๑๖๖ ประกาศพิกัดอากรค่าน้ำให้เก็บตามเครื่องมือ

ณวันพฤหัสบดี เดือน ๓ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปีมะแมเอกศก

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศแก่ราษฎรทั้งปวงบรรดาอยู่ในกรุงเทพมหานคร แลหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือฝ่ายตวันตกตวันออกให้รู้จงทั่วกัน ด้วยเรื่องอากรค่าน้ำฯ อากรค่าน้ำนี้แต่ก่อนมีสำหรับแผ่นดินแต่โบราณมาทุกแผ่นดิน เปนอย่างธรรมเนียมเดิมแต่ครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยาเก่า แต่เมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น โปรดให้ลดลงแล้วเลิกเสียสิ้นด้วยเหตุการณ์แลพระราชประสงค์อันใด แลผลเปนคุณเปนโทษแก่แผ่นดินอย่างไร ครั้นมาถึงแผ่นดินปัจจุบันนี้ มีเหตุอย่างไรท่านเสนาบดีจึงเห็นพร้อมกันกราบทูลขอให้ตั้งขึ้นอีก ตามกำหนดจำนวนเดิม ครั้นภายหลังทรงพระราชดำริห์อย่างไร จึงให้ลดลงคงเรียกตามกำหนดจำนวนเมื่อครั้งลดในแผ่นดินที่ล่วงแล้วมานั้นอีกเล่า ความทั้งปวงแจ้งอยู่ในตราตั้งนายอากร แลหนังสือประกาศซึ่งมีมาแต่หลังนั้นแล้ว ครั้นอากรค่าน้ำเรียกสืบมาหลายปี จึงมีผู้กราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทรงทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทเปนหลายครั้งว่า นายอากรรับทำอากรค่าน้ำแล้วขายช่วงให้ผู้อื่นเปนตอนๆ ไปตามระยะแขวงในกรุงเทพมหานคร แลหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือ แลผู้ที่ซื้อช่วงไปนั้นหาเรียกอากรตามพิกัดท้องตราไม่ ไปยักย้ายเรียกให้เหลือๆ เกินๆ เอารัดเอาเปรียบราษฎรๆ ที่ไม่ได้รู้พิกัดในท้องตราก็ต้องยอมเสียให้ตามใจผู้เก็บที่รับช่วงไปจากนายอากรใหญ่ เพราะผู้รักษาเมืองกรมการนายบ้านนายอำเภอ ถึงลอกตราตั้งไว้แล้วก็มิได้คัดพิกัดในท้องตราหมายประกาศให้ราษฎรได้รู้ทั่วกัน บัดนี้ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ทำกำหนดพิกัดอากรค่าน้ำตีพิมพ์ประกาศแจกให้ราษฎรทั้งปวงได้รู้ทั่วกันว่า ผู้ที่เรียกอากรในจังหวัดกรุงเทพมหานครก็ดี หัวเมืองก็ดี ถ้าทำผิดท้องตราแลหมายประกาศนี้ ห้ามอย่าให้ราษฎรยอมเสียอากรให้ตามใจผู้ที่เรียกอากรเกินกว่าพิกัดนี้ไปด้วยความกลัวเกรง แต่อย่าให้ราษฎรขัดเอาเงินที่ควรเสียอากรตามพิกัดในท้องตรา แลหมายประกาศไว้ให้ค้างงวดค้างปี ถ้าผู้ที่เรียกอากรไม่ฟังขืนเรียกให้เหลือๆ เกินๆ ผิดท้องตราแลหมายประกาศอันนี้แล้ว ถ้าราษฎรในหัวเมืองก็ให้ไปร้องต่อผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการ ถ้าอยู่แขวงกรุงเทพมหานครก็ให้ไปร้องต่อพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร พระยาราชภักดีศรีรัตนราชสมบัติ และพระยาพิพิธโภไคศวรรย์ซึ่งเปนประธานในเจ้าพนักงานในกรมพระคลังมหาสมบัติผู้เจ้ากระทรวง ถ้าแลผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการหัวเมืองนั้นๆ แลเจ้ากระทรวงไม่ชำระว่ากล่าวให้ก็ให้ไปร้องเรียนต่อท่านเสนาบดี ถ้าท่านเสนาบดีไม่ชำระว่ากล่าวให้สำเร็จได้ ก็ให้ราษฎรทำเรื่องราวไปร้องถวายฎีกา เมื่อวันเสด็จออกพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ ทรงประฏิบัติพระสงฆ์เวลาเช้า ฤๅเมื่อเวลาบ่ายเสด็จออกที่เกยน่าพระที่นั่งสุทไธศวรรย์ จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเรื่องราวร้องฎีกาวันใดก็ได้ไม่ห้าม ถ้ามีความร้อนรนมาก มาคอยอยู่เห็นว่าไม่เสด็จแล้ว ให้ส่งเรื่องราวนั้นต่อเจ้าขุนมูลนายแลญาติพี่น้องพวกพ้องฝ่ายหน้าฝ่ายใน ผู้ใดผู้หนึ่งให้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเถิด แต่ให้ผู้ที่รับเรื่องราวไปถวายนั้นรู้จักตัวเจ้าของเรื่องราวไว้ให้แน่นอน อย่าให้เปนหนังสือทิ้งไป ฤๅว่าถ้าไม่มีที่ใดจะรับถวายได้แล้ว ให้มายื่นต่อท่านพระยาเพชรพิไชยที่ศาลารับฎีกานั้นเถิด ให้กรมล้อมพระราชวังคอยรับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในขณะนั้น อย่ากดนิ่งไว้ให้เนิ่นช้า แต่ขอห้ามราษฎรอย่าให้ร้องทุกข์ถวายในวันมีพระราชกิจต่างๆ คือเมื่อเสด็จออกพระที่นั่งสุทไธศวรรย์จะทอดพระเนตรกระบวรแห่ต่างๆ แลการวิ่งม้าแลมวยปล้ำแลอื่นๆ ซึ่งเปนการนักขัตฤกษ์ ในกำหนดแลนอกกำหนด ฤๅในเวลาเมื่อเสด็จพระราชดำเนินการพระกฐิน แลเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนในการใหญ่ๆ ณที่ใดๆ ในวันในเวลาดังว่านี้ อย่าให้ผู้ใดเที่ยวสกัดแซกแซงเข้ามาร้องถวายฎีกาเลย ให้มาคอยดูทุกวันๆ ที่น่าพระที่นั่งสุทไธศวรรย์เถิด ทรงทราบแล้วจะโปรดให้มีตระลาการชำระให้ ถ้าได้ความจริงว่าผู้ที่เรียกอากรข่มเหงแลฉ้อราษฎรจริง ก็จะทำโทษแลปรับไหมผู้ที่เรียกอากรให้แก่ราษฎร จะให้ราษฎรได้เงินคืนทั้งค่าป่วยการเงิน ถ้าชำระได้ความว่าราษฎรขัดไม่ยอมเสียอากรให้ตามพิกัดท้องตราแลหมายประกาศ ก็จะต้องชำระเร่งให้ผู้ขัดใช้ส่วนที่ควรจะเสียตามพิกัดซึ่งขัดไว้นั้นจงเต็มตามที่ค้างอยู่เท่าใดนั้น ถ้าผู้สำเร็จราชการเมืองใดเปนใจด้วยนายอากร ยอมให้นายอากรเก็บอากรค่าน้ำให้เหลือเกินผิดท้องตราแลหมายประกาศให้ราษฎรได้ความเดือดร้อน ชำระได้ความจริงแล้วจะให้มีโทษแก่ผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการผู้ที่ยอมให้เก็บ ผิดจากพิกัดในท้องตราแลหมายประกาศตามโทษานุโทษ แลอากรค่าน้ำนี้ให้ราษฎรที่มีเครื่องมือไปจับกุ้ง จับปลา จับหอย จับปู เสียเงินอากรค่าน้ำให้แก่ผู้ที่เรียกอากรตามพิกัดนี้

น้ำจืด เรือแหพานลำหนึ่งปีละ ๑๐ บาท เรือแหโปงลำหนึ่งปีละ ๖ บาท เรือแหทอดลำหนึ่งปีละบาท เรือช้อนใหญ่ลำหนึ่งปีละสองสลึง เรือช้อนเล็กลำหนึ่งปีละสลึง สุ่มเรียกคนหนึ่งปีละสลึง ข่ายดักปลาตะเพียนคนหนึ่งปีละบาท แทงกรบคนหนึ่งปีละสลึง ฉมวกคนหนึ่งปีละเฟื้อง ลอบยืนคนหนึ่งปีละหกสลึง ลอบนอนคนหนึ่งปีละบาท ดักตุ้มคนหนึ่งปีละสลึง ดักไซคนหนึ่งปีละสองสลึง ดักลันคนหนึ่งปีละเฟื้อง เบ็ดราวคนหนึ่งปีละสองสลึง ตกเบ็ดปลาช่อนปลาชะโดคนหนึ่งปีละเฟื้อง สวิงกุ้งคนหนึ่งปีละเฟื้อง สวิงปลาคนหนึ่งปีละเฟื้อง อวนลำหนึ่งปีละ ๑๐ บาท เชงเลงคนหนึ่งปีละบาท ยกยอเล็กปากกว้างต่ำกว่า ๔ ศอกลงมาคนหนึ่งปีละสลึง ดักจั่นคนหนึ่งปีละสลึง ชนางคนหนึ่งปีละสองสลึง ตกเบ็ดทรงปีหนึ่งร้อยละสองสลึง โพงพางช่องหนึ่งปีละตำลึง ดักชุดสิบชุดปีละเฟื้อง ยกยอขันช่อปากกว้างตั้งแต่วาหนึ่งขึ้นไปวาหนึ่งปีละหกสลึง จิบปากหนึ่งปีละบาท กัดตราลำหนึ่งปีละหกบาท ลอบพายลำหนึ่งปีละตำลึง ช้อนลอยสนั่นปากกว้างตั้งแต่ ๑๐๐ ศอกขึ้นไปให้เสียปีละกึ่งตำลึง ถ้าราษฎรชักผักชักหญ้าลอยน้ำปลูกไว้หน้าบ้านหน้าเรือนยาวสิ้นเขตรบ้านแต่ที่มีรั้ว ถ้าบ้านไม่มีรั้วให้วัดตั้งแต่เรือนไปข้างละห้าวาเปนสิ้นเขตร หญ้ากร่ำที่ไม่ให้ราษฎรเสียเงินอากรแต่เท่านี้ ถ้าราษฎรชักผักชักหญ้าลอยน้ำปลูกไว้นอกจากหน้าบ้านหน้าเรือนวัดได้ยาวสี่ศอกกว้างสี่ศอก ให้เสียเงินอากรวาละเฟื้อง ถ้าราษฎรชักผักชักหญ้าไว้มากน้อยเท่าใดให้ราษฎรเสียเงินอากรให้แก่นายอากรตามมากแลน้อย ถ้าราษฎรขุดบ่อขังน้ำไว้กินไม่ได้ขังปลาเปนแต่บ่อขังน้ำยาวสองวาสามวา กว้างสองวาสามวา ไม่ต้องเสียอากร ถ้ายาวกว้างมากกว่าสามวาขึ้นไปมีปลาในบ่อ ให้คิดที่กว้างยาวละวาๆ แล้ว ปีหนึ่งต้องเสียวาละสลึง

น้ำเค็ม รั้วปกักคอกลำหนึ่งปีละ ๑๐ บาท รั้วปกักลาลำหนึ่งปีละ ๖ บาท เรือฉลอมญวนลำหนึ่งปีละ ๑๐ บาท รั้วชายม้านลำหนึ่งปีละสามตำลึง เบ็ดลากลำหนึ่ง ๑๐ สลึง ซูกั้นรั้วชายม้านหางหนึ่งปีละตำลึง ที่โพงพางปากน้ำปีละตำลึง ที่โพงพางถัดขึ้นมาปีละ ๓ บาท ที่โพงพางถัดมาปีละกึ่งตำลึง รั้วกางเคยบางเหี้ยปีละ ๖ สลึง ทอดแหทเลปีละบาท เบ็ดกุเราปีละสลึง แทรงรั้วปูปีละสองสลึง สองคนลากอวนคนหนึ่งปีละบาท เบ็ดวางตับๆ หนึ่งปีละ ๒ สลึง ช้อนกุ้งช้อนปลาคนหนึ่งปีละเฟื้อง รุนกุ้งทเลปีละกึ่งตำลึง รั้วโพงพางลากปลาในคลองปีละ ๒ สลึง รั้วโพงพางแม่น้ำปีละตำลึง รั้วดักปูปีละ ๒ สลึง ปกักคอกลากเรือฉลอมยกนายเรือเสียนอกนั้นเรียกคนหนึ่งปีละบาท ไสกุ้งไสเคยคนหนึ่งปีละ ๑๐ สลึง ครึ่งปีให้เรียก ๖ สลึง เดือนละ ๒ สลึง รั้วกางกุ้งกางเคยน้ำจืดน้ำเค็มรั้วหนึ่งปีละบาท เบ็ดปลากะเบนลำหนึ่งปีละ ๓ บาท เบ็ดล่อตพงคนหนึ่งคนหนึ่งปีละ ๒ สลึง เบ็ดราวปลาหางกิ่วปีละ ๒ สลึง เบ็ดสายปลาหางกิ่วปีละ ๒ สลึง แทงปลามัวน้ำลำหนึ่งปีละสลึง อวนรายยกนายเรือเสีย นอกนั้นเรียกคนหนึ่งปีละ ๓ ตำลึง รั้วชายม้านกลางคลองปีละ ๓ ตำลึง รั้วชายม้านริมคลองปีละ ๑๐ บาท ฉลอมกุเราปีละตำลึง ปกักคอกตพงลำหนึ่งปีละ ๖ บาท อิชุดน้อยไสเคยริมฝั่งปีละสลึง กระดานไสหาหอยแลสิ่งต่างๆ คนหนึ่งปีละสลึง กระดานล้วงหมึกปีละ ๒ สลึง ขุดหอยปากเป็ดปีละสลึง ฉมวกคนหนึ่งปีละสลึง สวิงตักกุ้งไม่มีคันปีละเฟื้อง เป็ดวาสาลากเบ็ดลำหนึ่งปีละ ๖ สลึง เรือหาหอยแครงคนหนึ่งปีละบาท เรือหาหอยตพงคนหนึ่งปีละบาท เรือหาหอยหลอดคนหนึ่งปีละบาท เรือหาหอยแมงภู่คนหนึ่งปีละบาท ลมุจับน้ำแห้งมีปีกไม่มีเฝือกปีละ ๖ บาท ลมุจับน้ำฦกมีก้นมีปีกมีเฝือกปีละ ๕ ตำลึง เฝือกโป๊ะจับน้ำแห้งปีละ ๓ตำลึง เฝือกรังมีก้นจับน้ำไม่แห้งปีละ ๔ ตำลึง อวนรังปีละ ๔ ตำลึง อวนตีเคยปีละ ๔ ตำลึง อวนลากปลิงปีละ ๖ ตำลึง แหลนแทงปลิงฉะนักแทงปลิงจับปลิงลำหนึ่งสองคนปีละตำลึง ฉะนักแทงกระจับตัวกระสองคนต่อลำปีละ ๒ ตำลึง ราษฎรทำอวนใส่รั้วจับปลาทเลกลางคลองริมคลองยาวตั้งแต่ห้าวาหกวา ปีหนึ่งวาละบาท

ถ้าถึงเทศกาลน้ำลดคลองนั้นแห้งขาดเปนห้วงเปนตอนแลหนองน้ำขังนั้น ก็ให้นายอากรรักษาหวงห้ามไว้เปนสิทธิ์ตามเคย ถ้าราษฎรจะทำก็ให้ไปว่ากล่าวต่อนายอากรให้ตกลงกัน นายอากรยอมให้ทำจึงทำได้ ถ้านายอากรไม่ยอมก็อย่าให้ราษฎรบังอาจลักลอบทำปลาในหนองในคลองที่น้ำแห้งขาดเปนห้วงเปนตอน ซึ่งเปนหนองของนายอากรเปนอันขาด

แลพิกัดในท้องตราก็กำหนดเรียกดังกล่าวมานี้ แต่ผู้ที่เรียกอากรคิดยักย้ายเรียกอากรเหลือเกินอยู่ ให้ราษฎรผู้ที่จับกุ้งจับปลาจับหอยจับปูในน้ำจืดน้ำเค็ม พิเคราะห์ดูในพิกัดหมายประกาศนี้ให้ถ้วนถี่ จะได้เสียอากรค่าน้ำให้ตามพิกัดเครื่องมือที่ทำนั้นให้ตามกำหนดในท้องตรา ถ้าผู้ที่เรียกอากรจะเรียกเกินขึ้นไปอย่าให้ราษฎรผู้จับกุ้งจับปลาจับหอยจับปูยอมเสียให้ ให้ผู้สำเร็จราชการเมืองกรมการมีใจเมตตากรุณาแก่ราษฎร รับหมายประกาศนี้แจกไปให้ราษฎรรู้ให้ทั่วกัน อย่าให้เปนใจด้วยผู้ที่เรียกอากร แลยอมให้ผู้ที่เรียกอากรยักย้ายเก็บอากรให้เหลือๆ เกินๆ ให้ผิดท้องตราแลหมายประกาศไปจะมีโทษแก่ตัว ฝ่ายผู้ที่เรียกอากรเล่าควรจะมีความเมตตากรุณาแก่ราษฎร ด้วยอากรจะมีประโยชน์กำไรก็เพราะราษฎรไม่ได้ความเดือดร้อน จะได้มีน้ำใจชักชวนกันอุตสาหทำมาหากินโดยทางคล่องโดยสดวก ให้ผู้ที่เรียกอากรเก็บอากรแต่โดยซื่อสัตย์ตามพิกัดท้องตรา อย่าเรียกให้เหลือเกินผิดจากพิกัดท้องตราแลหมายประกาศ ให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ แลฝ่ายราษฎรทั้งปวงเล่าก็ให้ยอมเสียอากรให้ผู้ที่เรียกอากรตามพิกัดในหมายประกาศนี้แต่โดยดีจงทุกประการ ถ้าสงสัยข้อใดก็ให้ไปถามผู้รักษาเมืองกรมการเสียให้เข้าใจ ให้ผู้ที่เรียกอากรกับราษฎรจงมีความอ่อนน้อมต่อกัน ความเทลาะวิวาทก็จะไม่บังเกิดมีต่อกัน

ประกาศมาณวันพฤหัสบดีเดือนสาม ขึ้นสิบเอ็จค่ำ ปีมะแมเอกศก เปนวันที่ ๓๑๘๖ ในรัชกาลปัจจุบันนี้ พระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิงหราเปนผู้รับสั่ง

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ