๒๙๗ ประกาศห้ามมิให้ภิกษุสามเณรคบผู้หญิงมาพูดที่กุฎี

(ณวันศุกร เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีขาล พ.ศ. ๒๓๙๗)

ด้วยหลวงธรรมรักษา รับพระบรมราชโองการใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า เมื่อเดือน ๕ ปีขาลฉศกนี้ อีเพ็งเอาหนังสือเพลงยาวเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง นายประตูจับหนังสือเพลงยาวได้ที่อีเพ็ง นายประตูส่งตัวอีเพ็งกับเพลงยาวให้กรมวัง ๆ ได้นำเอาข้อความผิดอีเพ็งผู้เอาหนังสือเพลงยาวเข้าวัง ขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สั่งให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวรจักร์ธรานุภาพชำระ อีเพ็งให้การว่าหนังสือเพลงยาวนี้ ของอ้ายหนูวัดพระเชตุพน ตุลาการซักความต่อไป อีเพ็งรับเปนสัตยว่า เมื่ออ้ายหนูยังเปนสมีอยู่วัดพระเชตุพนนั้น อ้ายหนูกับอีเพ็งทำชำเรากันที่กุฎีอ้ายหนู ๒-๓ ครั้ง แล้วอีเพ็งซัดถึงอ้ายพึ่งสมีว่าได้ทำชำเรากับอีเพ็งที่ห้องกุฎีด้วย อีเพ็งซัดว่าอ้ายดวงสมีได้ทำชำเรากับอีเพ็งอิกหลายทีที่กุฎีอ้ายดวงสมีด้วย อ้ายทิมสมีทำชำเรากับอีปรางที่ห้องกุฎีอ้ายทิมสมีด้วย อ้ายเสือสมีทำชำเรากับอีรอดที่ห้องกุฎีอ้ายเสือสมีด้วย ตุลาการเอาตัวสมีอีมีชื่อผู้ต้องซัดมาชำระ สมีอีมีชื่อผู้ต้องซัดมารับเปนสัตยสมคำอีเพ็งให้การถึง พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวรจักร์ธรานุภาพ นำเอาถ้อยคำอีนักโทษพวกนี้ขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท จึงทรงพระราชดำริห์เห็นว่า ภิกษุสามเณรทุกวันนี้บวชอาศรัยพระสาสนาอยู่เพื่อลาภสการต่างๆ ไม่บวชด้วยความเลื่อมใสในพระพุทธสิกขาบท ภิกษุสามเณรทุกวันนี้เปนอลัชชีประพฤติความชั่วนั้นต่างๆ จนถึงเปนปาราชิก ภิกษุสามเณรทำเมถุนธรรมได้โดยง่ายนั้น เปนเหตุด้วยภิกษุสามเณรไปหาผู้หญิงชาวบ้านนั้นโดยง่ายอย่างหนึ่ง ผู้หญิงชาวบ้านไปหาภิกษุสามเณรที่วัดที่กุฎีอย่างหนึ่ง ทรงพระราชดำริห์เห็นเหตุอย่างนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า ให้หลวงธรรมรักษาหมายประกาศไปแก่ พระราชาคณะ พระครูถานา เจ้าอธิการในกรุงทั้งสิ้น ห้ามไม่ให้ภิกษุสามเณรคบผู้หญิงพูดจาบนกุฎี ฝ่ายผู้หญิงชาวบ้านเล่า ควรที่ให้มีหมายประกาศไปห้ามไม่ให้เข้าวัด ถ้าขืนเข้าไปในวัดจะให้ตำรวจจับปรับเอาเงิน ๓ ตำลึง ก็ฝ่ายพระราชาคณะ พระครูถานา เจ้าอธิการนั้น โปรดเกล้าฯ สั่งให้หลวงธรรมรักษามีหมายประกาศห้ามไปแล้ว แต่ผู้หญิงชาวบ้านนั้น ยังไม่ได้โปรดเกล้าฯ ให้มหาดไทย กลาโหม หมายประกาศห้ามเหตุนี้ มหาดไทย กลาโหม ไม่ได้หมายประกาศห้ามนี้ พระราชาคณะ พระครูถานา เจ้าอธิการ ชายหญิงชาวบ้าน จึงคนองถือใจว่า จะเปนความหลอกไม่จับจริง ฝ่ายพระราชาคณะก็เพิกเฉย ไม่เกรงพระราชอาณาจักร์ ไม่กำชับว่ากล่าวภิกษุสามเณร ปล่อยให้ภิกษุสามเณรคบพาผู้หญิงชาวบ้านขึ้นพูดจาในที่หลับที่นอน จนถึงปาราชิก เหมือนอ้ายเปลี่ยนสมีวัดอรุณเมื่อเดือน ๑๐ ปีขาลฉศกนี้ คบอีตาบขึ้นพูดจาทำชำเรากันในห้องกุฎีที่ลับครั้งหนึ่ง ข้อความที่อีตาบทำชำเรากับอ้ายเปลี่ยนทั้งสมีนั้น ก็ไม่มีผู้ใดฟ้องกล่าวโทษอีตาบกับอ้ายเปลี่ยนสมี ได้รู้ความข้อนี้เพราะอีตาบเอาหนังสือเพลงยาวไปในพระราชวัง นายประตูจับตัวอีตาบได้ โปรดฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวรจักร์ธรานุภาพชำระ อ้ายเปลี่ยนสมีอีตาบให้การรับเปนสัตย ว่าได้ทำชำเรากันทั้งเปนสมีบนกุฎีวัดอรุณราชวรารามครั้งหนึ่ง จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้หลวงธรรมรักษาเผดียงห้ามพระราชาคณะ พระครู ถานา เจ้าอธิการ ตามกระแสพระบรมราชโองการให้พระราชาคณะเอาใจใส่ภิกษุสามเณร อย่าให้คบผู้หญิงขึ้นพูดจาบนกุฎีเปนอันขาด ถ้าขืนกระแสพระบรมราชโองการจะพระราชทานลัญจกรสำคัญ ให้กรมทหารขวาซ้ายเปนกองจับ ถ้าจับภิกษุสามเณรพูดจากับผู้หญิงได้ที่กุฎีใด ภิกษุสามเณรที่อยู่ใกล้เคียงกัน ก็จะปรับโทษเสมอกันกับที่พูดกับผู้หญิง เพราะภิกษุสามเณรอยู่ใกล้นั้น ไม่ตักเตือนว่ากล่าวกัน อนึ่งถ้ากองจับเชิญพระราชลัญจกรเปนสำคัญ ให้ภิกษุสามเณรแลผู้หญิงชาวบ้านดูรู้ว่าเปนกองจับแล้วก็อย่าให้สู้รบเปนอันขาด ถ้าไม่ได้เชิญตราหลวงให้ภิกษุสามเณรผู้หญิงชาวบ้านดู ผู้นั้นเปนคนปลอมจับ ให้ภิกษุสามเณรจับคนนั้นส่งให้กับเจ้ากระทรวงให้จงได้

ให้พระครูทักษิณคณิสร พระครูอุดรคณารักษ์ พระครูอมรวิไชย หมายประกาศไปแก่พระราชาคณะ พระครู ถานา เจ้าอธิการให้รู้จงทั่ว ห้ามอย่าให้ผู้หญิงตั้งแต่ มารดา พี่ น้อง ญาติและผู้อื่นอย่าให้ขึ้นกุฎีเปนอันขาด ให้เจ้าคณะใหญ่เร่งหมายไป อย่าให้ขาดได้ตามรับสั่ง

หมายมาณวันศุกรเดือน ๑๐ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปีขาลฉศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ