๑๗๖ ประกาศห้ามพระสงฆ์ไม่ให้บอกบ้ายแทงหวยแลประพฤติอนาจาร

ณวันจันทร์ เดือน ๑๐ แรม ๓ ค่ำ ปีวอกโทศก

ด้วย พระธรรมการบดี ศรีวิสุทธสาสนวงศ์ประการ จางวางกรมธรรมการ รับพระบรมราชโองการสั่งว่า อัญเชิญพระราชปุจฉาออกมาเผดียงถาม พระพิมลธรรม พระธรรมวโรดม พระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อย ๑๖ รูป ประชุมกันณตำหนักกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัติยวงศ์ วัดพระเชตุพนมหาวิหารว่า แต่ครั้งก่อนพระราชาคณะผู้น้อยผู้ใหญ่ท่านประชุมกันปฤกษาโทษว่า พระภิกษุสามเณรบอกบ้ายแทงหวยเปนการใกล้อุตริมนุษย์ธรรมอยู่ เหตุไม่รู้ว่ารู้ไม่เห็นว่าเห็น ทั้งเปนภัณฑไทยใกล้อทินนาทาน เหตุเขาเสียทรัพย์ทั้งสองฝ่าย ไม่เอาไว้ร่วมสงฆกรรมทำอุโบสถธรรมต่อไปให้สึกเสีย แต่ภิกษุที่แทงหวยนั้นเปนสเตกิจฉาเยียวยาได้ จึงปฤกษากันจะขอรับพระราชทานว่ากล่าวสั่งสอนเอาสัญญาทานบนไว้สักครึ่งหนึ่ง ถ้าขืนกระทำต่อไปจะให้สึกเสียจากพระสาสนา ได้ถวายพระพรไว้ครั้งนี้แล้วก็ให้หมายประกาศไปให้รู้ทั่วทุกๆ พระอารามแล้ว ตั้งแต่นี้สืบไปเบื้องหน้ามีภิกษุสามเณรเปนนักเลงบอกบ้ายแทงหวยเกิดขึ้นณอารามใดๆ จะให้ลงทัณฑกรรมพระราชาคณะ พระครูถานานุกรม เจ้าคณะ เจ้าอธิการในพระอารามนั้นๆ แลจะถวายทัณฑกรรมเจ้าประคุณผู้ใหญ่ที่มาประชุมพร้อมกันด้วย กฎหมายฉบับนี้ก็ประกาศให้รู้ตัวกันแต่ก่อนครั้งหนึ่งแล้ว ก็บัดนี้ภิกษุสามเณรยังประพฤติขืนหมายยืนอยู่ หาประพฤติตามกฎหมายที่ประกาศไว้หาเอาไม่ ยังบอกบ้ายแทงหวยกินเหล้าเล่นเบี้ยทำอนาจารต่างๆ ตามอำเภอใจ ฝ่ายพระราชาคณะถานานุกรมผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงเล่า ก็ไม่มีความอายแก่พระสงฆ์ลังกาพม่ามอญซึ่งได้เข้ามาอยู่ในพระมหานคร แลไม่มีความอายสัปปุรุสสีกาทายกที่เขามีศรัทธาเลื่อมใสในพระสาสนา จึงละเมินเพิกเฉยเสีย หาช่วยสั่งสอนห้ามปรามกันไม่ ภิกษุสามเณรจึงกำเริบใจกระทำแต่การทุจริตต่างๆ ตามอำเภอใจให้มัวหมองในพระสาสนามีเปนอันมาก จนถึงอ้ายสมีเขียนอยู่วัดชีปะขาวไปนอนบอกหวยอยู่ในบ้านกับสีกา ๒, ๓, ๔, คืน แลอ้ายมหาขันเปรียญอยู่วัดมหาธาตุนุ่งห่มผ้ามาปลอมเพศคฤหัสถ์กินเหล้าถือดาบเที่ยวกลางถนนเพลากลางคืน ราชบุรุษจับได้ทราบถึงเจ้าแผ่นดินจึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระธรรมการบดีดำเนินพระราชปุจฉามาเผดียงถามพระราชาคณะผู้น้อยผู้ใหญ่ ว่าภิกษุสามเณรบอกบ้ายหวยอย่างอ้ายเขียนแลช่างทำทองรูปพรรณนั้น ควรจะไว้รวมอุโบสถสงฆกรรมฤๅ ๆ จะมีความรังเกียจเปนประการใด ให้ถวายพระพรทรงทราบ พระราชาคณะผู้น้อยผู้ใหญ่ได้ถวายพระพรแล้วว่าภิกษุบอกบ้ายหวยอย่างอ้ายเขียนนี้เปนบาปสมาจาร แลภิกษุสามเณรกินเหล้าปลอมเพศเปนคฤหัสถ์เช่นอ้ายขัน แลเปนช่างทำทองรูปพรรณ์เปนการจ้างหากินอย่างฆราวาสนั้นก็ดี เหล่าจำพวกนี้ไม่รับพระราชทานเอาไว้ร่วมอุโบสถสังฆกรรม ถ้าจับได้จะลงทัณฑกรรมตี ๕๐ ทีแล้วจะให้สึกจากพระสงฆ์ แต่นี้สืบไปพระราชาคณะ ถานานุกรม เปรียญ เจ้าหมู่ทุกคณะเจ้าอธิการในกรุงนอกกรุงทุกๆ พระอารามทราบหมายประกาศนี้แล้ว ช่วยว่ากล่าวสั่งสอนพระสงฆ์สามเณร อย่าให้บอกบ้ายแทงหวยทำช่างทองรูปพรรณต่างๆ เปนการจ้างหากินอย่างฆราวาส อย่าให้นุ่งห่มผ้าคฤหัสถ์เที่ยวกินเหล้าใส่หมวกจีโบเที่ยวแทงโปแทงถั่วตามโรงจีนแลประเทศที่ใดๆ ก็ดี อย่าให้มีผิดขึ้นได้ในพระอารามเปนอันขาด ถ้ามีอยู่ในพระอารามใด พระครูถานานุกรม เจ้าหมู่เจ้าคณะ เจ้าอธิการอย่าปิดบังอำพรางไว้ จับตัวมาส่งยังเจ้าคณะ เหนือ ใต้ กลาง วัดพระเชตุพนจงทุกๆ เรื่องอย่าประมาท ราชบุรุษเขาสืบเสาะบนบานจับภิกษุสามเณรผู้บอกบ้ายแทงหวย ฤๅกินเหล้านุ่งห่มผ้าปลอมเพศเปนคฤหัสถ์ใส่หมวกจีโบแทงโปแทงถั่ว ถือศัสตราวุธกระบอกยาวกระบอกสั้น เปนช่างทองทำรูปพรรณเปนการจ้างหากินอย่างฆราวาสประพฤติอนาจารต่างๆ ถ้าราชบุรุษเขาจับตัวเอามาได้ฤๅมีผู้มาร้องเรียนรู้จักชื่อว่าอยู่วัดใดอารามใดแล้ว จะให้ปรับหมายทำทัณฑกรรมกับ พระครู ถานานุกรม เจ้าคณะ เจ้าอธิการอุปัชฌายอาจารยณวัดนั้นๆ แล้วจะต้องปรับหมายให้เสียรังวัดเหมือนเช่นวัดมหาธาตุ ถ้าภิกษุสามเณรอยู่ในกุฎีใกล้เคียงกันรู้เห็นแล้วไม่เอาความมากราบเรียนกับเจ้าคณะผู้ใหญ่ให้แจ้ง ก็จะให้ปรับโทษจงหนักตามภิกษุสามเณรผู้กระทำผิด แต่พระภิกษุเณรเณรรูปใดอยู่พระอารามใดที่บอกบ้ายหวยให้เขานั้น เจ้าหมู่เจ้าคณะรู้แล้วให้จับตัวมาส่งแก่เจ้าคณะผู้ใหญ่วัดพระเชตุพนอย่าให้ปิดบังไว้ในพระสาสนเปนอันขาด

หมายประกาศมาณวันจันทร์ เดือน ๑๐ แรม ๓ ค่ำ ปีวอก๑๐ทศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ