๙๔ ประกาศยกเลิกการยิงกระสุนและอนุญาตให้ราษฎรเฝ้าได้ในทางเสด็จพระราชดำเนิร

ณวันอาทิตย์ เดือนแปด ขึ้น ๗ ค่ำ ปีมะเสง นพศก

ด้วยเจ้าพระยายมราชชาติเสนางค์นรินทร มหินทราธิบดีศรีวิชัย ราชมไหศวริยบริรักษ ภูมิพิทักษ์โลกากร ทัณฑ์ฤทธิธรนครบาลสมุหบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ รับพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สั่งว่าให้หมายประกาศแก่บรรดาข้าราชการฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือนทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน และราษฎรไทย จีน มอญ ลาว เขมร ญวน แขก ฝรั่ง ปตุเกศเดิม ให้รู้จงทั่วกันว่า มีพระราชกำหนดและบทพระอัยการสำหรับประเทศกรุงสยาม แต่ครั้งกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยาที่ทุกวันนี้เรียกว่ากรุงเก่านั้นสืบๆ มา เปนอย่างธรรมเนียมอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้ ถ้าพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จพระราชดำเนิรทางสถลมารค ก็มีม้านำริ้วตรวจทางไปก่อน มีกระสุนมีธนูมีหอกซัดเสียบไปบนหลังม้า แล้วถึงกระบวรองครักษถือหวายถือหอกขัดกระบี่เปนลำดับๆ จนถึงพระราชยาน ถ้าเสด็จพระราชดำเนิรทางชลมารคเล่า ในเรือประตูหน้าประตูหลังในเรือดั้งในเรือกันยาทุกๆ ลำ และหน้าและท้ายเรือพระที่นั่งก็มีกระสุนมีปืนมีไม้ศีร์ษะตายไป ถ้ามีเรือตัดหน้าเรือพระที่นั่งฤๅแข่งเรือขึ้นมา ก็ต้องคงอาญาตามกฎหมาย ถ้าราษฎรเดินยืนเยี่ยมหน้าต่างเยี่ยมประตูที่ใกล้ทางเสด็จพระราชดำเนิร ม้านำริ้วและเจ้าพนักงานในเรือ ประตูหน้าประตูหลังในเรือดั้งในเรือพระที่นั่งก็เอากระสุนยิง ครั้นกาลล่วงมานานเมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระบรมนาถบรมบพิตร พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จพระราชดำเนิรไปพระราชทานพระกฐินณวัดหนังณวัดนางนอง แล้วเสด็จพระราชดำเนิรกลับมาในกลางทาง ทรงได้ยินเสียงผู้หญิงร้องทุกข์ถวายความว่า เจ้าพนักงานในเรือดั้งเอากระสุนยิงถูกดวงจักษุแตก ครั้นได้ทรงสดับแล้วทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้รอเรือพระที่นั่งแล้วดำรัสสั่งให้หลวงทิพเนตรเจ้ากรมหมอสำหรับรักษาจักษุโรค ซึ่งลงประจำอยู่ในเรือพระที่นั่งไปดูรักษา หลวงทิพเนตรจึงกลับมากราบทูลพระกรุณาว่ากระสุนยิงถูกดวงจักษุแตกเสียแล้ว จึงพระราชทานเงินตราผ้านุ่งผ้าห่ม ทำขวัญให้แก่หญิงผู้เสียจักษุนั้นแล้ว จึงโปรดให้มีพระราชบัญญัติห้ามว่าแต่นั้นสืบไปเมื่อหน้า อย่าให้เจ้าพนักงานในเรือประตูหน้าประตูหลัง ในเรือดั้งในเรือพระที่นั่งเอากระสุนยิงเอาราษฎรต่อไป เปนแต่ให้เงือดเงื้อพอให้รู้กลัว เพราะฉนั้นเจ้าพนักงานต้องเอากระสุนเตรียมไปตามธรรมเนียม แล้วห้ามคนที่ไม่เคารพเรียบร้อย แต่ด้วยโบกมือห้ามบ้างเงื้อกระสุนบ้าง

แต่ครั้งนั้นมาเจ้าพนักงานก็มิได้เอากระสุนยิงเอาราษฎร จะเปนอยู่บ้างก็แต่ที่คนมิใช่เทือกแถวเคยนำเสด็จมาเนืองๆ และมาเปนพนักงานเรือประตูหน้า เรือประตูหลัง เรือดั้งขึ้นใหม่ๆ ตื่นๆ ถือไปตามพระราชกำหนดเดิม จึงได้ทราบว่ามีเหตุขึ้นบ้าง บัดนี้จึงประกาศซ้ำมา ตั้งแต่นี้สืบไปเมื่อหน้าถ้าเจ้าพนักงานเรือประตูหน้าประตูหลังเรือดั้ง ยิงกระสุนถูกราษฎรพวกใดแล้วให้พวกนั้นสืบดูให้รู้แน่ว่าเรือประตูหน้าประตูหลังเรือดั้งลำใด จะเปนเรือกรมใด มาร้องฟ้องได้ความแน่แล้ว ก็ให้ว่ากล่าวตามพระราชกำหนดที่ห้ามไว้ จะชำระทำโทษให้ ฤๅให้ทำขวัญให้โดยสมควร

บัดนี้พระบาทสมเด็จพระบรมนาถบพิตร พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริห์ว่า เสด็จพระราชดำเนิรไปทางสถลมารคแลทางชลมารค กรมเมืองและนายอำเภอพวกนั่งกองจุกซ่องล้อมวง ม้านำริ้วและตำรวจและเรือประตูหน้าประตูหลังเรือดั้ง ก็ไล่คนเสียมิให้อยู่ใกล้ทางเสด็จพระราชดำเนิร แล้วให้ชาวบ้านปิดประตูโรงประตูร้านประตูหน้าถังเสียหมด ก็มิได้เปนการที่จะป้องกันอันตรายอย่างไรอย่างหนึ่งได้ไม่เห็นเปนคุณเลย เห็นเปนโทษเปนหลายประการ คือมิได้ทอดพระเนตรเห็นราษฎรที่เคยเฝ้าแลทรงรู้จักมาแต่ก่อน ประการหนึ่งปิดประตูโรงประตูร้านประตูหน้าถังไว้ก็จะเปนที่คนแอบแฝง คนที่แอบแฝงอยู่ในโรงร้านในหน้าถังนั้น จะเปนคนดีฤๅคนเสียจริตประการใดก็ไม่รู้

จึงโปรดให้มีประกาศห้ามว่าตั้งแต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าเสด็จพระราชดำเนิรไปทางสถลมารคทางชลมารค ก็อย่าให้กรมเมืองนายอำเภอและกรมไพร่หลวงที่ไปนั่งกองจุกช่องล้อมวง ไล่ราษฎรชาวบ้านไปไกลเลย และอย่าให้ปิดประตูบ้านและประตูโรงประตูร้านประตูเรือนประตูแพ ประตูหน้าถังเสียดังแต่ก่อน ให้ราษฎรเจ้าของบ้านเปนผู้ใหญ่ในบ้านในเรือน ออกมาคอยเฝ้ารับเสด็จถวายบังคมให้ทอดพระเนตรเห็น ถ้าทรงรู้จักจะได้ทรงทักทายปราสัยบ้างตามสมควรให้ได้ความยินดี

อนึ่งให้เจ้าของบ้านเจ้าของเรือนเจ้าของโรงเจ้าของร้านตรวจตราดูอย่าให้คนเมาสุราและคนเสียจริต อยู่ที่หน้าบ้านหน้าเรือนหน้าโรงหน้าร้านของตัว เมื่อเพลาจวนจะเสด็จพระราชดำเนิรได้เปนอันขาด ถ้าเจ้าของบ้านเปนข้าราชการมีกำลังก็ให้ไล่เสียให้ไปให้พ้นให้ไกล อย่าให้อยู่ที่หน้าบ้านได้ ถ้าไล่มิไป ก็ให้จับตัวส่งให้กรมเมือง และพวกนั่งกองจุกช่องล้อมวง ถ้าเปนราษฎรมีกำลังน้อยจะจับมิได้จะไล่มิไปก็ให้ไปบอกกรมเมือง นายอำเภอพวกนั่งกองจุกช่องล้อมวง ให้มาช่วยไล่ช่วยจับเสียโดยเร็วในก่อนเวลาเสด็จพระราชดำเนิร อย่าให้คนในกระบวรแห่เสด็จพระราชดำเนิรต้องไล่ต้องจับคนเมาสุราคนเสียจริตให้วุ่นวายไป ถ้าเสด็จทางชลมารคก็ให้เจ้าของบ้าน เจ้าของเรือน เจ้าของแพ ออกมานั่งคอยเฝ้าหน้าบ้านหน้าเรือนหน้าแพ ในที่ควรจะหมอบอยู่ได้ให้ทอดพระเนตรเห็น แล้วให้ดูถ้าเห็นกระบวรเสด็จพระราชดำเนิรแล้ว และมีเรือพายขึ้นล่องสวนทางและแข่งกระบวร ก็ให้เจ้าของบ้านเจ้าของเรือนเจ้าของแพบอกให้เรือนั้นจอดเสีย อย่าให้พายสวนพายแข่งพายตัดหน้ากระบวรเสด็จพระราชดำเนิรได้ ถ้าเปนเรือจีนใหม่ เรือแขก เรือฝรั่ง เขาไม่รู้ธรรมเนียมไทยไม่เข้าใจกัน ก็ให้ใช้ใบ้บอกห้ามตามไม่รู้ภาษากัน ถ้าเจ้าของบ้าน เจ้าของเรือน เจ้าของโรงร้าน เจ้าของแพไม่อยู่ ก็ให้บุตรภรรยาออกมารับเสด็จ ดูแลแทนบิดาแทนมารดาแทนผัว

อนึ่งถ้าราษฎรเปนจีนและเมื่อเพลาเสด็จพระราชดำเนิรไปถึงหน้าบ้านหน้าเรือนหน้าโรงร้านหน้าแพ ถ้าและจะเคารพหมอบกราบอย่างไทย ตามเคยมาแต่ก่อนก็ตามใจ ฤๅจะลุกขึ้นยืนกุ๋ยเคารพตามอย่างจีนเคารพต่อพระเจ้าแผ่นดินจีนก็ตาม อนึ่งแขกและฝรั่งถ้ารู้ธรรมเนียมไทยจะนั่งลงเคารพหมอบกราบอย่างไทยก็ตาม ฤๅจะยืนเปิดหมวกก้มศีร์ษะยกมือเคารพอย่างแขกอย่างฝรั่งก็ตาม อย่าให้ข้าราชการในกระบวรเสด็จพระราชดำเนิร และกรมเมืองนายอำเภอนั่งจุกช่องล้อมวง และราษฎรชาวบ้านที่ออกมานั่งคอยเฝ้ารับเสด็จ ห้ามปรามว่ากล่าวขืนใจคนนอกประเทศซึ่งพอใจจะเคารพรับเสด็จ ตามจารีตของตัวๆ นั้น ให้นั่งหมอบลงเคารพกราบอย่างไทยเลย จงไต่ถามเสียให้รู้กิริยาคนนอกประเทศ แล้วจงยอมให้คนนอกประเทศได้เคารพตามใจจารีตที่เคยนับถือนั้นเถิด

อนึ่งถ้าคนนอกประเทศมาเช่าโรงเช่าเรือนเช่าแพของผู้ใดอยู่ ก็ให้เจ้าของโรงเจ้าของเรือนเจ้าของแพ เอาใจใส่ตักเตือนคนนอกประเทศซึ่งไม่รู้ธรรมเนียมนั้น ให้เคารพตามธรรมเนียมคนประเทศนั้นๆ ฤๅตามอย่างไทยก็ตาม จงบอกกล่าวห้ามปรามเสียอย่าทำกิริยาเกะๆ กะๆ ไม่มีเคารพได้ เมื่อเวลาเสด็จพระราชดำเนิร ทางสถลมารคชลมารคจงทุกราย ถ้ามีเหตุเพราะคนเมาสุรา และคนเสียจริตและอื่นๆ อันใดขึ้นที่หน้าบ้านร้านโรงผู้ใด เมื่อเวลาเสด็จพระราชดำเนิร ก็จะต้องหาตัวเจ้าของบ้านร้านโรงมาชำระ ให้ระวังให้รอบคอบ เทอญ

ตีพิมพ์มา ณวันอาทิตย เดือนแปด ขึ้นเจ็ดค่ำ ปีมะเสงนักษัตรนพศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ