ตอนที่ ๙ นางสุจิตราจุติลงมาเกิดในดอกบัว

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวหัสนัยน์เรืองศรี
ประพาสชมพฤกษามาลีในที่นันทวันอุทยาน
กับด้วยฝูงเทพนิกรสโมสรปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
พอควรกำหนดเวลาการก็ขึ้นคชาธารเอราวัณ
พาฝูงเทวาวราราชลีลาศออกจากสวนสวรรค์
เสด็จกลับมายังเวไชยันต์ด้วยมหันตยศอันโอฬาร์

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงลงจากไอยเรศแล้วร่ายทิพเวทคาถา
แก้ทวารนิเวศน์รัตนาลีลาเข้าห้องอำไพ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ขึ้นสถิตยังแท่นทิพอาสน์แล้วกล่าวพจนารถปราศรัย
เชยแก้มแนมโอษฐ์อรไทคว้าไขว่สัพยอกไปมา
กรลอดสอดเลี้ยวเกี้ยวกระหวัดสัมผัสเย้ายั่วเสน่หา
อิงแอบแนบเนื้อวนิดาวิญญาณ์ด่าวดิ้นแดยัน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุจิตราสาวสวรรค์
ครั้นองค์พระปิ่นเทวัญมาผูกพันประดิพัทธ์ยวนยี
ให้คิดฉงนสนเท่ห์ใจเป็นไฉนสมเด็จโกสีย์
ปางก่อนเคยมาประเวณีมิได้เหลือที่เวลา
บัดนี้ประหลาดกว่าทุกวันเห็นเฝือฟั่นภิรมย์หรรษา
คิดแล้วกราบลงกับบาทาทูลถามเจ้าฟ้าทันใด
พระองค์จงได้โปรดเกศีทรงเดชวันนี้เป็นไฉน
ตัวข้าพระบาทประหลาดใจด้วยไม่เคยเห็นแต่ปางบรรพ์
เมื่อกี้พระเข้ามาสู่สมแนบเนื้อภิรมย์เกษมสันต์
ครั้นแล้วพระองค์ทรงธรรม์จรจรัลออกหมู่เทวา
บัดเดี๋ยวทันใจยังไม่ลืมหรือเปลี่ยนปลื้มด้วยความเสน่หา
กลับมาหาน้องเป็นสองคราเวทนาน่าบัดสีใจ[๑]

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระปิ่นเมรุมาศขุนไศล
ได้ฟังนางเทพอรไทสะดุ้งใจตะลึงไปทั้งกาย
ไฉนมากล่าววิปริตอัศจรรย์คิดคิดแล้วใจหาย
อันทวารแก้วแพรวพรายกูร่ายมนต์ผูกไว้ตรึงตรา
ผู้ใดใครจักสามารถอาจแก้พระเวทคาถา
เปิดทวารไพชนต์เข้ามาถึงห้องไสยาอลงกรณ์
ตริแล้วจึงตรัสตอบไปว่าไยฉะนี้ดวงสมร
พี่พึ่งมาหาบังอรสโมสรสมสวัสดิ์บัดเดี๋ยวนี้
เจ้าว่ามาเป็นสองหนเหตุผลอย่างไรนะโฉมศรี
ให้ฉงนสนเท่ห์พันทวีอันตัวพี่นี้มิได้มา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางเทพอนงค์เสน่หา
ได้ฟังเทวราชบัญชากัลยาคั่งแค้นแน่นใจ
แสนระทดสุดโทมนัสนักนงลักษณ์มิใคร่จะตอบได้
ชลเนตรคลอเนตรแล้วทูลไปตรัสไยฉะนี้พระทรงฤทธิ์
แม้นฆ่าเสียให้สิ้นชีวาตม์ก็ดีกว่าพจนารถให้บาดจิต
เมื่อมาภิรมย์ชมชิดแล้วว่าได้ไม่คิดเมตตา
ซึ่งมิใช่องค์พระปิ่นเกล้าคือใครอื่นเล่าก็ให้ว่า
แต่เป็นข้าบาทบริจาไม่เคยบัญชาเหมือนครานี้

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวหัสเนตรเรืองศรี
ได้ฟังนางฟ้าพาทีภูมีถวิลในวิญญาณ
ผู้ใดใครอื่นไม่องอาจชะรอยกรุงพาณราชใจหาญ
มันซ้อนกลจำมนต์ด้วยปรีชาญผูกแก้ทวารวิมานชัย
เสียเมียดั่งเสียชีวิตน้อยจิตปิ้มเลือดตาไหล
เสียแรงที่เรืองฤทธิไกรมาเสียรู้แก่อ้ายทรลักษณ์
เสียทีที่มีทิพเนตรเห็นเหตุส่องไปในไตรจักร
ไม่รู้เท่ากลอ้ายขุนยักษ์มันปลอมรสรักวนิดา
อนิจจาครั้งนี้ตัวกูรู้ไปถึงไหนก็อายหน้า
ตริแล้วจึ่งมีบัญชาแก้วตาผู้ดวงชีวัน
ซึ่งเข้ามาหานั้นใช่พี่อสุรีมันปลอมถนอมขวัญ
ตรัสพลางถอนใจจาบัลย์ทรงธรรม์นิ่งขึงตะลึงกาย

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางสุจิตราโฉมฉาย
ฟังตรัสรำพันบรรยายดั่งชีวิตจะวายลงทันใด
ชลนัยน์คลอคลองนองพักตร์นงลักษณ์ทุกข์ทนหม่นไหม้
กราบลงกับบาทภูวไนยสะอึกสะอื้นไห้โศกา
โอ้ว่าพระจอมมงกุฎเกศทรงเดชจงโปรดเกศา
เมียไม่แจ้งเลยว่าอสุรามันปลอมแปลงมาให้เหมือนองค์
สำคัญสัญญาว่าเบื้องบาทจึ่งประมาทเบาใจใหลหลง
ว่าพระเวทผูกทวารมั่นคงก็งวยงงเสียรู้อสุรี
เสียแรงตั้งใจปรนนิบัติซื่อสัตย์ต่อเบื้องบทศรี
รักษากายมิให้ราคีครั้งนี้มาทรลักษณ์ไป
ถึงมาตรมิชั่วก็เหมือนชั่วจะนับว่าตัวดีกระไรได้
เป็นที่ติฉินไยไพจะอยู่ไยให้อายในเมืองฟ้า
ขอลาบาทบงสุ์ทรงฤทธิ์ดับจิตจากดาวดึงษา
ลงไปตามล้างอสุราพระปิ่นเทวาจงปรานี

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวตรีเนตรเรืองศรี
ฟังนางร่ำว่าพาทีมีความสลดระทดใจ
สุดแค้นสุดแสนสวาทนางปิ่มปางจะม้วยไปด้วยได้
ยอกรลูบหลังอรไทภูวไนยรำพันด้วยความรัก

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ อนิจจาเจ้าดวงนัยน์เนตรจะทุเรศร้างพี่เพียงอกหัก
ซึ่งจะติดตามไปผลาญยักษ์พี่ปรารมภ์นักถึงเทวี
เจ้าเป็นหญิงยิ่งยอดนางฟ้าจะเคี่ยวฆ่าอย่างไรนะโฉมศรี
มันเป็นพวกพาลอสุรีฤทธีนุภาพเกรียงไกร
อันซึ่งว่านี้ก็ดีนักสมศักดิ์ปิ่นฟ้าไม่หาได้
แต่จะพากันคลาไคลไปยังไกรลาสบรรพตา
ตรัสแล้วสั่งวิษณุกรรม์จงบอกเทวัญถ้วนหน้า
ให้มาพร้อมกันทุกชั้นฟ้าจะไปเฝ้าบาทาพระทรงญาณ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระวิษณุกรรม์ปรีชาหาญ
รับเทวราชโองการกราบกับบทมาลย์แล้วออกไป

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เที่ยวทั่วทุกด้าวแดนสวรรค์ประกาศฝูงเทวัญน้อยใหญ่
ทั้งหกห้องชั้นฟ้าสุราลัยตามในเทวราชบัญชา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายฝูงเทเวศถ้วนหน้า
ได้ฟังวิษณุกรรม์เทวาต่างองค์ปรีดาพันทวี
ด้วยมีจิตคิดแค้นกรุงพาณตั้งใจจะผลาญยักษี
ต่างพานางเทพนารีไปยังที่เฝ้าหัสนัยน์

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นพระจอมเมรุมาศเขาใหญ่
เห็นหมู่เทวาสุราลัยมาพร้อมกันในหน้าพระลาน
จึ่งพามเหสีลีลาศจากแท่นทิพมาศมุกดาหาร
กับฝูงทวยเทพบริวารไปสถานไกรลาสบรรพตา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งเสด็จเข้าไปเฝ้าพระเป็นเจ้าสามภพนาถา
ต่างองค์ยอกรกฤษฎากราบกับบาทาพระศุลี

ฯ ๒ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้นพระสยมภูวนาถเรืองศรี
ครั้นเห็นท้าวสุชัมบดีจึ่งมีเทวราชโองการ
ดูก่อนโกสีย์ตรีเนตรปิ่นเกศเมรุมาศราชฐาน
ท่านพาฝูงเทพบริวารกับนงคราญนางฟ้าสุราลัย
มายังไกรลาสบรรพตาด้วยกิจจานุกิจเป็นไฉน
เหตุผลกังวลประการใดตัวเราสงสัยพันทวี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระทรงอาสน์ไอยราเรืองศรี
นบนิ้วสนองพระวาทีบัดนี้บังเกิดภัยพาล
ด้วยพาณาสูรขุนยักษ์มันทำทรลักษณ์อาจหาญ
ปลอมสมอัปสรนงคราญทั่วทุกวิมานเทวา
อันฝูงทวยเทพนิกรได้ความเดือดร้อนถ้วนหน้า
แต่โฉมนางสุจิตรากัลยาจะจุติไป
ตามล้างอสุราอาธรรม์แก้แค้นแทนมันให้จงได้
พระองค์ผู้ทรงภพไตรช่วยดับภัยเย็นเกล้าเมาลี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอิศวรบรมเรืองศรี
ได้ฟังหัสนัยน์ธิบดีภูมีกริ้วโกรธพิโรธนัก
เหม่เหม่ดูดู๋อ้ายกรุงพาณอหังการหยาบช้าอัปลักษณ์[๒]
ทำได้ด้วยใจทรลักษณ์มันจักสิ้นชีพชีวัน
ตรัสแล้วมีราชวาทีบัดนี้พระนารายณ์รังสรรค์
อวตารไปผลาญอาธรรม์ก็แจ้งอยู่ด้วยกันแต่เดิมมา
จนสมภพหน่อนาถสุริย์วงศ์เอกองค์หลานรักเสน่หา
เรืองเดชฤทธีปรีชาศักดาคล้ายองค์พระสี่กร
แต่ซึ่งจะปราบกรุงพาณเหตุการณ์นั้นยังไม่มีก่อน
ที่จะเป็นต้นศึกให้ราญรอนในนครรัตนาธานี
ให้นางไปเกิดในปทุเมศใกล้เขตอาศรมพระฤๅษี
แว่นแคว้นแดนกรุงอสุรีจะเป็นที่ก่อเหตุเภทพาล
ตรัสแล้วอำนวยอวยพรบังอรจงไปเกษมศานต์
ให้สมคิดสมประสงค์นงคราญอันตรายภัยพาลอย่าบีฑา

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวสหัสเนตรนาถา
กับโฉมนางสุจิตราได้ฟังบัญชาพระศุลี
มีจิตแจ่มใสโสมนัสประนมหัตถ์รับพรใส่เกศี
เทวาทั้งสิ้นก็ยินดีด้วยเสี้ยนธาตรีจะแหลกลาญ
ต่างองค์กราบลงแล้วลาบาทพระจอมเกศไกรลาสมหาศาล
พาเทพธิดายุพาพาลกลับไปวิมานรัตนา[๓]

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งไพชนต์รัตน์องค์ท้าววิเชียรหัตถ์นาถา
เสด็จเหนือแท่นแก้วแววฟ้ากับโฉมสุจิตราลาวัณย์
จึ่งกล่าวมธุรสอันสุนทรดูก่อนเยาวยอดเฉลิมขวัญ
ครั้งนี้เวรามาตามทันเราจะพรากจากกันทั้งรัก
โอ้ว่าเจ้าดวงชีวาลัยจะหาไหนใดเหมือนทั้งไตรจักร
ทรงสิริประเสริฐเลิศลักษณ์เสียดายนักพ่างเพียงนัยนา
คิดคิดมิใคร่จะให้จรแต่สุดแค้นแสนร้อนนี่หนักหนา
ทีนี้จะเปลี่ยวใจเปล่าตาโหยหวนครวญหาทุกนาที
นิจจาเอ๋ยเคยเห็นพักตร์เจ้าบรรเทาโศกปลื้มเปรมเกษมศรี
เป็นปิ่นเกศฝูงเทพนารีเฉลิมที่ห้องทิพพิมานทอง
จะจากไปยังในมนุษย์โลกแสนวิโยคทุกข์ทนหม่นหมอง
ถึงจะเกิดในปทุมดวงละอองไหนจะต้องตกยากลำบากกาย
พี่นี้เกรียมกรมปรารมภ์นักคิดสิริพิมพ์พักตร์แล้วใจหาย
ครวญพลางพ่างเพียงชีวาวายพระกอดสายสวาทไว้แล้วโศกี

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้นนางสุจิตรามารศรี
ได้ฟังพระจอมโมลีเทวีสลดระทดนัก
ซบพักตร์กอดเบื้องบทเรศทวีทุกข์เพิ่มเทวษเพียงอกหัก
ชลนัยน์คลอคลองนองพักตร์นงลักษณ์รำพันโศกา

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ อนิจจาโอ้ว่าพระทูนกระหม่อมพระคุณสุดแสนถนอมนี่หนักหนา
แต่เริ่มรักเลี้ยงข้าพระบาทมามิให้เคืองวิญญาณ์เท่ายองใย
จนวิบากให้วิบัติถึงเพียงนี้จะเบือนบ่ายหน่ายหนีก็หาไม่
ยังคงแสนเสน่หาอาลัยแต่สุดใจด้วยตนเป็นมลทิน
แม้นมิตามไปล้างอ้ายกรุงพาณอันความอัประมาณติฉิน
จะติดตัวอยู่ชั่วฟ้าดินจะผินพักตร์ไปไหนก็ไม่งาม
จะจำจากเบื้องบาทไปทั้งรักให้ประจักษ์แก่โลกทั้งสาม
มิสมหวังที่ตั้งพยายามจะตามผลาญไปจนกว่าชีวาวาย
หนักใจด้วยจะไกลพระปิ่นเกล้าแสนทุกข์บรรเทาฤทัยหาย
พระคุณเคยปกเกศเย็นสบายจะกำจัดพลัดพรายมิควรเลย
เสียดายนักจักหาที่ไหนได้จะจากไปฉันใดนะอกเอ๋ย
สมบัติสารพัดชมเชยไม่เคยเลยจะพรากจากจร
ผลกรรมนำให้ไกลบาทขอลาภูวนาถลงไปก่อน
พระองค์จงสถิตสถาวรบังอรทูลพลางทางโศกา

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้นหัสนัยน์เจ้าไตรตรึงษา
ฟังพระมเหสีทูลลาผ่านฟ้าสลดระทดใจ
พระหัตถ์ลูบปฤษฎางค์นงลักษณ์พิศพักตร์ทอดถอนใจใหญ่
แล้วมีบัญชาด้วยอาลัยดวงใจผู้ร่วมชีวัน
พี่จะอนุญาตประสาทพรให้ถาวรแก่เจ้าสาวสวรรค์
จะลงไปเกิดในมนุษย์นั้นอันตรายราคีอย่าบีฑา
แม้นมาตรประสงค์สิ่งใดให้เสร็จดั่งใจปรารถนา
จงทรงโฉมประโลมโลกาใต้ฟ้าอย่ามีใครเปรียบปราน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางเทพอนงค์ยอดสงสาร
ได้ฟังเทวราชโองการเยาวมาลย์ค่อยสร่างสว่างใจ
จึ่งน้อมเศียรคำนับรับพรอันสุนทรชื่นชอบอัชฌาสัย
แหวกวางเหนือเศียรเกล้าไว้ด้วยใจจงรักภักดี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวหัสนัยน์เรืองศรี
จึ่งกุมกรอัคเรศจรลีจากห้องมณีเวไชยนต์
แวดล้อมด้วยเทพนิกรทั้งหมู่อัปสรสาวสวรรค์
พาโฉมสุจิตราวิลาวัณย์เสด็จไปยังนันทอุทยาน

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึ่งยังพระวรนาถให้บรรทมเหนืออาสน์มุกดาหาร
แล้วสั่งฝูงนางพนักงานให้ขับขานประโคมดนตรี

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายฝูงนวลนางอัปสรศรี
รับเทวราชวาทีก็ประสานดนตรีขึ้นนี่นัน

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บ้างกรายกรีดดีดตีตะโพนพิณโดยระบิลบรรเลงเพลงสวรรค์
รำมะนาท้าทับสลับกันเสนาะสนั่นแจ้วจับวิญญาณ์
นางขับก็ขับประสานเสียงเพราะเพียงการเวกปักษา
ลำนำล้วนเรื่องในเมืองฟ้าฉิ่งกรับรับท้าสำเนียงนวล
ยักย้ายร่ายร้องทำนองกลอนหวานอ่อนร่อนโรยโหยหวน
ทุ้มเอกโอดพันครั่นครวญเหมือนจะชวนให้หลับจับใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระชายาเยาวยอดพิสมัย
ไสยาสน์เหนืออาสน์อำไพอรไทฟังทิพดนตรี
พร้อมเพราะเสนาะจิตพิศวงละเลิงหลงด้วยเสียงดีดสี
ทั้งชมช่อพฤกษามาลีเทวีเพลิดเพลินวิญญาณ์
ให้เปลี่ยนปลื้มลืมละกันแสงโศกลืมวิโยคลืมโทมนัสสา
ระงับจิตโดยเทพธรรมดากัลยาจุติทันใด

ฯ ๖ คำ ฯ ตระ

๏ อันเทวรูปร่างกายสูญหายจะเห็นก็หาไม่
ดั่งประทีปสิ้นเชื้อสิ้นไฟบันดาลดับไปพร้อมกัน
ลงกำเนิดเกิดในดอกปทุมอันงามปานโกสุมผกาสวรรค์
ผุดแสล้มแย้มกลิ่นพรายพรรณในอารัญสระโบกขรณี
ใกล้เขตอาศรมศาลาพระสุธาวาสฤๅษี
แดนกรุงพาณอสุรีโดยพระศุลีบัญชาการ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระจอมเกศเทวาปรีชาหาญ
ครั้นเห็นนางฟ้ายุพาพาลจุติจากสถานสถาวร
จึงมีเทวราชบัญชาสั่งเทพธิดาอัปสร
จงไปยังฝั่งสระชโลทรบำเรอบังอรอย่าเว้นวัน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นหมู่นางอัปสรสาวสวรรค์
รับสั่งพระองค์ทรงธรรม์ก็พากันเหาะตรงลงไป

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงสระโบกขรณีในที่หิมวาป่าใหญ่
ก็เข้าล้อมกล่อมองค์อรไทประสานใส่พิณเพลงบรรเลงลาน

ฯ ๒ คำ ฯ พระทอง

พระทอง

๏ นบบาทแม่มิ่งมงกุฎเกศนาเรศผู้ยอดสงสาร
แสนเทพธิดายุพาพาลหาสมานสองเสมอนั้นไม่มี
ทรงบุญเบื้องบรรพ์อนันต์เนกฝ่ายฟ้าคู่เสกแต่โกสีย์
ถึงจะเคลื่อนโฉมมายังธาตรีก็ควรที่วงศ์นารายณ์ไวกูณฐ์
แสนสะอาดรักชาติกว่าชีวิตจะเปลื้องปลิดมลทินให้สิ้นสูญ
อาจหาญตามผลาญพงศ์ประยูรยักษ์ร้ายตัวมูลทรลักษณ์
ทีนี้จักสิ้นเสี้ยนสุธาธารจะสำราญรื่นไปทั้งไตรจักร
วายทุกข์เป็นสุขพร้อมพักตร์เพราะบุญนงลักษณ์องค์นี้เอย

ฯ ๘ คำ ฯ กล่อม

๏ มาจะกล่าวบทไปถึงพระสุธาวาสฤๅษี
อยู่ป่าปลายแดนบุรี[๔]รัตนาธานีเมืองมาร
พฤกษารายรอบอาศรมเงียบสงัดรื่นร่มรโหฐาน
สร่างพรตอดใจบำเพ็ญฌานชำนาญหลายหมื่นปีมา
แผ่ไมตรีทั่วทุกตัวสัตว์มัธยัสถ์เป็นองค์อุเบกขา
กองกูณฑ์พิธีบูชาโดยเพศชีป่าพนาลี
อันหมู่สิงสัตว์ที่ร้ายกาจเกรงกลัวอำนาจก็หลีกหนี
เคยลงไปสรงวารีในโบกขรณีทุกวันวาร
ครั้นรุ่งรางสว่างเวลาพระสิทธาจะไปสรงสนาน
ฉวยได้น้ำเต้าไม้เท้ากรานก็ออกจากสถานศาลาลัย

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ มาถึงสระโบกขรณียืนอยู่ที่ร่มไทรใหญ่
ผลัดผ้าคากรองเปลือกไม้ลงไปอาบน้ำชำระกาย

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ เหลือบแลเห็นดอกปทุมมาศประหลาดกว่าดอกบัวทั้งหลาย
ภุมรินไม่บินกลํ้ากรายผุดพ้นจากสายชลธาร
เต่งตูมหุ้มห่อกลีบกลัดไม่ระบัดบานรับสุริย์ฉาน
หอมรื่นชื่นชูวิญญาณให้คิดบันดาลอัศจรรย์
ปทุเมศดวงนี้วิปริตไพจิตรดั่งเทพรังสรรค์
แต่กูเห็นมาก็หลายวันไม่เบ่งบานนั้นด้วยอันใด
อย่าเลยจะเด็ดเอามาดูให้รู้เหตุผลเป็นไฉน
คิดแล้วก็ว่ายออกไปในกลางสระโบกขรณี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เด็ดได้ซึ่งดอกปทุมมาลย์ก็บันดาลบานแย้มเกสรศรี
เห็นทาริกากุมารีมีลักษณ์เลิศล้ำวิไลวรรณ
อยู่ในเกสรบุษบงงามลํ้าอนงค์นางสวรรค์
พักตราผ่องเพียงดวงจันทร์ผิวพรรณเรื่อรองดั่งทองทา
พริ้มพร้อมรูปทรงส่งสถานประมาณเท่าเด็กสามชันษา
ชูไว้ด้วยใจปรีดาก็พาว่ายเข้ามาทันที

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ แล้วขึ้นจากท่าชลาสรงถือดวงบุษบงเกษมศรี
ประคององค์เยาวเรศกุมารีกลับมายังที่ตำหนักไพร

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงเข้าในอาศรมแสนภิรมย์พูนเพิ่มพิสมัย
ในพระนัดดายาใจก็วางไว้ข้างที่ไสยา
อันกลีบปทุมมาลย์บานขจายกลับกลายเป็นทิพภูษา
ทั้งอู่เปลเมาะหมอนนานาด้วยเดชบุญญานางเทวี
เห็นเป็นมหัศอัศจรรย์พระนักธรรม์ชื่นชมเกษมศรี
แย้มยิ้มพริ้มพักตร์เปรมปรีดิ์รับขวัญเทวีด้วยความรัก
พิศทั่วเกศเกล้าเผ้าผมเชยชมแล้ววางลงเหนือตัก
บุญของอัยกาเป็นพ้นนักจึ่งได้หลานรักดั่งดวงตา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ชมแล้ววางองค์บังอรให้นอนเหนือทิพภูษา[๕]
จึ่งตั้งจิตพิษฐานด้วยสัจจาเดชะบุญญาของเทวี
จะถึงร่วมนิเวศน์เศวตฉัตรด้วยองค์จักรพรรดิเรืองศรี
ภิญโญยศยิ่งนารีเป็นที่พำนักในไตรดาล
ขอให้นิ้วมือข้านั้นมีพรรณธารารสาหาร
เป็นอำมฤครสโอฬารหอมหวานเอมโอชโอชา

ฯ ๖ คำ ฯ ตระ

๏ ครั้นเสร็จสัตยาวาทีนิ้วชี้ดาบสเบื้องขวา
ไหลเป็นน้ำนมออกมาก็ให้พระนัดดาดูดกิน
แต่ขลุกขลุ่ยอุ้มชูอลวนสวดมนต์ภาวนาก็ละสิ้น
ให้นอนเปลเห่ช้าเป็นอาจิณอาบน้ำทาขมิ้นวุ่นไป
แสนถนอมกล่อมเลี้ยงทุกวันจนนางนั้นค่อยจำเริญใหญ่
ให้ชื่ออุษาอรไทโดยในลัทธิพระมุนี

ฯ ๖ คำ ฯ กล่อม


[๑] จบต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๕๐ ขึ้นต้นหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๕๑ สอบเทียบกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๗๐

[๒] ในต้นฉบับหนังสือสมุดไทยทั้งสองฉบับ (เลขที่ ๕๕๑ และ ๕๗๐) เขียนว่า อัประหลัก ตามการอ่านออกเสียง

[๓] จบต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๗๐ ขึ้นต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๙๑ สอบเทียบกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๕๑

[๔] แก้ตามต้นฉบับหนังสือสมุดไทยซึ่งใช้ตรงกันทุกฉบับ (เลขที่ ๕๕๑ และ ๕๗๑) ฉบับพิมพ์ก่อนหน้านี้ เป็น อยู่ป่าปลายแดนอสุรี

[๕] แก้ตามต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๕๑ และ ๕๗๑ ซึ่งใช้ตรงกัน ฉบับพิมพ์ก่อนนี้เป็น “ให้นอนในทิพภูษา”

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ