บุณโณวาทคำฉันท์

๑๔ ขอถวายประนมนขประชุมชวลิตสุเบญจางค์
แต่บาทยุคลธปวรางคชิเนนทรทรงญาณ
๏ อันซึ่งพระองคก็ขจัดปรปักษเบญจมาร
พ่ายแพ้พระเดชภินิหารคณพฤกษโพธิพลัน
๏ หนึ่งข้าก็ยอกรประนมพระเนาวโลกุดรธรรม์
พระปริยัติสุขุมอันคัมภิรภาพสาทร
๏ หนึ่งข้าก็ยอกรประนมอัษฐสงฆสังวร
เปนที่พำนักนิอดิศรสัตวโลกยธาตรี
๏ หนึ่งข้าก็นบพระสวยมภูวเยศโมลี
เสด็จทรงอุศุภพาหนมีฤทธิรุตม์มหิมา
๏ หนึ่งข้าก็นบบรมจักรกฤษณราชกฤษดา
ทรงครุฑพาหนวราฤทธิเรืองรเห็จโพยม
๏ หนึ่งข้าก็นบพระกมเลศจตุรพักตรพิมลโฉม
เสด็จหงสพาหนก็โจมจรร่อนณอัมพรา
๏ หนึ่งข้าก็นบสหัสเนตรธิปไตยดึงษา
อัยเรศตรีเศียรเป็นพาหนนาถพเนจร
๏ หนึ่งข้าก็นบสหสแสงศศิส่องทิศาดร
ทรงรถรเรียบอัศวจรจรัลรอบพระเมรู
๏ หนึ่งข้าก็นบนิกรเทพสถิตย์ทั่วทิศาผลู
ขอจงเจริญยศวตูนฤราศพาธา
๏ หนึ่งข้าก็นบบวรบงกชบาทกระษัตรา
ผู้เฉลิมอยุธภิรมยายศโยคกรุงไกร
๏ ขอจงนฤทุกข์และนฤโศกนฤโรคนฤไภย
สรรพสรรพโทษและจัญไรจงนิราศโภยพาล
๏ จักกล่าวนิพนธ์ประพฤฒิฉันทแต่ตามอนุมาน
แสดงโดยอดิตนุดำนานบุณโณวาทสูตราฯ
๑๖ เบื้องบรรพ์ยังมีพระดาบศหนึ่งสมญา
ว่าสัจพันธโคดม
๏ สถิตย์เขาสุวรรณไพรพนมแทบสถานนิคม
สุนาปรันตคามา
๏ แว่นแคว้นกรุงเทพทวารวดีมหา
ดิลกเลิศไพบูลย์
๏ ปางสมเด็จพุทธางกูรทรงบุษบกยูร
รยาตรยังห้องหาวผจง
๏ จากกุรุงสาวถีกับสงฆ์ห้าร้อยหย่อนองค์
อดิเรกประดับบริพาร
๏ ล้วนทรงบุษบกพิมานมาโดยคัคณานต์
เปนอนุกรมบวร
๏ เพียงพญาเหมราชเหิรจรประดับด้วยนิกร
หมู่หงสห้อมระเห็จมา
๏ ตระบัดดลด้วยนุภาว์พระพิชิตมา
รอนุเคราะห์มหาบุณ
๏ ให้ดลแดนมารคอดุลย์เดชด้วยพุทธคุณ
คัมภีรรัตโนฬาร์
๏ แล้วโปรดพระสัจพันธดาบศลุถึงอา
ริยมารคศิวาไลย
๏ ครั้นพระสรรเพ็ชญ์เสร็จไคลโปรดสรรพโลไกย
ก็ตรัสด้วยพุทธพจมา
๏ แก่พระสัจพันธเถราว่าพระศาสดา
ประโยชน์จะโปรดเวไนย
๏ ท่านจงสถิตย์เถิดอย่าไปเลยจงเนาใน
นิคมโปรดประชา
๏ สัจพันธรับพุทธฎีกาก่อนแล้วจึ่งอา
ราธนทูลทศพล
๏ ว่าพระจักเสด็จไปกลใดข้าเคยยล
ที่นี้จะเปล่าเปลี่ยวใจ
๏ เคยสดับรสธรรม์อันไพเราะห์เริ่มนี้ใคร
จะอนุเคราะห์ห่อนมี
๏ เคยเคารพทุกนาทีนี้จักอัญชลี
ลอองก็ล่วงลับตา
๏ ขอจงโปรดปานีรารอยพุทธบาทา
ประดิษฐ์สถิตย์ในสถาน
๏ หวังไว้อภิวาทน์สักการทุกทิวาวาร
บยลพระองค์ต่างองค์
๏ สมเด็จสุคตก็ทรงการุญโดยจง
แก่พระสัจพันธภักดี
๏ จึ่งเหยียบวรบาทมุนียังยอดศีขรี
สุวรรณพรายเจษฎา
๏ ด้วยบงกชบาทเบื้องขวาลายลักษณวรา
ทั้งร้อยแปดประการงาม
๏ เฉลิมโมลีโลกทั้งสามปรากฏในคาม
นิคมชนบทบุราฯ
๑๑ ปางปิ่นธเรศตรีศรเสวยสวรรยา
อยุธเยศมหานครราชธานี
๏ ทราบกิจกลรอยพุทธบาทชินศรี
มีราชฤไทยทวีกุศลมุ่งผดุงการ
๏ รดับเปนพระมณฎปวรรัตโนฬาร
เพียงวิชยันต์พิมานอมรเทพปูนกัน
๏ สฤษฎิสวมพระพุทธบาทมุนินาถจอมธรรม์
ยังยอดศิขรบรรพตพิศโพรงพราย
๏ ห้ายอดยเยี่ยมเมฆจรัสดวงวิเชียรฉาย
ชวลิตพรรณรายรยับโชติสุริยงค์
๏ กิ่งกาบททาบกาญจนมณีเสตารหง
บราลีเยาวยงช่อฟ้าปรงอนครัน
๏ มีบรรทจัตุราชวรพาดกระหนกพัน
เครือซ้อนสลับกันกแนะแก้วกนกกลาย
๏ สุกรีกระหนาบชั้นก็ทงันผงาดหงาย
เศียรสัตวพรรณรายรดะดาษระดมดี
๏ กลีบเกล็ดกัจฉามาศประดับดาษจรุญศรี
สลับรัตนรูจีกระจ่างจัดกระจังบัง
๏ ใบโพสุวรรณห้อยรยาบย้อยบรุงรัง
ลมพัดกระดึงดังเสนาะศัพทอลเวง
๏ เสียงดุจสังคีตอันดึงดีดประโคมเพลง
เพียงเทพบรรเลงรเรื่อยจับระบำถวาย
๏ พ่างพื้นที่ฐานบัตรเปนครุฑอัดอุราผาย
กรกุมสุกรีกรายจะกระหยับเผยอบิน
๏ สิงห์อัดก็อมดวงวชิรช่วงมณีนิล
เทพนมขนัดกินนเรศฟ้อนชอ้อนรำ
๏ อิสูรทมูลแบกตระบองบิดก็กำยำ
แยกเขี้ยวผงาดทำดุจมีมโนเนา
๏ ผนังดาษกระจกแจ่มชวลิตงามเงา
กลแก้วผลึกเพรารลอกเลื่อนลลานไป
๏ ซุ้มสี่ทวารารจเรขเรืองไร
กาบพรหมสรไกรกระหนาบเสาพเพราพราย
๏ ตาบแต้มณรักร้อยประดับพลอยมณีฉาย
เฉิดกลีบจงกลกลายบทนาคสดุ้งดี
๏ หน้าบันเขบ็จบรรผจงปั้นเปนโกสีย์
ทรงไอยราตรีเศียรงามด้วยงางอน
๏ ช้อยกรชูสังขสังวาลบวร
แสงรัตนสุนทรประกายมาศเลื่อมกัน
๏ ใบบานทวาเรศรดับมุกดูพรายพรรรณ
เพียงพิษณุกรรม์สรรค์นฤมิตรประดิษฐ์แปลง
๏ แม่ลายแลบุตกหนาบฉลุช่อชวาลแสง
เกี่ยวก้านกนกแพลงพิศสัตว์ชวัดวง
๏ คชสีหสิงหราชมยุเรศเหมหงส์
องคทยศยงหณุมานทยานกาย
๏ สุครีพในเครือวัลย์ก็กุมขรรคชูฉาย
พาลีผู้เลิศชายตระบะล้ำกระบิลครัน
๏ ฉลักมุกทุกทวารอัษฐบาลบเพี้ยนกัน
ล้วนแล้วณเครือพรรณรายพรายลลายตา
๏ พื้นในหิรัญลาดก็สอาดอลังการ์
ราบรอบพระบาทาทศพลวิมลมี
๏ มณฎปเยาวในนั้นคณพรรณมณีดี
พวงกลิ่นสุมาลีรยาบย้อยอร่ามเรือง
๏ ดาริจอัจกลับวแวบวับมลังมเลือง
ฉัตรชั้นวิเชียรเรืองรุกขชาติบูชา
๏ ดอกดวงผกาแก้วสลับศรีสุโสภา
จงกลพระบาทานพรัตนกอบกาญจน์
๏ เฟื่องฟุ้งขจรกลิ่นเสาวคนธโอฬาร
ดุจทิพพิมานสถานอุบลราชเทวัญ
๏ ปราการประกอบโคมสว่างแสงเสมอจันทร์
แจ่มแจ้งทิวาวันบรู้รุ่งรู้ราตรี
๏ บันไดไศลลาดอุรคราชเจ็ดศีร์
ษเลิกพังพานมีพิษเพียงประไลยกัลป์
๏ อาวาสพระลานเลี่ยนดุจแว่นสุวรรณสรรค์
มีรูปพระสัจพันธดาบศบรรพชา
๏ ผดุงไว้จะหวังแจ้งกิจโดยดำนานมา
คือองค์ดาบศอาราธนรอยพระบาทางค์
๏ เวหารอุโบสถพระสถูปอุตมางค์
รายโรงระฆังปรางอดิเรกรจนา
๏ หน้าลานปราการกั้นสถลมารครัถยา
ผู้เฝ้าทวาราอิสูรสองตระบองกุม
๏ หน้าย่นแสยะโอษฐดุจโกรธประชาชุม
หากเดชพระจอมจุมพลป้องบไภยันต์
๏ ก่อกอบเป็นอ่างแก้วกระหนาบแนวศิขรขันธ์
ทดท่อธาราสรรพ์ประปริ่มไหลจึ่งไขจร
๏ มาลาเลวงกลิ่นรสฟุ้งทั้งศิงขร
หล่นลอยชโลธรตระหลบอบสุคนธา
๏ ลั่นทมระดมดาษดุจลาดประพัตรา
แก้วกรรณิกาการเกษกลิ่นกำจรลม
๏ สายหยุดประยงค์แย้มยี่สุ่นแซมสุกรมยม
โดยดอกรำดวนสมสุรภีพิกุลกาญจน์
๏ เบญมาศบุษบันมลิวรรณพุดตาลบาน
อังกาบกุหลาบธารสุคนธ์เทศเทียมกัน
๏ บุนนากลออนวลพุทธชาติอัญชัน
ชงโคยี่เข่งพรรณมลุลีกระดังงา
๏ พุดซ้อนสลับกลีบจำปาปีบมลิลา
ซ่อนกลิ่นก็กลิ่นสาหัสยั่วกมลเสบย
๏ รวยเรื่อยจรุงรื่นวายุพัดรำเพยเผย
บุปผาบุชาเชยพุทธบาทบขาดวัน
๏ รุกขชาติประชุมแดนมณฎปประดิษฐ์สรรพ์
ดั่งจิตรลดาวันวชิราสถาวร
๏ มีราชพระนิเวศน์กระษัตริย์เสด็จสโมสร
เกษมสันต์ประชากรสุขพ้นจะพิสดาร
๏ แม้วใครไปนบพระพุทธบาทอันไพศาล
ยลพระมณฎปสถานที่ถกลแก่โลกา
๏ ประเหลไพชยันต์รัตนพิมานอินทรเจษฎา
ดังดาวดึงษาสวรรค์สรรค์เสมอกัน
๏ ลืมแลบรมทินกรลืมบแลจันทร์
ลืมแลมไหสวรรย์พิภพราชมณฑล
๏ สุดสุขสุดเกษมนรนาถบดีดล
เหิมหื่นกมลชนอภิวันทนาการ ฯ
๑๙ เขตรแคว้นในวนเวศศิขรพิศาล
แสนสนุกนิถ้ำธารอเนก
๏ แนวเนินไศลศิขิรินวราวรวิเวก
สูงสุดลิ่วเมฆชรงำ
๏ คูหาเหวสรสนุกนิเลิศจรก็อำ
พนดั่งประดุจทำพิฦก
๏ ท่าธารสินธุเกษมกระแสชลคคึก
ไหลโลดคโครมครึกฉฉาน
๏ พนพฤกษในพนเวศพนาดรตระกาล
ผลรสโอฬารอุชา
๏ สบสัตวจัตุบททวิบาทคณนา
สัตวสัตวเสนหาแก่กัน
๏ เดชด้วยวรพุทธบาทบรมสรร
เพ็ชญ์อุตม์มหันตาธิคุณ
๏ กอบเกิดศิงขรราวอรัญญิกอดุลย์
แสนสุขฤปานปุนประมาณ
๏ สำหรับราษฎรกระษัตริย์ประพาศสุขสำราญ
ถึงปีนมัสการบขาดฯ
๑๖ ปางฤดูหิมวคุณมาสองค์อิศวรราช
ปิ่นพิภพกุรุงทวา
๏ ปราโมทย์หฤทัยราชาจักเสด็จวันทา
บรมบาททรงญาณ
๏ ดำริห์เสร็จอื้นโองการสั่งเสนีชาญ
พิริยรวจณรงค์พลัน
๏ จงจัดจัตุรงค์อนันต์อิกมหาสุวรรณ
นาเวศพยุหยาตรา
๏ จักจรัลอัญชลีสักการพุทธบาทา
สถิตย์สุวรรณศีขรี
๏ มโหรศพสมโภชโสภีมาลาอัคนี
จงสรรพประดับกิจการ
๏ อำมาตย์รับราชบรรหารสดุดีนฤบาล
ตระบัดฉวัดไตรตรา
๏ การสรรพกลับผยองผันมาทูลแดมหา
กระษัตริย์เสร็จบริบูรณ์
๏ ขออัญเชิญเสด็จนเรสูรอรุโณทจำรูญ
สกุณฤกษ์พยุหพล ฯ
๑๔ ปางนั้นบรมนฤเบศร์สุรราชฟังกล
เสนางคจัดจตุรพลพิริยสรรพประดับการ
๏ เร่งมีกมลก็ประโมชสุมนัศใสสานต์
ครั้นส่างอรุณรวิวารยเยี่ยมยอดยุคุนธร
๏ เสด็จสรงสุธารทิพรสสุวคนธกำจร
ภูษิตวิจิตรอลงกรณ์วรรัตนธำมรงค์
๏ ทองกรตระกองกรประดับวชิรเรืองระยับองค์
สังวาลวิลัยบวรมงกุฏแก้วกุณฑลพราย
๏ เสร็จสรงก็ทรงพิชัยอาวุธสรรพธนูสาย
สพักเสร็จเสด็จจรก็ผายบทบาทยุคลคลา
๏ แสนสาวสุรางค์วรสนมก็ประดับดังดารา
แวดล้อมพระจันทรณอากาศเรืองรรังษี
๏ เสด็จดลฉนวนพระอรณพขนานน่าวสุกรี
แตรสังขประโคมดุริยดนตรีมหรธึกและกาหฬ
๏ เสด็จทรงที่นั่งสุวรรณนาวบุษบกไพชยนต์
เมินแมนพิมานอมรถกลก็ประเทิดประทัดทาย
๏ เครื่องสูงไสวเสวตรฉัตรอภิรุมยชุมสาย
กลดกลิ้งกระชิงรัตนพรายมยุรฉัตรจรัสจรูญ
๏ พัดโบกและจามรมณีทรกั้งกำบังสูรย์
ธงฉานฉวัดวรพิบูลย์รยะยาบที่ธงไชย
๏ นาเวศสุวรรณวรประดับสุรมุขเกรียงไกร
คู่เคียงกับจักษุวิมานไชยรัตนเรืองสุธาธาร
๏ นาวาขนัดคณคชสีห์สิหราชมกรกาญจน์
โตสิงกิเลนทอัศวารสกุณพักตรเจษฎา
๏ นอกนั้นก็จับวรฉลากนวสูรเสนา
แห่แหนบรมนรนราธิบดินทร์เสด็จจร
๏ โห่แห่กระหึมศัพทสำเนียงนิสนั่นชโลธร
พายทองกระทุ่มธวัชกรชลฟุ้งคือฝอยฝน
๏ ฟองฟุ้งนทีธรติราครลอกกระฉอกชล
ธงเทียวธวัชกลคือกลสกุณร่อนรริ้วโพยม
๏ ทวาราวดีพิฦกพลั่นสนั่นลั่นคครื้นโครม
ไพร่ฟ้าประชาชนก็โสมมนัศโดยเสด็จไคล
๏ เหรามัจฉากัจฉปป่วนบมิทวนสถิตย์ใน
สาครกระเจิงจรนุไพรพำนักนิ์ห้วยละหารธาร
๏ เสด็จดลประทับท่าเจ้าสนุกพระดำหนักอันโอฬาร
เถลิงอาสนราชสุขสานติภิรมยรมยา
๏ ปราการประดุจศิขรกั้นสมุทคั่นคัมภีรา
หว่างเขาอัศกรรณวินัตกาคิชกูฏคุหาหงส์
๏ ตาริ้วระรอบกลคือเขาบริภัณฑกรรกง
รอบล้อมนิเวศวรคือวงกฏเกี้ยวพระเมรุมาศ
๏ สรรพพฤนทประชาชนนิกรวรมนตริเกลื่อนกลาด
อึกอึงอุโฆษพนวาศพนพนมจะหล่มทลาย
๏ เรือจอดจรดก็บมิส่ำดูคคล่ำกระแสสาย
กู่กันพเพรียกจรจรายบมิรู้กี่โจษจรร
๏ เสพโภชน์กระยาหารสำเริงสุขรมยชมกัน
เปรมเปรอจเรอจรจรัลก็คเคลือบทั้งแดนดง
๏ สายัณหแสงสุริยเสด็จจรคล้อยพระเมรุลง
ปักษาคณากรสู่พงพนพฤกษเพรียกรัง
๏ จับจอมผกาอรประอึงคคลึงคู่สิเนหัง
หวนหันกระสันสัตวประนังศัพทร้องสำเนียงหวาน
๏ ราตรีสงัดศัพทนิกรนรราชทวยหาญ
เพื่อผลมหันตดรธานประทุษฐจิตรกามา
๏ แสงจันทร์จรูญเมฆจแจ่มจรแหร่มณนภา
กาศเรืองรยับรัศมิดารกพรายโพยมบน
๏ น้ำค้างรำเพยประวายุพัดปรมาณุฝอยฝน
เย็นทั่วทั้งพื้นพนภุวดลชฉ่ำพวกพลากร
๏ กวางทรายกระต่ายจรก็เต้นประชมแสงศศิธร
โลดเลมรบัดสุขและจรณเหล่าแหล่งพนาราม
๏ ไถงเงื้อมยุคุนธรจะจวนปจุสสมัยย่ำยาม
กดโกกิลาสกุณปามสุรศัพทอึงอล ฯ

ร่าย เสนาตระบัดตื่นตน ตรวจเตรียมพลพยุหบาตร เร่งรุมฟาดนายอัศว์ เร่งรันฉมัดนายคเชนทร์ เร่งรดับเกณฑ์นายรถ เร่งรันขนดนายพล ศัพทโจษจลจรรจา แก้ช้างม้าโคเกวียน ลงฉวัดเฉวียนวาเรศ แต่งสกนธเพศพลไกร คชไสวอัศวา โดยขบวนตราพยุหบาตร เมือบคามาศวิถี ท่านฤบดีผ่านเผ้า พอรุ่งอรุณเร้า แผ้วฟ้าวรโพยม ฯ

๑๕ พลคชคชแรงโรมโจมณรงค์คงอาวุธสรรพ
๏ พลคชคชเร็วรับจับอรินทรราชฟาดขจัดจร
๏ พลคชคชฤทธิรอนเบญจลึงคธรเถลิงงา
๏ พลคชคชศักดางางอนช้อยสอยเอาดวงดาว
๏ พลอัศวอัศวฉ่าฉาวจบทุกแดนดาวสยบสยอง
๏ พลอัศวอัศวลำพองทวนมาศลำยองจามรี
๏ พลอัศวอัศวสำลีทรงกุทณฑ์ตีดำเลิงสาย
๏ พลอัศวอัศวผาดผายทรงธนูสายประลองทัด
๏ พลรถรถเฉวียนฉวัดเรียบแปรกรัตนปลายธง
๏ พลรถรถก้องกงเวียนระเห็จหงส์คือกังหัน
๏ พลรถรถพรายพรรณสรรพ์ประดับกาญจน์มณีแสง
๏ พลรถรถคำแหงปรปักษ์แสยงสยบมรณ์ ฯ
๑๖ ตรวจเตรียมเทียบแสนยากรแพนดั้งโตมร
กุทัณฑ์ธนูนั่นหนา
๏ ดาบเขนเสโลห์ปืนยาปืนไฟคณนา
บรู้กี่ส่ำเนืองนอง
๏ ย่อมล้วนเกราะกรายลายทองเสื้อหมวกไหมกรอง
กระหนกกระหนาบแกมกัน
๏ สรรพพฤนทามาตย์โจษจรรพร้อมพรั่งอนันต์
อเนกขนัดในขบวน
๏ ครั้นเพลาฤกษเรืองควรอัญเชิญอิศวร
สุเรนทรราชยาตรา ฯ
๑๑ ปางนั้นนฤบดินทรสุเรนทรมหา
เร่งมีมโนปรารภซึ่งเสด็จดล
๏ เสด็จสรงสุธารทรงพิภูษิตระการกล
พาหุรัตนกุณฑลมกุฏแก้วกรรเจียกจร
๏ เสร็จทรงพิไชยอาวุธสรรพประดับกร
ย่างเยื้องจรัลจรวรราชเกยไชย
๏ ทรงพระคชาธารทรเรืองมหิทธิไกร
ดุจองค์สหัสไนยนิสิทไอยรา
๏ ประดับหมู่พิริยพลลโจษจลณมรรคา
ส่ำแสนทแสนยากรก้องกเกริกไพร
๏ เสียงสารอัศวราชนฤนาทวนาไลย
แตรสังข์ประนังในศุภฤกษ์ดำเนินพล ฯ
๑๔ ฝ่ายพญาคชาธรพิพงศ์อยเรศมหัยรณ
พิศไหนลมัยมุขพิมลทินย่อมประดับดาว
๏ ผ่านพักตรพัตรรัตคนชนักต้นกระวิลวาว
ซองหางรยับรัศมิพราวพพรายรัตนาภา
๏ ข่ายทองตระพองพักตรพนาศรุจเรกขโมรา
กำภูหุ้มภู่พรรณจามรีเฟื้อยฟฟายงาม
๏ ปรบกรรณกระหึมสุรส่ายมันจรแกว่งณกลางสนาม
เสนาพลาจรคั่งคามพิศเพียงเอราวัณ
๏ ประดับด้วยเสวตบวรฉัตรอภิรุมชุมสรรพ์
ธงทวนฟฟายจามริพรรณดุจกวักจะไกวโพยม
๏ แวงแซงจัตุลังคบทบาทคเชนทรชรุกโซม
ฆ้องกลองประนังศัพทประโคมจแจ้วปี่ชวานำ
๏ คชดังประนังอธิคคมคชกรมเสียดส่ำ
พังคาและแซกกิรินินำที่นั่งรัตนพุดตาลทอง
๏ เบื้องหลังคเชนทรบรมขัติโยรสมพอง
โดยเสด็จจุฑาธรณินองรถเรียบประเทียบจร
๏ รถอรรคสุดาสุรสนมวรรูปคืออับสร
เยี่ยมยิ้มพพริ้มพักตรบวรธิวิสูตรมาศผจง
๏ กล่นเกลื่อนอรัญรถยาธุลิตระหลบทังไพรพง
เสียงสารและอัศวก้องกงรถลั่นสนั่นพนม
๏ แส้เสียงพลาพลนิกรก็สท้อนสเทือนระทม
สรรพสัตวก็ตื่นจิตรระงมปลาตแล่นขจัดขจาย
๏ เรไรและวานรชนีพเพรียกพร้องสำเทียนทาย
เสด็จคลาพลาพลนิกายดลราชวังสถาน
๏ หยุดยั้งพยุหจัตุรงคสำเริงฤไทยลาน
ตรวจเตรียมมโหรศพการสมโภชพุทธบาทา ฯ
๒๑ ปางนั้นสมเด็จกระษัตราศุภจิตรวรา
เสด็จสรงสาคเรศพลัน
๏ เสร็จทรงอาภรณพรายพรรณภูธรจรจรัล
มากระทำอัญชลิตวา
๏ ทักษิณพุทธบาทศาสดาถวายทีปบุษมา
ไลยสุคนธารกำจร
๏ อิกภูษิตสรรพาภรณ์เบญจราชกกุธธร
ถอดถวายศรภิรมยัง
๏ เสด็จสดับรสธรรมเทศนังดุริยางคจำเรียงสังข์
คีตประนังดังประโคมถวาย
๏ ครั้นเสร็จอภิวันท์เสด็จปรายหิรัญสุวรรณหลาย
ทรัพยแจกจ่ายคณานันต์
๏ ทานแก่พณิพกสบสรรพ์บรมหริรักษจรร
โลงลิลาผันประเวศวัง ฯ
๑๑ บัดการมโหรศพพก็โห่ขึ้นประนัง
กลองโขนตระโพนดังก็ตั้งตระดำเนิรครู
๏ ฤๅษีเสมอลากรบิลพาสองสู
เสวตรานิลาดูสัประยุทธภัณฑนา
๏ ตระบัดก็เบิกไพจิตรสูรอสูรา
ถวายดวงธิดาพงาอมเรศเฉลิมงาน
๏ ลครก็ฟ้อนร้องสุรศัพทกลับขาน
ฉับฉ่ำที่ดำนานอนิรุทธกินรี
๏ ฝ่ายฟ้อนลครในบริรักษจักรี
โรงริมคิรีมีกลลับบแลชาย
๏ ล้วนสรรสกรรจ์นางอรอ่อนลอออาย
ใครยลบอยากวายจิตรจงมเมอฝัน
๏ ร้องเรื่องระเด่นโดยบุษบาตุนาหงัน
พักพาคุหาบรรพตร่วมฤดีโลม
๏ ฝ่ายหุ่นก็ตั้งโห่ศัพทส้าวกระโหมโครม
ชูเชิดพระโคโดมทวิพราหมณรณรงค์
๏ เริ่มเรื่องพระไชยทัตจรเสด็จพนาพง
ลอบล้อมมฤคยงอสุรท้าวกุเวรแปลง
๏ โมงครุ่มคณาชายกลเพศพึงแสยง
ทับทรวงสอิ้งแผงก็ตระกูตโกคำ
๏ เทริดใส่บใครยลก็ละลนละลาวทำ
กุมแส้ทวารำศัพทร้องดำเนิรวง
๏ บัดเบื้องรเบ็งแต่งกลกายประดุจมง
ครุ่มเทริดบสมทรงกรกุมธนูเมียง
๏ ย่องยิงมยุรมรณ์ก็สอ้อนสเอวเอียง
ลูกคู่ก็แตกเสียงโอรพ่อตระหลบเวียน
๏ นางรำระบำบรรพก็ฟ้อนบชำเนียร
พิศเล่นแต่พาเหียรบมิส่ำจะสำรวล
๏ เทพทองคนองเฮชนเปรสดับสรวล
โต้ตอบก็ไป่ควรประถ้อยแถลงกัน
๏ โขนหนังรดับช่องรทาหุ่นและรามัญ
รำเล่นบเปนฉันทิจะสุนทราแล
๏ เหล่าหกคเมนเมิลจรลิ่วลลานแด
ยกบาทกลับแปรศิรลงก็เสียวสยอน
๏ ไต่ลวดและกุมหางมยุรย่างพเนจร
แล่นเล่นบอาทรดุจเหาะจะเหิรหาว
๏ แนบนิทรลวดแลบก็กระแหนบทิหนวดคราว
ห้อยหันคือคังคาวขนเสียวสยองแทน
๏ รำแพนฟฟ้อนหัดถก็ยืนรโยนแปลน
ปลายไม้ประดุจแมนมารังสรรคโสภา
๏ ลอดบ่วงทลวงถลันบมิทันจะพรับตา
ประดุจอุรคาอันเลื้อยลอดลดาดาย
๏ พวกนิทรหอกดาบพิศปลาบชีวาวาย
ครกวางณกลางกายประนังสากบยากยัน
๏ มวยปล้ำตระบองตีประเตะต่อยตลุมกัน
หยุดยกก็รางวัลชนะปูนบำเหน็จนอง
๏ ล้วนสรรพกลั่นแกล้งมาสมโภชสมพอง
สุดสิ้นเสนอสนองจะนิพนธรำพรรณ
๏ เบื้องบ่ายพระสุริเยนทรเสนีประนมคัล
สามคาบก็ขึ้นกัลลปพฤกษโปรยทาน ฯ
 ๒๘ เมื่อนั้นประชา
ราษฎรโยธาพณิพกทวยหาร
สิ้นทั้งปักษ์ปวงมารับพระราชทาน
ตบหัดถ์ฉัดฉานชนช่วงชิงกัน
 ๏ เบียดเสียดสับสน
ชายหญิงโจษจลรวบรับหิรัญ
ล้มลุกคลุกคลานดิ้นด้าวแดยัน
ฉุดชักพวกพรรค์ได้แล้วครรไลย
 ๏ ซื้อหากระยาหาร
เสพสุขสำราญโอ่อ่าคลาไคล
ธูปเทียนบุบผาคันธามาลัย
จรพระลานในนบพุทธบาทา
 ๏ เปนเวรอภิวาท
ชายหญิงบอาจลุมเล้าทวารา
สำเริงสำราญสุขีปียา
ทั่วทั้งประชาชีพราหมณสงฆ์ ฯ
๑๖ ครั้นสุริยเสด็จอัษฎงค์เลี้ยวลับเมรุลง
ชรอุ่มชรอ่ำอัมพร
๏ บัดหนังตั้งโห่กำธรสองพระทรงศร
ฉลักเฉลิมเจิมจอง
๏ เทียนติดปลายศรศรสองพากย์เพ้ยเสียงกลอง
ก็ทุ่มตระโพนท้าทาย
๏ สามตระอภิวันท์บรรยายชูเชิดพระนารายน์
นรินทรเริ่มอนุวัน
๏ บัดพาลาสองสองขยันปล่อยวานรพัน
ธนาก็เต้าเตียวจร
๏ ถวายโคบุตรบมิให้มรณ์ปละปล่อยวานร
นิวาสสถานเทาคง
๏ เริ่มเรื่องไมยราพฤทธิรงค์สกดอุ้มองค์
นเรศดลบาดาล
๏ ปางนั้นสมเด็จมหิบาลเสด็จด้วยบริพาร
ลีลาศเลียบเหลี่ยมผา
๏ จุดเพยียมาศแจ่มดวงผกาถวายพุทธบาทา
ตระบัดรทาพุ่มเพลิง
๏ โป้งปีบปีบเสียงศัพท์เถกิงดุจพยัคฆ์ร้องเริง
แลเสียงมฤคกวางฟาน
๏ ตรวจตรวยพวยพุ่งคัคณานต์นกบินบินปาน
สกุณร่อนรักรัง
๏ อ้ายตื้อหวือวุดกำลังพพักตรชนพัง
พินาศโลหิตสลาย
๏ กังหันหันดุจลมผายช่อม่วงร่วงราย
ฝอยทองรเทือกน่ารทา
๏ พลุจีนศัพทก้องโกลาแจ่มดวงในอา
กาศเรืองชช่วงดังดาว
๏ เพลิงพยัคฆ์ลากหางสำหาวแล่นลุมชนฉาว
ปทัดปะทะคนยัน
๏ เพลิงสินธพบรเห็จหันพเนียงสนั่นครัน
อุโฆษชโชติช่วงงาม
๏ เพลิงโคควายวิ่งกลางสนามมีนายติดตาม
กรกุมประฏักทักแทง
๏ เพลิงพ้อมพิสดารดูแสดงหลากหลายเปลี่ยนแปลง
ปราสาทสุดโคมคน
๏ มีมังกรล่อแก้วกลแล่นไล่เวียนวน
วิจิตรส่ำรำพรรณ
๏ จรัสแจ่มเพยียรุ่งเรืองวรรณนวลคือนวลจัน
ทรแจ่มหน้าชนานวล
๏ มโหรศพสมโภชประมวญครบเจ็ดวันควร
สนุกแลสุขสบสรรพ์ ฯ
๑๑ เสร็จการสยมโภชบรมไทเสด็จพลัน
คลายพยุหโจษจรรจรชมพนมพนา
๏ ห้วยเหวศิขรบรรพตเลิศสมญา
ถ้ำธารทุราทวารแวกวุ้งคุหาบรร
๏ โตรกตรอกชงอกเงื้อมชง่อนซ้อนสลับกัน
ลดเลี้ยวสลายพรรณพิฦกล้วนศิลาลาย
๏ เปลวปล่องชช่องคูกระพุ่มภูพพร้อยพราย
หยัดเย็นกระแสสายชลใสสอาดดี
๏ เสด็จชมพนาดรวรพฤกษสักขี
รวกรังกระสังมีผลดกประดู่แดง
๏ ชาเลียงและเหียงหันพชิงชันกระชุมแสง
จวงจันทนจิกแจงตะขบข่อยมค่าคาง
๏ พลวงพลองมตองแต้วและมตูมมตาดทราง
เกดแก้วลำไยยางพยอมยูงรโยงไพร
๏ อ้อยช้างและช้างน้าวและกระเช้าสีดาใส่
หูกวางและกร่างไกรมเกลือกล่ำกระลำภอ
๏ คูนเคี่ยมตะเคียนคล้ายและย่างทรายเสม็ดสมอ
ปริกปรงประยงคุ์ยอมดูกเดื่อกระโดนโกรน
๏ สนสักมะกักกอกและตระแบกตระบากโยน
หลาวหลกชโอนโอนและกระทุ่มกระถินทอง
๏ คนทามะค่าแคมงั่วแง่ระงับกรอง
เล็บนางขานางน้องมฝ่อแฟบมเฟืองไฟ
๏ เต่าร้างภุมเรียงรักดูสลักสลมไพร
พรรณพฤกษ์ระบัดใบรบุช่อผกากาง
๏ หอมหวนประอวนกลิ่นรสรินณริมทาง
ราชาคณานางก็นิยมภิรมย์ยวน
๏ เสด็จชมคณานกดุจผกฤไทยหวน
โกกิลขมิ้นนวลหัสไนยรังนาน
๏ ไก่ฟ้าพญาลอกระวิกแขวกขวาน
ขุนแผนกระแวนวานรวังไพรตระไนยาง
๏ ขาบเค้ากระทาคุ่มอิลุ้มกรุมตรลอนฟาง
เงือกงั่วกระลิงลางกเลมาะเค้าแมวโมง
๏ สร้อยร้าพญาเสวยตีวิดวิ่งและคลิ้งโคลง
ภูรโดกชโงกโพรงกุลาโห่และโกญจา
๏ ยางกรอกกับดอกบัวกระเตนตั้วและตับคา
แขกเต้ากระเหว่าสาลิกาแก้วกรอดเกรียน
๏ กาสักและสัตวามยุเรศตีนเทียน
จินโจ้กระจาบเวียนบารบุนและเบญจวรรณ
๏ กินลมสมบัณฑิตยประหิศอัญชัน
เค้ากู่คับแคพรรณพิราบครวญคราง
๏ เรไรระหริ่งร้องจักรจั่นสนั่นกลาง
วนเวศประหนึ่งนางดุริยขับจำเรียงถวาย
๏ ชมหมู่มฤคกาษรสรรพแหล่หลาย
พาฬพยัคฆกวางทรายจรเตร็จณโกรกเกริน
๏ โคเพลาะและเลาะเลมลบัดนัศแนวเนิน
ถึกเที่ยวกระทิงเดินวนเวศโคคลอน
๏ เม่นหนีชนีโหนจรโจนในดงดอน
จิ้งจอกกระหลอกหอนชมดรสสุคนธาร
๏ ลมั่งรมาศผาดสุรศัพทเพรงดาล
เยียงผาระเห็จหาญณห้วยเหวคุหายง
๏ กระต่ายเต้นกระตุ่นขุดสุกรดุดณดารดง
ฟานแฟนกระจงลงชลแช่กระหายแรง
๏ แรดร้ายระดูจำศิลสู่ที่ปลักแปลง
พรานไพรชมัดแทงทลุล้มสดวกดาย
๏ ชมหมู่กิรีนีศุภลักษณแหล่หลาย
โทนทอกพินายพลายเอกทนต์ประทุมทันต์
๏ โคบุตรชมลบวรครบจรอกจรัล
รายเรียงสกอกันจรจบจรอดหา
๏ ลูกน้อยณแนบนมก็กรดูดกษีรา
โฆษเพรียวพเพรียกอารัญเวศเมื่อสายัณห์ ฯ
๑๖ ชมพรรณนกไม้สบสรรพ์สบสัตวอนันต์
อเนกตรูตราไตร
๏ เสด็จชมถ้ำธารอำไพเย็นฉ่ำชลใส
ลเลื่อมวาลุกาพราย
๏ มีหมู่มัจฉามากมายตริวตราวม่านลาย
แลฝูงจรเข้เหรา
๏ ช้างเหยียบปลาแม้วลิ้นหมาคางเบือนเบือนหา
กรช่อนแก้มช้ำสู่หมอ
๏ กรตรับตรับฟังรังรอกรายว่ายเวียนตอ
ตรเพียนตรพากไยไภ
๏ ดาบลาวอ้าวอุกเสือไครเนื้ออ่อนอ่อนใจ
ประนอมน้ำเงินเงินมี
๏ แมวม้าพาเทโพลีจิ้มฟันกุมภีล์
ก็พาอ้ายด้องดวนตาม
๏ กระแหแห่ห้อมหลังหนามอิทุกทุกคาม
มาสู่ปลากดกฎหมาย
๏ ทมางหมางใจไหลหลายซ่อยซ่าซิวสวาย
ชวาดวิวาทข่มแขยง
๏ ชโดทองพลุกดุกแดงช่อนช้อนชวนแชวง
เห็นพวกกระดี่ดีใจ
๏ นานาแน่นน้ำเลมไคลผุดว่ายเวียนระไว
บรู้กี่ส่ำสังขยา
๏ เสด็จลงสรงสินธุธาราแสนสรรพสุดา
ประดับประดุจกินรี
๏ แล่นไล่ในสาคเรศศรีใสสุทธวารี
วรากุสุมภ์เสาวคนธ์
๏ โกมุทบุษบาอุบลบุษบันจงกล
ก็บานสพรั่งเกสร
๏ เกสรจรัสแสงทินกรเรณูขจร
ภุมรีก็กลั้วรสชม
๏ ต่างนางว่ายเวียนเด็ดดมสาวสรรค์สนม
สนุกนิสุขหฤหรรษ์
๏ เสร็จสรงพอสุริยสายัณห์เสด็จจากธารอัน
ทุเรศประเวศวังสถาน
๏ แต่จรประพาศถ้ำธารราษฎรสำราญ
สำเริงจะล่าธานี
๑๔ ปางนั้นสมเด็จนฤบดินทรปิ่นธเรศตรี
พร้อมด้วยบรมขัติยศรีสุริยวงศ์สนมใน
๏ ชีพราหมณ์ประชาชนนิกรจรโดยเสด็จไคล
ถือทีปสุคนธมาไลยชวเลศสำอาง
๏ เสด็จดลพระมณฎปก็ทำอภิวันทปัญจางค์
ถวายเครื่องสุคนธปวรางค์ประทีปธูปสุคนธาร
๏ เครื่องทรงประดับพระวรองค์ดุจเทวนฤมาลย์
เปลื้องปลดประนมนมัสการพุทธบาทศาสดา
๏ สิ้นทั้งพระวงศก็ถวายวรรัตนรจนา
ทวยราษฎรพราหมณพฤฒาก็ประชุมชลีคัล
๏ เสร็จกรุงกระษัตริย์นมัสการก็กำหนดทิวาวัน
จาฤกลิขิตสุวรรณพรรณบัตรศุภใสสานต์
๏ หลั่งน้ำสิโนทกธาราดลเมทนีดาล
ตั้งสัตยากรธิฐานมตโมกข์ศิวาไลย ฯ
๑๙ ครั้นเสร็จนบบาทมุนินทรคลา
เลิกลาศโยธาครไลย
๏ สรรพแสนยากรพฤฒิพลมไหย
ดาษดาวนาไลยลิลาศ
๏ เลี้ยวลับพักตรพระลานก็ลานจิตรหวาด
ครอนคลอนกมลราษฎร์ประชา
๏ ต่างต่างยอกรเหนือศิโรตมก็อา
ดูรโศกโศกาพิลาป
๏ โอ้โอ๋อาตมาจรนิราบรมบาท
เคยนบอภิวาททุกวัน
๏ โอ้แสนสนุกนิมณฎปประดุจวิชยันต์
ดาวดึงษมรรคสวรรค์บดินทร์
๏ โอ้โอ๋แสนเกษมพนเวศศิขรสินธุ์
ธารไหลรริรินสุคนธ์
๏ อ้าอ้าสรรพสนุกนินฤทุกขนิรนต์
แต่นี้จะวายยลยเยียบ
๏ อ้าอ้าปานนี้สงัดศัพทเสงียบ
วังเวงวิเวกเชียบพนานต์
๏ โหยหวนพุทธบาทชินาถวรญาณ
ทุ่มทรวงกรรแสงสารพิไร
๏ ซ้อเสียงศลสมรเสมอศัพทเรไร
แจ้วแจ้วสนั่นในอรัญ
๏ แสนโศกจรคิริทวาเรศหิมวันต์
พ้นเภทจะรำพรรณคณา
๏ เสด็จโดยด่วนพนเวศและสินธุมรคา
ดลกรุงทวาราภิรมย์
๏ เดชะรำพรรณนิพนธ์บุณโณวาทสุตรสม
วิพรประสิทธิคมพิมล ฯ
๑๒ วรสรรพประสิทธิ์วรฤทธิอจล
วรเดชะนิพนธ์พิรภาพจงปรา
๏ กฎในธรณิศวรสิทธิเมธา
นฤทุกขนิรานฤโรคภยันต์
๏ มรณังจงเสวยสุขสวัสดิเมืองสวรรค์
ผลเดชจงถวัลลนิวัตนฤพาน ฯ
โคลง ฉันทพากย์พระนาคถ้าทรายผจง
ยินย่อมอาลัยหลงเล่ห์ชู้
แรกรักร่วมจิตรปลงปลุกสวาท ลืมฤๅ
โสตเสนาะเพราะรู้รสอ้อยตาลหวาน ฯ
๏ จบกลอนพระนาคแกล้งเกลาบท
ฉันทพากย์นิพนธ์พจน์เรียบร้อย
เพียงทิพยสุธารสสรงโสรจ ใจนา
ฟังเร่งเสนาะเพราะถ้อยถี่ถ้วนกลอนแถลง ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ