๑๖๒ ประกาศพระราชบัญญัติพระสงฆ์สามเณรแลศิษย์วัด

ณวันจันทร์ เดือน ๖ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีมะแมเอกศก

ด้วยพระธรรมการบดีรับพระบรมราชโองการใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่าตั้งแต่โปรดสักเลขมาทั้งในกรุงเทพฯ แลหัวเมือง คนที่สมสักแล้วหลบหลีกไปบวชเปนพระภิกษุสงฆ์สามเณรแลแอบอิงเปนศิษย์วัดอยู่มากนัก แลเมื่อมีคดีความปาราชิกบ้างความผู้ร้ายบ้างความวิวาทตีรันบ้าง ก็ย่อมมีคำกล่าวในความว่า พระภิกษุสามเณร แลศิษย์วัดเสพย์สุราแลน้ำตาลส้มเมามายวุ่นวายนั้นด้วยแทบทุกเรื่อง จึงเหนว่าพระภิกษุ สามเณร แลศิษย์วัดเหนจะนิยมกันเสพย์สุราน้ำเมามากนัก เมื่อจะสังเกตเหตุสังเกตได้จนว่า เมื่อคนที่มีศรัทธา ฤๅคนถือการเสียเคราะห์เอาไก่ไปปล่อยวัดไม่ขาด ไก่เหลืออยู่มากแต่วัดที่เรียกว่าวัดสมถะอย่างวัดสมอราย วัดรังษีสุทธาวาส แลวัดอื่นๆ ในวัดที่มีนักเลงมากนั้น ไก่ปล่อยหือไม่ขึ้น ด้วยได้เคยทราบว่า ชาววัดจับเอาไปแลกหมี่แลสุรากับจีนเจ้าของสุราเจ้าของหมี่กินในเวลากลางคืนเสียหมด ใครไม่เชื่อสังเกตสืบดูก็จะรู้ความเปนจริง ชาวบ้านชาวเมืองจะมาเอานักเลงเปนที่บูชาที่ไหว้ท่านอยู่อย่างนี้ไม่ควรเลย เพราะฉนั้นบัดนี้ โปรดจะให้ชำระทุกพระอารามหลวงแลวัดขึ้นทั้งปวง จะขอเอาตัวพระภิกษุสามเณรที่เสพย์สุราน้ำตาลส้ม แลสูบฝิ่นสูบกันชา กินเข้าค่ำเล่นถั่วโปการพนันต่างๆ แลถืออาวุธเที่ยวฤๅเล่นสวาท สึกเสียแทบให้สิ้นเชิง อย่าให้รกวัดวาอารามที่ทำบุญบูชา ถึงศิษย์วัดแลคนอาศรัยวัดก็เปนคนซื้อสุราแลน้ำตาลส้มให้พระสงฆ์สามเณรกิน แลซื้อฝิ่นกันชาให้พระภิกษุสามเณรสูบ ตัวก็กินแลสูบด้วยโดยมาก แลสมคบพระภิกษุสามเณรเล่นถั่วโปการพนันต่างๆ เพราะฉนั้นขอประกาศมาก่อนโดยข้อตามลำดับนับด้วยตัวเลขต่อไป

(๑) ขอให้ พระราชาคณะ พระครูถานานุกรม เปรียญ เจ้าคณะ วัดเดิม วัดขึ้น แลเจ้าอธิการชำระตรวจตราสืบสวน พระภิกษุสามเณรที่เสพย์สุราน้ำตาลส้ม สูบฝิ่นกันชาแลกินข้าวค่ำเล่นถั่วโปการพนันต่างๆ แลถืออาวุธเที่ยวแลเล่นสวาท ฤๅศิษย์วัดที่ซื้อสุราแลน้ำตาลส้มซื้อฝิ่นซื้อกันชาให้พระภิกษุสามเณรกินแลสูบ ตัวได้กินได้สูบด้วยพระภิกษุสามเณร แลสมคบพระภิกษุสามเณรเปนศีร์ษะไม้ถืออาวุธแลเที่ยวเล่นถั่วโปการพนันต่างๆ ดังที่กล่าวไว้ อย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ให้รู้จักตัวแล้วก็กำจัดให้สึกเสีย แล้วให้ไปเสียให้พ้นพระอารามหลวงจงได้ แต่อย่าขับไปทั้งเปนภิกษุสามเณรจะออกจากวัดนี้ไปวัดโน้นวุ่นไป ให้ชำระกันเสียในเดือนหก ปีมะแมเอกศกนี้

(๒) พระสงฆ์สามเณร ที่เจ้าคณะเจ้าอธิการเห็นว่าควรจะอยู่ในพระอารามหลวง แลวัดขึ้นทั้งปวงนั้นก็ให้มีนายประกัน แลที่นายประกันไม่มีตัวแล้วก็ให้เรียกนายประกันใหม่ เรียกตัวนายประกันแต่ที่เปนคฤหัสถ์มีเย่าเรือนสังกัดมูลนายได้แล้ว ก็พาตัวนายประกันมาให้บาญชีแก่กรมธรรมการในกรุงเทพฯ แลธรรมการหัวเมือง ในเดือนหกปีมะแมเอกศกนี้ พระภิกษุสามเณรที่มีนายประกันแล้ว ให้เจ้าคณะเจ้าอธิการบอกบาญชีแก่กรมธรรมการในกรุงเทพฯ แลหัวเมืองให้ทราบให้เรียกบาญชีไว้ทุกเดือน ดังบาญชีนิตยภัตร์ เมื่อจะขับไล่ไปเสีย ลาไปสึกไปฤๅหนีไปก็ให้บอกกรมธรรมการให้รู้ไว้ก่อนแต่ยังไม่มีคดีต้องฟ้องร้องขัดขวางในศาลกรมธรรมการ ถ้าไม่บอกเมื่อมีคดีสิ่งใดๆ เกิดขึ้น จะตั้งจำหน่ายขับไล่ไปแล้ว ลาไปแล้ว สึกไปแล้ว ฤๅหนีไปก่อนแล้วนั้นไม่ได้จะต้องเร่งเอาตัว

(๓) ศิษย์วัดแลคฤหัสถ์อาศรัยวัดทั้งปวง ก็เปนคนในพระราชอาณาจักร มิใช่เปนคนในพุทธจักร จะให้เลื่อนลอยอยู่ไม่ได้ ให้กรมพระนครบาลในกรุงเทพฯ แลผู้สำเร็จราชการกรมการหัวเมือง จัดแจงหาคนซึ่งเปนหลักหลายอยู่ใกล้วัด ตั้งเปนนายอำเภอสำหรับจัดให้ตรวจตราดูศิษย์วัด แลคนอาศรัยวัด ให้รู้จักบิดามารดา แลสังกัดเจ้าหมู่มูลนาย แลให้บาญชีแกกรมธรรมการให้รู้ด้วยว่า วัดนั้นๆ เปนอำเภอคนนั้นๆ เกิดความขึ้นเมื่อใด จะได้เรียกเอาตัวผู้ต้องคดี

(๔) พระสงฆ์ในพระอารามนั้นๆ จะมีคฤหัสถ์เปนศิษย์วัดแลคนอาศรัยวัด ควรพระสงฆ์จะรับฝากไว้เท่าใด ก็จงยื่นบาญชีแลตระกูลเดิม แลสังกัดมูลนายของคนเหล่านั้น ให้นายอำเภอแลกำนันเดิมที่อยู่ใกล้วัด ฤๅที่กรมพระนครบาลแลผู้สำเร็จราชการเมือง กรมการตั้งขึ้นไว้นั้น ให้รู้จักตัวไว้เปนคำนับด้วย ถ้าคนที่ยื่นบาญชีไว้แล้วจะไปจากวัดด้วยเหตุใดๆ ก็จงบอกให้นายอำเภอแลกำนั้นรู้ ให้นายอำเภอแลกำนันตรวจตรา อย่าให้มีคนนอกจากคนที่พระภิกษุสามเณรยื่นบาญชีรับไว้นั้นเลย ถ้าสืบว่าใครแอบแฝงอยู่ในวัดพระสงฆ์ไม่ได้ให้บาญชีรับตัว คนนั้นก็เปนที่รังเกียจว่าเปนผู้ร้ายแลคนหนีเจ้าเบี้ยนายเงินเหตุอื่นๆ เพราะฉนั้นให้กำนันนายอำเภอจับตัวมาส่งกรมพระสัสดีชำระดู ถ้าไม่เปนผู้ร้ายหนีคุกหนีทิม แลทาสลูกหนี้หนีเจ้าเบี้ยนายเงิน เปนแต่คนจรจัดพลัด ฤๅมีสังกัดมิใช่ไพร่หลวงแล้วก็ให้เอาสักเปนไพร่หลวง จะพระราชทานรางวัลผู้จับ นับตัวผู้แอบอิงอาศรัยวัดนั้นคนละสองตำลึง แล้วให้ตัวเลขใช้รางวัลฤๅเข้าเดือนออกเดือนเข้า ๒ เดือน ถ้าเปนผู้ร้ายหนีคุกหนีทิมก็ให้ผู้คุมใช้รางวัลสองตำลึง ถ้าเปนทาสลูกหนี้ก็ให้เจ้าเบี้ยนายเงินใช้รางวัลสองตำลึง แล้วรับตัวไป

(๕) พระภิกษุสามเณรที่ไม่มีนายประกันแอบอาศรัยอยู่ในวัดฤๅในบ้านก็ดี แลเปนคนเที่ยวลอยเรืออยู่ก็ดี เข้าแอบอิงอาศรัยอยู่ในบ้านเรือนใครๆ ก็ดี ให้กรมธรรมการสืบจับตัวนักบวชนอกหมู่นอกคณะเช่นนี้มา จะบนผู้นำจับรูปละสามตำลึง ถ้าได้ตัวมาแล้วจะให้สึกออกสักเปนไพร่หลวง แลให้ผู้นั้นใช้เงินรางวัลค่าจับ ฤๅเข้าเดือนออกเดือนเข้า ๓ เดือน แลพระสงฆ์สามเณรที่สมคบพระสงฆ์สามเณรไว้ในกุฎีนอกบาญชีไม่มีประกันนั้น มีโทษเสมอผู้ผิดด้วยคฤหัสถ์ที่สมคบไว้ในบ้านฤๅในเรือเรือนของตัว ก็จะให้มีโทษตามโทษานุโทษ

(๖) พระสงฆ์ชราพิการเสียจักษุเรียกนายประกันคฤหัสถ์ไม่ได้ ให้เจ้าคณะเจ้าอธิการพาตัวมาให้กรมธรรมการดูตัว ฤๅถ้ามาไม่ได้ก็ให้พาธรรมการไปดูตัว เมื่อเหนว่าชราแท้แล้ว แลพิการเปนง่อยเปลี้ยแท้ แลเสียจักษุสองข้างแลเสียโสด ไม่มีผู้ใดจะรับประกันแท้แล้ว ให้เจ้าคณะช่วยอนุเคราะห์รับประกันไว้เถิด แลเหนว่าควรจะยื่นบาญชีในคิลานภัตร์ แต่ถ้ากลายเปนคนมีคดีความปาราชิกก็ดี ความผู้ร้ายก็ดี แลมีคดีสิ่งใดๆ จะเร่งเอาตัวแต่ผู้รับนิตยภัตร์ของเจ้าคณะผู้รับประกัน อนึ่งพระสงฆ์ในกรุงที่ไม่กว้างขวาง เปนภิกษุอนาถาไม่มีบิดามารดาญาติโยม แลพระสงฆ์สัญจรมาแต่นอกกรุงหัวเมืองไกลไม่มีที่พึ่งไม่มีที่รู้จักคุ้นเคย มีศรัทธาจะใคร่มาอยู่เล่าเรียนอาศรัยในวัดอารามใด เพราะไม่มีผู้อนุเคราะห์รับประกัน เจ้าคณะฤๅเจ้าอธิการไม่รับไว้ ให้พระสงฆ์รูปนั้นมาหาพระธรรมการบดี ฤๅหลวงธรรมเสนาเจ้ากรมปลัดกรมในกรมธรรมการ พระวิเชียรปรีชา พระเมธาธิบดี หลวงอุดมจินดา หลวงราชาภิรมย์ เจ้ากรมปลัดกรมในกรมราชบัณฑิต ให้ผู้มีบรรดาศักดิซึ่งออกชื่อมาแล้ว ที่พระสงฆ์มาหาจะให้เปนที่พึ่งนั้น ไต่ถามสืบสวนดูให้รู้ว่าพระภิกษุรูปนั้นๆ ดั้งเดิมมาแต่ไหน อยู่วัดวาอารามใด มีข้อความเกี่ยวข้องต้องไล่ต้องขับจากอารามนั้นอารามนี้ฤๅไม่ ถ้าได้ความว่าเปนภิกษุดีไม่มีถ้อยความอะไร เปนภิกษุเรียบร้อยมีศรัทธาจะใคร่ประพฤติพรหมจรรย์ แลมีอุตสาหะจะใคร่เล่าเรียนปฏิบัติอยู่จริง ก็ให้พระธรรมการบดีหลวงธรรมเสนา ฤๅผู้อื่นที่รับธุระพระสงฆ์รูปนั้น นำความขึ้นกราบทูลพระกรุณาให้ทรงทราบ จะทรงพระมหากรุณาโปรดให้มีผู้ช่วยอนุเคราะห์รับรองแลญาติโยมปฏิบัติโดยสมควร

(๗) สามเณรแก่สามเณรโค่ง บวชภิกษุแล้วอายุตั้งแต่ ๒๕ ขึ้นไปต่ำ ๗๐ ปีลงมาอย่าให้มีในอารามใดๆ ให้บวชเปนภิกษุเสีย ฤๅบวชเปนปะขาวศิษย์วัดแล้วให้ยื่นบาญชีนายอำเภอแลกำนันไว้เสีย ถ้าเปนคนชราพิการเสียจักษุ พระสงฆ์จะเลี้ยงไว้ด้วยกรุณาก็ได้ แต่ให้กำนันนายอำเภอรู้ไว้ ถ้าไม่พอใจจะเอาไว้ก็ให้เอามาส่งโรงทาน พระเจ้าแผ่นดินจะทรงพระมหากรุณาให้พนักงานรับเลี้ยงไว้ในโรงทาน อนึ่งถ้าพระราชาคณะถานานุกรม พระครูเจ้าอารามเปรียญ พระครูเจ้าคณะมีความสงสัยตัวด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่รักจะเปนภิกษุอุปสมบทอยู่ แต่ว่าถ้าสึกออกเปนปะขาวแลคฤหัสถ์ก็เหนว่าจะลำบากกระดากอยู่ เพราะเคยเปนอุปัชฌาอาจารย์ที่นับถือของภิกษุสามเณรเปนอันมากอยู่แล้ว มีความชอบใจจะใคร่สึกออกเปนสามเณรแก่อยู่ในวัด เพื่อจะให้ศิษย์ซึ่งยังบวชอยู่แลผู้ปฏิบัตินับถือแต่นักบวชได้ปฏิบัติง่าย เหมือนหนึ่งพระปัญญาคัมภีรเถรซึ่งมาแต่วัดคงคาประมูล มาเปนพระราชาอยู่ในวัดราชสิทธารามนั้น ถ้าพระราชาคณะถานานุกรม พระครูเจ้าคณะเจ้าอารามรูปใดรูปหนึ่งมีประสงค์ดังนี้ ก็ให้มาแจ้งความตามจริงโดยสุจริต ต่อพระยาประสิทธิศุภการ ให้กราบทูลพระกรุณาให้ทรงทราบก็จะทรงพระกรุณาโปรดฯ ทรงพระอนุญาตให้สึกเปนแต่สามเณรอยู่ในวัดตามสบายไม่ห้ามดอก เพราะทรงทราบรู้จักตัวอยู่แล้ว ไม่เปนที่แอบอิงของคนพาล แต่ภิกษุอนุจรสามัญนั้น ถ้าอายุมากถึง ๗๐ ขึ้นไปแล้วใคร่ออกเปนสามเณร ให้มาหาท่านเจ้าคณะให้เจ้าคณะพาตัวมาแจ้งความต่อกรมธรรมการให้ทราบโดยสุจริตตามจริงแล้ว ก็จะทรงพระมหากรุณาโปรดให้สึกเปนแต่สามเณรอยู่อาศรัยในพระอารามแลวัดนั้นๆ ต่อไป แต่ให้ยื่นบาญชีไว้ต่อกรมธรรมการให้ทราบ อย่าให้เปนที่แอบอิงของคนฉกรรจ์จะหลบหลีกเจ้าขุนมูลนายบวชขวางๆ รีๆ ไม่ต้องการนั้น ถ้ามีสามเณรโค่งอายุมากกว่า ๒๕ ขึ้นไป๗๐ ลงมา ถ้าแอบแฝงอยู่ในวัด ให้กรมธรรมการแลกำนันนายอำเภอไปสืบจับ ถ้าได้ตัวมาก็จะเอาสักเปนไพร่หลวง ผู้นำจับจะได้รับพระราชทานรางวัลตามจำนวนสามเณรโค่ง ซึ่งนำจับมาได้คนละสามตำลึง แล้วจะให้ (สามเณรโค่งที่เปนไพร่หลวงนั้น) เข้าเดือนใช้รางวัลกำหนดสามเดือน นอกจากสามเดือนที่ต้องเข้าเวรเปนปรกติ

(๘) ในแขวงกรุงเทพฯ แลเมืองนครเขื่อนขันธ์ เมืองนนทบุรีทั้งปวง ห้ามอย่าให้คนเสียจริตเปนพระภิกษุสามเณรก็ดี เปนคฤหัสถ์ก็ดี แอบอิงอาศรัยอยู่ในวัดเปนอันขาด ฤๅเปนญาติสนิทฤๅเปนครูอาจารย์จะพาไป แลจะส่งไปหัวเมืองไกลไม่ได้ก็ดี ฤๅพระสงฆ์ผู้ใดเปนแพทย์รักษาคนเสียจริต จะใคร่รับฝากคนเสียจริตไว้รักษาตามวิชาตัวฤๅกรุณาก็ดี ก็ให้กักขังไว้ให้แน่นหนาอย่าปล่อยให้เที่ยวไปมา แลให้มารับประกันตัวไว้แต่นายอำเภอแลกำนัน แลให้นายอำเภอแลกำนันตรวจตรา ว่าคนเสียจริตอยู่ในวัดวาอารามใด ถ้าไม่มีประกันก็ให้จับตัวมาส่งยังโรงหลวง ที่เปนที่รักษาคนเสียจริตณกรมพระนครบาล อย่าให้ละเลยไว้ ถ้ามีคนเสียจริตปลอมคนดีเข้ามาในพระบรมมหาราชวัง มีผู้จับได้ ผู้จับควรจะได้รับพระราชทานรางวัลสองชั่งลงมาชั่งหนึ่งขึ้นไป ตามเวลาเปนกลางวันแลกลางคืนแลสถานที่เข้าไปลึกแลตื้นนั้น แลจะให้ชำระว่าคนเสียจริตนั้นมาแต่ไหนเปนคนของใคร เมื่อสืบไปได้ความว่าเปนคนอาศรัยวัดเที่ยวเลื่อนลอยอยู่ไม่มีเจ้าของ รางวัลค่าจับนั้นจะต้องให้นายอำเภอแลกำนันที่อยู่ใกล้วัด กับศิษย์วัดทั้งปวงเรี่ยไรช่วยกันใช้ ถ้าได้ความว่าอาศรัยอยู่กับพระสงฆ์สามเณรแห่งใดแห่งหนึ่งเปนเจ้าของ รางวัลค่าจับจะต้องให้ศิษย์แลบิดามารดาของศิษย์ที่อยู่วัดด้วย แลผู้ปฏิบัติเปนญาติโยมส่งสำรับ ฤๅนายประกันของพระสงฆ์สามเณรรูปนั้นช่วยกันใช้ ถ้าไม่มีญาติโยมผู้ปฏิบัติ จะต้องให้นายอำเภอแลกำนันกับผู้รับนิตยภัตร์ของเจ้าคณะแลนายประกันช่วยกันใช้ ถ้าพระอารามหลวงมีข้าพระ ให้เจ้ากรมปลัดกรมข้าพระเอาใจใส่ตรวจตรา อย่าให้มีคนเสียจริตอยู่ในพระอารามหลวงได้ เมื่อได้ความว่าคนเสียจริตอยู่ในพระอารามหลวงใด เมื่อได้ความว่าคนเสียจริตอยู่ในพระอารามหลวงที่มีข้าพระแล้ว เจ้ากรมปลัดกรมข้าพระต้องช่วยกันใช้ ถ้าคนเสียจริตไปจากบ้านเรือนผู้ใด ผู้นั้นต้องใช้รางวัลค่าจับ ส่วนคนเสียจริตที่เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง เพราะต้องคลางแคลงว่าเปนคนร้าย มาทำมารยาเปนคนเสียจริต มีพระราชกำหนดกฎหมายว่า ให้ต้องรับพระราชอาชญาเฆี่ยนแล้วให้จำไว้ในคุกจนตาย

(๙) ภิกษุสามเณรใด ได้เกี้ยวพาลผู้หญิงให้เปนที่รังเกียจก็ดี เปนปาราชิกเมถุนกับหญิงก็ดี เล่นสวาทสัมผัสฤๅถึงชำเราก็ดี ยังบวชอยู่ก็ดี ฤๅสึกไปแล้วยังไม่ครบกำหนดสามปีก็ดี ภิกษุสามเณรใดๆ เสพย์สุราน้ำตาลส้มสูบฝิ่นสูบกันชาเล่นโปเล่นถั่ว แลอื่นๆ แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ยังบวชอยู่ก็ดี สึกไปแล้วยังไม่ครบสามเดือนก็ดี เมื่อยังไม่มีโจทย์ฟ้องมีความร้อนตัวกลัวผิด ให้รีบมาสารภาพลุแก่โทษต่อกรมธรรมการตามความสัจความจริง อย่าอำพรางปิดบังความชั่วไว้ แลซัดทอดพวกเพื่อนผู้ทำผิดด้วยกันเช่นกันตามรู้ตามเห็นให้สิ้นเชิง แลผู้ผิดที่มาลุแก่โทษดังนี้ จะทรงพระมหากรุณายกโทษให้ ไม่ให้ต้องรับพระราชอาญา ถ้ามิใช่ลูกหมู่ไพร่หลวง ไม่ต้องสักเปนไพร่หลวงแลไม่ต้องเสียค่าฤชา จะต้องเสียแต่สมุดดินสอเล็กน้อย แล้วจะมอบตัวคืนให้เจ้าหมู่มูลนายแลบิดามารดาไป ถ้าไม่สารภาพลุแก่โทษแล้วแลมีผู้ฟ้องผู้ซัดทอด เมื่อชำระไปมีผู้ยืนยันกล่าวหาตั้งแต่สองปากขึ้นไปจะให้เอาเปนสัจ ถ้าเปนความปาราชิกมหันตโทษ สึกไปแล้วพ้นกำหนดสามปีจึงพ้นเขตร ถ้ายังอยู่ในสามปีลงมาจะโปรดให้เอาตัวมาชำระ ถ้าเปนการเสพย์สุราน้ำตาลส้มแลอื่นๆ สึกไปแล้วเกินสามเดือนจึงพ้นโทษ ถ้าสึกไปยังไม่ครบสามเดือนจะให้เอาตัวมาชำระเอาเปนสัจแล้วสักเปนไพร่หลวง ถ้าหลบหนีไปจะบนผู้นำจับรูปละห้าตำลึง ได้ตัวมาจะให้ใช้ค่าสินบนนำจับด้วย

(๑๐) คฤหัสถ์ศิษย์วัดฤๅชาวบ้าน เปนคนสอพลอซื้อสุราน้ำตาลส้มให้พระสงฆ์สามเณรกิน ซื้อฝิ่นซื้อกันชาให้พระสงฆ์สามเณรสูบ แลตัวได้กินได้สูบกับพระสงฆ์สามเณร แลเล่นโปเล่นถั่วแลเล่นอื่นๆ กับพระสงฆ์สามเณร ก็ให้มาสารภาพลุแก่โทษตามความสัจต่อกรมธรรมการซัดพวกเพื่อนผู้ทำผิดด้วยกัน ตามรู้ตามเห็นให้สิ้นเชิง จะทรงพระมหากรุณาโปรดไม่ให้ต้องรับพระราชอาญา แลไม่ให้ต้องมีโทษ ไม่ให้ต้องเสียสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถ้าไม่สารภาพลุแก่โทษโดยดีมีผู้ซัดทอดถึง ถ้าภิกษุสามเณรยังบวชอยู่ในวัดก็ดี ฤๅสึกแล้วยังไม่พ้นเขตรสามปีฤๅสามเดือน ตามกำหนดดังกล่าวแล้วนั้น คฤหัสถ์ผู้นั้นก็ไม่พ้นโทษ จะโปรดให้เอาตัวมาชำระเอาเปนสัจ เพราะฉนั้นเมื่อบุตรหลานญาติพี่น้องแลบ่าวไพร่ของผู้ใด ไปบวชอยู่ในวัดวาอารามใด ๆ ให้บิดามารดาญาติพี่น้องแลเจ้าหมู่มูลนายสืบสาวฟังดู ถ้าสงสัย ฤๅความผิดอื่นๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง แลบิดามารดาญาติพี่น้องมีความร้อนตัวกลัวว่าจะพลอยได้ความผิดด้วย ฤๅเจ้าหมู่มูลนายเสียดายว่าลูกหมู่ของตัว จะต้องตกไปเปนไพร่หลวง ก็ให้มาว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมภิกษุสามเณรรูปนั้นๆ ให้สึกออกเสียโดยดี แลพาตัวผู้ผิดมาให้การสารภาพลุแก่โทษต่อกรมธรรมการตามสัจจริง แลให้ซัดทอดพวกเพื่อนผู้ทำผิดด้วยกันตามรู้ตามเห็นให้สิ้นเชิง จะทรงพระมหากรุณาโปรดยกโทษผู้ที่ทำผิดให้เปนความชอบแก่ผู้ที่พาตัวผู้ผิดมาสารภาพุแก่โทษนั้น ไม่ให้ผู้ผิดนั้นต้องรับพระราชอาญา แลไม่ต้องมีโทษ ไม่ให้ต้องเสียสิ่งหนึ่งสิ่งใด จะมอบตัวคืนให้เจ้าหมู่มูลนายแลบิดามารดาไป ถ้าไม่มาสารภาพลุแก่โทษแล้วชำระไป มีผู้ยืนยันกล่าวหาตั้งแต่สองปากขึ้นไปจะเอาเปนสัจให้มีโทษดังกล่าวแล้ว ถ้าเปนไพร่หลวงแลหมู่ไพร่หลวงเดิมทำผิดดังนี้ จะให้ลงพระราชอาญา ๓๐ ที ถ้าจะไถ่โทษห้าทีต่อแสนคิดเปนเงินหกตำลึง ถ้าไม่มีเงินใช้ให้เข้าเดือนนอกเดือนที่เข้าเวรเปนปรกติใช้ ๔ เดือน แลผู้ที่มีความผิดดังกล่าวแล้วนี้ ถ้าหลบหนีไปจะเสียสินบนให้ตามจับ ได้ตัวมาแล้วจะทำโทษดังกล่าวแล้ว แลให้ใช้สินบนแก่ผู้จับด้วยคนละห้าตำลึง ฤๅเข้าเดือนใช้การแทน ๔ เดือน

(๑๑) อนึ่งในตระกูลในบ้านใด เมื่อคราวป่วยไข้แลเหตุอื่นๆ ที่ควรจะนิมนต์พระภิกษุสามเณรไปรักษาพยาบาล ฤๅอยู่เปนเพื่อนต้องนอนค้างแรมอยู่ในบ้านในเรือนก็ดี แลนิมนต์ภิกษุไปสวดที่ไว้ศพต้องค้างแรมอยู่ในบ้านเรือนก็ดี ให้จดหมายยื่นแก่นายอำเภอแลกำนัน แลแก่ผู้มีบรรดาศักดิ์ที่อยู่ใกล้เปนที่พระยาแลพระหลวงขุนหมื่นผู้ใดผู้หนึ่งให้รู้ไว้ด้วย เมื่อมีถ้อยความขึ้น ถ้ามีผู้กล่าวหาเปนความปาราชิกแลเรื่องอื่นๆ จะได้ชำระโดยง่าย ผู้ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง ถ้าเห็นการแปลกประหลาดอย่างหนึ่งอย่างใด ก็ให้ว่ากล่าวห้ามปรามเสีย แลให้มาแจ้งความแก่ผู้มีบรรดาศักดิ์ที่ใกล้เคียง แลนายอำเภอกำนันให้รู้ด้วย ถ้าผู้เจ้าภาพผู้เจ้าของบ้านเจ้าของเรือนไม่จดหมายมายื่นต่อนายอำเภอแลกำนัน แลผู้มีบรรดาศักดิ์ตามที่กล่าวแล้ว มีผู้กล่าวหาด้วยความปาราชิกแลความเรื่องอื่นๆ ซึ่งเปนความชั่วต่างๆ จะชำระเอาเปนสัจ แลผู้ที่บ้านใกล้เรือนเคียงไม่ช่วยเอาใจใส่ดูแลว่ากล่าวบ้าง แลรู้เห็นแล้วไม่มาแจ้งความต่อนายอำเภอกำนันแลผู้มีบรรดาศักดิ์ ก็จะให้เสียรางวัดมากแลน้อย ตามที่อยู่ใกล้อยู่ไกลดังมีในพระราชบัญญัติแต่ก่อนนั้น ให้เจ้าคณะหมายไปให้ทั่วทุกพระอาราม วัดเดิมแลวัดขึ้นในกรุงเทพฯ แลหัวเมืองทั้งปวง

ประกาศมาณวันจันทร เดือนหก ขึ้น ๑ ค่ำ ปีมะแมเอกศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ