ตอนที่ ๓๖ พระอุณรุทเสด็จไปล้อมช้าง

๏ มาจะกล่าวบทไปถึงนายพรานไพรใจกล้า[๑]
อยู่ยังปลายแดนณรงกาเที่ยวป่าล่าเนื้อเป็นนิรันดร์
ชำนาญหน้าไม้ปืนยาเจนทางมรคาพนาสัณฑ์
วันนั้นพบฝูงคชกรรม์เป็นช้างสำคัญมากมี
เผือกเนียมแดงเขียวเอกทนต์ทั้งมงคลกาลาหัตถี
พรานไพรได้เห็นก็ยินดีสะกดรอยคอยทีทุกเวลา
แต่เที่ยวตามดูจนรู้แห่งที่ตำแหน่งอาศัยน้ำหญ้า
จึ่งพากันรีบเข้ามายังกรุงณรงกาธานี

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งแจ้งกิจจาแก่พี่เลี้ยงเสนาทั้งสี่
พร้อมหมู่มาตยามนตรียังที่ศาลาลูกขุนใน
แจ้งว่าข้าไปเที่ยวป่าพบช้างลักขณาฝูงใหญ่
ได้ตามสะกดรอยไปจนใกล้พนมมาศบรรพต
อันที่ตำแหน่งซึ่งอาศัยท่าทางจำได้อยู่หมด
ท่านผู้ธิบดีมียศจงทูลบทมาลย์พระภูมี

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้นองค์พระพี่เลี้ยงทั้งสี่
ได้ฟังพรานป่ามาพาทีว่าพบฝูงหัตถีสำคัญ
ต่างคนซักไซ้ไต่ถามประจักษ์แจ้งข้อความทุกสิ่งสรรพ์
แล้วพาพรานไพรเข้าไปพลันเฝ้าพระทรงธรรม์มิได้ช้า

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

ร่าย

๏ ครั้นถึงพระโรงรูจีอัญชุลีกราบลงพร้อมหน้า
ทูลว่าพรานไพรเข้ามาบอกข่าวคชาเลิศไกร
มีทั้งเผือกเนียมหลายพรรณล้วนช้างสำคัญฝูงใหญ่
พากันมาอยู่ยังชายไพรแทบใกล้พนมมาศคีรี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังพระพี่เลี้ยงทูลคดีพระเกษมเปรมปรีดิ์เป็นพ้นไป
พระจึ่งเสด็จยุรยาตรจากอาสน์วสุวรรณแจ่มใส
ขึ้นเฝ้าบิตุรงค์ทรงชัยพี่เลี้ยงพรานไพรก็ตามมา

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงแขกมอญ

๏ ครั้นถึงจึงถวายอภิวาทแทบบาทบิตุเรศนาถา
แล้วทูลโดยมูลกิจจาบัดนี้พรานป่าพนาลัย
เข้ามาบอกข่าวคชสารมีหมู่บริวารฝูงใหญ่
ลูกขอลาองค์พระทรงชัยไปล้อมคชไกรยังไพรวัน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวไกรสุทรังสรรค์
ได้ฟังพระโอรสทูลพลันพระทรงธรรม์ชื่นชมยินดี
จึ่งว่าบุญเราหนักหนาพรานป่ามาบอกข่าวสารศรี
ลูกรักเจ้าจักจรลีไปล้อมหัตถีก็ตามใจ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทรัศมีศรีใส
ครั้นพระบิตุเรศเรืองชัยตรัสให้ออกไปก็ยินดี
จึ่งถวายประณตบทบาทพระบิตุราชมารดรทั้งสองศรี
แล้วเสด็จย่างเยื้องจรลีมาปราสาทมณีรจนา

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึ่งสั่งมนตรีให้เร่งเกณฑ์โยธีซ้ายขวา
กูจะออกไปล้อมคชาให้ทันเวลาอโณทัย

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้นจึ่งมหาเสนาผู้ใหญ่
รับสั่งพระองค์ทรงชัยก็ออกไปเกณฑ์โยธา

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ยานี

๏ ขุนช้างจัดช้างตามกระบวนแต่ล้วนอาจหาญแกล้วกล้า
ดั้งกันค่ายค้ำชนะงาโลดแล่นพังคามากมี
อีกทั้งระวางเพรียวระวางใหญ่ใจอาจดั่งพญาราชสีห์
ช้างวิเศษกองนอกตัวดีพระที่นั่งคชสารชาญชน
บ้างผูกเครื่องมั่นสายกระแชงจัดแจงแต่งบาศอยู่สับสน
อันรถรัตน์อัสดรรี้พลก็เตรียมตนคอยเสด็จยาตรา

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทภุชพงศ์นาถา
ครั้นค่ำย่ำแสงสนธยาพระผ่านฟ้าสถิตยังห้องใน
จึ่งมีมธุรสพจนารถแก่สองเยาวราชศรีใส
บัดนี้นายพรานชำนาญไพรนำข่าวคชไกรมาแจ้งการ
องค์พระบิตุเรศภูวไนยให้พี่ไปจับคชสาร
จะขอลาสองสุดายุพาพาลเยาวมาลย์ค่อยอยู่จงดี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นทั้งสองอัคเรศมเหสี
ได้ฟังพจนาวาทีมีความยินดีปรีดา
จึ่งกราบประณตบทบงสุ์ทูลองค์ภูวไนยนาถา
ซึ่งจะยกพยุหบาตรยาตราไปล้อมคชาในพงพี
น้องขอโดยเสด็จภูวนาถไปรองเบื้องบาทบทศรี
จะได้ชมสารเศวตกิรีณีพระภูมีจงทรงพระเมตตา

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพฺระอุณรุทภุชพงศ์นาถา
ได้ฟังสองศรีวนิดาวอนว่าจะไปชมกุญชร
พระมีความอาลัยเป็นหนักหนาด้วยสองสุดาดวงสมร
แต่จนใจที่จะให้บทจรภูธรจึ่งมีบัญชาไป

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ น้องเอยน้องรักนงลักษณ์ผู้ยอดพิสมัย
เจ้าอย่าละห้อยน้อยใจใช่พี่จะไม่รักกัลยา
แต่ตำรับคชกรรม์บังคับไว้เป็นข้อใหญ่หลวงหนักหนา
ให้เข้ากรรมทำพิธีพรหมากำชับรักษาทุกสิ่งไป
ซึ่งจะโพนประพาสคชสารจะพาสองเยาวมาลย์ไปไม่ได้
เป็นกำหละพระคชไกรจนใจพี่แล้วนางเทวี

ฯ ๖ คำ ฯ

โอ้

๏ เมื่อนั้นทั้งสองวนิดามารศรี
ได้ฟังบัญชาพระภูมีดังหนึ่งชีวีจะบรรลัย
ต่างองค์ก็ทรงโศกาชลนาแถวถั่งหลั่งไหล
นางละห้อยสร้อยเศร้าเปล่าใจด้วยจะไกลบาทบงสุ์พระทรงธรรม์
สุดคิดสุดจิตทั้งสองสมรสุดคิดที่จะวอนผ่อนผัน
ต่างทรงโศกาจาบัลย์รำพันสะอื้นไห้ไปมา

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทสุริย์วงศ์นาถา
เห็นทั้งสองศรีวนิดากันแสงโศกาอาวรณ์
พระหัตถ์ซ้ายประคองศรีสุดากรขวากอดอุษาดวงสมร
แล้วมีมธุรสอันสุนทรปลอบโยนโอนอ่อนเอาใจ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เจ้าเอยเจ้าพี่แก้วกัลยาณีศรีใส
คิดจะใคร่พาสองทรามวัยไปประพาสพนาลัยให้สำราญ
เกรงการกำหละเป็นพ้นคิดด้วยจะเสียพิธีคชสาร
แม้นทราบใต้บาทบทมาลย์พระบิตุเรศชัยชาญจะโกรธา
เจ้าจงระงับดับใจอย่าโศกาอาลัยฟังพี่ว่า
ใช่ไปแล้วจะไม่กลับมาแก้วตาค่อยอยู่จงดี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ว่าเอยว่าพลางพระโลมลูบปฤษฎางค์ทั้งสองศรี
สัพยอกหยอกเย้านางเทวีในที่สิริไสยา

ฯ ๒ คำ ฯ กล่อม

๏ ครั้นพระสุริยาเรืองรองแสงทองจำรัสเวหา
พระฟื้นตื่นจากนิทราเสด็จมาโสรจสรงคงคาลัย

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ไขสหัสธาราอ่าองค์อ่าเอี่ยมทรงสุคนธ์ผ่องใส
ผ่องศรีสนับเพลาเรืองอุไรเรืองรองโกไสยแพรวพรรณ
แพรวพรายชายแครงแสงระยับระยาบจับชายไหวเฉิดฉัน
เฉิดช่วงทับสังวาลวรรณสังเวียนสร้อยกุดั่นโอฬาร
โอฬาร์ทองกรพาหุรัดพาหุเรืองจำรัสแสงฉาน
แสงฉายธำมรงค์อลงการอลงกตชัชวาลจินดาดี
จินดาดวงร่วงรุ่งมงกุฎเก็จมงกุฎกาบเพชรประดับสลับสี
สลับใส่กรรเจียกแก้วมณีห้อยพวงมาลีวิไลวรรณ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ ครั้นเสร็จเสด็จทรงพระขรรค์ชัยคลาไคลจากปราสาทรังสรรค์
ดั่งพญาไกรสรจรจรัลจากแท่นสุวรรณอันรูจี

ฯ ๒ คำ ฯ ปรายข้าวตอก

๏ ครั้นถึงเกยแก้วแกมมาศอันโอภาสจำรัสรัศมี
พระขึ้นทรงรถรัตน์มณีให้พรานนำโยธีมิทันนาน

ฯ ๒ คำ ฯ บาทสกุณี

โทน

๏ รถเอยรถแก้วแก้วฉลุปรุแพรวฉายฉาน
เทียมสินธพชาติผาดทะยานทะยานร้องเริงร่านเกรียงไกร
ปรากฏดั่งรถพระสุริยงยงยิ่งพริ้งระหงแสงใส
มยุรฉัตรพัดโบกอำไพไพโรจน์วิไลจำรูญตา
กลดกลิ้งกรรชิงชุมสายสายระย้าพร้อยพรายพระเวหา
ฆ้องกลองก้องกรุงณรงกากาหลโกลากังสดาล
เร่งรีบพลสกลไกรไกรเกริกหัยรถคชสาร
สำเนียงเสียงสนั่นสุธาธารรีบพลทวยหาญเข้าดานดง

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

โทน

๏ เสด็จเหนือพิชัยราชรถชมเนินบรรพตสูงส่ง
เงื้อมชะง่อนซับซ้อนยรรยงเป็นเวิ้งวงต่างสีสลับกัน
ที่แดงดั่งแสงทับทิมสดเขียวคือมรกตเคียงคั่น
ที่ขาวเพียงเพชรพรายพรรณดำนั้นปานนิลมณี
ลางเหลืองดั่งบุษราคัมบ้างขาบขำโหมดม่วงรัศมี
ที่ลายคล้ายราชาวดีพรายระยับจับสีสุริยน
ลางเนินมีน้ำพุพุ่งเป็นฝอยฟุ้งดั่งสุหร่ายสายฝน
หอมหวนอวลอบเสาวคนธ์ภูวดลชื่นชมภิรมย์ใจ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้นนายพรานชำนาญป่าใหญ่
จึ่งกราบทูลองค์พระทรงชัยซึ่งพระภูวไนยเสด็จมา
ก็ใกล้พนมมาศสิงขรที่กุญชรอาศัยน้ำหญ้า
ขอพระองค์จงหยุดโยธาที่กำจายภูผาคีรี

ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทภุชพงศ์เรืองศรี[๒]
ได้ฟังนายพรานป่าพนาลีต้องที่พระราชฤๅทัย
จึ่งตรัสสั่งมหาอำมาตย์ให้หยุดพยุหบาตรกระบวนใหญ่
ตั้งที่ประทับพลับพลาชัยแทบใกล้แนวเนินบรรพตา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นเสนีผู้มียศถา
ก้มเกล้ารับราชบัญชาก็ให้หยุดโยธาลงทันที

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ แล้วสั่งนายกองน้อยใหญ่ให้ตั้งพลับพลาชัยศรี
แทบใกล้กำจายคีรีในที่เนินแนวแถวธาร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นบรรดานายหมวดนายหาญ
ก็เร่งรัดเกณฑ์ไพร่ให้จัดการปักฉลากปันด้านเป็นโกลา
บ้างกล่อมเสาเกลาฟากขุดหลุมกลุ้มรุมช่วยกันทั้งซ้ายขวา
ตั้งซึ่งสุวรรณพลับพลามีมุขสี่หน้าตระหง่านงาม
หลังคาดาดแดงแย่งทองผูกม่านมาศกรองเรืองอร่าม
ดาดเพดานดวงดาววาววามทอดที่แต่งสนามพระลานชัย
ทั้งที่เสวยที่สรงอลงการรโหฐานใต้ร่มโศกใหญ่
ทิมเกยศาลาลูกขุนในแต่งไว้พร้อมเสร็จดั่งบัญชา

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทสุริย์วงศ์นาถา
ครั้นเสร็จซึ่งตั้งพลับพลาผ่านฟ้าโสมนัสพันทวี
จึ่งเสด็จย่างเยื้องยุรยาตรงามวิลาสดั่งท้าวโกสีย์
ลงจากรถแก้วรูจีมาขึ้นยังที่ตำหนักไพร

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ลดองค์ลงเหนือภัทรบิฐออกสถิตยังหน้าพลับพลาใหญ่
พร้อมสี่พี่เลี้ยงผู้ร่วมใจเสนาพลไกรดาษดา
จึงมีพระราชบรรหารแก่หมอคชสารพรานป่า
ตัวท่านทั้งสองผู้ปรีชาจงพากันเร่งรีบไป
ด้อมอยู่ยังที่สำนักซึ่งพญาคชลักษณ์อาศัย
แม้นอยู่กูจะคลาไคลไปจับให้ได้ในพรุ่งนี้

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้นจึ่งนายพรานป่าพนาศรี
กับทั้งหมอเฒ่าตัวดีอัญชุลีแล้วพากันรีบจร

ฯ ๒ คำ ฯ

โอ้ช้า

๏ เมื่อนั้นพระสุริย์วงศ์อวตารชาญสมร
ครั้นสิ้นแสงสีรวีวรจันทรจำรัสเมฆา
สว่างเขาเงาไม้ไพรพนมน้ำค้างย้อยพรอยพรมพฤกษา
พระพายชายพัดรำเพยพาหอมกลิ่นมาลาตระหลบวัน
พระเอนองค์ลงที่ไสยาสน์กรก่ายนลาฏเสียวกระสัน
โอ้สองวนิดาดวงจันทร์ถ้าขวัญข้าวเจ้ามาด้วยพี่ชาย
จะได้ชมมฤคาทิชากรอันสัญจรกลางเถื่อนเมื่อเดือนหงาย
พร้อมพักตร์เป็นสุขสนุกสบายพี่มาเอกากายระกำใจ
เจ้าพร่ำวอนว่าจะมาตามหรือทานทัดขัดห้ามก็เป็นได้
ถ้ามิเกรงพระองค์ฤทธิไกรอายแก่ไพร่พลมนตรี
ก็จะกลับจัตุรงค์พยุหบาตรไปสมสวาทด้วยสองมารศรี
ยิ่งคิดยิ่งแค้นแสนทวีภูมีก็เคลิ้มหลับไป

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ช้าปี่

๏ สุริยาเยี่ยมฟ้าเรืองรองแสงทองกลบแสงแขไข
ดุเหว่าเร้าเร่งอโณทัยสกุณัยไก่แก้วแจ้วดง
ประสานเสียงสำเนียงชะนีหวนเสนาะนวลสนั่นในไพรระหง
พระพายพาสาโรชบุษบงตระหลบวงจังหวัดพลับพลา
หอมกลิ่นเหมือนกลิ่นพระนุชน้องรื้อคะนึงถึงสองเสน่หา
พระฟื้นองค์ลงจากที่ไสยาผ่านฟ้าสะท้อนถอนใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ หวนคิดถึงนางกินนรินเมื่อเห็นที่มุจลินท์สระใหญ่
งามล้ำนางฟ้าสุราลัยจะใคร่ไปชมนางกินรี
จึ่งชำระสระสรงทรงเครื่องอร่ามเรืองด้วยดวงมณีศรี
เสด็จย่างเยื้องจรลีออกที่หน้าสุวรรณพลับพลา

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งมีมธุรสพจนารถแก่พี่เลี้ยงราชวงศา
เมื่อน้องไปผลาญพาณายังยอดภูผาอังชัน
เหน็ดเหนื่อยในการณรงค์จึ่งพาองค์อุษาโฉมสวรรค์
ไปสรงยังสระบุษบันอันชื่อมุจลินท์ชลธาร
เห็นฝูงอนงค์กินนรบินร่อนลงมาสรงสนาน
อรชรอ้อนแอ้นพึงพาลโฉมปานนางฟ้ายาใจ
น้องจะใคร่ไปชมสมสนิทภิรมย์ร่วมเชยชิดพิสมัย
อันมุจลินท์คงคาลัยทางใกล้หรือไกลที่ไปมา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระพี่เลี้ยงสุริย์วงศ์พงศา
ได้ฟังพระราชบัญชาพร้อมหน้าทูลสนองไปทันที
ข้าบาททราบเกล้ามาแต่ก่อนว่าสิงขรกำจายคีรีศรี
กับสระมุจลินท์วารีเป็นที่เดินได้ใกล้กัน
อันฝูงนางกินราย่อมมาลงเล่นเกษมสันต์
จะพาพระองค์ทรงธรรม์ไปโดยสำคัญให้พบพาน

ฯ ๖ คำ ฯ


[๑] ตรวจสอบชำระกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๓๕

[๒] เริ่มต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๔๕ ตรวจสอบกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๓๕

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ