๑๘๕. ประกาศมหาสงกรานต์ ปีระกาตรีศก

ณวันอังคาร เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีระกายังเปนโทศก

มีพระบรมราชโองการให้ประกาศแก่คนทั้งปวง บรรดาที่นับถือพระพุทธสาสนา แลธรรมเนียมปีเดือนวันคืนอย่างเช่นใช้ในเมืองไทยให้รู้ทั่วกัน ว่าในปีระกาตรีศกนี้วันพฤหัสบดีเดือน ๖ ขึ้น ๒ ค่ำ เปนวันมหาสงกรานต์ พระอาทิตย์จะขึ้นราศีเมษ ในเวลาบ่าย ๕ โมง ๔๘ นาที วันศุกรเดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำ เปนวันเนา วันเสาร์เดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำ เปนวันเถลิงศกขึ้นศักราชใหม่เปน ๑๒๒๓ ในเวลา ๔ ทุ่มกับนาที ๑ กับ ๑๒ วินาที เพราะฉนั้นในปีระกาทำบุญแลเล่นนักษัตรฤกษ์สงกรานต์เปน ๓ วัน ตามเคยอย่างทุกปี ปีนี้สงกรานต์ทรงพาหนะอะไร ภักษาหารอะไร ถืออะไร จะว่ามาก็ไม่ต้องการ ใครจะใคร่ทราบก็มาดูรูปที่เขียนแขวนไว้ในพระบรมมหาราชวังเทอญ ลักษณะจดหมายวันคืนเดือนปีใช้ดังนี้ คือตั้งแต่วันอังคาร เดือนห้า ขึ้นค่ำ ๑ ไปจนถึงวันศุกรเดือนหก ขึ้น ๓ ค่ำ จดหมายลงชื่อปีในที่ทั้งปวง ให้ว่าปีระกายังเปนโทศก ถ้าจดจุลศักราชให้คงเปน ๑๒๒๒ อยู่ ตั้งแต่วันเสาร์ เดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำ ไปจนถึงวันอาทิตย์ เดือน ๔ แรม ๑๕ ค่ำ ๖ ซึ่งเปนวันตรุษสุดปีนั้น ให้ใช้ว่าปีระกาตรีศกลงเลขจุลศักราชว่า ๑๒๒๓ แก้เลข ๑๐ ตามปีแผ่นดินซึ่งเขียนไว้บนศกนั้น เมื่อเปลี่ยนตรีศกแล้วให้เขียนเปนเลข ๑๑ ไปกว่าจะเปลี่ยนศกใหม่เถิด ในปีระกาตรีศกนี้มีอธิกมาสเดือนแปดเปนสองหน เปนเดือนถ้วนทั้งสองเดือน เมื่อเขียนเลขครุเดือนแปดก่อน เขียนเลข ๘ เลขเดียว แล้วกาหมายไว้ข้างล่างดังอย่างนี้    ให้รู้ว่าเดือนแปดหลังจะมี ในเดือนแปดหลังนั้นเขียนเลข ๘ เปนสองซ้อนกันไว้ท้ายครุดังอย่าง เถิดในปีระกาตรีศกนี้วันพฤหัสบดี เดือนห้า ขึ้น ๓ ค่ำ วันหนึ่ง วันพุธ เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำ วันหนึ่ง เปนวันประชุมถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา วันจันทร์ เดือน ๖ ขึ้น ๑๓ ค่ำ จะเปนวันจะทำพระราชพิธีจรดพระนังคัล ให้ราษฎรลงมือทำนาภายหลังวันนั้น ตั้งแต่วันอังคารเดือนหกขึ้นสิบสี่ค่ำไปห้ามมิให้ลงมือทำนาก่อน ฤๅในวันนั้นตลอดพระราชอาณาเขตร พระราชพิธีจองเปรียงในปีระกาตรีศกนี้ ยกโคมวันอาทิตย์ เดือนสิบสองขึ้นค่ำหนึ่งลดโคมวันพุธ เดือนสิบสองแรม ๓ ค่ำ เปนวันอาทิตย์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เปนวันชีพ่อพราหมณ์ จะได้ทำพระราชพิธีกฤติเกยา ณพระเทวสถาน พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน ๒ ครั้ง แลพระราชพิธีสารท แลพระราชพิธีตรียัมพวายตรีพวาย แลพระราชพิธีสัมพัจฉรฉิน คงทำในวันคืนแลเดือนขึ้นแรมนั้นๆ ตามเคยเหมือนอย่างทุกปี ในปีระกาตรีศกนี้ วันพุธเปนวันธงไชยเปนวันดี วันอังคารเปนวันอุบาสน์ วันพฤหัสบดีเปนวันโลกาวินาศ ห้ามฤกษ์แลการมงคล ในปีระกาตรีศกนี้ จะมีสุริยุปราคาครั้งหนึ่ง ในวันจันทร์เดือน ขึ้นค่ำ ๑ เวลาเช้าจะจับเปนบาทคราธ อนึ่งจะมีเหตุประหลาดอีกอย่างหนึ่ง คือในวันจันทร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๙ ค่ำ เวลาเที่ยงแล้ว ๑๓ นาที ดวงพระเคราะห์พุธจะเข้าไปในดวงอาทิตย์ข้างทิศอิสาณ แล้วจะเลื่อนมาใกล้กลางดวงเวลาบ่าย ๒ โมง ๑๔ นาที แล้วจะเลื่อนมาออกจากดวงพระอาทิตย์ข้างทิศหรดีเวลาบ่าย ๔ โมง ๑๔ นาที ดวงพระเคราะห์พุธนั้นเล็กนัก ดูตาเปล่าจะไม่เห็น ถ้าเอากล้องส่องใหญ่ๆ ที่สาปด้วยแก้วแดงคงจะเห็นดวงพระเคราะห์พุธจุดดำเดินอยู่ในดวงพระอาทิตย์ดังทายนี้เปนแท้ วันอังคาร เดือน แรมค่ำ ๑ เปนวันเข้าปุริมพรรษา วันพฤหัสบดี เดือน ๙ แรมค่ำ ๑ ถ้าเชื่อตามอย่างตามเคยก็ควรจะว่าเปนวันเข้าปัจฉิมพรรษา วันเสาร์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ก็เปนวันมหาปวารณา ถ้าจะว่าตามนักษัตรฤกษ์ในอากาศนับดิถีประสงค์ ปักษ์ขึ้นของเดือน ๙ นั้นเปนปักษ์ขาด พระจันทร์ใกล้จะเต็มเสียในวันอังคารเดือน ๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำแล้ว เพราะฉนั้นวันพุธเดือน ๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ก็ชื่อว่าเปนวันเพ็ญแต่ชื่อ แต่ดิถีนั้นเปนปาฏิบทของกาฬปักษ์ เพราะฉนั้นถ้าจะถือพระวินัยให้เลอียด เวลาค่ำวันนั้นให้พิเคราะห์ดูดวงพระจันทร์ ถ้าเห็นว่าพร่องลงแล้วก็พึงเข้าปัจฉิมพรรษาเสียแต่ในวันนั้น โดยไม่สู้เชื่อสงสัยอยู่จะเข้าอิกวันหนึ่งก็ได้ จะบาปกรรมอะไรมีต่อการที่ว่าสองซ้ำสามซ้ำ ถึงวันเสาร์ เดือน๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ก็เปนวันมหาปวารณาตามอย่างที่เคยถือมาโดยการหยาบๆ ครั้นเมื่อคิดตามนักษัตรฤกษ์แล้ว เดือน ๑๑ ข้างขึ้นก็เปนปักษ์ขาดเหมือนกัน วันศุกร์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำนั้น โดยดิถีประสงค์เปนวันเพ็ญ เพราะฉนั้น ถ้าพระสงฆ์จะถือโดยเลอียดให้ถูกต้อง จะต้องควรทำปวารณาเสียแต่ในวันนั้น อันนี้เปนอย่างดีสิ้นสงสัย ถึงในบาลีพระวินัยก็มีอยู่จะทำปวารณาในขึ้น ๑๔ ค่ำ ไม่เชื่อก็ไปค้นบาลีดูเอา การปีเดือนซึ่งนับในเมืองนั้นๆ บรรดาซึ่งเปนที่มีพระพุทธสาสนา ก็เปนแต่โครงๆ ไปดังอย่างธรรมเนียมไว้เพื่อจะให้คนเรียกง่ายจำง่าย แต่กาลเมื่อมาถึงพระพุทธบัญญัติแล้วก็ต้องกำหนดเอาตามนักษัตรฤกษ์พระจันทร์ที่เห็นปรากฎแก่ตาในอากาศนั้นเปนประมาณ ขอพระสงฆ์ผู้จะใคร่ปฏิบัติวินัยให้ถูกต้อง จงเรียนรู้นักษัตรฤกษ์แล้วพิเคราะห์ดูตามกำหนดวินัยธรรมนั้นๆ ให้ชอบเทอญ การเข้าปุริมพรรษาเข้าปัจฉิมพรรษาแลปวารณา ไม่ใช่การของพระเจ้าแผ่นดินๆ เปนแต่ผู้ทนุบำรุงชนทั้งปวงในพระราชอาณาจักร ให้ถือสาสนาตามใจตัวให้สิ้นความร้อนรำคาญใจเพราะถือสาสนา ก็แลซึ่งประกาศมาด้วยวันเหล่านี้ เพราะเห็นว่าพระสงฆ์ไม่ได้ศึกษาในนักษัตรฤกษ์โดยมาก เปนแต่ทำตามๆ กัน ก็พระสงฆ์บางพวกขวนขวายจะใคร่รู้การเลอียดนั้นก็มี จึงกล่าวมาตามใจพวกนั้นบ้าง เปนการช่วยเตือนสติ เมื่อเชื่อก็จงทำตาม เมื่อไม่เชื่อก็แล้วไป ไม่มีผิดชอบอะไรแก่การแผ่นดิน พระสงฆ์ในพระราชอาณาจักรทั้งปวงจงถือพระวินัยตามใจ อย่าได้ว่ากล่าวข่มขู่กันด้วยเหตุนี้เลย อนึ่งวันวิสาขบูชาที่ถือตามลัทธิในอรรถกถาว่าเปนวันประสูติ แลได้ตรัสแลปรินิพพานของพระพุทธเจ้านั้น ปีนี้นักษัตรฤกษ์วิสาขบุรณมีตกในวันศุกร์ เดือน ๗ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ไม่อยู่ในวันพุธ เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ แลในกลางเดือน ๖ ปีนี้นั้น ในพระบรมมหาราชวังจะมีแต่การสมโภชพระมหาเศวตฉัตรที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันอังคาร เดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ วันพุธ เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม วันพฤหัสบดี เดือน ๖ แรมค่ำ ๑ เปนการมงคลสำหรับพระราชวังตามปี มิใช่วิสาขบูชาๆ นั้นเปนวันศุกร์เดือน ๗ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ในปีระกาตรีศกนี้เปนแท้ ใครที่มีศรัทธาเชื่อถือแก่การกุศลซึ่งจะได้ทำตามลัทธิของชนที่ถือพุทธสาสนา ว่าเปนนักษัตรฤกษ์เหมือนเวลาประสูติ แลได้ตรัสแลปรินิพพานของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็จงทำการกุศลตามชอบใจเทอญ ในวันนั้นถึงชื่อเรียกว่าเปนเดือน ๗ ก็ดี นักษัตรฤกษ์พระจันทร์จะเหมือนกับฤกษ์วันเพ็ญเดือน ๖ ทุกปี ซึ่งมีมาต่อหลังแลจะมีต่อไปข้างหน้าใน ๑๙ ปีวนไปเปนปีอธิกมาส ๗ ปี คือปีที่ ๓ ที่ ๖ ที่ ๙ ที่ ๑๑ ที่ ๑๔ ที่ ๑๗ ที่ ๑๙ ปีนี้เปนปีที่ ๑๗ นับแต่ปีมะเสงสัปตศก ศักราช ๑๒๐๗ มาถึงปีกุนเบญจศกศักราช ๑๒๒๕ จะเปนปีที่ครบ ๑๙ จะมีอธิกมาส ในปีมีอธิกมาสนั้น เพ็ญเดือน ๖ เปนวิสาขบูชาได้อยู่ แต่ปีที่ ๑๑ แลปีที่ ๑๙ ในปีที่ ๓ ที่ ๖ ที่ ๙ ที่ ๑๔ ที่ ๑๗ วิสาขบูชาต้องตกอยู่กลางเดือน ๗ จึงต้องด้วยนักษัตรฤกษ์ในอากาศ การนี้เปนแล้ว แลซึ่งหมอบรัดเลทำหนังสือประกาศตีพิมพ์ ว่าวันอังคาร เดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ วันพุธ เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ วันพฤหัสบดี เดือน ๖ แรม ค่ำ ๑ เปนวันไทยนับถือว่าเปนวันประสูติ แลได้ตรัสแลนิพพานของพระพุทธเจ้าเรียกว่าวิสาขบูชา คือนับเปนอย่างฝรั่งว่าเดือนเอเปริยล คนหัวประจบฝรั่งกินไม่รู้จักอะไร วิสาขบูชานี้มิใช่การใช่กี้มิใช่กี้ มิใช่หนี้ใช่สินอะไรของหมอบรัดเลเก็บเอาไปตีพิมพ์อวดรู้เปล่าๆ เดือนเอเปริยลเปนวิสาขบูชาไม่ได้ อังกฤษที่จะรู้การในพระพุทธสาสนาแท้ๆ ที่เขาดีกว่าหมอบรัดเลอยู่ในเมืองอังกฤษก็มีถมไป พวกนักปราชญ์อังกฤษเหล่านั้น เขาตีพิมพ์ไว้ในหนังสือของเขาว่าวันที่มีพระจันทร์เต็มในเดือนเมทุกปีนั้น เปนวันพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ด้วยสัญญาอย่างยิ่งในใต้ต้นไม้โพธิ ถ้าปีวันเพ็ญสองหนในเดือนเม วันเพ็ญหลังควรนับว่าเปนวิสาขบูชา คำนี้ของเขาถูกแท้แล้ว หนังสืออังกฤษที่เขาว่าอย่างนี้ หมอบรัดเลเห็นจะไม่ได้อ่าน ที่เขารู้นักษัตรฤกษ์แท้แล้วว่าไว้ ในปีระกาตรีศกนี้ วันอุโบสถเปนที่รักษาคืออุโบสถ แลมีมหาธรรมสวนะนั้นผิดกับวันที่นับว่าวันอุโบสถ หรือวันพระตามเคยรู้ด้วยกันในชาวสยามทั้งปวงนั้นมีอยู่ ๘ วัน คือ (วันอังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ วันพุธ เดือน ๙ แรม ๗ ค่ำ วันศุกร์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ วันเสาร์ เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำ วันจันทร์ เดือนอ้ายขึ้น ๑๔ ค่ำ วันอังคาร เดือนอ้ายแรม ๗ ค่ำ วันพฤหัสบดี เดือน ๓ ขึ้น ๑๔ ค่ำ วันศุกร์ เดือน๓ แรม ๗ ค่ำ) ๘ วันเท่านี้ วันอุโบสถแลวันธรรมสวนะนอกจาก ๘ วันนี้แล้วก็คงในวันตามเคย คือขึ้น ๘ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ แลขึ้น ๑๕ ค่ำทุกเดือนแลแรม ๑๕ ค่ำ ในเดือน ๖ เดือน เดือน ๑๐ เดือน ๑๒ เดือนยี่ เดือน ๔ แลแรม ๑๔ ค่ำ ในเดือน ๕ เดือน ๗ เดือน ๙ เดือน ๑๑ เดือนอ้าย เดือน ๓ จะต้องยักวันจำศีลแลฟังพระธรรมแต่ใน ๘ วันที่ว่าข้างต้นเท่านั้น ในปีระกาตรีศกนี้ วันพฤหัสบดี วันอังคารเปนวันไม่ดีไม่ใช้ วันพุธเปนวันดี ถ้าจะใช้ฤกษ์ยามแลกำหนดในราชการใดๆ ให้ใช้วันพุธให้รู้ทั่วกันทั้งในกรุงแลหัวเมืองเทอญ

อนึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้กำชับราษฎรในกรุงนอกกรุงทุกแขวงทุกอำเภอบรรดาที่ทำนา ว่าเมื่อปีมะแมเอกศกนั้นฝนน้อยก็จริง แต่น้ำเหนือลงมามากก็พอเปนคุณแก่เข้าหนักที่ทำปลายมือได้ ครั้นปีวอกโทศก ฝนก็งามน้ำก็ใหญ่นาทำได้ทั้งต้นมือกลางมือ แลปลายมือบริบูรณ์ทุกตำบลหนแห่งแล้ว อย่าให้ราษฎรประมาทใจไป เข้าในปีวอกถึงได้มากลูกค้าต่างประเทศก็ซื้อไปเสียมากแล้ว ในปีระกาตรีศกนี้ตามเหตุที่เคยสังเกตมานั้น ปรากฎว่าเปนคราวฝนจะน้อยน้ำจะทรามกว่าปีหลังเกือบกึ่ง ฝนต้นมือในเดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ จะค่อยมีบ้าง ครั้นเดือน เดือน ๙ จะน้อยไป ฝนปลายมือก็จะทราม เพราะฉนั้นถ้าฝนมีมาแล้วให้รีบลงมือการนาเสียให้เร็วๆ ตั้งแต่แรมเดือน ๖ ไปให้ทำนาเข้าหางม้านาปรังให้มาก อย่าประมาทว่าจะคอยฝนปลายมือแลน้ำเหนือนักเลยจะเสียครั้งเสียคราวไป ประกาศมาให้ทราบไว้ หาไม่จะว่าผู้ครองแผ่นดินไม่สังเกตการเตือนสติราษฎร รู้จักแต่ให้พรแผ่นดินไปอย่างเดียว

ประกาศมาณวันอังคารเดือน ๕ ขึ้นค่ำ ๑ ปีระกายังเปนโทศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ