กล่อมพระบรรธม

๏ เห่เอยพระหน่อนารถพระเยาวราชอดิศร
หน่อเนื้อพระชินวรจำเริญสวัสดิมงคล
๏ เทพเชิญเจริญภักตร์พระยอดรักมาปฏิสนธิ์
ฝูงญาติแลฝูงชนก็ชื่นชมแลสมปอง
๏ หมายพึ่งพระเดชาอยู่ในใต้ฝ่าธุลีสนอง
เชิญเสด็จลงอู่ทองไสยาศน์สำราญพระวรกาย
๏ พี่เลี้ยงแลนางนมบังคมบาทกล่อมถวาย
พร้อมเพรียงอยู่เรียงรายบำเรอพระราชเยาวพา
๏ บ้างก็เข้าประคองซ้ายบ้างก็ย้ายประคองขวา
ดังเดือนดาวในเวหามาแวดล้อมพระจันทร
๏ เชิญผธมให้หลับสนิทอย่าหงุดหงิดพระไทยถอน
อย่ายกพระบาทกรขึ้นกวัดแกว่งอยู่ไปมา
๏ อย่าทรงพระกรรแสงกริ้วจะเผือดผิวพระมังษา
เชิญหลับพระไนยนานิทราสำราญพระองค์เอย ๚

๏ เห่เอยพระโฉมเฉิดดังแก้วเกิดในดวงประทุม
เทพชวนกันชุมนุมประชุมเชิญให้ลงมา
๏ จากทิพพิมานทองอันเรืองรองรจนา
พระเอกอรรคชายานารีเลิศประเสริฐวงษ์
๏ จะแลไหนวิไลยลักษณ์พระวรภักตร์ก็สมทรง
พวกพระญาติประยุรวงษ์ก็ปลงปลื้มลืมเกรียมกรม
๏ เพลิดเพลินเจริญรักอยู่พร้อมพรักภิรมย์สม
ทั้งพี่เลี้ยงแลนางนมต่างชื่นชมทุกคืนวาร
๏ ก็อวยไชยถวายพรจงถาวรเกษมสานต์
พระโรคไภยอย่าแผ้วพานให้สำราญพระองค์ เอย ๚

๏ เห่เอยเห่กล่อมพระทูลกระหม่อมจะบรรธม
ข้าบาทขอบังคมขับประสมดนตรี
๏ ฟังเสนาะเพราะสำเนียงประสานเสียงดีดสี
ขับไม้มโหรีรายรอบพระกรงทอง
๏ ฝ่ายพี่เลี้ยงจะชักช้านางกัลยาจะกล่าวสนอง
ถนอมในพระกรงทองให้พระบรรธมให้สำราญ
๏ สาลิกาในกรงกรองก็ส่งซ้องเสรียงหวาน
แขกเต้าเล่าประสานก็ขับขานกับโนรี
๏ เบญจวรรณรำพรรณพลอดส่งเสียงสอดกับปักษี
ถวายเสียงสกุณีระเรื่อยรี่ดังเรไร
๏ ให้เพลิดเพลินเจริญรศหายระทดพระหฤไทย
ดังดนตรีปี่ไฉนมากล่อมให้บรรธม เอย ๚

๏ เห่เอยพระเยาวลักษณ์ประเสริฐศักดิกว่าสุริวงษ์
เทพเชิญดำเนินองค์ลงมาจากฟากตรึงษ์ไตร
๏ พระวรโฉมประโลมเลิศประเสริฐพร้อมลม่อมลไม
ดังแท่งทองมาทอดไว้ในพระอู่ดูน่าชม
๏ พระกรรณเกษเนตรขนงพระวรองค์ก็งามสม
ดังช่างกลึงมาเกลากลมประสงค์สมในลำทรง
๏ เชิญเถิดพระหน่อนารถไสยาศน์หลับพระเนตรลง
พร้อมเหล่าประยูรวงษ์ประจงกล่อมถนอมนวล
๏ ทั้งนางนมแลพี่เลี้ยงประคองเคียงให้เสรสรวล
บรรธมเถิดพระทรามสงวนเวลาก็จวนจะเลยไป
๏ อย่าทรงเล่นให้ล่วงเวลาเชิญนิทราสำราญฤไทย
ให้แคล้วคลาศนิราศไภยพระชนม์ได้สักร้อย เอย ๚

๏ เห่เอยพระเยาวราชพระหน่อนารถจอมสกล
เทพเชิญให้ปฏิสนธิ์ในมณฑลธิบดินทร์
จำเริญเรื่องพระเดชาทั้งวงษามาพร้อมสิ้น
ประชาชนพระจอมนรินทร์ก็ยินดีอำนวยพร
๏ สวัสดีอย่ามีทุกข์จำเริญศุขสโมสร
จงสถิตย์สถาวรขจรทั่วทั้งธาตรี
๏ ให้พร้อมพรั่งทั้งเกียรติยศทั้งชนบทชาวกรุงศรี
ให้นบนอบชอบฤดีมาอัญชลีพึ่งเดชา
๏ อย่ามีพระโรคันจำเริญมั่นพระชัณษา
วรรณศุขพลาจงบริบูรณ์ภูลศุข เอย ๚

๏ เห่เอยวันเพ็งพระจันทร์ก็เปล่งปลั่งลอย
เหลืองชแล่มแช่มช้อยเคลื่อนคล้อยลอยลม
๏ แจ่มแจ้งแสงส่องสว่างห้องพระบรรธม
น้ำค้างลงพร่างพรมชำเลืองชมพระจันทรา
๏ ที่กลางเดือนเหมือนกระต่ายคล้ายคล้ายยายกับตา
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลาทุกเพลาราตรี
๏ ดาวดวงช่วงโชติรุ่งโรจน์รัศมี
ร่อนเร่ในเมฆีจรลีเลื่อนลอย
๏ แสนรักจักใคร่ได้ไม่มีใครจะช่วยสอย
เรียงรายพรายพร้อยน้ำค้างย้อยเย็นใจ
๏ ที่ดวงเด่นเปนเอกดั้นเมฆอยู่ไรไร
ดาวสำเภาเสาใบลอยอยู่ในนภา
๏ ดาวเต่าดาวจรเข้ขึ้นร่อนเร่ในเวหา
ดาวธงอยู่ตรงหน้าดาวพระยาอัศดร
๏ โชติช่วงดวงเด่นดังจะเผ่นโผนจร
ดาวไถก่งโง้งงอนขึ้นลอยร่อนรายเรียง
๏ ปักษาการเวกแฝงเมฆมองเมียง
ร่อนร้องซ้องเสียงสำเนียงเสนาะเพราะเพลง
๏ ไก่สวรรค์ขันเอ๊กแว่ววิเวกวังเวง
ดังเทวัญบรรเลงซอเจ้งจับใจ
๏ เสียงจังหรีดกรีดกริ่งหริ่งหริ่งเรไร
ดังดนตรีปี่ไฉนมากล่อมให้ไสยา
๏ รวยรินกลิ่นกลั่นจวงจันทน์กฤษณา
ลมเชยรำเพยพาให้ไสยาเย็น เอย ๚

๏ เห่เอยพระจันทร์เพ็งดูปลั่งเปล่งวิมลโฉม
เคลื่อนคล้อยลอยโพยมดูน่าประโลมละลานใจ
๏ ทรงกลดดูหมดเมฆแลวิเวกนภาไลย
งามเพลินเจริญใจจะหายไปกับไนยนา
๏ ดูดวงเดือนก็เลื่อนลอยแช่มช้อยดังเลขา
ดูน่ารักลักขณาพระจันทราช่างงามจริง
๏ ดวงเดือนช่างเหมือนภักตร์นรลักษณ์พระองค์หญิง
พริ้งเพริศประเสริฐยิ่งน่าประวิงใจ เอย ๚

๏ เห่เอยดาวพยับดังใครประดับในเวหา
เปนรูปสัตว์ดังจัดแจงกระจ่างแจ้งในนภา
๏ ดูน่าเพลินเจริญใจแลวิไลยในเมฆา
งามระยับจับตาด้วยดาราพร่างพราย
๏ เวลากระจ่างเมฆลิ่ววิเวกไม่ระคาย
ห้อมล้อมบุหลันฉายเพริศพรายจะพรรณา
๏ พระจันทร์ท่านทรงกลดชักรถครรไลลา
ดูลอยเลื่อนในนภาพระจันทราท่านงาม เอย ๚

๏ เห่เอยเห่ช้าพวงผกาสุมาไลย
เคลื่อนคล้อยลอยไปสักเมื่อไรจะลอยมา
๏ คลายคลายสายสมุทแลก็สุดสายตา
สร้อยสุคนธ์มณฑาแย้มผกาผลิขจร
๏ บานแบ่งแสงสดระรื่นรศเกสร
ภุมรินบินร่อนว่ายว่อนเวียนวน
๏ เกลือกกลั้วมัวเมาไซ้สร้อยเสาวคนธ์
หอมฟุ้งปรุงปนรศสุคนธ์สุมาไลย
๏ สาธุสะพระพายช่วยเชยชายมาชื่นใจ
ระรื่นรินกลิ่นใกล้สักเมื่อไรจะได้เชย
๏ แสนรำฦกดึกดื่นรศรื่นรำเพย
พวงมาลีเจ้าพี่เอ๋ยจะลอยเลยลับตา
๏ เย็นน้ำค้างพร่างพรมระรื่นลมพัดพา
หอมแต่กลิ่นจำปามลิลาลำดวน
๏ สาวหยุดสาวสวาดิพุทชาดหอมหวน
นางแย้มแช่มชวนให้รัญจวนจิตรใจ
๏ แก้วกุหลาบซาบทรวงไม่เหมือนพวงสุมาไลย
หอมบุหงารำไปชื่นฤไทยทุกเพลา
๏ หอมกลิ่นอินจันทน์อังกาบกรรณิกา
รศคนธ์มณฑาชื่นวิญญาในอารมณ์
๏ ดอกฟ้าเจ้าข้าเอ๋ยยังไม่เคยเชยชม
กลิ่นกลบตระหลบลมแต่สุกรมแลยมโดย
๏ ระรวยรินกลิ่นโบกเกสรโศกโบกโบย
รื่นรื่นชื่นโชยร่วงโรยโปรยปราย
๏ พวงพยอมหอมกรุ่นกลิ่นพิกุลฟุ้งขจาย
น้ำค้างพร่างพรายพระพายชายเฉื่อยมา
๏ หอมหวนอวลอบพิกุลตลบโลกา
ชื่นพระไทยไสยาระรื่นรศมาไลย เอย ๚

• • • • • •

๏ เห่เอยเข้าไสยาศน์เทวศหวาดในวิญญา
ยอกรก่ายภักตราแล้วจินตนาคนึงใน
๏ จึงเผยสุวรรณบัญชรทุรนร้อนในฤๅไทย
เห็นแสงพระจันทร์เธอดั้นไขส่องถึงในช่องแกล
๏ บริสุทธิผุดผาดสุกสอาดในตาแล
พี่หมายน้องเหมือนปองแขเฝ้าชะแง้ชะเง้อคอย
๏ โอ้บุหลันวันเพ็งอันปลั่งเปล่งครรไลลอย
สุดจะเหาะไปเสาะสอยให้เคลื่อนคล้อยจากโพยม
๏ พินิจเตือนไม่เหมือนมาดยิ่งร้อนราชฤไทยโทรม
มณฑาไทวิไลยโฉมเมื่อไรจะโน้มมาถึงกร
๏ เหลือที่มาดสวาดิหวังเจียนชีวังจะม้วยมรณ์
ด้วยรศรักกำเริบร้อนจะผันผ่อนฉันใดดี
๏ เหมือนหนึ่งว่ายในสายชลอันกว้างพ้นพันทวี
แม้นดวงยิหวาไม่ปรานีก็เห็นทีจะมรณัง
๏ เหมือนต้องศรสหัสจักรมากรึงปักสริรังค์
เหลือจะทนพ้นกำลังในทรวงดังเปนกองไฟ
๏ อกเอ๋ยเมื่อยามเข็ญไม่เล็งเห็นท่านผู้ใด
ช่วยดับทุกข์ครั้งนี้ได้ไม่เห็นใครก็จำจน
๏ อาวรณ์หวนครวญคร่ำกินแต่น้ำอัสสุชล
ดึกกำดัดสงัดคนประมาณจนสักสองยาม
๏ เสียงไก่ขันสนั่นแจ้ววิเวกแว่วหไทยหวาม
สำคัญว่าพงางามมาร้องถามก็ยินดี
๏ พลางรับขวัญสมรมิ่งว่ายอดหญิงได้ปรานี
แม่มาแล้วฤๅแก้วพี่เชิญมานี่เถิดสายใจ
๏ พี่ตั้งหน้าคอยท่าน้องยิ่งหม่นหมองหฤไทย
อย่าเขินขามเลยทรามไทยปลื้มอาไลยของพี่ยา
๏ แล้วเยี่ยมแกลแลลอดพลางก็ทอดทัศนา
แลเขม้นไม่เห็นมาหวาดผวาสกลกาย
๏ เออนี่แล้วมิละเมอครั้นแจ้งก็เก้อคิดลอาย
จนดาวเคลื่อนเดือนก็บ่ายไม่เหือดหายความรัญจวน
๏ พระพายพาสุคนธมาศรุกขชาติอันหอมหวน
กลิ่นตระหลบอบอวลแต่ครวญจนหลับไป เอย ๚

๏ เห่เอยพระสุริยงจะลับลงในเหลี่ยมผา
ให้อาไลยในทวีปไม่เร่งรีบรถคลา
อาไลยมิใคร่จะจรค่อยรอนรอนเวลา
ดวงแดดก็แผดเผือดดูคล้ายเลือดมารา
ทั้งดวงพระภักตร์ลักขณาก็โรยราแรมยล
ให้อาไลยในสมรมิใคร่จะจรก็จำจน
น่าสงสารพระสุริยนมิใคร่จะสนธยา เอย ๚

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ