ตอนที่ ๒๗ พระอุณรุทรบกับท้าวกรุงพาณ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายพระอุณรุทรังสรรค์
จึ่งเสด็จย่างเยื้องจรจรัลเข้าห้องสุวรรณอลงการ์

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึ่งเห็นองค์นงลักษณ์ซบพักตร์เศร้าโทมนัสสา
พระสวมสอดกอดองค์กัลยาโศกาครวญคร่ำร่ำไร

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ โอ้ว่าเจ้าดวงชีวิตพี่ครั้งนี้ดั่งตายแล้วเกิดใหม่
เมื่อนาคมามัดรัดไปแขวนไว้ยังยอดพรหมพักตร์
คิดว่าจะสิ้นชีวาตม์แสนคะนึงนุชนาฏเพียงอกหัก
กลัวจะไม่ได้เห็นน้องรักแสนทุกข์ทุกข์หนักเพียงตัวตาย
ไหนจะทนเวทนาก็สาหัสโทมนัสเร่าร้อนฤทัยหาย
ดิ้นดิ้นจะสิ้นชีวาวายแล้วคิดถึงโฉมฉายพันทวี
เกรงว่าตัวเจ้าจะบรรลัยด้วยภัยพญายักษี
ยิ่งเยือกเย็นไปสิ้นทั้งอินทรีย์พ่างเพียงกายพี่จะแหลกลาญ
หากพระอัยกามาช่วยจึ่งไม่ม้วยชีวังสังขาร
ได้คืนมาเห็นหน้าเยาวมาลย์ผ่านฟ้าร่ำพลางทางโศกา

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้นโฉมยงองค์นางอุษา
ซบพักตร์กับตักพระภัสดากัลยาพ่างเพียงจะขาดใจ
ฟังฟังน้ำคำพระร่ำรักยิ่งสงสารนักน้ำตาไหล
แสนสลดระทดด้วยอาลัยอรไทข้อนทรวงเข้าโศกี

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

โอ้

๏ โอ้ว่าพระมิ่งมงกุฎเกศทรงเดชฟุ้งฟ้าราศี
หรือมาต้องทนทุกข์แสนทวีเพราะด้วยน้องนี้อนาถนัก
มิควรเลยที่พวกไพรินจะดูหมิ่นบาทบงสุ์พระทรงจักร
จนจะม้วยลงด้วยอาญายักษ์ยังปรานีน้องนักเพราะเมตตา
อันพระคุณที่การุญภาพก็ซ่านซาบล้นเกล้าเกศา
สุดซึ่งจะร่ำพรรณนาหนักยิ่งแผ่นฟ้าสุธาธาร
เมียคิดว่าจะไม่ได้ทูลบาทพระเยาวราชผู้ยอดมหาศาล
เมื่อตื่นขึ้นไม่เห็นบทมาลย์ทั้งนงคราญศุภลักษณ์ก็หายไป
สำคัญว่าพระพากันลอบหนีน้องนี้ดิ้นโดยโหยไห้
ต่อเหลือบแลเห็นพระขรรค์ชัยสงสัยใคร่ถวิลจินดา
เที่ยวหาเห็นนาคมันรึงรัดมัดไว้ยอดปราสาทยักษา
ดังเศียรน้องขาดจากกายาโหยหาจนสลบไม่สมประดี
ฟื้นขึ้นน้องวอนขอโทษพระบิดาไม่โปรดเกศี
สุดคิดแล้วตั้งแต่โศกีแสนทวีเวทนาจาบัลย์
บุญช่วยจึ่งไม่ม้วยชีวาตม์ได้รองบาทภูวเรศรังสรรค์
ร่ำพลางกัลยาลาวัณย์กันแสงศัลย์เพียงสิ้นชีวา

ฯ ๑๖ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ บัดนั้นจึ่งนางพี่เลี้ยงเสน่หา
เห็นสองกษัตริย์โศกาพรรณนาครวญคร่ำร่ำไร
ต่างสงสารพระเยาวเรศแสนเทวษกลั้นโศกมิใคร่ได้
ยิ่งดูผ่านฟ้าโศกาลัยเห็นนํ้าพระเนตรไหลลงพรั่งพราย
ตกต้องปฤษฎางค์พระนุชน้องดั่งแผ่นทองรองดวงมณีฉาย
สุชลนางต้องพระบาทฟูมฟายดั่งสายฝนตกต้องปทุมา
งามโฉมเมื่อชื่นก็ล้ำโลกยามโศกก็น่าเสน่หา
อันเราสี่คนแปดนัยนาดูสองกษัตราไม่อิ่มใจ
ถึงใครงามทั้งสามแผ่นภพจะเลิศลบสององค์ก็ไม่ได้
ดูดูก็ปลื้มอาลัยต่างถอยออกไปทันที

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทสุริย์วงศ์เรืองศรี
ครั้นสว่างสร่างโศกโศกีจึ่งมีสุนทรวาจา
เจ้าผู้โฉมเฉลาเสาวภาคย์เพื่อนยากพี่ยอดเสน่หา
รุ่งเช้าพรุ่งนี้เวลาพี่จักเข่นฆ่ากรุงพาณ
แก้แค้นแทนกันประจัญกรราญรอนด้วยเดชกำลังหาญ
ให้ม้วยชีวันบรรลัยลาญเยาวมาลย์จะว่าประการใด

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางอุษาผู้ยอดพิสมัย
จึ่งนบนิ้วทูลสนองไปสุดใจอยู่แล้วพระยอดฟ้า
อันพระบิตุเรศได้เลี้ยงดูคุณอยู่น้องรักหนักหนา
พระองค์ได้เป็นภัสดาคุณล้ำแผ่นฟ้าธาตรี
แม้นสองพระองค์ทรงธรรม์ร่วมแผ่นสุวรรณเฉลิมศรี
น้องจะแสนสำราญพันทวีไม่มีสิ่งซึ่งจะเปรียบปาน
นี่มาเป็นเสี้ยนปัจจามิตรสุดคิดที่น้องจะว่าขาน
เมียก็ได้ตั้งสัตย์ปัฏิญาณจะตายด้วยบทมาลย์เป็นแน่นอน
แต่ขอพระองค์จงโปรดเกศแม้นว่าบิตุเรศไม่ก่อก่อน
พระอย่าเพ่อประหารราญรอนเมตตาผันผ่อนให้จงดี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทผู้รุ่งรัศมี
ได้ฟังวนิดาพาทีภูมีรับขวัญนงลักษณ์
มิเสียทีพี่ละนคเรศข้ามเขตหิมวาอาณาจักร
มาได้สบสมอารมณ์นักงามศักดิ์สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์
งามรูปงามโฉมประโลมจิตงามจริตงามรู้ให้รับขวัญ
งามคำงามคมคารมครันงามชื่อสารพันจะต้องใจ
ตรัสพลางอิงแอบแนบน้องตระกองแก้วจุมพิตพิสมัย
เคยชื่นรื่นรสภิรมย์ในดั่งได้เสวยสวรรค์ชั้นฟ้า

ฯ ๘ คำ ฯ กล่อม

๏ บัดนั้นฝ่ายนางกำนัลถ้วนหน้า
ได้ยินเสียงกันแสงโศกาพรรณนาร่ำไรรักกัน
ให้คิดฉงนสนเท่ห์นักไฉนหนอนงลักษณ์โฉมสวรรค์
สิอยู่กับพี่เลี้ยงร่วมชีวันนี่เสียงชายรำพันประหลาดใจ
อย่าเลยจะลอบเข้าไปดูให้รู้ประจักษ์จงได้
คิดแล้วก็พากันคลาไคลขึ้นไปบนที่พระบุตรี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ แฝงม่านมองเห็นพระสุริย์วงศ์กับองค์พระธิดาโฉมศรี
แสนวิโยคโศกศัลย์โศกีอยู่บนแท่นที่ไสยา
ทั้งสี่พี่เลี้ยงก็ครวญคร่ำพิไรร่ำรักสองเสน่หา
หมู่นางก็กลับลงมาจากปราสาทรัตนาอำไพ
จึ่งปรึกษากันทันทีครั้งนี้เราจะคิดไฉน
อันจะนิ่งปิดปกเนื้อความไว้เห็นไม่พ้นภัยกุมภัณฑ์
จำเราจะรีบไปกราบทูลนเรนทร์สูรธิราชรังสรรค์
ว่าแล้วฝูงนางกำนัลก็พากันไปเฝ้าอสุรี

ฯ ๘ คำ ฯ ชุบ

๏ ครั้นถึงนบนิ้วบังคมบาททูลท้าวพาณราชเรืองศรี
บัดนี้ชายชู้พระบุตรีอันมีนามอุณรุทสุริย์วงศ์
กลับมาโศการักกันกับจอมขวัญเยาวยอดนวลหง
ชีวิตข้าอยู่ใต้บาทบงสุ์ขอประทานจงทรงพระเมตตา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษา
ได้ฟังกำนัลกัลยาอสุรากริ้วโกรธคือไฟกัลป์
กระทืบบาทผาดแผดสุรเสียงเข่นเขี้ยวสำเนียงดั่งฟ้าลั่น
เหม่เหม่มนุษย์เท่าแมลงวันมาดูหมิ่นกันหนักไป
แต่รอดจากตายก็บุญตัวไม่กลัวกลับมาหากันได้
มันนี้ผลกรรมเข้าดลใจจะบรรลัยด้วยมือพระกาล
ตรัสแล้วเสด็จยุรยาตรจากแท่นทิพมาศมุกดาหาร
ดั่งไพจิตราสูรมารออกพระโรงสุรกานต์รูจี

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์รัตน์ภายใต้เศวตฉัตรมณีศรี
จึ่งมีสิงหนาทวาทีตรัสสั่งเสนีรณพักตร์
จงเกณฑ์อสุรโยธาเลือกล้วนแกล้วกล้าสิทธิศักดิ์
ให้ได้พันโกฏิพลยักษ์เคยหักศึกหาญชาญฉกรรจ์
พรุ่งนี้จะจับอุณรุทลูกท้าวไกรสุทรังสรรค์
ฆ่าเสียให้สิ้นชีวันจงสาใจมันอ้ายพาลา
แล้วจึ่งจะยกโยธีแสนสุรเสนีแกล้วกล้า
ไปตีเอากรุงณรงกาฆ่าวงศามันให้วายปราณ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นรณพักตร์ผู้ปรีชาหาญ
ก้มเกล้ารับราชโองการกราบกับบทมาลย์แล้วออกไป

ฯ ๒ คำ ฯ ประถม

ยานี

๏ เกณฑ์พลเป็นกองพยุหบาตรโดยขนาดกระบวนทัพใหญ่
พันโกฏิเลือกล้วนเกรียงไกรว่องไวในการราญรอน
กองหนึ่งกายเป็นกุมภัณฑ์หน้านั้นเป็นหน้ากาสร
เหล่าหนึ่งหน้าเป็นวานรกายกรเป็นเพศอสุรา
เหล่าหนึ่งกายเป็นโคถึกหน้านั้นพันลึกเป็นผีป่า
เหล่าหนึ่งตัวเป็นพยัคฆาหน้ากลับเป็นหน้าพาชี
เหล่าหนึ่งตัวกายเป็นมังกรหน้าเป็นไกรสรราชสีห์
เหล่าหนึ่งกายเป็นอสุรีหน้านั้นเป็นหมีขบฟัน
ล้วนถืออาวุธกวัดแกว่งเป็นประกายพรายแสงฉายฉัน
ผูกช้างพระที่นั่งซับมันพร้อมกันในราตรีกาล

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรใจหาญ
ไสยาสน์เหนืออาสน์โอฬารให้เดือดดาลร้อนรนสกนธ์กาย
ดั่งหนึ่งว่าใครเอาไฟพิษมาจ่อจิตติดอยู่ไม่รู้หาย
พลิกกลับสับสนกระวนกระวายมาดหมายจะล้างไพรี
ผุดลุกขึ้นเยี่ยมบัญชรคอยท่าทินกรรังสี
แต่ฮึกฮัดขัดแค้นแสนทวีอสุรีไม่สนิทนิทรา

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ ครั้นพระสุริยาเรืองรองแสงทองสว่างเวหา
เสด็จจากแท่นแก้วอลงการ์มาเข้าที่สรงชลธาร

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ สุหร่ายโรยโปรยสายวารีรินทรงสุคนธ์กลั้วกลิ่นหอมหวาน
สอดใส่สนับเพลาพลอยประพาฬภูษาลายก้านกระหนกพัน
ชายไหวชายแครงโมราร่วงเกราะเกล็ดเพชรพวงมุกดาคั่น
ฉลององค์ทรงประพาฬพื้นสุวรรณรัดองค์กุดั่นประจำยาม
ตาบทิศทับทรวงดวงผลึกสังวาลศึกสามสายเรืองอร่าม
ทองกรพาหุรัดรายพุกามธำมรงค์เพชรพลามพรายตา
สิบเศียรสอดทรงมงกุฎแก้วดอกไม้พัดวาวแววซ้ายขวา
ยี่สิบกรกุมเทพสาตรางามสง่าดั่งองค์เวสสุวัณ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นได้ศุภฤกษ์สวัสดีเสียงฆ้องชัยมี่บันลือลั่น
เสด็จจากแท่นแก้วแพรวพรรณจรจรัลมาทรงคชาธาร

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ช้างเอยช้างศึกมหาเมฆตัวฮึกกำแหงหาญ
ประดับเครื่องเนาวรัตน์ชัชวาลยืนทะยานสูงเยี่ยมโพยมบน
สองหูพู่ห้อยพรายแพรวข่ายแก้วปกตระพองกรองสน
ดาวกุดั่นจำรัสรัตคนชนักต้นทองถักกระวินวาม
เท้าฉัดงวงคว้างาเสยแหงนเงยถีบแทงแกว่งสนาม
เริงร่านหาญณรงค์สงครามไม่ครั่นคร้ามขามหมู่ปัจจามิตร
โกญจนาทสนั่นพันลึกเรียกมันครั่นคึกถึงดุสิต
ประดับด้วยเครื่องสูงชวลิตฆ้องกลองครรชิตอึงอล
เสียงแซ่แตรสังข์กังสดาลพลมารขานโห่โกลาหล
ผงคลีพัดกลุ้มสุริยนรีบร้นทวยหาญทะยานมา

ฯ ๑๐ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงปราการทวาเรศที่ราชนิเวศน์นางอุษา
จึ่งมีสีหนาทบัญชาให้โยธาเข้าล้อมปราสาทชัย

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นรณพักตร์นายกองทหารใหญ่
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิไกรก็ขับพลเข้าไปทันที

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ล้อมรอบสามชั้นมั่นคงจัตุรงค์เยียดยัดอึงมี่
แต่อากาศจนพื้นปัฐพีตรวจตราหน้าที่กำชับกัน
อย่าให้มนุษย์หนีได้เร่งระวังระไวจงกวดขัน
แม้นออกได้ด้านผู้ใดนั้นจะบั่นเกล้าเสียบเสียให้สิ้นปราณ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝ่ายหมู่โยธาพลหาญ
ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเผ่นทะยานโห่สะท้านสะเทือนสุธาดล
ต่างแผลงสำแดงฤทธิรุทรกวัดแกว่งอาวุธกุลาหล
หมายมาดจะพิฆาตให้วายชนม์ต่างตนกระหยับคอยที

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
สถิตเหนือแท่นรัตน์รูจีกับมารศรีอุษายาใจ
ได้ยินเสียงสำเนียงนฤนาทพสุธาอากาศหวาดไหว
พระชวนองค์อัคเรศอรไทเสด็จไปยืนเยี่ยมยังบัญชร
เห็นพวกพหลพลยักษ์สิทธิศักดิ์เหี้ยมหาญชาญสมร
ล้อมรอบดาดาษแต่ดินดอนจดจนอัมพรอเนกนันต์
กรุงพาณนั้นทรงคชฤทธิ์ยืนสถิตเป็นจอมพลขันธ์
แผดเสียงกราดเกรี้ยวเคี้ยวฟันบันลือลั่นโลกาฟ้าดิน
พระยินดีสรวลยิ้มพริ้มพรายหมายใจจะล้างเสียให้สิ้น
ดั่งไกรสรเห็นหมู่มฤคินจะแผดผลาญชีวินให้แหลกลาญ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนางอุษาเยาวยอดสงสาร
กับสี่พี่เลี้ยงนงคราญเห็นพวกพลมารแน่นนันต์
ต่างตนตัวสั่นขวัญหายความกลัวเพียงวายชีวาสัญ
พระอัคเรศอรไทวิไลวรรณกอดบาททรงธรรม์เข้าร่ำไร
โอ้พระทูลกระหม่อมของน้องเอ๋ยครั้งนี้ใครเลยจะช่วยได้
พลมารแน่นนับสมุทรไทล้วนเรืองฤทธิไกรมหึมา
พระบิตุรงค์ก็ทรงพาหนาศคชเรศร้ายกาจตัวกล้า
ยี่สิบกรครบเครื่องสาตราศักดานุภาพพันทวี
ครั้งก่อนหากองค์พระทรงเดชอัยกาจอมเกศเรืองศรี
เสด็จมาโปรดเกล้าเมาลีชีวีจึ่งไม่ม้วยด้วยพาลภัย
ครั้งนี้พระองค์องค์เดียวเปล่าเปลี่ยวหามีที่พึ่งไม่
น่าที่จะพากันบรรลัยอรไทร่ำพลางทางโศกา

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้นพระทรงโฉมประโลมเสน่หา
รับขวัญแล้วปลอบวนิดาแก้วตาอย่ากลัวอ้ายสาธารณ์
ทำไมกับพวกพลยักษ์ทรลักษณ์ดั่งชาติเดียรฉาน
หรือจะมารอระด้วยพระกาลจะพากันแหลกลาญไม่เหลือไป
ถึงท้าวกรุงพาณอสุรีไหนจะต่อฤทธีกับพี่ได้
หากเป็นบิตุเรศของทรามวัยได้มีพระคุณเลี้ยงมา
จำจะไปเจรจาว่ากล่าวอ่อนง้อต่อท้าวยักษา
ตรัสแล้วจับพระขรรค์อันศักดาผ่านฟ้าผาดแผลงฤทธี
เหาะขึ้นยังพื้นอัมพรโดยช่องบัญชรชัยศรี
กวัดแกว่งพระแสงโมลีไล่พลอสุรีกระจายไป

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ เลื่อนลอยอยู่บนอากาศงามวิลาสดั่งดวงแขไข
กลางหมู่พลมารชาญชัยตรงหน้าคชไกรกรุงพาณ
จึ่งออกโอษฐ์ประภาษพาทีด้วยเสียงสีหนาทบรรหาร
ปราศรัยในรสพจมานดูก่อนท่านท้าวยี่สิบกร
ซึ่งกริ้วโกรธพิโรธเรานักว่าลอบรักธิดาดวงสมร
มิได้กล่าวของ้องอนก็ทำโทษโรธกรณ์เราเจียนตาย
ข้อที่อัปยศอดสูคิดดูพอกลบลบหาย
เป็นไฉนยังโกรธดั่งเพลิงพรายยกพลนิกายมาล้อมไว้
แม้นว่าท่านฆ่าเราอาสัญธิดานั้นจะงามฤๅไฉน
ช่างไม่หยุดยั้งชั่งใจเป็นผู้ใหญ่ใคร่คิดให้จงดี
จะให้ทำยังไรก็ว่ามาตามแต่ปัญญาของยักษี
แม้นร่วมสุวรรณปฐพีจะได้เป็นไมตรีกันสำราญ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรใจหาญ
ได้ฟังกริ้วโกรธดั่งไฟกาฬจึ่งมีพจมานตอบไป
เหวยเหวยอุณรุทมนุษย์น้อยอหังการกล่าวถ้อยหยาบใหญ่
สิ้นลมแนมเหน็บให้เจ็บใจเราใช่ยักษาทรลักษณ์
แม้นว่าจะมาเป็นเขยไหนเลยจะทำหาญหัก
นี่ตัวดูหมิ่นถิ่นแคลนนักใครจักอดได้นั้นไม่มี
อย่าว่าแต่อุษาจะเป็นม่ายถึงตายก็ไม่ดูผี
มิได้นับมันว่าบุตรีจะสังหารชีวีเสียด้วยกัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทสุริย์วงศ์รังสรรค์
ได้ฟังพญากุมภัณฑ์ทรงธรรม์สรวลยิ้มพริ้มพราย
แล้วว่าดูก่อนกรุงพาณซึ่งท่านเคืองแค้นไม่รู้หาย
ว่าเราล่วงเกินหยาบคายมั่นหมายดั่งนี้ก็ผิดไป
เมื่อเทวาพาสมให้ชมกันจะว่าดูหมิ่นนั้นหาชอบไม่
เราเป็นผู้น้อยก็เกรงใจจึ่งได้อ่อนง้อขอษมา
ก็ไม่ฟังยังขืนกริ้วโกรธจะทำโทษเคี่ยวเข็ญเข่นฆ่า
ถ้ากระนั้นจงยกโยธาไปยังภูผาอังชัน
เราสองจะประลองฤทธิไกรที่ในหิมวาพนาสัณฑ์
ให้หมู่ทวยเทพเทวัญคนธรรพ์นักสิทธ์วิชาธร
ดูเล่นเป็นขวัญนัยน์เนตรพร้อมพฤกษ์เทเวศสิงขร
ใครดีจะได้เห็นฤทธิรอนให้ขจรเกียรติชั่วกัลปา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษา
ได้ฟังยิ่งกริ้วโกรธาก็บัญชาเรียกเร่งพลไกร
เหวยเหวยอสูรทวยหาญบรรดาหมู่มารน้อยใหญ่
เร่งยกหนักหักโหมเข้าไปจับมนุษยให้ได้บัดเดี๋ยวนี้
ทั้งอีอุษาทรลักษณ์อย่าคิดพักตร์มันเลยยักษี
จับเอาตัวมาอีกาลีผลาญชีวีเสียให้พร้อมกัน

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝ่ายหมู่โยธาพลขันธ์
รับสั่งพญากุมภัณฑ์ก็กรูเข้าพร้อมกันทุกกองทัพ
ยัดเยียดเบียดเสียดสับสนต่างคนถาโถมโจมจับ
ที่ตัวนายก็รายคอยรับแข่งขับกันดาเข้าราวี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นหลานพระหริรักษ์เรืองศรี
เห็นหมู่อสุรโยธีเข้ามาโจมตีวุ่นไป
ฉวยชักพระขรรค์ออกฟันฟาดหมู่มารตายกลาดไม่นับได้
แตกกระจายพ่ายแพ้ฤทธิไกรภูวไนยก็กลับลงมา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ