ตอนที่ ๓๑ อภิเษกทศมุขครองกรุงรัตนา

๏ เมื่อนั้นโฉมนางไวยกาเสน่หา
ครั้นเสร็จถวายเพลิงพระภัสดาค่อยคลายโศกาจาบัลย์
จึงนบนิ้วประนมขึ้นเหนือเกศกราบทูลภูวเรศรังสรรค์
ขอเชิญเสด็จองค์พระทรงธรรม์จรจรัลเข้ายังเมืองมาร
ครอบครองโภไคยไอสูรย์อันสมบูรณ์สมบัติพัสถาน
ปกป้องแสนสนมนงคราญเป็นหลักแก้วสุกานต์ในธาตรี[๑]

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังไวยกาพาทีสอดคล้องต้องที่วิญญาณ์
จึงชวนโฉมยงนงลักษณ์อัคเรศวรนุชอุษา
กรายกรนวยนาดยาตราไวยกานำเสด็จไปขึ้นรถ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ สองกษัตริย์ร่วมราชบัลลังก์ทรงดั่งดวงเดือนสุริยงอลงกต
รถประเทียบเรียงรันเป็นหลั่นลดตามเชิงบรรพตแน่นนันต์
ให้เลิกซึ่งหมู่พยุหบาตรสุรชาติพหลพลขันธ์
ออกจากเขาแก้วอังชันตามกันไปโดยวิถีจร

ฯ ๔ คำ ฯ

โทน

๏ รถเอยรถแก้วแล้วด้วยนพรัตน์ประภัสสร
งามเรือนงามแปรกแอกงอนงามบุษบกซ้อนบัลลังก์ลอย
งามเสากาบเก็จเพชรประดับงามกระจังแก้วประกับช่อห้อย
งามมุขบันงามอร่ามพลอยงามช่อฟ้าย้อยจับลำยอง
งามเทียมไกรสรสีหราชงามโลทันผาดเสียงก้อง
งามพระองค์ทรงนั่งดั่งรูปทองงามวรนุชน้องละกลกัน
งามรถประเทียบเรียบตามงามฝูงอนงค์งามดั่งสาวสวรรค์
งามเครื่องสูงบังสุริยันงามแถวธงสุวรรณไสวฟ้า
งามปี่กลองประโคมโครมครึกงามพลแห่ฮึกทั้งซ้ายขวา
งามทศมุขขี่อาชาเป็นกองหน้านำพลจรลี

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ เดินทางหว่างเขาลำเนาธารข้ามละหานห้วยเนินคีรีศรี
สำราญราชฤทัยเปรมปรีดิ์จนบุรีรัตนาราชัย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งให้ขับรถทรงตรงเข้าโดยมหาทวารใหญ่
ขึ้นวิถีทางเทียบเลียบไปทอดพระเนตรกรุงไกรกุมภัณฑ์

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมตลาด

๏ เพ่งพิศปราการประกอบแก้วสีแพร้วเลื่อมพรายฉายฉัน
นางเรียงงามเรียบระเบียบกันหุ้มสุวรรณเงาวาบปลาบตา
เชิงเทินปักธงมังกรทองสะบัดเห็นไสวห้องเวหา
ช่องป้อมวางปืนจินดาทวาราบานรัตน์อร่ามเรือง
มีคูรอบคอบเป็นขอบคันเขื่อนกั้นล้วนแก้วแนวเนื่อง
ถนนมาศตรอกมีวิถีเมืองตึกกว้านร้านเรืองระเบียบเรือน
ปราสาททั้งสามแก้วสิ้นทุกแดนแผ่นดินไม่มีเหมือน
ยอดโชติแสงช่วงดั่งดวงเดือนแลเลื่อนงามล้ำพิมานลอย
ช่อฟ้าช้อยเฟื้อยเฉื่อยชดหน้าบันแก้วบดกระหนกห้อย
สี่มุขสุกพลามอร่ามพลอยลำยองทองย้อยระยับพราย
ผนังล้วนผลึกพันลึกเลิศบัญชรงามเฉิดวิเชียรฉาย
ชมพลางชื่นเพลินฤทัยสบายจนชายบ่ายแสงอโณทัย

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ให้กลับพิชัยรถทรงตรงตามทางท้องถนนใหญ่
พลมารแห่แหนแน่นไปเข้าในนิเวศน์อสุรี

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงประทับกับเกยมาศอันโอภาสด้วยดวงมณีศรี
พระชวนองค์อัคเรศเทวีอันมีศุภลักษณ์วิไลวรรณ
ลงจากบัลลังก์รถทรงพร้องฝูงอนงค์สาวสวรรค์
ดั่งดาวแวดล้อมดวงจันทร์ขึ้นปราสาทสุวรรณอำไพ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์นางสนมหมอบกลาดไม่นับได้
แสนสุขสำราญฤทัยด้วยมีชัยได้ราชธานี

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นนางพระพี่เลี้ยงทั้งสี่
ต่างตนนบนิ้วอัญชุลีแล้วโศกีทูลสองกษัตรา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ โอ้ว่าพระยอดเยาวราชแม่จอมวรนาฏเสน่หา
อยู่หลังข้าตั้งแต่โศกาถึงเบื้องบาทานี้พ้นนัก
ครวญคร่ำร่ำกินแต่ชลเนตรแสนทุกข์แสนเทวษเพียงอกหัก
คิดว่าสองพระองค์ทรงลักษณ์อยู่ในมือยักษ์สาธารณ์
ทั้งพระสุริย์วงศ์ก็องค์เดียวเปล่าเปลี่ยวไม่มีทวยหาญ
จะเคี่ยวขับต่อสู้ด้วยหมู่มารเกลือกการเพลี่ยงพล้ำจะเสียที
ทุกข์ใจตั้งใจฟังข่าวอกผ่าวเร่าร้อนถึงสองศรี
แม้นทราบแท้ว่าแพ้อสุรีจะตายตามธุลีพระบาทไป
อันความข้าทุกข์นี้เหลือทุกข์จะสุขสักเวลาก็หาไม่
ครั้นแจ้งว่าต่อตีมีชัยดีใจดั่งได้สมบัติฟ้า
ครั้งนี้ทั้งสี่สิ้นโศกวายวิโยคสองยอดเสน่หา
จะสนองรองเบื้องพระบาทาไปกว่าจะสิ้นชนมาน

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
กับโฉมวนิดายุพาพาลฟังสารศรีนาฏนารี
แสนเสนาะเพราะพร้องต้องใจล้วนซื่อสัตย์อาลัยไม่หน่ายหนี
จึ่งตอบด้วยมธุรสวาทีว่านี้คุณพ้นคณนา
มิเสียแรงร่วมใจร่วมจิตร่วมชีวิตชีวังสังขาร์
ครั้งนี้ใช่แต่พี่โศกาถึงข้าก็ทุกข์เหมือนกัน
กลัวว่าทั้งสี่จะบรรลัยด้วยภัยอสุราโมหัน
เมื่ออยู่ยังเขาแก้วอังชันโศกศัลย์ถึงพี่พ้นประมาณ
ก็เล่าความตามที่ทุกข์ยากลำบากด้วยรบหนักหักหาญ
จนถึงกุมภัณฑ์บรรลัยลาญให้นงคราญทั้งสี่พี่เลี้ยงฟัง
แล้วตรัสแก่อุษามารศรีอันห้านางคุณมีมาแต่หลัง
ร่วมทุกข์ร่วมชีพชีวังตั้งใจจงรักภักดีมา
ควรเราจะบำเหน็จความชอบประกอบทั้งสมบัติแลยศถา
ให้เครื่องสำหรับพระธิดากัลยาจะเห็นประการใด

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอัคเรศผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังบรรหารภูวไนยบังคมไหว้สนองพจมาน
อันซึ่งพี่นางศุภลักษณ์จงรักร่วมชีพสังขาร
อาสาเที่ยวไปไนไตรดาลทำการวาดรูปถึงสามครา
แล้วกลับไปเชิญองค์พระทรงเดชมายังนคเรศยักษา
ไม่กลัวภัยอาลัยแก่ชีวาความชอบกัลยาอเนกนันต์
ควรให้มงกุฎสังวาลเพชรธำมรงค์แก้วเก็จฉายฉัน
สะอิ้งทับทรวงวิไลวรรณทองกรกุดั่นดวงมณี
พานทองเครื่องทองถมยาวอทองทาสาทาสี
เงินตราผ้าทรงอย่างดีที่อยู่โอฬารสำราญใจ
อันพี่เลี้ยงนารีทั้งสี่นั้นก็ผูกพันสมัครรักใคร่
ปิ้มสิ้นชีวิตชีวาลัยความชอบอรไทพ้นประมาณ
นางอรัญควรให้มงกุฎแก้วสังวาลแล้วด้วยดวงมุกดาหาร
นางสุพรรณมงกุฎอลงการนางสุนทรนงคราญทับทิมพราย
นางจันไพฑูรย์จำรูญเรืองล้วนเครื่องทรงกษัตริย์ฉานฉาย
พาหุรัดทองกรแก้วลายวอศรีพรรณรายรูจี
หีบทองจำหลักสารพางค์เครื่องทองครบอย่างเฉลิมศรี
แหวนพลอยโลหิตมณีภูษาอย่างดีแพรพรรณ
จึงจะสมควรงามด้วยความชอบรู้รอบปิดป้องทุกสิ่งสรรพ์
ซึ่งพระองค์จะประทานรางวัลตามแต่ทรงธรรม์จะโปรดปราน

ฯ ๒๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระทรงโฉมประโลมสงสาร
ได้ฟังวนิดายุพาพาลพจมานสอดคล้องต้องใจ
จึ่งมีบรรหารอันสุนทรดวงสมรพี่ยอดพิสมัย
ซึ่งเจ้าว่าขานประการใดต้องในระบอบชอบนัก
มิเสียทีที่เกิดในโกเมศควรรองบทเรศพญาจักร
รูปรสวาจาจำเริญรักสมศักดิ์สุริย์วงศ์เทวา
แล้วมีพจนารถบรรหารสั่งนางพนักงานซ้ายขวา
จงไปเบิกสั่งของทั้งปวงมาเราจะให้แก่ห้านารี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝูงนางกำนัลสาวศรี
น้อมเกล้ารับราชวาทีอัญชุลีแล้วลาออกไป

ฯ ๒ คำ ฯ ชุบ

๏ ครั้นถึงจึ่งแจ้งกิจการแก่ชาวพนักงานน้อยใหญ่
บรรดารักษาทรัพย์ไว้ตามในพระราชบัญชา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นขุนคลังนายใหญ่ถ้วนหน้า
ได้แจ้งไม่แคลงในวิญญาณ์ก็จัดแจงผืนผ้าแพรพรรณ
ทั้งเครื่องทรงมงกุฎสังวาลหีบพานพื้นยิ่งทุกสิ่งสรรพ์
ขนมากองเรียงไว้เคียงกันส่งให้กำนัลนารี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นหมู่นางกำนัลสาวศรี
รับของแล้วพากันจรลีมายังที่เฝ้าทันใด

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึ่งวางสิ่งของลงยังที่ท้องพระโรงใหญ่
แล้วบังคมหมอบกลาดดาษไปดั่งดาวล้อมแขไขในเมฆา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทสุริย์วงศ์นาถา
จึ่งประทานเครื่องทรงอลงการ์ภูษาเงินทองอันโอฬาร
แก่พี่เลี้ยงทั้งห้ายุพาพักตร์อันจงรักร่วมชีพสังขาร
โดยคุณความชอบประกอบการตั้งใจอัครฐานอันดับกัน

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพี่เลี้ยงทั้งห้าคนขยัน
นบนิ้วประนมบังคมคัลรับของรางวัลด้วยยินดี
ผิวพักตร์ผ่องเพียงจันทรอันเขจรแจ่มฟ้าราศี
ต่างตนถวายอัญชุลีไปยังที่อยู่สำราญ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
ครั้นเสร็จปูนบำเหน็จนงคราญพี่เลี้ยงเยาวมาลย์ผู้ร่วมใจ
พอเวลาค่ำย่ำลงสุริยงล่วงลับเหลี่ยมไศล
จึ่งชวนโฉมอัคเรศอรไทเข้าในห้องสิริไสยา

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เอนองค์ลงเหนือบรรจถรณ์อันขจรด้วยกลิ่นบุปผา
รื่นเร้าเสาวรสสุคนธามาลัยโอฬาร์ผกากาญจน์ว
แก้วกุหลาบจำปาสารภินจรุงรวยชวยกลิ่นหอมหวาน
กลั้วกลิ่นวนิดายุพาพาลระเหยหวนเสียวซ่านสำราญใจ
ประทีปทองส่องสว่างกระจ่างแจ้งจรัสแสงดั่งดวงแขไข
จับผิวพักตร์นวลอนงค์ในละอองใยเพียงเทวรัมพา
บ้างกราบกรานอยู่งานรำเพยพัดโบกสะบัดแส้ปรายซ้ายขวา
อเนกแน่นแสนสนมกัลยาดั่งดารารายรอบศศิธร

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นห้าพระพี่เลี้ยงสายสมร
เห็นหลานสมเด็จพระสี่กรเข้าที่บรรจถรณ์อันโอฬาร
จึ่งสั่งนางบำเรออนงค์นาฏให้บรรเลงพิณพาทย์เสียงประสาน
ขับกล่อมข้างที่ประจำงานบำเรอบทมาลย์พระยอดฟ้า

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นหมู่นางบำเรอทั้งซ้ายขวา
ก็จับเครื่องดุริยางค์นานาถ้วนหน้าบรรสานขึ้นพร้อมกัน

ฯ ๒ คำ ฯ

พระทอง

๏ ฝ่ายฝูงนางขับก็ขับกล่อมเพราะพร้อมบรรเลงเพลงสวรรค์
ครั่นครวญหวนโหยโอดพันเสียงสนั่นเรื่อยรับกับดนตรี

ฯ ๒ คำ ฯ

พัดชา

๏ นบบาทบงกชบทรัตน์ล้อมเกศกษัตริย์ทั้งสองศรี
ควรเป็นพระปิ่นโมลีตรีโลกเลิศประเสริฐสม

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ สององค์ทรงเสาวภาคย์บุญมีมากหากนิยม
สุรารักษ์ชักมาชมสมพระน้องประคองกันเอย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ขอจงจำเริญสวัสดิ์พูนพิพัฒน์มไหศวรรย์
เกรงเดชทุกเขตขัณฑ์ถวายสุวรรณมาลี

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ อย่าได้นิราศรักยอดเยาวลักษณ์มเหสี
ข้าบาททั้งปวงนี้จะได้พึ่งบุญญาเอย

ฯ ๒ คำ ฯ

มโหรี

๏ เมื่อนั้นพระทรงโฉมประโลมเสน่หา
ไสยาสน์เหนืออาสน์โอฬาร์ด้วยองค์วนิดาวิลาวัณย์
ฟังเสียงสังคีตขับขานเฉื่อยฉานเพียงเพลงบรรเลงสวรรค์
จับใจเพลิดเพลินจำเริญกรรณทรงธรรม์ก็เคลิ้มหลับไป

ฯ ๔ คำ ฯ

ช้าปี่

๏ ยามสงัดปัจฉิมราตรีเวลาล่วงเข้าที่ปัจจุสมัย
ดาวดวงร่วงฟ้านภาลัยแขไขเศร้าสิ้นรังสีนวล
น้ำค้างพร่างพร้อยดั่งฝอยฝนโพยมพยับสกลเวหาหวน
ชื่นเฉื่อยเรื่อยเย็นวิญญาณ์ยวนจวนรุ่งพุ่งแสงอุทัยทอง
อรุณรางพ่างพื้นนภาแผ้วเสนาะเสียงไก่แก้วขันก้อง
สนั่นศัพท์ประโคมฆ้องกลองดุเหว่าร้องเร้าเร่งพระสุริยัน
พระตื่นจากแท่นทิพสิงหาสน์วแล้วปลอบปลุกวรนาฏถนอมขวัญ
โสรจสรงทรงเครื่องพรายพรรณเสด็จออกพระโรงคัลอลงการ์

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์รัตน์วคู่อาสน์วจักรพรรดินาถา
พร้อมหมู่อสูรเสนาปโรหิตพฤฒาแสนยากร
บังคมเกลื่อนกลาดดาษเฝ้าเคารพบทเรศธิเบศร
งามดั่งองค์อมรินทรเสด็จกลางนิกรเทวัญ
เห็นทศมุขอสุราอนุชาธิราชรังสรรค์
พระจะให้สืบวงศ์กุมภัณฑ์ทรงธรรม์จึ่งมีพจมาน
ตรัสสั่งขุนโหรายักษ์อันแหลมหลักปรีชากล้าหาญ
ท่านจงหาฤกษ์ศุภวารจะตั้งการอภิเษกสวัสดี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นขุนโหราจารย์ยักษี
ก้มเกล้ารับราชวาทีก็ดูโดยคัมภีร์พยากรณ์
ตั้งศักราชลงตามฐานคูณหารเป็นมาสเกณฑ์ก่อน
ชำระไปได้เศษสถาวรพระจันทรกินฤกษ์กัตติกา
เสร็จแล้วน้อมเศียรบังคมทูลนเรนทร์สูรสุริย์วงศ์นาถา
วันพุธสองค่ำในตำราศุภฤกษ์มหามงคล
รุ่งแล้วสามโมงสามบาทจำเริญราชเดชาสถาผล
ดิลกโลกทั่วหล้าสุธาดลไพรีผจญบรรลัยลาญ[๒]

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระสุริย์วงศ์จักรามหาศาล
ได้ฟังวาจาโหราจารย์ผ่านฟ้าชื่นชมยินดี
จึ่งมีบรรหารสิงหนาทสั่งมหาอำมาตย์ยักษี
จงเตรียมการพระราชพิธีโดยที่อภิเษกเลิศไกร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นจึ่งเสนามารผู้ใหญ่
รับรสพจนารถภูวไนยบังคมไหว้แล้วรีบออกมา

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ หมายบอกสนมกรมวังทั่วทั้งข้างในข้างหน้า
ให้จัดแจงแต่งการอันโอฬาร์ตามสั่งนัดดาพระนารายณ์

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝ่ายเจ้าพนักงานทั้งหลาย
ก็เร่งรัดเกณฑ์กันทุกมุลนายวุ่นวายเอิกเกริกเป็นโกลี

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ บ้างแต่งมหาปราสาททอดราชาอาสน์ลาดที่
ผูกม่านกั้นฉากรูจีห้อยพวงมาลีวิไลวรรณ
บางหมู่แต่งตั้งบัลลังก์รัตน์ปักเศวตฉัตรฉายฉัน
สังข์กลศวางเรียงเคียงกันแว่นแก้วเทียนสุวรรณบายศรีทอง
บายศรีนากหลากเลิศล้วนมณีซ้ายขวาโดยที่เป็นแถวถ่อง
ฉัตรแก้วโอฬาร์ระย้ากรองเสร็จต้องตามที่พิธีการ
ประชุมชาวราชครูผู้ปรีชาชีพ่อพฤฒามหาศาล
นั่งอาสน์อันดับเป็นประธานในสถานภิเษกสวัสดี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นโฉมนางไวยกามารศรี
ครั้นรุ่งรางสร่างแสงพระรวีใกล้นาทีฤกษ์สถาวร
จึ่งมีมธุรสพจนารถให้โอรสราชชาญสมร
ชำระสระสรงสาครอลงกรณ์ประดับกายา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นทศมุขสุริย์วงศ์ยักษา
น้อมเกล้ารับสั่งพระมารดาก็ลีลามาสรงชลธี

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ปทุมทองโปรยละอองวารีรินลูบไล้มลทินขัดสี
มัวหมองผ่องสิ้นทั้งอินทรีย์สุคนธารมาลีตระหลบองค์
สอดใส่สนับเพลาพรอยพรายภูษาเลิศลายกระหนกหงส์
ชายไหวชายแครงเครือภุชงค์สังวาลทรงทับทรวงชมพูนุท
ตาบทิศทองกรมังกรพันพาหุรัดกุดั่นประดับบุษย์
ธำมรงค์เพชรพรายเรือนครุฑทรงมหามงกุฎแก้วกาญจน์
ทัดกรรเจียกจอนวิเชียรช่วงห้อยพวงมาลัยมุกดาหาร
งามเพียงเทพบุตรพรหมานมาสถานที่เฝ้าพระภูมี

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
ครั้นใกล้ศุภฤกษ์สวัสดีมีจิตชื่นชมภิรมยา
จึ่งเสด็จจากแท่นสิงหาสน์ลีลาศวาดกรซ้ายขวา
พาทศมุขอสุรามายังปราสาทพิธีการ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ จึ่งให้น้องรักพระอัคเรศประเวศขึ้นแท่นทิพมุกดาหาร
ภายใต้เศวตฉัตรอันโอฬารกลางสถานภิเษกสถาวร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายนางไวยกาดวงสมร
กับองค์อุษาบังอรวงศานิกรกุมภัณฑ์
ก็เสด็จย่างเยื้องยุรยาตรงามวิลาสดั่งเทพอัปสรสวรรค์
พร้อมพรูหมู่สนมกำนัลพากันไปปราสาทพิธี

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึ่งนั่งในสถานสำหรับราชเยาวมาลย์มารศรี
ทั้งสุริย์วงศ์อนงค์นารีก็นั่งเรียงเคียงที่อับดับไป

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระมหาราชครูผู้ใหญ่
ครั้นพร้อมพระวงศาเสนาในก็ลั่นฆ้องชัยเข้าสามครา
ทั้งสี่ชีพ่อพฤฒาจารย์ก็โอมอ่านพระเวทคาถา
ถือสังข์ถือกลศเข้ามาถวายมุรธาวารี
ชุบชัยภิเษกโสรจสรงลงเหนือเศียรเกล้ายักษี
โดยอย่างบุราณประเวณีกษัตริย์โมลีเลิศไกร
ชาวประโคมก็ประโคมฆ้องกลองกึกก้องกัมปนาทหวั่นไหว
ดนตรีสังข์แตรแซ่ไปทั้งในพิภพกุมภัณฑ์

ฯ ๘ คำ ฯ

สระบุหร่ง

๏ ได้เอยได้ฤกษ์โหรเฒ่าให้เบิกบายศรีขวัญ
ประโรหิตก็จุดเทียนสุวรรณติดแว่นแก้วอันโอฬาร์
ยกขึ้นเคารพจบเศียรส่งเวียนแต่ซ้ายไปขวา
พระสุริย์วงศ์รับส่งกันต่อมารอบราชมหามณฑล
เสียงฆ้องกลองสนั่นครั่นครึกสำเนียงโห่ฮึกโกลาหล
พร้อมเพราะเสนาะอึงอลเป็นวิจลมหัศอัศจรรย์

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถ้วนเจ็ดรอบระบอบศาสตร์พิธีราชภิเษกรังสรรค์
ปโรหิตดับเทียนโบกควันให้องค์กุมภัณฑ์สามครา
แล้วเอาจุณเจิมเฉลิมพักตร์ดิหลักในนลาฏยักษา
พร้อมกันอวยพรเป็นโกลาชัยตุมหาสถาวร

ฯ ๔ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทสุริย์วงศ์ชาญสมร
จึ่งมีสิงหนาทอันสุนทรมอบนครรัตนาราชัย
กับราชบรมสมบัติสาวสวัสดิ์กำนัลน้อยใหญ่
ทั้งเสนาพหลพลไกรให้แก่ทศมุขอสุรา
ตั้งเป็นเอกองค์มงกุฎเกศสุริย์วงศ์พรหเมศนาถา
จรรโลงบุรีรัตนาปกป้องไพร่ฟ้าประชากร
แล้วมีมธุรสพจนารถประทานโอวาทสั่งสอน
ท่านจงครอบครองพระนครให้ถาวรในทางทศธรรม์
อย่าประพฤติเภทพาลการผิดทุจริตโลโภโมหัน
จะได้เป็นที่พึ่งแก่พงศ์พันธุ์ตราบเท่าชีวันมรณา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพญาทศมุขยักษา
น้อมเศียรกราบลงกับบาทาหลานพระจักราธิบดี
รับโอวาทองค์ทรงเดชใส่ศิโรเพฐน์ยักษี
แล้วทูลสนองไปทันทีซึ่งปรานีโปรดข้าบทมาลย์
พระคุณที่การุญภาพเย็นซาบไม่มีสิ่งสมาน
หนักยิ่งแผ่นฟ้าสุธาธารประมาณเหมือนบิตุเรศมารดา
ข้าน้อยขอสนองรองบาทภูวไนยธิราชนาถา
มิได้ละเมิดพระบัญชาไปกว่าจะสิ้นชีวัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนวลนางไวยกาโฉมสวรรค์
ทั้งวงศาเสนากำนัลกุมภัณฑ์ชีพราหมณ์พฤฒาจารย์
ครั้นเสร็จอภิเษกมงคลต่างตนชื่นชมเกษมศานต์
ออกจากปราสาทพิธีการไปสถานที่อยู่อสุรี

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้นพญาทศมุขยักษี
ได้ผ่านสวรรยาธานีเป็นปิ่นอสุรีเลิศไกร
ตั้งอยู่ในธรรมทศมิตรมิได้ผิดเรื่องราชวิสัย
บำรุงสุริย์วงศ์พลไกรไพร่ฟ้าเสนาประชากร
เย็นเช้าขึ้นเฝ้าภูวนาถกับอัครราชอุษาสายสมร
พระทรงคิดเหมือนบิดามารดรสโมสรจงรักภักดี

ฯ ๖ คำ ฯ


[๑] จบความต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๕๓ ความต่อจากนี้ ตรวจสอบกับต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๓๓

[๒] ในหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๓๓ ความต่างออกไปว่า

“รุ่งแล้วโมงเศษสามบาทจำเริญราชเดชาสถาผล
ได้ทั้งโชคชัยมงคลควรจะตั้งมณฑลพิธีการ”

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ