๑๗๑ ประกาศว่าด้วยลักษณะให้ลงแกงไดลายมือในหนังสือสำคัญ ในหัวเมืองทั่วไป

ณวันพฤหัสบดี เดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีวอก ยังเปนเอกศก

[๑]มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ให้ประกาศแก่ข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อย แลราษฎรบรรดาอยู่ในกรุงเทพฯ แลหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือทั้งปวงให้ทราบทั่วกันว่า ธรรมเนียมพระราชกำหนดกฎหมายซึ่งมีมาแต่โบราณ แลธรรมเนียมประเทศอื่นใหญ่ๆ แทบทุกประเทศ ให้ร่วมกันในการตัดสินคดีความใดๆ คือว่าด้วยขายคนเปนทาส ฤๅสัญญาจ้างใช้การ ฤๅขายที่ดินแลเรือแลอื่นๆ แลกู้หนี้แลยืมสินแลจำนำแลเช่าสิ่งของที่ดินโรงเรือนเรือ ฤๅส่งเงินหนเดิมดอกเบี้ย ฤๅเงินภาษีอากร แลผัดนัดทานบนใบยอมแลสัญญาในเหตุนั้นๆ บรรดาซึ่งจะเชื่อฟังแต่ถ้อยคำพูดคำกล่าวปากเปล่าไม่ได้ เพราะเกรงว่านานไปจะมีวิวาททุ่มเถียงกัน จึงต้องมีหนังสือเปนสำคัญให้ไว้ต่อกัน คือเปนหนังสือสารกรมธรรม์ หนังสือขาย หนังสือสัญญาจ้างแลเช่าแลประกัน แลประทวน และหนังสือสัญญาผัดนัดแลตั๋วรับตั๋วส่งเงินหนี้เดิมแลดอกเบี้ยแลค่าภาษีอากร ย่อมใช้มีชื่อหมายลายมือผู้เขียนกำหนดศุภมาศวันคืน แลขีดแกงไดแลมีกำหนดนับบันทัด แลลงชื่อผู้เขียนไว้เปนพยานด้วยทั้งปวงก็ดี อนึ่งหนังสืออิกพวกหนึ่ง เปนหนังสือซึ่งเขียนไว้เปนแม่นยำในโรงศาล คือคำฟ้อง คำให้การ คำเทียบ คำสอบ คำพยานทานบนใบยอมใบสัตย์ ย่อมมีธรรมเนียมหยิกผูกเล็บหมายมือไว้เปนสำคัญด้วยกันทั้งโจทย์ทั้งจำเลย ฤๅผู้ที่มีตราใช้ก็ประทับตราไว้เปนสำคัญนั้นก็ดี บรรดาหนังสือทั้งปวงที่กล่าวนี้ ถ้ามิใช่หนังสือซึ่งผู้จะฉ้อฉนปลอมทำความคัดค้านเสียได้แน่นอนแล้ว ก็ย่อมเปนประมาณในการตัดสินคดีความทุกเรื่องทุกราย ดีกว่าพยานอ้างสืบ ซึ่งเปนที่รังเกียจว่าจะซักซ้อม แลมีชั้นเชิงในการถามนั้น ๆ

แต่บัดนี้มีผู้ร้องถวายฎีกาเนืองๆ ต่อสู้หนังสือซึ่งจะเปนประมาณในการนั้น ในเรื่องฎีกานั้นกล่าวความต่างๆ ว่าส่งเงินแล้วไม่ได้สารกรมธรรม์คืนมาบ้าง เมื่อส่งเงินเปนเอกเทศแล้ว หาได้สลักหลังสารกรมธรรม์ไว้ไม่บ้าง ไม่ได้หนังสือประทวนมาบ้าง ได้ส่งเงินแล้วมากได้ตั๋วรับซึ่งผู้รับทำให้ว่าได้ส่งเงินแต่น้อยบ้าง บางพวกว่าตัวไม่ยอมทำหนังสือสารกรมธรรม์แลประกันแลประทวน มีผู้ข่มเหงขู่เข็ญฤๅเฆี่ยนตีจำจองบังคับให้ทำจึงต้องจำใจทำบ้าง บางพวกซึ่งต้องคดีในโรงศาล กล่าวว่าตัวให้การอย่างหนึ่ง แต่เสมียนไม่เขียนตามคำให้การแล้วเปลี่ยนแปลงแต่งถ้อยคำสำนวนเอาเองบ้าง แลว่าตัวไม่ยอมทำทานบนแลผัดแลใบยอม ตุลาการบังคับข่มเหงให้ทำจึงยอมทำบ้าง

เมื่อมีผู้มากล่าวอย่างนี้ร้องอย่างนี้เนืองๆ การก็ปรากฎว่าผู้กล่าวจะตัดเสียไม่ให้เชื่อหนังสือที่ใช้เปนประมาณทั้งปวงนั้นได้ แล้วจะขอให้สืบแต่พยานซึ่งเปนที่รังเกียจว่าผู้นั้นจะได้ซักซ้อมไว้ก็ดี จะชักให้เนิ่นช้ายืดยาวไปไม่แล้วลงก็ดี เพราะฉนั้นจึงมีพระบรมราชโองการให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่าตั้งแต่นี้สืบไป ถ้าตัวทาสแลลูกหนี้จะส่งเงินค่าตัว แลเงินกู้ต่อนายเงินเมื่อวันใดเวลาใด ก็ให้ขอสารกรมธรรม์หนังสือประกันมาให้พร้อม แล้วจึงส่งเงินเปลี่ยนกันกับหนังสือสำคัญนั้นให้ทันที อย่าให้มีเหตุที่จะว่ายังไม่ได้ส่งได้ ถ้านายเงินว่าสารกรมธรรม์หายฤๅอยู่ไกล ก็ให้ขอเปนหนังสือประทวนมาเปนสำคัญได้แล้วจึงส่งเงินให้ ถ้าส่งดอกเบี้ยต่อท่าน ก็ให้สลักหลังสารกรมธรรม์ในเวลานั้น อย่าละเลยไว้ให้ล่วงวันล่วงเวลาไป ถ้าไม่ได้สารกรมธรรม์มาสลักหลัง ก็จงขอเอาใบประทวนเปนใบรับมาเปนสำคัญ

ถ้าเปนการจำนำการเช่าที่ดินเรือนแลโรงแลเรือ ก็ให้มีหนังสือสัญญาต่อกันเมื่อรับเมื่อส่งนั้นให้แน่นอน อนึ่งในการรับการส่งเงินภาษีอากร ก็ให้ใช้ตั๋วใช้ฎีกาต่อกันให้ถูกต้องกับการจริง ถ้าไม่ได้ตั๋ว ไม่ได้ฎีกาถูกต้องกับรายเงิน ก็อย่าเพ่อให้รับให้ส่งเงินต่อกันก่อน

ผู้ใดพวกใดถ้าเชื่อกัน ยังไม่ได้สารกรมธรรม์คืน ฤๅประทวนฤๅหนังสือประกัน แลตั๋วแลฎีการับในเวลาพร้อมดังบังคับมานั้น ได้ส่งเงินไปก่อนแล้ว เมื่อนายเงินผู้รับเงินเถียงว่ายังไม่ได้เอาสารกรมธรรม์แลหนังสือขายหนังสือจำนำออกสู้ก็ดี เรียกเอาตั๋วเอาฎีกาเปนสำคัญแต่ผู้ว่าส่งเงินแล้วนั้นไม่ได้ก็ดี ตุลาการที่ทำตามพระราชกำหนดกฎหมายก็จะตัดสินเอาตามสารกรมธรรม์แลตั๋วแลฎีกาซึ่งมีแลไม่มีนั้น ผู้เจ้าคดีจะเกี่ยงพออ้างพยานซักการให้เนิ่นช้าด้วยสำนวนในคดีต่างๆ นั้นไม่ควรตุลาการจะทำตามเลย อนึ่งในหนังสือสารกรมธรรม์ขายแลกู้แลสัญญาจำนำซื้อขาย ห้ามอย่าให้เอาชื่อผู้อื่นมาใส่แทน ผู้ใดเปนเจ้าของทรัพย์ก็ให้ใส่ชื่อผู้นั้นเองตรงๆ ถ้าในหนังสือเปนชื่อของผู้ใด ก็จะตัดสินเปนของผู้นั้นที่มีชื่อในหนังสือ ถ้าจะกล่าวว่ามีผู้ทำหนังสือปลอมตัวไม่ได้เขียนไม่ได้ทำไม่ได้จ้างไม่ได้วานให้ผู้อื่นเขียน ถ้าไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นเลยจริงๆ จะคัดค้านดังนี้แต่เดิมก็คัดค้านได้ ต้องสืบเอาความจริงแต่พยาน แลสอบลายมือผู้เขียนแลอุบายที่ชอบอย่างอื่นๆ ถ้าตัวทาสยอมทำแล้ว ภายหลังกลับต่อสู้เปนสำนวน ว่ามีผู้ข่มเหงขู่เข็ญ ฤๅเฆี่ยนตีจำจองบังคับให้ทำจึงต้องจำใจทำดังนี้ไม่ได้เลย

อนึ่งผู้ที่ต้องคดีในโรงศาล เมื่อตัวให้การเสมียนเขียนถ้อยคำแล้วสอบเทียบแล้วอ่านให้โจทย์จำเลยฟังทั้งสองฝ่ายตามเรื่องคดีนั้น โจทย์จำเลยฟังว่าถูกต้องดีแล้วก็เปนดี ถ้าโจทย์จำเลยไม่รู้หนังสือฤๅสงสัยติดใจเสมียนว่าไม่เขียนตามคำให้การ แล้วเปลี่ยนแปลงแต่งถ้อยคำสำนวนเอาเอง ก็จงขอให้เอาหนังสือที่เสมียนเขียนไว้นั้นให้คนอื่นๆ ที่อยู่ในที่นั้นอ่านสอบดูให้หลายเที่ยว ฝ่ายตุลาการแลเสมียนก็ยอมให้ลูกความสอบสำนวนจนสิ้นสงสัย ฤๅให้ตุลาการแลเสมียนหาคนอื่นๆ มาอ่านสอบให้ลูกความฟังจนลูกความสิ้นสงสัย แล้วจึงให้ผูกหยิกเล็บหมายมือไว้ ลูกความผู้ใดได้ยอมให้หยิกเล็บหมายมือลงแล้ว ก็ต้องรับคำว่าคำนั้นเปนคำของตัวเถียงไม่ได้ ถ้าลูกความจับได้ว่าเสมียนเขียนไม่ถูกต้องกับความที่ตัวให้การแน่แล้ว ก็ให้ต่อว่าขึ้นให้เสมียนเขียนให้ถูกต้องตามคำของตัวแล้ว จึงให้เสมียนจดหมายไว้ในท้ายเปนสำคัญว่าได้ต่อว่า แล้วผูกหยิกเล็บไว้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ผู้ที่มีตราประทับตราไว้เปนสำคัญ ถ้าเวลาจวนค่ำจวนเลิกยังติดใจ เสมียนแก้สำนวนยังไม่แล้ว ถ้าจะต้องผูกไว้ก็ให้มีจดหมายไว้ในสมุดนั้น ว่าคำนี้ลูกความยังไม่ชอบใจว่าถูกต้องแท้จะต้องแก้อยู่ แล้วจึงผูกเข้าไว้เถิด ถ้าได้หยิกเล็บหมายมือไว้ฤๅประทับตราแล้ว ภายหลังตัวจะร้องติดใจเสมียนนั้นอิกไม่ได้ ถ้านายเงินคิดจะฉ้อตัวทาสแลลูกหนี้ด้วยอุบายอย่างใดอย่างหนึ่ง ฤๅข่มเหงขู่เข็ญเฆี่ยนตีจำจองให้ตัวทาสแลลูกหนี้ทำสารกรมธรรม์ แลประทวนแลสัญญา ตัวทาสแลลูกหนี้ไม่ยอมทำก็ดี ถ้าตุลาการฤๅเสมียนผู้คุมข่มเหงขืนใจลูกความเปลี่ยนแปลงถ้อยคำสำนวนก็ดี ฤๅเฆี่ยนตีบังคับให้ทำทานบนแลผัดแลใบยอมตัวไม่ยอมทำก็ดี ก็ให้ตัวทาสแลลูกหนี้แลผู้ต้องคดีนั้นร้องเรียนต่อพระยาเพชรพิไชยแลพระยาอภัยรณฤทธิในสามวันเจ็ดวัน ได้มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งไว้แล้วคอยชำระให้อย่าให้รอช้า ถ้าชำระได้ความว่าเปนการข่มเหงขู่เข็ญ ฤๅเฆี่ยนตีจำจองบังคับให้ทำสารกรมธรรม์ แลประกันแลประทวนแลสัญญา แลหนังสือคำให้การผิดแลทานบนมิชอบ แลผัดแลใบยอมมิชอบนั้นจริง จะให้ปรับไหมมีโทษแก่ผู้บังคับนั้น ตามโทษานุโทษ ถ้าการที่ข่มเหงให้ทำหนังสือสารกรมธรรม์ ประกันประทวนแลสัญญาทานบนใบยอมแลหนังสือผัดนัด แลตั๋วฎีกาดังนั้นเปนไปในหัวเมืองตั้งแต่เมืองนนทบุรี เมืองนครเขื่อนขันธ์ออกไป ก็ให้ผู้ต้องข่มเหงทำหนังสือจะไม่ยอมทำนั้น ไปร้องแก่ผู้สำเร็จราชการเมืองแลกรมการ ถ้าผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการข่มเหงดังนี้เอง ก็ให้ผู้ต้องข่มเหงนั้นร้องอุธรณ์หน้าโรง กล่าวโทษผู้ข่มเหงให้ทำหนังสือ ถ้าผู้ใดร้องอุธรณ์ดังนี้แล้ว คดีเดิมให้งดไว้ให้บอกมายังกรุงเทพ ฯ ถ้าผู้ข่มเหงให้ทำหนังสือมิใช่ผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการ ก็ให้ผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการชำระให้ ถ้าชำระไม่ตกลงให้บอกมายังกรุงเทพ ฯ ถ้าผู้ซึ่งข่มเหงผู้อื่นให้ทำหนังสือนั้น จำจองกักขังผู้ที่ตัวจะให้ทำหนังสือนั้นไว้มาร้องไม่ได้ ก็ให้ผู้ต้องจำจองกักขังจ้างวานอ้อนวอนหาผู้อื่นมาร้องแทนตัวเถิด ทั้งในกรุงเทพฯ แลหัวเมือง ในการที่ร้องอย่างนี้ อย่าให้ผู้รับฟ้องเลือกว่าญาติของเจ้าคดีฤๅใช่ญาติ ความเรื่องเดียวกันฤๅต่างเรื่อง ตามกฎหมายในคดีอื่นๆ เลย ในการอย่างนี้อย่าให้ว่าผู้มาร้องแทนนั้นเก็บเอาคดีของผู้อื่นมาว่า สุดแต่นำตัวผู้ต้องจำจองควบคุมกักขังให้ทำหนังสือนั้นได้แล้ว ถ้าผู้นั้นรับว่าให้มาร้องจริง ผู้มาร้องแทนก็สิ้นธุระ ให้ตุลาการไปเร่งเอาตัวผู้ต้องข่มเหงให้ทำหนังสือนั้นมาว่าคดีของตัว กล่าวต่อสู้กับผู้ข่มเหงนั้นไปเถิด ถ้าแต่เดิมตัวผู้นั้นๆ ไม่ยอมทำหนังสือสารกรมธรรม์ แลประกันแลประทวน แลหนังสือสัญญาทานบน แลผัดแลใบยอมให้แล้ว ถ้ามีผู้ข่มเหงเร่งรัดให้ทำ ควรจะมาร้องแลให้ผู้อื่นมาร้องแทนในสามวันเจ็ดวัน แลไม่มาร้องแลไม่ให้ผู้อื่นมาร้องต่อพระยาเพชรพิไชย พระยาอภัยรณฤทธิ ฤๅหัวเมืองไม่ร้องไม่ให้ผู้อื่นมาร้องแทน ร้องอุธรณ์หน้าโรงตามหัวเมืองนั้นๆ ตามแขวงในสามวันในเจ็ดวันแล้ว ได้ยอมทำหนังสือให้แล้ว ภายหลังมีสำนวนต่อสู้ว่าท่านบังคับให้ทำจึงต้องจำใจทำ ท่านข่มเหงให้ยอมจึงต้องจำใจยอม จะกล่าวแก้ตัวดังนี้ไม่ได้ คงจะตัดสินให้ผู้นั้นเปนแพ้ หนังสือที่ผู้ทำหรือที่ลงชื่อหมายลายมือ แลประทับดวงตราแลขีดหมายแกงไดวันนั้นแลเปนประมาณ

ประกาศมาณวันพฤหัสบดีเดือนห้า ขึ้นสิบห้าค่ำปีวอก ยังเปนเอกศก เปนวันที่ ๓๓๐๒ ในรัชกาลปัตยุบันนี้



[๑] ประกาศฉบับนี้ความอย่างเดียวกับฉบับ ๑๗๐ เติมความเพียงว่า ในหัวเมืองให้ร้องตามเมืองเท่านั้น

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ