๒๘๗ ประกาศขนานนามพระพุทธปฏิมากรประจำรัชกาล

(ณ วันพุธ เดือน ๖ แรม ๙ ค่ำ ปีชวด พ.ศ. ๒๓๙๕)

ศิริศยุภมัสดุ อดิตกาลพระพุทธศักราช ชะไมยสหัสสังวัจฉระไตรสตาธฤก ปัญจะนวุติสังวัจฉระปัตยุบันกาล มุสิกะสังวัจฉระไพศาข มาศะกาลปักษ นวมีดฤถีพุธวาระบริเฉทะกาละกำหนด

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ สมมุติเทพยพงศ์ วงศาดิศวรกระษัตริย์ วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิ์ราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธเคราะห์ณี จักรีบรมนาถอดิศวรราชรามรังกูล สุจริตมูลสุสาธิตอุกฤษฐวิบูลยบุรพาดูลย์ กฤษดาภินิหาร สุภาธิการรังสฤษดิ์ ธัญญะลักษณวิจิตรโสภาคสรรพางค์ มหาชโนตมางค์ประนต บาทบงกชยุคลประสิทธิสรรพศุภผลอุดม บรมสุขุมาลมหาบุรุษย์รัตน์สิกษาพิพัฒนสรรพโกศล สุวิสุทธิวิมลศุภศิลสมาจาร เพชรญาณประภาไพโรจ อเนกโกฏิพิสาธุคุณวิบุลยสันดาน ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณ อดุลยพิเศษสรรพเทเวศรานุรักษ์ เอกอรรคมหาบุรุษสุตพุทธมหากระวีตรีปีฎกาทิโกศล วิมลปรีชามาหาอุดมบัณฑิตยสุนทรวิจิตรปฏิภาณ บริบูรณคุณสารสยามาทิโลกดิลกมหาบริวารนายก อนันตมหันต์วรฤทธิเดชสรรพวิเศษศิรินทร มหาชนนิกรสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปดลเสวตรฉัตราดิฉัตรศิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเสกาภิสิต สรรพทศทิศชิตไชยสกลมไหยสวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหิทรมหารามาธิราช วโรดมบรมนารถชาติอาชาวไศรย์ พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ อุกฤษฐศักดิอรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัยอโนปไมย์บุญการ สกลไพศาลมหารัษฎาธิเบนทร ปรเมนทรธรรมมิกมหาราชาธิราชบรมนาถบพิตร์ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงพระราชดำริห์ว่า พระบาทสมเด็จพระบรมไอยกาธิราช ได้เสวยศิริราชสมบัติดำรงแผ่นดินมา มีพระเดชพระคุณแก่สมณพราหมณาจาริย์อาณาประชาราษฎรทั้งหลายเปนอันมาก ได้เปนบรมธรรมิกราชาธิราชเปนปฐมในพระบรมราชวงศ์อันนี้

แม้ถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกนารถเล่า ก็ควรจะกล่าวว่าเปนปฐมในพระบรมราชวงศ์นี้เหมือนกัน เพราะว่าเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระบรมไอยกาธิราช เสด็จมาสถาปนาจัดการพระมหานครแลพระบรมราชวงศ์อันนี้ให้ประดิษฐานดำรงมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนารถ ก็เปนพระบรมราชโอรสผู้ใหญ่แล้ว จึงได้เสด็จช่วยจัดการสถาปนากรุงเทพพระมหานคร อมรรัตนโกสินทรามหินทรายุธยา มหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศมหาสฐาน แลพระบรมราชวงศ์นี้พร้อมกันด้วย เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมไอยกาธิราชได้เสวยศิริราชสมบัติทรงพระชราแล้ว ก็ได้ทรงสถาปนาให้เปนกรมพระราชวังบวร แล้วได้มอบศิริราชสมบัติพระราชทานให้แต่ยังมีพระชนม์อยู่ เพราะฉนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชซึ่งเสด็จสวรรคตได้ถวายพระเพลิงใหม่นั้น ทรงพระราชดำริห์เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระบรมไอยกาธิราช และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกนารถ เปนต้นเปนใหญ่ในพระบรมราชวงศ์อันนี้ จึงได้ทรงสถาปนาพระมหาปฏิมาฉลองพระองค์ทั้งสอง แลได้ทรงขนานพระนามพระพุทธปฏิมาองค์หนึ่งว่าพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก องค์หนึ่งว่าพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ให้ประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เปนที่เคารพสักการบูชาแก่พระบรมราชวงศานุวงศ์ แลข้าทูลลอองธุลีพระบาท เมื่อการพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒสัตยาปีละ ๒ ครั้งเสมอไป แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศพระบรมราชวงศานุวงศ์สมณพราหมณาจาริยข้าทูลลอองธุลีพระบาท อาณาประชาราษฎรทั้งปวงให้รู้ทั่วกันว่า พระพุทธปฏิมาองค์หนึ่ง ซึ่งถวายพระนามว่าพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนั้น ทรงพระราชอุทิศถวายในพระบาทสมเด็จพระบรมไอยกาธิราชจักรพรรดิ์นาถบพิตร พระองค์หนึ่ง ซึ่งถวายพระนามว่าพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนั้น ทรงพระราชอุทิศถวายในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถธรรมิกราชบพิตร ให้บัตหมายใช้ชื่อแผ่นดินโดยพระนาม แห่งพระมโหทิฏฐปฏิมาทั้ง ๒ พระองค์นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงเห็นด้วยว่าชอบอยู่แล้ว เพราะว่าพระบาทสมเด็จพระบรมไอยกาธิราช และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถนั้น ได้เสวยศิริราชสมบัติเปนปฐมในพระบรมราชวงศ์นี้ เหมือนพระเจ้าอู่ทองซึ่งได้มาสถาปนากรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา ซึ่งเปนโบราณราชธานีเก่านั้น ก็ได้ชื่อว่าเปนปฐมในพระราชวงศ์ทั้งปวงในกรุงเก่า พระเจ้าแผ่นดินในภายหลังครั้งกรุงเก่าคิดถึงพระเดชพระคุณพระเจ้าอู่ทองรามาธิบดีว่า ได้ทรงสถาปนาพระมหานครแลราชวงศ์ ให้ดำรงมาก่อนกว่าพระเจ้าแผ่นดินอื่นๆ จึงได้ทรงสร้างพระปฏิมากรพระองค์หนึ่ง ขนานพระนามว่าพระเชษฐบิดร ทรงพระราชอุทิศถวายพระเจ้าอู่ทองรามาธิบดี ให้เปนที่เคารพสักการบูชาแห่งพระเจ้าแผ่นดิน แลข้าราชการทั้งปวงสืบๆ มา ครั้นภายหลังมีพระเจ้าแผ่นดินได้เสวยศิริราชสมบัติสืบมา ก็มีพระนามต่างๆ กัน เปนที่อ้างในพระราชพงศาวดาร แต่ในกรุงเทพมหานครนี้ พระเจ้าแผ่นดินซึ่งเสด็จสวรรคตล่วงไป มีพระนามปรากฎอยู่แต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ๒ พระองค์เท่านั้น ก็ให้คงบัตหมายใช้ชื่อแผ่นดินอยู่อย่างเดิมนั้นชอบอยู่แล้ว แต่พระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเจ้า ซึ่งเสด็จสวรรคตได้ถวายพระเพลิงใหม่แล้วนั้น ได้เปนพระราชโอรสผู้ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยังไม่ได้เสด็จเสวยศิริราชสมบัตินั้น พระชนม์ได้ ๒๐ พรรษาเศษแล้ว ครั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติอยู่ ๑๖ พรรษา ทรงพระประชวรไม่ช้าเสด็จสวรรคต พระบรมราชวงศานุวงศ์แลข้าราชการทั้งปวงเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเปนพระราชโอรสผู้ใหญ่ ได้สิทธิ์ขาดสำเร็จราชการมาช้านาน จึงได้เชิญเสด็จเสวยศิริราชสมบัติต่อมา แลพระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเจ้านั้น เมื่อได้เสวยศิริราชสมบัติพระชนม์ได้ ๓๗ พรรษา อยู่ในราชสมบัติ ๒๗ ปีเสด็จสวรรคต ยังหามีพระนามวิเศษปรากฎพ้นจากสามัญนามไม่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริห์ว่า ซึ่งจะออกพระนามพระเจ้าแผ่นดินอื่นๆ นอกจากพระบาทสมเด็จพระบรมไอยกาธิราช แลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถทั้ง ๒ พระองค์นั้น ด้วยใช้อักษรพุทธนำน่านั้นไม่สู้สมควร เพราะมิได้มีพระปฏิมาวิเศษเหมือนพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๒ พระองค์ แลมิได้เปนปฐมในพระบรมราชวงศ์อันนี้ เพราะฉะนั้นตั้งแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ซึ่งเสด็จสวรรคตได้ถวายพระเพลิงใหม่ล่วงแล้วไปนั้น ถ้าจะออกชื่อแผ่นดินก็ให้บัตหมายใช้อักษรอื่นๆ นำอักษรเกล้าต่อเข้าว่าเจ้าอยู่หัว เหมือนอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว แลยักย้ายใช้อักษรอื่นๆ นำหน้าอักษรเกล้าต่อไป บัดนี้มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสสั่งให้สถาปนาพระนามพระบรมอัฐิ ในพระบรมเชษฐาธิราชเจ้า ซึ่งเสด็จสวรรคต ซึ่งได้ถวายพระเพลิงใหม่นั้นว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่นี้สืบไปเมื่อหน้าถ้าพระราชวงศานุวงศ์สมณพราหมณาจาริย์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาทอาณาประชาราษฎรทั้งปวง จะออกพระนามอ้างแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ให้เรียกว่าแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

อนึ่งพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเจ้านั้น มีพระนามว่าพระพุทธรังสรรค์ อักษรนั้นไม่สำผัสกับอักษรพระนามพระพุทธนฤมิตร ซึ่งเปนพระฉลองพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงมีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสสั่ง ให้แปลงพระนามพระพุทธรังสรรค์ว่า พระพุทธรังสฤษดิ์ ให้อักษรสำผัสกับพระนามพระพุทธนฤมิตร ซึ่งเปนพระฉลองพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เหมือนอย่างพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนั้น มีพระนามว่าพระพุทธเพ็ชรรัตน์ มีอักษรสัมผัสกับพระนามพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์ ในสมเด็จพระบรมมหาไอยกาธิบดี ซึ่งมีพระนามว่าพระพุทธจักรพรรดินั้น หรือจะออกชื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเจ้า ว่าแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธรังสฤษดิ์ ด้วยพระนามแห่งพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์นั้นก็ตาม ด้วยอำนาจพระราชกุศลผลกตัญญูกัตเวที ในพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๓ พระองค์ ซึ่งเสด็จสวรรคตล่วงไปแล้วนั้น ขอความศิริสวัสดิพิพัฒมงคลจงมีแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแลพระอรรคมเหษี พระราชวงศานุวงศ์สมณพราหมณาจาริย์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายหน้าฝ่ายใน แลอาณาประชาราษฎรทั้งหลาย อันอาศรัยในพระราชอาณาเขตรทั่วขอบขัณธสีมาอาณาจักรนี้ เทอญ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ