๑๘๔ ประกาศร่างตราภูมคุ้มห้ามค่านาแก่ไพร่หลวงบางเหล่าเปนพิเศษ

ปีวอกโทศก

หนังสือเจ้าพระยาพลเทพ สรรพพลเสพย์เสนาบดีศรีวิไชย ราชมไหศวรรย์ อเนกอนันตธัญญาหาร พิจารณปฏิพัทธนพรัตนมุรธาธร มหิศรวรสมุหเชษฐเกษตราธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ มาถึงผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการ ข้าหลวงเสนาแลนายบ้านนายอำเภอทุกตำบล ด้วยมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า เพราะแต่ก่อนเมื่อครั้งประกาศให้เลิกนารายขัดทั้งสิ้นแต่เมื่อปีแรกเดินนานั้น ได้ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคำประกาศไว้ว่า ไพร่หลวงหมู่ใดถ้าท่านเสนาบดีผู้ใหญ่เห็นว่า ต้องรับราชการมากเปนนิตย์กว่าไพร่หลวงหมู่อื่น ตราภูมซึ่งพระราชทานคุ้มห้ามได้แต่อากรสมพักสรตลาดค่าน้ำ โดยสามัญเสมอแก่ไพร่หลวงทุกหมู่ทุกกรมนั้น ไม่พอเปนกำลังเลี้ยงชีวิตแก่ไพร่หลวงพวกใด ซึ่งไม่ทำมาหากินด้วยทำสวนทำไร่ แลค้าขายในท้องตลาดแลหาปลาในน้ำนั้นแล้ว จะกราบทูลพระกรุณาขอให้ยกค่านาพระราชทานคนละเท่าไร ก็จะพระราชทานตราภูมพิเศษคุ้มค่านาให้โดยสมควร ครั้นเมื่อปีมะเมียสัมฤทธิศกเสด็จพระราชดำเนินไปประพาสเมืองเพชรบุรี ได้ทอดพระเนตรเขามหาสมณ ทรงเห็นว่าเปนที่สบายชอบกลสมควรจะเปนที่ประทับได้ จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เปนแม่กอง ทำการที่เขามหาสมณ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์จึงเกณฑ์พวกลาวพวนลาวทรงดำ มาทำการแลการคัดขนศิลาถมที่ลุ่มแลปราบที่ดอน เปนราชการหนักแรงมาก เพราะฉนั้นบัดนี้ จึงเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ สมันตพงศพิสุทธมหาบุรุษรัตโนดม บรมอัครมหาเสนาบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ ที่สมุหพระกลาโหมกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ลาวพวนลาวทรงดำได้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณมากกว่าไพร่หลวงหมู่อื่น ตราภูมซึ่งพระราชทานไว้ให้คุ้มห้ามอากรสมพักสรตลาดค่าน้ำทั้งปวงนั้น ก็ไม่มีที่จะใช้คุ้มห้ามสิ่งใดให้วิเศษกว่าไพร่หลวงหมู่อื่นได้ เพราะในเมืองเพชรบุรีการทำไร่ปลูกเพาะพืชผลต่างๆ แลการหากุ้งปลาแลค้าขายอย่างอื่น ลาวหมู่นี้ก็ไม่ได้ทำเปนที่เลี้ยงชีวิตของตน ได้อาศรัยแต่การทำนาอย่างเดียวเปนที่เลี้ยงชีวิต จะขอรับพระราชทานยกค่านาให้โดยสมควร เพื่อจะได้เปนกำลังทำราชการฉลองพระเดชพระคุณมากกว่าไพร่หลวงสามัญ จะได้เปนที่ยินดีไม่เปนที่เสียใจว่าต้องรับราชการมากกว่าไพร่หลวงหมู่อื่น ครั้นได้ทรงสดับก็ทรงพระราชดำริห์เห็นชอบด้วยแล้ว จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำตราภูมพิเศษเปนสำคัญให้ยกค่านาพระราชทานให้แก่ไพร่หลวงลาวพวนลาวทรงดำเมืองเพชรบุรี เสมอคนละแปดบาท ตั้งแต่จำนวนปีมะแมเอกศกไปทุกปี แล้วให้ตีพิมพ์แจกไปเปนสำคัญในมือไพร่หลวงหมู่นั้นคนละฉบับ มีกำหนดได้เขียนชื่อคนตำหนิ แลตำบลบ้านจำนวนนาถ้วนถี่ แล้วประทับตราภูมคุ้มห้าม แลตรากรมเกษตราธิบดีว่ากรมนามาเปนสำคัญทุกฉบับ

ให้ผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการข้าหลวงเสนาซึ่งไปเรียกเงินค่านาแต่ราษฎรนั้น ตรวจดูชื่อคนแลตำหนิ บุตรภรรยา ตำบลบ้านจำนวนนาตามหนังสือพิมพ์ตราภูมนั้น ถ้าเหนว่านารายใดเจ้าของใดของไพร่หลวงลาวพวนลาวทรงดำที่ออกชื่อมาแล้วนั้นทำได้น้อย มีค่านาต่ำกว่าแปดบาทลงมา ก็อย่าให้เรียกเงินค่านาแต่เจ้าของนารายนั้นเลย ถ้านารายใดเจ้าของใดทำได้มาก มีค่านาเกินกว่าแปดบาทขึ้นไปให้ยกเงินค่านารายนั้น ให้เจ้าของนั้นเสมอแต่คนละแปดบาท ที่เหลือเกินกว่านั้น จึงให้ผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการ แลข้าหลวงเสนาเรียกมาเปนค่านาตามธรรมเนียม ถ้ามีหนังสือชื่อใครอ้างอย่างใดๆ เปนหนังสือเขียนมิใช่หนังสือพิมพ์ แลไม่มีตราภูมคุ้มห้ามแลตรากรมเกษตราธิบดี ในพระบรมมหาราชวังมาเปนสำคัญดังนี้แล้ว อย่าให้เชื่อฟังเลยเปนอันขาดทีเดียว

ให้จับเอาตราภูมปลอมกับตัวผู้ถือนั้นมาส่งยังกรมเกษตราธิบดีจะได้รับพระราชทานรางวัลแก่ผู้จับโดยสมควร

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานให้แก่นาย รูปพรรณ ผิวเนื้อ ตำหนิ ภรรยาชื่อ บ้านอยู่ แขวง สังกัดกรม

ได้รับตราหนังสือพิมพ์ไป ณวัน ค่ำ ปีวอก๑๐ทศก จุลศักราช ๑๒๒๒

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ