๘๐ ประกาศพิกัดอากรค่าน้ำ

(ณวันพุธ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีมะโรงอัฐศก)

มีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ประกาศแก่ราษฎรซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และแขวงจังหวัดหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือให้รู้พิกัดอากรค่าน้ำ ซึ่งเคยมียั่งยืนมาแต่โบราณนั้นให้ทราบจงทั่วกัน เพื่อจะมิให้นายอากรลวงหลอกเรียกเหลือเกินไป พิกัดอากรค่าน้ำนั้นดังนี้

น้ำจืด เรือแหพานลำหนึ่งให้เรียกปีละ ๒ ตำลึงกึ่ง เรือแหโปงลำหนึ่งให้เรียกปีละตำลึงกึ่ง เรือแหทอดลำหนึ่งให้เรียกปีละบาท เรือช้อนใหญ่ลำหนึ่งให้เรียกปีละสองสลึง เรือช้อนเล็กลำหนึ่งให้เรียกปีละสลึง สุ่มคนหนึ่งให้เรียกปีละสลึง ข่ายดักปลาตะเพียนคนหนึ่งให้เรียกปีละบาท แทงกรบคนหนึ่งให้เรียกปีละสลึง ฉมวกคนหนึ่งให้เรียกปีละเฟื้อง ลอบยืนคนหนึ่งให้เรียกปีละ ๖ สลึง ลอบนอนคนหนึ่งให้เรียกปีละบาท ดักตุ้มคนหนึ่งให้เรียกปีละสลึง ดักไซคนหนึ่งให้เรียกปีละสองสลึง ดักลันคนหนึ่งให้เรียกปีละเฟื้อง เบ็ดราวคนหนึ่งให้เรียกปีละสองสลึง ตกเบ็ดปลาหางปลาแมลงภู่คนหนึ่งให้เรียกปีละเฟื้อง สวิงกุ้งคนหนึ่งให้เรียกปีละเฟื้อง สวิงปลาคนหนึ่งให้เรียกปีละเฟื้อง อวนลำหนึ่งให้เรียกปีละ ๒ ตำลึงกึ่ง เชงเลงคนหนึ่งให้เรียกปีละบาท ยกยอเล็กปากกว้างต่ำกว่า ๔ ศอกลงมาคนหนึ่งให้เรียกปีละสลึง ดักจั่นคนหนึ่งให้เรียกปีละสลึง ชะนางคนหนึ่งให้เรียกปีละสองสลึง ตกเบ็ดทรงปีหนึ่งให้เรียก ๑๐๐ ละสองสลึง โพงพางช่องหนึ่งให้เรียกปีละตำลึง ดักชุด ๑๐ ชุดให้เรียกปีละเฟื้อง ยกยอขันช่อปากกว้างตั้งแต่วาหนึ่งนั้นไป วาหนึ่งให้เรียกปีละ ๖ สลึง จิบปากหนึ่งให้เรียกปีละบาท กัตราลำหนึ่งให้เรียกปีละตำลึงกึ่ง ลอบพายให้เรียกปีละตำลึง ช้อนลอยสนั่นปากกว้างตั้งแต่ ๑๐ ศอกขึ้นไปให้เรียกปีละกึ่งตำลึง ถ้าราษฎรชักผักลอยน้ำปลูกไว้หน้าบ้านกว้าง ๕ ศอก ๖ ศอก ยาว ๓ วา ๔ วา ไม่เรียกอากร ถ้ายาวตั้งแต่ ๕ วา ๖ วาขึ้นไปเรียกเปนกล่ำ คิดกว้าง ๔ ศอก ยาว ๔ ศอกจัตุรัสวัดได้เท่าใด ให้เรียกปีหนึ่งกว้าง ๔ ศอก ยาว ๔ ศอกเปนเงินเฟื้องหนึ่ง ถ้าราษฎรขุดบ่อขังน้ำไว้กินไม่ได้ขังปลา เปนแต่บ่อขังน้ำยาว ๒ วา ๓ วา กว้าง ๒ วา ๓ วาไม่เรียกอากร ถ้ายาวกว้างมากกว่า ๓ วาขึ้นไปมีปลาในบ่อให้คิดจัตุรัสละวาเปนค่าน้ำปีหนึ่งให้เรียกปีละสลึง

น้ำเค็ม รั้วปะกักคอกลำหนึ่งให้เรียกปีละสองตำลึงกึ่ง รั่วปะกักปลาลำหนึ่งให้เรียกปีละตำลึงกึ่ง เรือฉลอมอวนลำหนึ่งให้เรียกปีละสองตำลึงกึ่ง รั้วไซมานลำหนึ่งให้เรียกปีละสามตำลึง เบ็ดลากลำหนึ่งให้เรียกปีละสิบสลึง สู้กันรั้วไซมานหางหนึ่งให้เรียกปีละตำลึง ที่โพงพางปากน้ำให้เรียกปีลำตำลึง ที่โพงพางถัดขึ้นมาให้เรียกปีละสามบาท ที่โพงพางถัดต่อกันขึ้นมาให้เรียกปีละกึ่งตำลึง รั้วกางเคยบางเหี้ยให้เรียกปีละหกสลึง ทอดแหทเลให้เรียกปีละบาท เบ็ดกุเราให้เรียกปีละสลึง แทงรั้วปูให้เรียกปีละสองสลึง สองคนลากอวนคนหนึ่งให้เรียกปีละบาท เบ็ดวางตับๆ หนึ่งให้เรียกปีละสองสลึง ช้อนกุ้งช้อนปลาคนหนึ่งให้เรียกปีละเฟื้อง รุนกุ้งทะเลให้เรียกปีละกึ่ง ตำลึง รั้วโพงพางลากปลาในคลองให้เรียกปีละสองสลึง รั้งโพงพางลำแม่น้ำให้เรียกปีละตำลึง รั้วดักปูให้เรียกปีละสองสลึง ปะกักคอกลากเรือฉลอมยกนายเรือเสียนอกนั้นคนหนึ่งให้เรียกปีละบาท ไสกุ้งไสเคยคนหนึ่งให้เรียกปีละสิบสลึง ครึ่งปีให้เรียกหกสลึง เดือนหนึ่งให้เรียกสองสลึง รั้วกางกุ้งกางเคยน้ำจืดน้ำเคมรั้วหนึ่งให้เรียกปีละบาท เบ็ดลากกะเบนลำหนึ่งให้เรียกปีละ ๓ บาท เบ็ดล่อกะพงคนหนึ่งให้เรียกปีละสองสลึง เบ็ดราวปลาหางกิ่วให้เรียกปีละสลึง เบ็ดสายปลาหางกิ่วให้เรียกปีละสลึง แทงปลามัวน้ำลำหนึ่งให้เรียกปีละสลึง อวนราดยกนายเรือเสียนอกนั้นคนหนึ่งให้เรียกปีละบาท รั้วไซมานกลางคลองให้เรียกปีละสามตำลึง รั้วไซมานริมคลองให้เรียกปีละสองตำลึงกึ่ง ฉลอมกุเราให้เรียกปีละตำลึง ปะกักคอกกะพงลำหนึ่งให้เรียกปีละตำลึงกึ่ง ชุดน้อยไสเคยริมฝั่งให้เรียกปีละสลึง กระดานไสหาเคยและหาสิ่งของต่างๆ คนหนึ่งให้เรียกปีละสลึง กระดานล้วงหมึกให้เรียกปีละสองสลึง ขุดหอยปากเป็ดให้เรียกปีละสองสลึง ฉมวกคนหนึ่งให้เรียกปีละสลึง สวิงดักกุ้งไม่มีคนให้เรียกปีละเฟื้อง เป็ดวาสาลากเบ็ดลำหนึ่งให้เรียกปีละ ๖ สลึง เรือหาหอยแครงลำหนึ่งให้เรียกปีละบาท เรือหาหอยกะพงลำหนึ่งให้เรียกปีละบาท เรือหาหอยหลอดคนหนึ่งให้เรียกปีละบาท เรือหาหอยแมลงภู่คนหนึ่งให้เรียกปีละบาท ละมุจับน้ำแห้งมีปีกไม่มีเฝือกให้เรียกปีละตำลึงกึ่ง ละมุจับน้ำลึกมีเฝือกมีก้นมีปีกให้เรียกปีละ ๕ ตำลึง เฝือกโป๊ะจับน้ำแห้งให้เรียกปีละ ๓ ตำลึง เฝือกรังมีก้นจับน้ำไม่แห้งให้เรียกปีละ ๔ ตำลึง อวนรังให้เรียกปีละ๔ ตำลึง อวนตีเคยให้เรียกปีละ ๔ ตำลึง อวนลากปลิงให้เรียกปีละ ๖ ตำลึง แหลนแทงปลิงฉะนักแทงปลิงจับปลิงลำหนึ่ง ๒ คนให้เรียกปีละตำลึง ฉะนักแทงกระจับตัวกระลำหนึ่ง ๒ คนให้เรียกปีละ ๒ ตำลึง ราษฎรทำอวนโสรั้วจับปลาทเลกลางคลองริมคลองยาวตั้งแต่ ๕ วา ๖ วา ให้เรียกปีหนึ่งวาละบาท

แต่ที่หนองน้ำนั้นไม่เปนที่หนทางราษฏรไปมาหากิน ก็ให้เปนของนายอากรทำไปตามเดิม ถ้าราษฎรจะทำก็ให้ไปกล่าวกับนายอากรให้ตกลงกัน ถ้านายอากรยอมให้ทำก็ได้ ถ้านายอากรไม่ยอมให้ทำก็อย่าให้ราษฎรบังอาจและลักลอบทำปลาในหนองซึ่งเปนของนายอากรเปนอันขาด และให้นายอากรเรียกอากรค่าน้ำแก่ราษฎรที่มีเครื่องมือหากินในการจับกุ้งจับปลาในทเลลำน้ำลำคลอง และบางที่เปนทางน้ำไหลและในที่ใดๆ ที่ไม่ใช่ห้วยหนองตามพิกัดซึ่งมีมาในท้องตรานี้ ห้ามอย่าให้นายอากรเรียกอากรค่าน้ำล่วงแขวงล่วงอำเภอให้ล้ำเหลือผิดด้วยพิกัดอย่างธรรมเนียมแต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้

แต่การที่จะไม่ให้นายอากรและราษฎรปิดทำนบลงกระบังรังเฝือกกั้นห้วยหนองคลองบึงบางไว้ให้ราษฎรหากินเสมอกันทั่วหน้า ให้นายอากรเรียกอากรค่าน้ำแก่ราษฎรที่มีเครื่องมือหากินนั้น ถ้านายอากรค่าน้ำมาเรียกอากรค่าน้ำแก่ราษฎรเหลือเกินขึ้นไปกว่าพิกัดนี้แล้ว ถ้าราษฎรอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ทำเรื่องราวมายื่นต่อเจ้าพนักงารพระคลังมหาสมบัติ ให้ชำระให้แล้วใน ๑๕ วัน ถ้าราษฎรอยู่ณแขวงหัวเมืองก็ให้ไปฟ้องต่อเจ้าเมืองกรมการ ให้ชำระให้แล้วใน ๑๕ วัน ถ้าเจ้าเมืองกรมการไม่ชำระให้ได้ ก็ให้เจ้าเมืองกรมการเร่งบอกส่งลงมาต่อเจ้าพนักงารพระคลังมหาสมบัติณกรุงเทพมหานคร ให้ชำระให้แล้วใน ๑๕ วัน ถ้าเจ้าพนักงารพระคลังมหาสมบัตินิ่งเสียไม่ชำระให้ใน ๑๕ วัน ก็ให้ราษฎรทั้งในกรุงแลนอกกรุงทำเรื่องราวร้องถวายฎีกา แต่เรื่องราวนั้นให้เรียงลงให้ดีอย่าให้มีคำหยาบและอย่าว่าเปนสำนวนยืดยาวไป ให้ว่าแต่ใจความของตัวตรงๆ ถ้าทำเองไม่ได้ก็ให้ไปหากรมล้อมพระราชวังให้ช่วยทำให้ เรื่องราวที่ทำเองก็ดี ที่กรมล้อมพระราชวังทำให้ก็ดี ให้ไปวานข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายในที่เปนญาติพี่น้องฤๅชอบพอกันช่วยถวายให้เวลาไรๆ ก็ไม่ห้ามจะทรงรับ ผู้ที่รับเรื่องราวของราษฎรมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ให้พาตัวเจ้าของเรื่องราวมาด้วยจะไม่มีโทษแก่ผู้รับเรื่องราวมาถวายเลย ถ้าไม่มีผู้ใดช่วยถวายให้ ก็ให้ราษฎรคอยในวันเจ็ดค่ำสิบห้าค่ำทุกๆ เดือน จะตีกลองวินิจฉัยเภรี เมื่อได้ยินกลองวินิจฉัยเภรีแล้วถ้าเสด็จออก ก็ให้เอาเรื่องราวทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ถ้าไม่เสด็จออก ก็ให้มายื่นกับเจ้าพนักงารผู้รับที่หน้าหอกลองวินิจฉัยเภรีเทอญ ฯ

ประกาศมาณวันพุธ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีมะโรงนักษัตรอัฐศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ