ตอนที่ ๒๖ ท้าวบรมจักรกฤษณ์เสด็จมาช่วยพระอุณรุท

๏ เมื่อนั้นฝ่ายท้าวกรุงพาณยักษี
ขุ่นแค้นแน่นทรวงแสนทวีอสุรีถวิลจินดา
แม้นจะละชายคนนี้ไว้จะเป็นห่วงหน่วงใยแก่อุษา
จะให้ไปป่าวหมู่เทวาทุกวิมานลงมาดูหน้ามัน
แล้วจึ่งจะผลาญชีวาตม์ให้ถึงวินาศอาสัญ
คิดแล้วตรัสสั่งคนธรรพ์จงไปป่าวเทวัญมาบัดนี้

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้นคนธรรพ์อสูรยักษี
ก้มเกล้ารับราชวาทีถวายอัญชุลีแล้วเหาะไป

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เที่ยวป่าวเทวัญทุกชั้นฟ้าฤๅษีสิทธิ์วิทยาน้อยใหญ่
ทั้งบรรพตเทวาพนาลัยว่าท้าวไทธิราชกรุงพาณ
บัญชาใช้ข้ามาประกาศให้ไปยังนิวาสราชฐาน
ดูมนุษย์ชายช้าสาธารณ์ซึ่งทำการลอบรักพระบุตรี
บัดนี้พระองค์จับได้มัดไว้ยอดปราสาทมณีศรี
จะฆ่าเสียให้สิ้นชีวีมิให้ใครดูเยี่ยงกัน

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

ยานี

๏ เมื่อนั้นฝ่ายฝูงเทพไทรังสรรค์
ทุกห้องวิมานพรายพรรณทั้งคนธรรพ์นักสิทธ์วิทยา
อีกหมู่ไพรพฤกษ์เทเวศทุกเขตขุนเขาลำเนาป่า
ได้ฟังคนธรรพ์ประกาศมาว่ากรุงพาณาให้หาไป
ต่างองค์เกรงฤทธิ์อำนาจไม่อาจจะขัดบัญชาได้
จำเป็นก็พากันคลาไคลลงไปรัตนาธานี

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เลื่อยลอยอยู่กลางอัมพรตรงหน้าบัญชรยักษี
แลเห็นพญานาคีมัดองค์ภูมีอุณรุท
ไว้ยังยอดมหาปราสาทเวทนาอนาถเป็นที่สุด
ให้สงสารหลานพระทรงครุฑเทพบุตรทุกองค์ก็อาลัย
ความรักความเสียดายพระเยาวเรศเทเวศปิ้มเลือดตาไหล
มิรู้ที่จะทำประการใดด้วยกลัวฤทธิไกรอสุรี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษี
เห็นเทวามาพร้อมก็ยินดีจึ่งมีสีหนาทบัญชา
ดูก่อนเทวาทั้งหลายจงดูอ้ายชายชู้อีอุษา
ทะนงองอาจอหังการ์ไม่เกรงศักดาหมู่มาร
ตัวมันชื่อว่าอุณรุทหน่อท้าวไกรสุทมหาศาล
ผ่านกรุงณรงกาสุธาธารฮึกฮักอวดหาญเป็นพ้นไป
ฝูงท่านเทวัญบรรดามายังรู้จักพักตราฤๅหาไม่
เราจักฆ่าเสียให้บรรลัยผู้ใดอย่าดูเยี่ยงมัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายฝูงเทเวศรังสรรค์
ได้ฟังขุนมารชาญฉกรรจ์รำพันว่ากล่าวหยาบคาย
ดั่งเอาศรแสลงมาแทงโสตให้รุ่มโรธร้อนใจใจหาย
เพียงดวงฤทัยจะทำลายด้วยความรักหลานชายพระจักรี
ไม่อาจจะตอบวาจาก็ลาท้าวพาณายักษี
เหาะระเห็จเตร็ดฟ้าด้วยฤทธีมาจากถิ่นที่เมืองมาร

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นมาพ้นแดนนคเรศ[๑]จึ่งฝูงเทเวศทุกสถาน
หยุดอยู่ในห้องคัคนานต์คิดสงสารองค์พระทรงฤทธิ์
อนิจจาพระหน่อภุชพงศ์สุริย์วงศ์หริรักษ์จักรกฤษณ์
สำหรับล้างพาลาปัจจามิตรหรือมากลับแพ้ฤทธิ์อสุรา
ให้นาคารึงรัดมัดกายอับอายทั่วโลกแหล่งหล้า
ได้ความลำบากเวทนาปิ้มเสียชีวาวายปราณ
ทำไฉนใครจักชูช่วยอย่าให้ม้วยชีวังสังขาร
ต่างองค์เร่าร้อนวิญญาณแล้วมีพจมานปรึกษากัน
เราจะคิดอ่านประการใดด้วยหน่อไทธิราชรังสรรค์
อยู่ในเงื้อมมือกุมภัณฑ์จะฆ่าฟันบีฑาราวี
แม้นว่าพระยอดเยาวเรศแพ้ศักดาเดชยักษี
ครั้งนี้แหละอ้ายอสุรีจะมีแต่กำเริบอหังการ์
เที่ยวทำย่ำยีไตรจักรหาญหักด้วยจิตอิจฉา
จะร้อนขึ้นกว่าแต่หลังมาทั่วสวรรค์ชั้นฟ้าบาดาล
จะนิ่งเสียฉันนี้ก็มิได้จำจะไปทูลแจ้งแถลงสาร
แก่ท้าวจักรกฤษณ์ชัยชาญผู้เป็นประธานธาตรี
ครั้นปรึกษาพร้อมยอมกันจึ่งหมู่เทวัญเรืองศรี
ก็เหาะระเห็จด้วยฤทธีตรงไปธานีณรงกา

ฯ ๑๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งราชนิเวศน์พระทรงเดชหริรักษ์นาถา
เลื่อนลอยอยู่กลางนภาตรงหน้าสิงหาสน์บัญชร
จึ่งร้องประกาศลงไปแก่ท่านไทจักรกฤษณ์อดิศร
บัดนี้นัดดาพระภูธรตกไปนครอสุรี
กรุงพาณมันให้นาคารึงรัดกายาพระโฉมศรี
ไว้กับยอดปราสาทรูจียังที่มหาพรหมพักตร์
ทำประจานนี่แสนสาหสได้ความอัปยศทั้งไตรจักร
ดูดั่งใช่หน่อหริรักษ์มาแพ้อ้ายทรลักษณ์สาธารณ์
ฝูงข้าเทวาน้อยใหญ่ดูไปแล้วคิดสงสาร
พระผู้ทรงศักดาปรีชาชาญขอประทานจงช่วยพระนัดดา
ทูลแล้วฝูงไทเทเวศก็ลาพระทรงเดชนาถา
ต่างองค์กลับไปในเมฆายังมหาวิมานพรายพรรณ

ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นฝ่ายท้าวบรมจักรกฤษณ์รังสรรค์
ได้ฟังฝูงเทพเทวัญทรงธรรม์กริ้วโกรธดั่งเพลิงกาฬ
ดูดู๋อ้ายกรุงพาณยักษ์ทะนงศักดิ์สามารถอาจหาญ
ไม่เกรงกูผู้องค์อวตารอันเป็นประธานภพไตร
ย่ำยีตรีโลกแล้วมิหนำทำหลานกูเล่นก็เป็นได้
เย่อหยิ่งฮึกฮักหนักไปไม่ช้าจะได้เห็นกัน
อ้ายนี่ถึงพรหมลิขิตดลให้ทุจริตโมหัน
จะพาโคตรวงศ์พงศ์พันธุ์ทั้งนั้นฉิบหายวายปราณ
ตรัสแล้วเสด็จยูรยาตรจากอาสน์รัตนามุกดาหาร
งามวิลาสดั่งท้าวมัฆวานมาเข้าที่สนานคงคา

ฯ ๑๐ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ขัดสีอินทรีย์ธุลีผงทรงสุคนธ์ธารทิพบุปผา
สอดใส่สนับเพลาอลงการ์ภูษาคู่ทรงจักรพรรดิ
ชายแครงเครือพันกุดั่นแก้ววาวแววชายไหวปลายสะบัด
ทับทรวงรายดวงเนาวรัตน์ตาบทิศจำรัสทับทิมพราย
สอดสายสังวาลมรกตสะอิ้งองค์เครือขดวิเชียรฉาย
พาหุรัดทองกรมังกรกรายธำมรงค์เพชรพรายอรชร
ทรงมงกุฎแก้วอลงการห้อยพวงกุสุมาลย์เกสร
ขัดพระขรรค์เพชรฤทธิรอนบทจรมาเกยรัตนา

ฯ ๘ คำ ฯ

สมิงทอง

๏ บ่ายพักตร์สู่เบื้องบูรพ์ทิศคิดถึงพญาปักษา
บัดเดี๋ยวโผผินบินมาประทับท่ารับองค์ทรงธรรม์

ฯ ๒ คำ ฯ แผละ

๏ ก็เสด็จขึ้นทรงครุฑราชบนบัลลังก์อาสน์ฉายฉัน
พาเหาะเลื่อนลอยจรจรัลเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครุฑเอยครุฑทรงควรอาสน์คู่องค์พระทรงศิลป์
เผ่นผงาดผาดผยองเผยอบินสะท้านดินสะเทือนดงพงไพร
ลอยลิ่วปลิวโพยมพยับคลุ้มเมฆเกลื่อนหมอกกลุ้มอุทัยไข
ถีบราถาร่อนมาไวไวข้ามไพรเขตพฤกษ์คิรินทร
พ้นแดนแผ่นดินถิ่นมนุษย์โบยรีบบินรุดไม่หยุดหย่อน
ลุห้วงล่วงมหาสาครสู่ข้างสิงขรหิมพานต์
นาทีหนึ่งเที่ยวทั่วรอบสุดขอบสิ้นเขตไพศาล
จบแคว้นจังหวัดจักรวาลแสวงมุ่งกรุงมารพาณา

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ มาพบซึ่งราชนิเวศน์นคเรศอสูรยักษา
ถิ่นฐานสะอ้านโอฬาร์ดั่งมหาสุทัศน์ธานี
ปราสาทล้วนแล้วด้วยเนาวรัตน์โอภาสจำรัสเรืองศรี
แก้วประกอบช่อฟ้าบราลีสี่มุขมาศแม้นพิมานจันทน์
แลไปในยอดพรหมพักตร์เห็นองค์หลานรักเฉลิมขวัญ
นาคีตัวหาญชาญฉกรรจ์มัดมั่นรัดไว้ด้วยศักดา
พระกริ้วโกรธพิโรธดั่งเพลิงกาฬจะเผาผลาญพิภพยักษา
รีบขับพระที่นั่งครุฑาหมายเขม้นเข่นฆ่านาคี

ฯ ๘ คำ ฯ แผละ

๏ เมื่อนั้นฝ่ายพญาภุชงค์เรืองศรี
เหลือบเห็นสุบรรณสกุณีอันมีอานุภาพเกรียงไกร
บินโบยบ่ายหน้าต่อปราสาทมุ่งมาดเร็วตรงเข้ามาใกล้
ความกลัวตัวสั่นพรั่นใจเพียงจักบรรลัยด้วยเดชา
ก็วางพระอุณรุทเสียทันทียังที่พรหมพักตร์ยักษา
ชำแรกแทรกพื้นพสุธาหนีไปพาราบาดาล

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นองค์พระจักราศักดาหาญ
พอพญานาคพวกพาลวางองค์พระหลานแล้วหนีไป
ครุฑทรงก็ถึงยอดปราสาทพระรับราชนัดดาไว้ได้
สวมกอดแล้วถามไปทันใดไฉนพ่อมาเป็นดั่งนี้

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทผู้รุ่งรัศมี
ความแสนโสมนัสยินดีชุลีกรกราบบาทพระอัยกา
แล้วเล่าความแต่ต้นจนปลายถวายองค์บรมนาถา
ซึ่งนาคีลอบรัดมัดมาเพราะหลานนิทราหลับไป
หาไม่ที่ไหนอ้ายสาธารณ์จะฮึกหาญทำถึงเพียงนี้ได้
ซึ่งพระองค์ผู้ทรงฤทธิไกรมาช่วยชีวิตไว้ครั้งนี้
ด้วยพระเมตตาการุญพระคุณล้นเกล้าเกศี
จะขอชิงชัยราวีผลาญอ้ายอสุรีให้วายปราณ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝ่ายพวกอสุราทวยหาญ
ทั้งหญิงชายชาวเมืองมารทั่วทุกสถานมณฑล
เห็นมนุษย์ขี่ครุฑบินมาจิกจับนาคาในเวหน
ตื่นตระหนกตกใจทุกตนก็อึงอลโกลาทั้งธานี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นฝ่ายท้าวกรุงพาณยักษี
ได้ยินเสียงปีกสกุณีอึงมี่ครื้นครั่นสนั่นไป
สะเทือนทั่วพสุธาอากาศทุกทิศกัมปนาทหวาดไหว
เสียงพลอื้ออึงทั่วเวียงชัยก็ออกไปจากปราสาทรัตนา

ฯ ๔ คำ ฯ

พิราบร้อน

๏ ยืนยังชาลาพระนิเวศน์ทอดพระเนตรเห็นราชปักษา
กับมนุษย์นั่งอยู่ทั้งสองราบนหลังพญาสุบรรณ
จำได้ว่าอุณรุทราชก็กริ้วกราดว้าวุ่นหุนหัน
ผาดแผลงฤทธิไกรดังไฟกัลป์กุมภัณฑ์เหาะขึ้นด้วยว่องไว

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ จึ่งร้องว่าเหวยเหวยมนุษย์ท่านนี้ขี่ครุฑมาแต่ไหน
อยู่ราชฐานบ้านเมืองใดมีนามชื่อไรอหังการ์
ทำการอาจองทะนงนักไม่เกรงฤทธิ์สิทธิศักดิ์ยักษา
โจมจู่ลู่ไล่นาคามาชิงคนโทษใจฉกรรจ์
ซึ่งทำทุจริตเราจับได้ประจานไว้จะฆ่าให้อาสัญ
สู่รู้ดูหมิ่นแก่กุมภัณฑ์จะพากันบรรลัยบัดเดี๋ยวนี้

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์เรืองศรี
ได้ฟังอสุราพาทีภูมีกริ้วโกรธพิโรธนัก
จึ่งร้องว่าเหวยกรุงพาณเอ็งอย่าฮึกหาญทะนงศักดิ์
กูผู้อวตารมาผลาญยักษ์ชื่อบรมจักรกฤษณ์ฤทธิรอน
เป็นบิตุเรศท้าวไกรสุทอัยกาอุณรุทชาญสมร
ผ่านกรุงณรงกาพระนครลือขจรว่าตนเป็นคนพาล
เบียดเบียนโลกาธาตรีจึ่งขี่ครุฑมาจะสังหาร
ท่านมัดนัดดาเราประจานหลานกูผิดไฉนให้ว่ามา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษ์
ได้ฟังจึ่งตอบวาจาถ้อยคำท่านว่านี้เกินพักตร์
อ้างอวดว่าองค์อวตารจะมารอนราญหาญหัก
หลานตัวอาจองทะนงนักมาลอบรักอุษาธิดาเรา
ครั้นทศมุขไปเยี่ยมพี่จะฆ่าร้าตีเสียอีกเล่า
เพราะหยาบหยามจู่ลู่ดูเบาจึ่งเอามามัดประจานไว้
แม้นมาว่ากล่าวโดยสุจริตเป็นมิตรไมตรีก็จะให้
นี่ทำข่มเหงไม่เกรงใจใครจะอดได้ไม่โกรธา

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ได้ฟังจึ่งตอบวาจาเหวยเหวยพญากุมภัณฑ์
อันนางอุษายุพาพักตร์กับองค์หลานรักเฉลิมขวัญ
เทพไทพาสมให้ชมกันถึงเราก็ไม่ทันแจ้งใจ
ซึ่งว่ามิได้อ่อนง้อข้อนี้จะโกรธกระไรได้
ภายหลังพี่เลี้ยงอรไทเหาะไปอุ้มหลานเราพามา
ทั้งนี้จะว่าข้างไหนผิดจงคิดดูเถิดยักษา
ฝ่ายทศมุขอนุชาทำอหังการ์เข้าราวี
ตัวเป็นผู้น้อยไม่ถอยยศจะละลดให้ทำก็ใช่ที่
ท่านไม่ไถ่ถามแต่โดยดีใช้ให้นาคีลอบไป
ถึงในแท่นที่อลงการหากหลานเราหลับจึ่งจับได้
อย่าพักอ้างอวดฤทธิไกรจะบรรลัยไม่ทันพริบตา

ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษา
ได้ฟังคั่งแค้นในวิญญาณ์โกรธาดั่งไฟบรรลัยกาฬ
เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันสนั่นก้องแผดร้องตบหัตถ์ฉัดฉาน
สำแดงเดชเผ่นโผนโจนทะยานเข้าไล่สังหารราญรอน

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นพระกฤษณุรักษ์ชาญสมร
เห็นขุนยักษ์หักเข้ามาต่อกรภูธรขับครุฑเข้าชิงชัย
ฉวยชักพระขรรค์กวัดแกว่งเป็นประกายพรายแสงดั่งเพลิงไหม้
ฟันถูกกรุงพาณด้วยว่องไวยี่สิบกรขาดไปจากอินทรีย์

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษี
เจ็บปวดรวดร้าวแสนทวีเพียงสิ้นสมประดีชีวา
แข็งใจทรหดอดกลั้นด้วยโมหันมานะยักษา
คิดคุณบรมพรหมาร่ายเวทวิทยาเกรียงไกร

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ เดชะพระมนต์อันเรืองฤทธิ์กรขาดคืนติดกันเข้าได้
พิโรธโกรธกริ้วคือไฟเรียกเร่งพลไกรเข้ารอนราญ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้นกาลานุราชใจหาญ
ได้ยินอสุรโองการก็ให้หมู่มารโห่ขึ้นสามลา

ฯ ๒ คำ ฯ

กราว

๏ ยกพวกอสุราร้อยโกฏิแล่นโลดเหาะขึ้นยังเวหา
ต่างแผลงสำแดงเดชาเข้าจับยักษาด้วยฤทธิ์

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้นครุฑทรงองค์บรมจักรกฤษณ์
เห็นพลกุมภัณฑ์กระชั้นชิดแผลงฤทธิ์เข้ามาจะราวี
สุบรรณกางปีกคอยป้องหันกระหยับรับรองยักษี
ครั้นหมู่มารกลุ้มเข้ารุมตีสกุณีโจมจับด้วยว่องไว
เท้าหยิกปากจิกปีกฟาดอสุราตายกลาดไม่นับได้
หัวขาดตัวขาดดาษไปซ้ำไล่จิกฟัดโรมรัน

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรรังสรรค์
ทั้งกาลานุราชกุมภัณฑ์เห็นพวกพลขันธ์เปลืองตา
พญายักษ์กริ้วโกรธโลดโผนจู่โจนโจมจับรับหน้า
กาลานุราชเสนาเข้าหลังปักษาโจมตี
สองยักษ์ทั้งยี่สิบสองกรรุมรันฟันฟอนปักษี
ปักษาโจมจิกอสุรีปีกตีเท้าถีบวุ่นไป

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นพระภุชพงศ์ทรงฤทธิ์แผ่นดินไหว
กับราชนัดดายาใจภูวไนยรับหน้ากรุงพาณ
ฝ่ายพระอุณรุทผินรับกับกาลานุราชใจหาญ
ถ้อยทีโรมรันประจัญบานรอนราญไม่ละลดกัน

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ อัยกาเหยียบพญาอสุรีหลานเหยียบเสนีผกผัน
เท้าครุฑฉุดเท้ากุมภัณฑ์เหหันเหวี่ยงวัดอลวน

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ต่างหวดประหารกันฉานฉาดต่างฟันต่างฟาดกุลาหล
ท้าวบรมจักรกฤษณ์ฤทธิรณหวดถูกกุณฑลอสุรา
พระอุณรุทชิงได้ตระบองมารผลาญกาลานุราชยักษา
กรุงพาณเหจากครุฑาเสนานั้นม้วยชีวี

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด โอด

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษี
ต้องศัสตราวุธทั้งอินทรีย์อสุรีเจ็บปวดสากรรจ์
ครั้นจะรื้อเข้าต่อรอรบพอพลบสิ้นแสงพระสุริย์ฉัน
จึ่งเลิกพวกพลกุมภัณฑ์ลงสู่เขตขัณฑ์พารา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ครั้นกรุงพาณเลิกพลโยธาพอเวลาสิ้นศรีรวีวร
จึ่งมีพระราชบรรหารแก่หลานรักร่วมชีพชาญสมร
แต่เจ้ามาจากพระนครทุกข์ร้อนทั่วไปทั้งธานี
ต่อเทเวศแจ้งเหตุจึ่งตามมาพบพระนัดดาเรืองศรี
ครั้นปู่จะอยู่ช่วยราวีพระเกียรติหลานนี้จะลับไป
ตัวเจ้าจงอยู่สงครามพยายามฆ่ามันเสียให้ได้
จะปรากฏยศเกรียงไกรทั่วไตรโลกาสุธาธาร
ตรัสพลางถอดพระธำมรงค์เครื่องทรงจักรพรรดิมหาศาล
แล้วด้วยเพชรทิพอลงการออกให้หลานรักร่วมชีวัน
เจ้าจงเอาไว้สำหรับตัวอย่ากลัวหมู่มารโมหัน
แหวนนี้มีฤทธิ์ดังเพลิงกัลป์เป็นอาวุธเทวัญเลิศไกร
เสมอดั่งจักรแก้วโมลิศจะเหาะไปทั่วทิศก็ย่อมได้
เจ้าจงศรีสวัสดิ์มีชัยไพรีอย่ารอต่อกร

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทสุริย์วงศ์ชาญสมร
น้อมเศียรรับแหวนรับพรด้วยใจถาวรภิรมยา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ก็ขับครุฑมาส่งพระนัดดายังปราสาทอุษาเทวี

ฯ ๒ คำ ฯ



[๑] ต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๖๕ เป็น “ครั้นมาพ้นแดนนัคเรศ”

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ