๙๒ ประกาศกำหนดอำนาจเจ้าบ้าน และเจ้าพนักงานในการจับกุม

ณ วันศุกร เดือน ๖ ขึ้นค่ำ ๑ ปีมะเสง นพศก

ด้วยมีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สั่งให้ประกาศว่า การทุกวันนี้คนที่เปนพาลเมาสุราพากันเที่ยววิวาทชกตีฟันแทง แย่งชิงวิ่งราวราษฎรตามถนนหนทาง ลางทีก็เกิดวิวาทกันขึ้นมีถ้อยความ ได้ทรงทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทอยู่เนืองๆ บัดนี้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ตั้งพระราชบัญญัติ พระราชทานกำลังอำนาจให้กับเจ้าของบ้านทุกตำบล ด้วยทรงตั้งพระราชหฤทัยจะกำหราบเหล่าพวกพาลให้สงบราบคาบ โดยทรงพระมหากรุณาเมตตาแก่อาณาประชาราษฎร จะได้อยู่เย็นเปนสุขทั่วหน้ากัน

พระราชบัญญัติครั้งนี้นั้น คือว่าตั้งแต่นี้ไปเมื่อหน้า ถ้าผู้ใดไปวิวาทชกตีฟันแทงกันที่หน้าบ้านผู้ใด ให้เจ้าของบ้านว่ากล่าวห้ามปรามเสีย ถ้าห้ามมิฟังให้เจ้าของบ้านจับตัวผู้วิวาทไว้ ถ้าผู้วิวาทต่อสู้เจ้าของบ้านมีบาดเจ็บผู้วิวาทก็มีบาดเจ็บ จะให้ปรับไหมแต่ผู้วิวาทให้กับเจ้าของบ้านฝ่ายเดียว ส่วนบาดเจ็บของผู้ที่มาวิวาทนั้น เปนอันเจ็บเปล่าจะเอากลบลบไม่ได้ จะกล่าวว่าเจ้าของบ้านทำให้เจ็บไม่ได้เลย เหตุเพราะว่าตัวบุกรุกไปต่อสู้กับเจ้าของบ้าน ถ้าเจ้าของบ้านจับตัวผู้บุกรุกเข้ามาวิวาทได้แล้ว ให้มัดผูกจำจองไว้ให้มั่นคง แต่ห้ามมิให้เจ้าของบ้านแลสมัคพรรคพวกชกต่อยทุบถองตบตีผู้ที่ต้องจับตัวได้ไว้แล้วนั้นอิกเลย ถ้าเจ้าของบ้านและสมัคพรรคพวกเจ้าของบ้านชกต่อยทุบถองตบตีทำผู้ที่ต้องจับไว้แล้วนั้น เมื่อมิได้ต่อสู้ชกต่อยตี เปนแต่เจ้าของบ้านซ้ำเติมด้วยความโกรธ ถ้าเปนดังนี้สืบไปได้ความจริง ก็ให้ปรับไหมผู้ทุบตีให้กับผู้ที่ต้องจับตามบาดแผล และผู้ที่ต้องจับไว้นั้นให้เจ้าของบ้านเอาตัวไปส่งกับนายอำเภอ ถ้าเจ้าของบ้านอยู่ในอำเภอพระบรมมหาราชวัง ฤๅอำเภอในพระบวรราชวัง ให้ส่งตามอำเภอนั้น ถ้าเจ้าของบ้านกำลังน้อยจะเอาตัวไปส่งนายอำเภอมิได้ กลัวสมัคพรรคพวกของผู้ที่ต้องจับจะแย่งชิงกลางทาง ก็ให้เจ้าของบ้านไปบอกนายอำเภอให้มารับตัวผู้ที่ต้องจับไปส่งกรมพระนครบาล จะได้ชำระว่ากล่าวเสียให้แล้ว ถ้าเจ้าของบ้านจับตัวผู้ที่วิวาทผิดตัวไป จับเอาผู้อื่นที่มายืนดูอยู่ในที่วิวาทนั้นมา ก็เปนเคราะห์ของผู้ที่ต้องจับ ถึงจะปล้ำปลุกบอบช้ำบ้างเมื่อจับนั้นก็ดี เพราะว่าไม่ควรจะมาดูอยู่ในที่วิวาท จะเอาโทษแก่เจ้าของบ้านซึ่งจับนั้นไม่ได้

อนึ่งพนักงานในราชการจะจับโจรผู้ร้ายมีความผิดต่างๆ เมื่อจะไปล้อมเรือนล้อมบ้านนั้นๆ จับคนหลบหลีกได้แต่กรมเมืองและกรมพระตำรวจ กรมเมืองเปนพนักงานได้ไปจับโจรผู้ร้าย กรมพระตำรวจนั้นต่อมีพระบรมราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ชำระเรื่องฝิ่น คนทำเงินแดง และความอื่นสิ่งใดๆ ก็ดี ผู้ที่เปนตระลาการศาลรับสั่งจะใช้ไปจับคนผู้ผิดนั้น เปนพนักงานกรมพระตำรวจ แต่บัดนี้ทรงพระมหากรุณาไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ทรงพระราชดำริห์ว่าเมื่อเหตุการถ้อยความมีขึ้นเล็กน้อย คนที่เปนพาลมักปลอมตำรวจและปลอมนายอำเภอนายพธำมะรง ไปเที่ยวเกาะกุมราษฎรขู่เข็ญว่ากล่าวให้กลัวโดยพลการ ราษฎรจะได้ความเดือดร้อน จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หล่อทองเหลืองเปนรูปตราหณุมานสี่กรพระราชทานไว้สำหรับกรมพระตำรวจ กรมเมืองนั้นหล่อตรารูปสิงห์สำหรับกรมพระราชทานมอบไว้ ถ้ากรมพระตำรวจแลนายอำเภอนายพธำมรงจะไปเกาะกุมตัวข้าราชการตำแหน่งใดๆ และราษฎรด้วยความโจรผู้ร้าย ก็ให้บอกความกับเจ้าของบ้านให้รู้ ให้ผู้ที่จะต้องเกาะดูตราทองหล่อที่ว่าแล้วนั้นสำหรับกรม เห็นแน่แล้วจึงให้เชื่อฟัง แม้นจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการกรมใดชำระความสิ่งใดก็ดี จึงจะพระราชทานรูปตราอย่างอื่นให้เปนสำคัญตามกรม ถ้านายอำเภอนายกำนันนายอากรสมพักสรเรียกภาษีอากร และลักต้มน้ำสุราขายยาฝิ่นที่เรียกว่าเหล้าเถื่อนฝิ่นเถื่อนก็ดี ให้เจ้าหมู่มูลนายกรมไพร่หลวงไพร่สมพรรคพัน จะไปหาตัวบ่าวไพร่มาว่าความแต่ในกรมก็ดี ถึงจะไม่มีดวงตราเปนสำคัญก็ได้

ประกาศมาณวันศุกร เดือน ๖ ขึ้นค่ำ ๑ ปีมะเสงนักษัตรนพศก ศักราช ๑๒๑๙

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ