่สิ้นไม่เซอะซมงมงาย

พระองค์เจ้าแลหม่อมเจ้าแลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ฝ่ายหน้าฝ่ายในผู้มีบรรดาศักดิ์ใดๆ ที่รับหมายประกาศนี้ ได้ทราบความดังประกาศมานี้แล้ว ถ้าไม่มีธุระป่วยไข้แลกิจราชการสำคัญ แลไม่กระดากอกกระเดื่องใจอย่างไรอย่างหนึ่งแล้ว ขอเชิญเสด็จแลเชิญท่านเข้ามาสโมสรในการเฉลิมพระนามแลการโสกันต์พระเจ้าลูกเธอ สักเวลาหนึ่งสองเวลาในวัน ๖ วัน คือในวันอังคารเดือนยี่ขึ้น ๑๐ ค่ำวันหนึ่ง ในวันพุธเดือนยี่ ขึ้น ๑๑ ค่ำวันหนึ่ง ทั้งเวลาเช้าเวลาบ่าย วันจันทร์เดือนยี่แรม ๘ ค่ำ วันอังคารเดือนยี่แรม ๙ ค่ำ วันพุธเดือนยี่แรม ๑๐ ค่ำ ๓ วันเวลาบ่าย วันพฤหัสบดีเดือนยี่แรม ๑๑ ค่ำวันหนึ่ง ทั้งเช้าทั้งบ่าย รวม ๖ วันด้วยกัน พอให้เปนศิริสวัสดิ์พิพัฒมงคล เพราะท่านทั้งปวงแต่ละพระองค์แต่ละองค์แต่ละนายมีมงคลกุศลเหตุได้สร้างมา จึงได้มีบุญพาสนายศบรรดาศักดิ์ ใหญ่บ้างย่อมบ้างดีกว่าสามัญมนุษย์ เมื่อมาสมโภชในพระราชพิธีมงคลการ ก็จะได้เปนสวัสดิมงคล สมควรที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระเมตตากรุณาชุบเลี้ยง ไม่ได้ทรงชิงชังรังเกียจมุ่งร้ายหมายขวัญท่านผู้หนึ่งผู้ใดเลยเปนความจริง

ประกาศมาณวันพุธ เดือนยี่ขึ้น ๔ ค่ำ ปีจอจัตวาศก ศักราช ๑๒๒๔ เปนวันที่ ๔๒๔๒ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ