ตอนที่ ๘ ท้าวกรุงพาณปลอมชมนางสุจิตรา

๏ มาจะกล่าวบทไปถึงพระอิศวรเรืองศรี
เสด็จในวิมานรูจียังคีรีไกรลาสหิมพานต์
ประดับด้วยทวยเทพอัปสรบำเรอรำฟ้อนขับขาน
เสียงรูปรสทิพประโลมลานพระทรงญาณแสนสุขทุกเวลา
ครั้นถึงวันนักขัตฤกษ์เทเวศเอิกเกริกทุกทิศา
ทั้งฝูงนางเทพธิดามาประชุมไกรลาสคีรี
พร้อมกันเฝ้าบาทพระจอมภพคอยเล่นมโหรสพเกษมศรี
โดยจารีตเรื่องประเวณีในบุรีสวรรค์อันโอฬาร

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ จึ่งโสรจสรงทรงทิพสุคนธาธารกลิ่นบุปผาหอมหวาน
เสด็จจากห้องแก้วอลงการออกสถานที่ประชุมเทวัญ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์สำราญราชหฤทัยเกษมสันต์
เทเวศน้อมเศียรบังคมคัลทรงธรรม์มีเทวบัญชา
ตรัสแก่ทวยเทพนิกรกับนางอัปสรเสน่หา
ให้เล่นมโหรสพเทวาในหน้าพระลานรูจี[๑]

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นเทวบุตรนางฟ้าในราศี
รับพระเทวราชวาทีน้อมเศียรดุษฎีพร้อมกัน

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งจัดระบำรำถวายเยื้องกรายกระบวนบิดผัน
รำเรียงเคียงชิดติดพันเวียนวนล่อเลี้ยวไปมา
ฝูงนางอัปสรเวียนซ้ายเทวัญหันย้ายเวียนขวา
ยื้อยุดฉุดกรกัลยาเลี้ยวลอดสอดคว้าไปในที
นางฟ้าสลัดปัดกรคมค้อนแล้วร่ายชายหนี
เทเวศรำท่าม้าตีคลีทำทีกั้นกางขวางไว้
นางสวรรค์หันเหียนเปลี่ยนมาร่ายรำผาลาเพียงไหล่
เทวบุตรติดพันกระชั้นไปเลียมไล่เย้าหยอกพัลวัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝูงนางอัปสรสาวสวรรค์
เห็นเทเวศรำชิดติดพันหันเบียดเสียดสีเข้ามา
นางตีวงเวียนเปลี่ยนซ้ายเมียงม่ายค้อนคมในหน้า
ครั้นฝูงเทพไทไขว่คว้านางเปลี่ยนเวียนขวาหันไป
เทเวศรำภุมรินร่อนแทรกเสียดอัปสรขวักไขว่
นางซัดสองกรอ่อนละไมเยื้องย่างร่ายไปมิให้ชิด
เทพบุตรรำโตเล่นหางกรายกรเยื้องย่างตามติด
นางฟ้ารำท่าพรหมนิมิตใส่จริตกรีดงอนไปตามกัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝ่ายฝูงเทเวศสาวสวรรค์
พินิจพิศดูระบำบันเกษมสันต์ปั่นป่วนยวนใจ
ทั้งเหล่าดีดสีตีขับร้องรับหาต้องจังหวะไม่
ลุกขึ้นรำรวยด้วยกันไปโทนทับมิได้นำพา
ฉวยฉุดยุดยื้อพัลวันสำรวลสรวลสันต์หรรษา
สนั่นทั้งไกรลาสบรรพตาเทวาเกษมเปรมปรีดิ์

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายท้าวกรุงพาณยักษี
แจ้งว่าสมเด็จพระศุลีภูมีให้หมู่เทวัญ
กับฝูงนางเทพอัปสรรำฟ้อนบรรเลงเพลงสวรรค์
เทเวศถ้วนหน้ามาชุมกันยังบรรพตไกรลาสอันโอฬาร
บัดนี้เล่นนักขัตฤกษ์เอิกเกริกในเทวสถาน
ตัวกูจะไปยังวิมานร่วมรสสงสารประเวณี
ด้วยนางอัปสรสาวสวรรค์แห่งฝูงเทวัญในราศี
คิดแล้วโสรจสรงวารีทรงเครื่องมณีอลงการ์
ออกจากมหาปราสาทสำแดงอำนาจแกล้วกล้า
เหาะทะยานผ่านขึ้นเมฆาตรงไปฟากฟ้าสุราลัย

ฯ ๑๐ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงซึ่งเทวสถานพญามารผู้มีอัชฌาสัย
จึ่งอ่านพระเวทวุฒิไกรสำรวมใจจำแลงอินทรีย์

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ บัดเดี๋ยวเพศยักษ์ก็กลับกลายเป็นกายเทเวศเรืองศรี
วิไลเลิศเฉิดโฉมสวัสดีเป็นที่จำเริญวิญญาณ์
เสร็จแล้วกรายกรยุรยาตรงามวิลาสยั่วยวนเสน่หา
อาจองตรงตามมรคาเข้าวิมานรัตนาเทวัญ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ขึ้นสถิตเหนือแท่นทิพรัตน์สัมผัสสมพาสนางสวรรค์
จุมพิตชมเนตรเกศกรรณเกษมสันต์ด้วยเทพนารี

ฯ ๒ คำ ฯ โลมปี่พาทย์

๏ เข้าไพชนต์ไหนก็แปลงเพศเหมือนเทเวศจ้าววิมานมณีศรี
ปลอมสมชมรสฤๅดีอสุรีสำเริงภิรมยา

ฯ ๒ คำ ฯ โลมปี่พาทย์

๏ ครั้นจวนเทวาสุราราชจะมาแต่ไกรลาสภูผา
ก็ออกจากวิมานรัตนากลับมานคเรศสำราญใจ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นฝ่ายฝูงเทเวศน้อยใหญ่
เสร็จระบำรำถวายภูวไนยปิ่นไกรลาสเลิศปรีชาชาญ
ต่างองค์ต่างน้อมศิโรตม์ราบกราบบาทด้วยใจเกษมศานต์
ออกจากที่เฝ้าพระทรงญาณกลับมาวิมานอลงกรณ์

ฯ ๔ คำ ฯ เหาะ

๏ ครั้นถึงเขาห้องไสยาสน์เอนอาตม์แท่นทิพบรรจถรณ์
ต่างชมนางฟ้าสถาวรสโมสรสำราญวิญญาณ์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝูงนางสวรรค์เสน่หา
ประหลาดจิตให้คิดสงกาจึ่งทูลถามเทวาทันใด
เมื่อกี้พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์เสด็จมาเชยชิดพิสมัย
แล้วลีลาศจากอาสน์ออกไปยังไม่ทันจะล่วงนาที
เป็นไฉนมาทำเช่นนี้เล่าแต่เฝ้าภิรมย์สมศรี
ผิดเพศจารีตประเวณีข้านี้เป็นน่าบัดสีใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝูงเทพนิกรน้อยใหญ่
ได้ฟังนางฟ้าสุราลัยตกใจตะลึงทั้งกายา
เป็นไฉนจึ่งว่าฉะนี้เล่าตัวเรามิได้เข้ามาหา
ชะรอยกรุงพานอสุราผู้ใจหยาบช้าสาธารณ์
มันแปลงมาปลอมรสรักนงลักษณ์พี่ยอดสงสาร
ว่าพลางเร่าร้อนวิญญาณเพียงเพลิงเผาผลาญดวงใจ
ความอายความแค้นเป็นสุดคิดน้อยจิตปิ้มเลือดตาไหล
อันฝูงนางฟ้าสุราลัยแจ้งใจก็แสนโศกา

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

๏ ฝ่ายหมู่เทเวศทุกวิมานคิดแค้นกรุงพาณยักษา
ออกจากทิพไสยาต่างมาเฝ้าองค์หัสนัยน์

ฯ ๒ คำ ฯ โคมเวึยน

๏ ครั้นถึงจึงประณตบทบงสุ์กราบลงแล้วถอนใจใหญ่
ทูลความแต่ต้นจนปลายไปโดยในเหตุผลทุกประการ

ฯ ๒ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้นพระปิ่นเมรุมาศราชฐาน
ฟังเทเวศแจ้งว่ากรุงพาณมาทำหักหาญบีฑา
ให้ตะลึงรึงร้อนดั่งไฟพิษมาจ่อจิตเผาผิวมังสา
พิโรธรุ่มกลุ้มกลัดวิญญาณ์จึ่งมีบัญชาตรัสไป
ดูดู๋อ้ายกรุงพาณยักษ์อัปลักษณ์ทำถึงเพียงนี้ได้[๒]
หยาบช้าสาหัสไม่เกรงใครทะนงใจกำเริบฤทธี
มันจะถึงพรหมลิขิตจึ่งบันดาลจิตยักษี
ทำชั่วให้เห็นเป็นว่าดีไม่ช้าชีวีจะวอดวาย

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้นฝ่ายฝูงเทเวศทั้งหลาย
ได้ฟังโอวาทบรรยายค่อยคลายเร่าร้อนวิญญาณ์
ต่างองค์กราบลงแทบบาทท้าวเทวราชนาถา
นอมเศียรดุษฎีชุลีลากลับมาวิมานสำราญใจ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้นพระปิ่นเมรุมาศเขาใหญ่
แต่นั้นจะเสด็จไปแห่งใดมิได้ไว้ใจขุนมาร
ร่ายมนต์เทวาวราฤทธิ์อันประสิทธิ์ศักดากล้าหาญ
ผูกมั่นกั้นปิดพระทวารแล้วจึ่งจากสถานไคลคลา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายท้าวกรุงพาณยักษา
บรรทมในที่ไสยาราคร้อนอุราดั่งเพลิงกัลป์
กูไปปลอมชมบรมสุขด้วยนางทั่วทุกวิมานสวรรค์
ยังแต่สุจิตราวิลาวัณย์อันเป็นมเหสีหัสนัยน์
มิได้สู่สมชมชิดร่วมรสสนิทพิสมัย
อย่าเลยตัวกูจะขึ้นไปเชยโฉมอรไทให้สำราญ
คิดแล้วอ่าองค์ทรงเครื่องอร่ามเรืองด้วยดวงมุกดาหาร
ออกจากปราสาทอลงการเหาะทะยานขึ้นยังเมืองฟ้า

ฯ ๘ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงสถานเทเวศนคเรศนามดาวดึงสา
แลเห็นองค์อัมรินทรามิได้ลีลาไปแห่งใด
จึ่งกลับกลายเป็นเพศตุ๊ดตู่แอบอยู่ริมบานทวารใหญ่
แห่งห้องมหาพิมานชัยมิให้ใครเห็นอินทรีย์

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวตรีเนตรเรืองศรี
เมื่อจะพรากจากอัครเทวีอันมีนามนางสุจิตรา
เผอิญให้เร่าร้อนอาวรณ์ใจสถิตไหนไม่บรมสุขา
คิดจะใคร่ไปสรงคงคายังสวนจิตราลดาวัลย์

ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งเสด็จจากแท่นทิพอาสน์อันโอภาสด้วยแก้วมณีสวรรค์
กรายกรย่างเยื้องจรจรัลทรงธรรม์เข้าที่สำราญกาย

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ชำระองค์สรงสินธุวาเรศท่อทองปทุเมศกระแสสาย
ทรงสุคนธ์ปนทิพสุพรรณพรายนางสวรรค์วีกรายพัชนี
ทรงสอดสนับเพลาประดับพลอยลายลอยเครือก้านมณีศรี
ทรงภูษาทิพเทวครีพื้นเขียวขจีจับองค์
ชายไหวไหวพรายชายแครงเพชรแดงประดับกระหนกหงส์
สะอิ้งแก้วคู่สันดุสิตทรงฉลององค์เครือมาศสังเวียนวาม
ตาบทิศทับทรวงดวงกุดั่นสังวาลวรรณเพชรเหลืองเรืองอร่าม
ทองกรพาหุรัดลายภูกามธำมรงค์เพชรพลามดั่งเพลิงพราย
ทรงมงกุฎแก้วเทวราชกรรเจียกจอนนพมาศวิเชียรฉาย
ห้อยสุวรรณมาลัยไพฑูรย์รายจับพระขรรค์เพชรกรายลีลา

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นออกนอกทิพพิมานปิดบานไพชนต์ทั้งซ้ายขวา
ร่ายเวทประสิทธิ์วิทยาผูกพระทวาราอลงกรณ์

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ แล้วเสด็จย่างเยื้องยูรยาตรพร้อมหมู่เทวราชอัปสร
สำราญหฤทัยภูธรกรายกรขึ้นยังเวชยันต์

ฯ ๒ คำ ฯ บาทสกุณี

๏ รถเอยรถทรงสำหรับองค์เจ้าไตรตรึงษ์สวรรค์
ทรงปราบไพจิตรชาญฉกรรจ์กงสุวรรณกำแก้วประกับกาญจน์
แอกงอนอ่อนงามด้วยมรกตชั้นลดบัลลังก์มุกดาหาร
ครุฑอัดสิงห์แอบเผ่นทะยานกระจังแก้วช่อก้านกระหนกกลาย
บุษบกเรือนเก็จเสากาบทองทาบไว้ที่มณีฉาย
พนักอิงบังอวดประกวดลายบันแพร้วแก้วพรายปราลี
พันยอดสูงเย้ยโพยมเยี่ยมสุกเทียมแสงทัดพระสุรีย์ศรี[๓]
เทียมสินธพเทพพาชีพันหนึ่งล้วนมีฤทธิรุทร
มาตุลีขับแล่นดั่งลมพานกงกระทบก้องสะท้านอึงอุตม์
เครื่องสูงเฉลิมศรีมณีธุชเทพบุตรแห่ระเบียบเรียบเรียง
แตรทิพหรทึกกึกก้องปี่ฆ้องกลองขานประสานเสียง
สังข์เสนาะเพราะสนั่นด้วยสำเนียงเดินเคียงเป็นคู่ครรไลจร

ฯ ๑๒ คำ ฯ กลองโยน

๏ ครั้นถึงสวนจิตรลดาเป็นที่เทวาสโมสร
เสด็จจากรถแก้วอลงกรณ์บทจรลีลาศประพาสไป

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ชมดง

๏ เที่ยวชายตรัสชวนอัปสรสวรรค์ชมชั้นรุกขชาติน้อยใหญ่
พื้นดรุณต้นรุ่นระบัดใบดอกผลอำไพเป็นพุ่มพวง
งามล้ำกว่าเหล่าพฤกษาชาติในสัตภัณฑ์ไกรลาสภูเขาหลวง
บ้างแบ่งบานกลีบก้านผกาดวงเกสรโรยร่วงขจรรส
ทิชากรต่างกันด้วยพรรณเพศล้วนเทเวศแปลงกายอลงกต
จับแอบถวายองค์พระทรงยศเป็นหลั่นลดวิลาสประหลาดตา
หงส์ทองร้องทอกับนางหงส์แล้วโผลงจิกพวงบุปผา
นกแก้วเหมือนแก้วทั้งกายาจับเหียงเมียงหาคณานาง
โนรีมยุเรศดุเหว่าแว่วจับจันทน์ผันจรแล้วฟ้อนหาง
ส่งสำเนียงเสนาะอยู่ริมทางฟังพลางชมเพลินจำเริญใจ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลง

สระบุหร่ง

๏ เสด็จลงโสรจสรงในสระศรีวารีบริสุทธิ์เย็นใส
ทรายทองกรวดแก้วแววไวบุษบงเบียดใบหลายพรรณ
บัวแดงแดงดั่งปัทมราชขาวสะอาดเพียงโขมพัตถ์สวรรค์
บ้างตูมบานพึ่งแย้มแกมกันเรณูนั้นโรยร่วงในวารี
พระเด็ดดวงโกมุทกมุทมาศ[๔]ให้อนงค์วรนาฏอัปสรศรี
ชมอุบลเชยจงกลนีสัตบุษย์คลายคลี่ผกากาญจน์
ปลาทิพล้วนเทพจำแลงกายเกล็ดพรายคล้ายแก้วมุกดาหาร
เป็นหมู่หมู่ว่ายวนในชลธารแอบก้านกินกลีบประทุมมา
ฝูงหงส์เหินลงลอยล่องส่งเสียงเรื่อยร้องหรรษา
สรงพลางชมเพลินจำเริญตาค่อยสบายวิญญาณ์สถาวร

ฯ ๑๐ คำ ฯ ลงสรงปี่พาทย์

๏ เมื่อนั้นฝ่ายท้าวกรุงพาณชาญสมร
เห็นองค์โกสิตฤทธิรอนบทจรจากห้องวิมานชัย
ร่ายเวทผูกพระทวาราใครมีศักดาไม่เปิดได้
สุดรู้ที่จะทำประการใดจนใจเป็นพ้นพันทวี
จำได้แต่วิทยามนต์ซึ่งผูกบานไพชนต์มณีศรี
ขึ้นปากขึ้นใจอสุรีด้วยปรีชาอันชำนาญ
คิดว่าตัวกูจะอยู่ท่าพระอินทร์กลับมายังสถาน
ให้ร่ายพระเวทชัยชาญเปิดมหาทวารพิมานชัย
จึ่งจะค่อยจำกำหนดเอาบทพระมนต์นั้นให้ได้
แม้นมิสมจิตที่คิดไว้ก็ไม่กลับคืนไปยังพารา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายองค์เจ้าไตรตรึงษา
สรงเสร็จก็เสด็จกลับมากับฝูงเทวาบริวาร

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งร่ายทิพมนต์เปิดบานไพชนต์มุกดาหาร
เสด็จเข้าห้องแก้วอลงการแสนสำราญพระทัยเปรมปรีดิ์

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษี
จำได้พระเวทอันฤทธีสำหรับที่ผูกแก้ทวารา
มีความชื่นชมโสมนัสดั่งได้สมบัติในดึงษา[๕]
ครั้งนี้โฉมนางสุจิตราอันทรงลักขณาวิลาวัณย์
เห็นไปไม่พ้นมือเราคงจะได้ร่วมเคล้าภิรมย์ขวัญ
คิดแล้วเหาะจากเวไชยันต์กุมภัณฑ์กลับมายังธานี

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวหัสเนตรเรืองศรี
สถิตในห้องแก้วรูจีมีจิตถวิลจินดา
จะใคร่ไปประพาสนันทวันชมซึ่งหมู่พรรณพฤกษา
จึ่งมีมธุรสบัญชาแก่โฉมสุจิตรายุพาพาล
วันนี้ตัวพี่จะลาเจ้าขวัญข้าวผู้ยอดสงสาร
ไปเล่นยังสวนอุทยานเยาวมาลย์จงอยู่สวัสดี
ตรัสแล้วเสด็จยุรยาตรจากห้องทิพมาศมณีศรี
ร่ายเวทผูกทวารด้วยฤทธีแล้วเสด็จเข้าที่สรงชล

ฯ ๘ คำ ฯ

โทน

๏ เทเวศไขท่อปทุมทองน้ำทิพเป็นละอองฝอยฝน
ลูบไล้เครื่องทิพเสาวคนธ์กลิ่นกลั้วพระสกนธ์กายา
สอดสนับเพลาพลอยประดับดวงเชิงงอนเพชรรุ้งร่วงทั้งซ้ายขวา
ทรงทิพภูษิตเครือลดาก้านลายเลขาเขียนทอง
ชายไหวชายแครงทับทิมสวรรค์คู่ท้าวเทวัญในชั้นสอง
ฉลององค์เครือมาศสังเวียนกรองสังวาลไพฑูรย์รองทับทรวง
ตาบทิศทองกรเหราพตพาหุรัดมรกตโชติช่วง
ธำมรงค์เรือนเก็จเพชรพวงมงกุฎแก้วแววดวงกุณฑลธาร
ทัดกรรเจียกจอนทั้งซ้ายขวาห้อยสุวรรณมาลามุกดาหาร
ทรงพระแสงขรรค์แก้วสุรกานต์มาขึ้นคชาธารเอราวัณ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลง

๏ ช้างเอยช้างนิมิตเทเวศเบือนบิดประดิษฐ์สรรค์
เผือกผ่องเหี้ยมหาญชาญฉกรรจ์ผิวพรรณผาดพริ้มทั้งอินทรีย์
สามสิบสามเศียรเพริศแพร้ววิมานแก้วทุกเศียรสารศรี
งางอนงามงวงพ่วงพีร่ายมณีเครือกระหนกปกตระพอง
เทริดทรงสูงเสยเงยง้ำวิลาสล้ำหัสดีไม่มีสอง
หางหูพู่แก้วประกวดกรองชนักทองถักเกี้ยวเกลียวประพาฬ
สายตระพัดสอดรัตคนคาดดาวมาศดวงบุษย์มุกดาหาร
อร่ามเรืองครบเครื่องอลงการยืนทะยานหยัดเยี่ยมโพยมพราย
เครื่องสูงกลดกลิ้งกระชิงฉัตรภิรุมรัตบังสูรย์จำรูญฉาย
ประโคมคึกฮึกแห่เรียบรายดำเนินกรายพาหนาศลีลาศมา

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

ร่าย

๏ ครั้นถึงสถานสวนศรีอันเป็นที่เทวัญหรรษา
ลงจากอาสน์เทพไอยราเทวาโดยเสด็จแน่นนันต์

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ชมดง

๏ เที่ยวประพาสเหยียบแผ่นสุพรรณพื้นสำราญรื่นร่ายชมพฤกษาสวรรค์
ลางต้นต้นแก้วใบสุวรรณดอกดวงพวงพรรณด้วยเงินงาม
บางต้นต้นเงินใบแก้วผกาแล้วด้วยทองเรืองอร่าม
ที่ต้นทองดอกแก้วแวววามใบเงินดูงามอรชร
พิกุลแก้วจำปาปีบประยงค์มหาหงส์ทรงทิพเกสร
สารภีคลายคลี่ผกากรมะลิซ้อนกุหลาบตลบมา
ยมโดยลำดวนหวนหอมพะยอมแย้มแบ่งบานบุปผา
เรณูนวลร่วนรสสุคนธาพระพายพากลิ่นฟุ้งจรุงใจ
เทเวศโน้มกิ่งชิงกันเก็บพรรณกุสุมาลย์บานไสว
ถวายองค์สมเด็จหัสนัยน์ชมพลางเพลินพระทัยด้วยมาลี

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้นฝ่ายท้าวกรุงพาณยักษี
แต่กลับจากฟากฟ้ามาธานีอสุรีรำพึงคะนึงนัก
ตัวกูไปเที่ยวสู่สมปลอมภิรมย์ชมนางในไตรจักร
ทั้งมนุษย์ครุฑาสุรารักษ์ไม่ยากนักเหมือนนางสุจิตรา
ด้วยองค์โกสีย์ตรีเนตรรู้เหตุพิทักษ์รักษา
ร่ายเวทประสิทธิ์วิทยาผูกมหาทวารวิมานไว้
หากกูเชี่ยวชาญชำนาญกลจำมนต์ผูกแก้ทวารได้
วันนี้จะลอบขึ้นไปซ้อนกลหัสนัยน์ด้วยปรีชาญ
คิดแล้วลุกจากบรรจถรณ์ทรงเครื่องอาภรณ์มุกดาหาร
ขึ้นยังเกยแก้วอลงการเหาะทะยานตรงไปด้วยฤทธี

ฯ ๑๐ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงชั้นดาวดึงษารู้ว่าสมเด็จโกสีย์
ไปประพาสยังสวนมาลีอสุรีชื่นชมด้วยสมคิด
จึ่งยอกรกฤษฎาญอ่านเวทอุปเทศพรหมาประกาศิต
มีเดชศักดาวราฤทธิ์เบือนบิดจำแลงกายา

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ เพศยักษ์ก็กลับทันใดเป็นรูปเจ้าไตรตรึงษา
อรชรอ้อนแอ้นจำเริญตาพริ้มพร้อมลักขณาวิลาวัณย์
งามองค์งามทรงอาภรณ์แก้วเพริศแพร้วเฉิดโฉมประโลมขวัญ
เสร็จแล้วนบนิ้วบังคมคัลกุมภัณฑ์ร่ายเวทเกรียงไกร

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ เดชะพระมนต์อันเชี่ยวชาญพระทวารก็เปิดออกได้
จึ่งกรายกรบทจรเข้าไปยังในห้องแก้วรูจี

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้นนางสุจิตราโฉมศรี
สถิตเหนือแท่นรัตน์มณีเทวีเหลือบนัยน์เนตรมา
เห็นรูปอสุรีนีรมิตคิดว่าเจ้าไตรตรึงษา
มีความชื่นชมภิรมยาก็วิ่งมารับเสด็จภูธร

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรชาญสมร
เห็นอนงค์องค์เทพบังอร*บทจรมารับก็ยินดี
ดั่งได้เสวยสวัสดิ์สวรรยาหกห้องชั้นฟ้าราศี
ก็กุมกรย่างเยื้องจรลีขึ้นแท่นมณีอลงการ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งมีมธุรสพจนารถประภาษปราศรัยด้วยคำหวาน
เจ้าผู้ยอดมิ่งเยาวมาลย์คู่สร้างสมภารด้วยกันมา
จึ่งได้ร่วมทิพสมบัติเสวยสวัสดิ์ในดาวดึงษา
พี่แสนพิศวาสวนิดากับดวงชีวาเสมอกัน

ฯ ๔ คำ ฯ โลม

๏ ว่าพลางเย้ายวนชวนชิดจุมพิตเชยโฉมประโลมขวัญ
เลียมลอดสอดคว้าพัลวันแสนกระสันฤทัยดังไฟฟอน
เชยเนตรเกศแก้มแกมสวาทสัมผัสพาดปทุมเกสร
รื่นรสสดดวงอรชรภมรมาศฟอนเคล้าคลึงผกา
เรณูนวลหวนอบตลบฟุ้งจรุงสระทิพเทพดึงษา
สุนีบาตฟาดสายในเมฆาเมขลาล่อแก้วแพรวพราย
โพยมพยับอับดวงสุริยันฝนสวรรค์เซ็งแซ่กระแสสาย
ต้องทิพมาลีคลี่คลายสองสำเริงจิตกายเปรมปรีดิ์

ฯ ๘ คำ ฯ โลม

๏ ครั้นเสร็จภิรมย์สมสวาทจึ่งกรุงพาณราชยักษี
กล่าวเกลี้ยงมธุรสวาทีเจ้าพี่ผู้ดวงชีวัน
บัดนี้ก็เป็นเพลาการเทเวศในสถานสรวงสวรรค์
มาคอยประชุมพร้อมกันตามอย่างปางบรรพ์บุราณมา
ตัวพี่จะจำจากเจ้าขวัญข้าวผู้ยอดเสน่หา
ไปออกฝูงเทพเทวาแก้วตาจงอยู่สถาวร
ว่าแล้วโลมลูบปฤษฎางค์เชยปรางค์รับขวัญสายสมร
ลุกจากอาสน์แก้วอลงกรณ์บทจรออกจากพิมานชัย

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งร่ายวิทยาศักดาเดชขององค์ตรีเนตรซึ่งจำได้
ผูกมหาทวารวิมานไว้มิให้หัสนัยน์สงกา

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ เสร็จแล้วเหาะทะยานขึ้นอากาศด้วยอำนาจฤทธิ์แกล้วกล้า
ว่องไวไม่ทันพริบตากลับคืนรัตนาธานี

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด



[๑] ใช้ตามต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๕๐ ความว่า “ในหน้าพลานรู้จี” และเลขที่ ๕๗๐ ความว่า “ในหน้าพระลานรูจี”

[๒] อัปลักษณ์ ต้นฉบับสมุดไทย เลขที่ ๕๕๐ และ ๕๗๐ เขียนว่าอัประหลัก ตรงกันทั้งสองฉบับ ซึ่งเป็นการเขียนตามเสียงว่าคำกลอนตรงนี้ควรอ่านเช่นนี้จึงไพเราะ

[๓] ใช้ตามฉบับพิมพ์เดิม ซึ่งใช้ตามต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๕๐ ส่วนต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๗๐ ความต่างออกไปว่า “สูงเทียมแสงทัดพระสุระศรี”

[๔] ในต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๕๐ และ ๕๗๐ เป็น “พระเด็ดดวงโกมุทกระหมุทมาท” ทั้งสองฉบับ เข้าใจว่าเป็นการคัดลอกตามเสียงอ่าน

[๕] แก้ตามต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๕๐ และ ๕๗๐ ซึ่งตรงกันทั้ง ๒ ฉบับ ฉบับพิมพ์ก่อนนี้ใช้ “ดั่งได้สมบัติไตรตรึงษา”

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ