ภาคที่ ๑๓ - ศึกพระภรต และจัดตั้งเมืองให้หลานหลวง

อยู่มาวัน ๑ ท้าวยุธาชิต (ลูกท้าวอัศวบดี) ผู้ครองนครเกกัย ให้พระครรคยะมุนี ผู้เปนลูกพระอังคีรสมุนีปุโรหิตแห่งท้าวยุธาชิต มาเฝ้าพระรามเพื่อทูลว่า ในปัญจนัทยเทศมีคนธรรพร้ายกาจอยู่พวก ๑ ซึ่งมีจำนวนตั้งสามโกฏิ ได้มารบกวนแคว้นเกกัยอยู่เนืองๆ จึ่งขอให้พระบารมีพระรามเปนที่พึ่ง ช่วยทรงปราบคนธรรพเหล่านั้น พระรามจึ่งตรัสใช้ให้พระภรตยกทัพไป พร้อมด้วยพระตักษ์และพระบุษกรผู้เปนโอรสพระภรต และตรัสสั่งว่า เมื่อรบชนะแล้ว ให้แบ่งเมืองให้พระตักษ์กับพระบุษกรครององค์ละกึ่ง

พระภรตกับโอรสทั้ง ๒ ก็ยกไป สมทบกับทัพท้าวยุธาชิตแล้วไปปราบคนธรรพสำเร็จ พระภรตจึ่งจัดแบ่งปัญจนัทยเทศ (คือที่อังกฤษเรียกว่า “The Punjaub”) เปน ๒ ภาค สร้างนครหลวงชื่อตักษะศีลา (ตักกะสิลา) เปนที่สถิตย์พระตักษ์ และสร้างนครหลวงชื่อบุษกรวดีเปนที่สถิตย์พระบุษกร พระภรตอยู่ดูแลวางการปกครองอยู่ ๕ ปี แล้วจึ่งกลับไปกรุงศรีอโยธยา

พระรามจึ่งทรงปรารภถึงพระองคทและพระจันทรเกตุ ผู้เปนโอรสพระลักษมณ์ อยากจะใคร่จัดหานครให้ครองบ้าง พระภรตทูลว่าประเทศกะรุบทเปนทำเลดี ควรสร้างนครให้พระองคทที่นั้น และส่วนพระจันทรเกตุนั้น เห็นควรให้ไปสร้างนครอยู่ในมลัยเทศ​ [คือที่อังกฤษเรียกว่า “Malabar”] พระรามทรงเห็นชอบด้วยแล้ว พระภรตก็ไปปราบคนป่าในประเทศกะรุบทจนราบคาบแล้ว ก็สร้างนครอางคทีให้เปนที่สถิตย์พระองคท และสร้างนครจันทรกานตีให้เปนที่สถิตย์พระจันทรเกตุ พระรามจึ่งอภิเษกพระหลานทั้ง ๒ องค์ ​แล้วให้พระลักษมณ์พาพระองคทไปยังนครอางคที ที่อยู่ริมเขาหิมพาน และพระภรตพาพระจันทรเกตุไปยังนครจันทรกานตีในมลัยเทศ พระภรตและพระลักษมณ์อยู่ช่วยดูแลการปกครอง ๑ ปี แล้วก็กลับคืนไปยังพระนครศรีอโยธยา

[เรื่องรบคนธรรพในรามเกียรติ์ของเรามี แต่อุปาทานยึดอยู่มั่นว่า บรรดามนุษเปนต้องรบยักษ์ เพราะฉนั้นจึ่งเรียกพญาคนธรรพว่า “ท้าวคนธรรพยักษา” และมีคลาดเคลื่อนอีก คือกล่าวว่าใช้ให้พระมงกุฎกับพระลพยกทัพไปรบ และพระภรตพระศัตรุฆน์กำกับไป ที่ผิดเช่นนี้แปลว่าไม่รู้จักลูกพระภรตทั้ง ๒ องค์ รู้แต่ว่าใช้กุมารไปรบก็เกณฑ์ให้เปนพระกุศและพระลพทั้งศึกนั้น เมื่อเสร็จแล้วพระมงกุฎรับท้าว “ไกยเกษ” เข้าเมืองแล้วก็เสร็จ ไม่มีเรื่องสร้างเมืองใหม่เลย ส่วนเรื่องที่สร้างเมืองให้ลูกพระลักษมณ์ไม่มี]

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ