ภาคที่ ๑๔ - เนรเทศพระลักษมณ์ และพระลักษมณ์ไปสวรรค์

ครั้นอยู่มาอีกนาน พระกาลแปลงเปนฤษีมาเฝ้าพระราม ทูลพระรามว่าถึงเวลาอันควรแล้วที่พระองค์จะละโลกไปสู่สวรรค์​ขอเชิญให้เสด็จกลับขึ้นไปเปนใหญ่เหนือเทวดาตามเดิม พระรามก็ทรงรับเชิญ

อนึ่งเมื่อพระกาลมานั้น ได้ทูลพระรามว่าขอเฝ้าในที่ระโหฐาน พระรามจึ่งได้ตรัสสั่งพระลักษมณ์ไว้ให้เฝ้าประตู และห้ามเปนอันขาดมิให้ผู้ใดเข้าไปเฝ้าในขณเมื่อกำลังตรัสกับพระกาลยังไม่เสร็จ แต่พะเอินในระหว่างเวลาที่ตรัสอยู่กับพระกาลนั้น พระฤษีทุรวาสได้มาถึงที่ปราสาท  จะขอเฝ้าพระรามให้จงได้ ถ้าไม่ให้เฝ้าจะแช่งทั้งพระรามและพระญาติวงษ์ ตลอดทั้งอำมาตย์มนตรีและประชาชน พระลักษมณ์เห็นว่ายอมตายแต่ผู้เดียวดีกว่า จึ่งเข้าไปเฝ้าทูลว่าพระมุนีมา พระรามก็เสด็จออกมาต้อนรับ และจัดภัตตาหารให้ฉันเปนที่อิ่มหนำสำราญ ครั้นเมื่อพระฤษีทุรวาสไปแล้ว พระลักษมณ์เห็นพระรามไม่ทรงสบาย ก็เข้าใจว่าจะเปนเพราะทรงรำฦกถึงพระดำรัสของพระองค์ ซึ่งจะเอาโทษผู้ที่บังอาจเข้าไปเฝ้าในขณที่พระกาลยังเฝ้าอยู่ และคงจะไม่ทรงสบายเพราะพระลักษมณ์ได้เปนผู้ละเมิดพระราชอาญาเช่นนั้น พระลักษมณ์จึ่งทูลว่า ขอให้พระรามทรงประหารชีวิตรเสียตามที่ตรัสไว้เถิด เพราะควรจะทรงดำรงสัตยวาทีไว้ดีกว่า แต่พระรามมีความอึดอัดพระไทย เพราะความเสนหาในพระอนุชา จึ่งตรัสให้ไปนิมนต์พระวสิษฐและฤษีอื่นๆ มาปฤกษา พระวสิษฐก็ทูลว่า ได้ลั่นพระวาจาแล้วจะคืนคำมิได้ พระรามจึ่งตรัสว่า พี่ตัดน้องและเนรเทศไปก็เท่ากับฆ่า เพราะฉนั้นให้พระลักษมณ์ไปเสียเถิด

พระลักษมณ์ถูกเนรเทศแล้ว ก็ตรงออกไปยังฝั่งน้ำสรยุบำเพ็ญอนาปานุสติ กลั้นลมหายใจ จนร้อนถึงพระอินทร จึ่งลงมารับพระลักษมณ์ขึ้นไปสู่สวรรค์

[เรื่องนี้ไม่มีในรามเกียรติ์ของเรา]

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ