ตอนที่ ๒๔ พระอุณรุทเสียทีถูกท้าวกรุงพาณจับตัวได้

๏ เมื่อนั้นท้าวกรุงพาณราชยักษี
ได้ฟังลูกรักร่วมชีวีอสุรีกริ้วโกรธดั่งไฟกัลป์
จะไหม้มอดไปทั้งไตรจักรฮึกฮักเฉียวฉุนหุนหัน
โจนจากแท่นแก้วแพรวพรรณกุมภัณฑ์สำแดงแผลงฤทธา

ฯ ๔ คำ ฯ พิราบร้อน รัวสามลา รัวเข้าโรง

๏ สิบเศียรสิบหน้ายี่สิบกรสูงเยี่ยมอัมพรเวหา
สิบปากเขี้ยวงอกออกมายี่สิบตาดั่งดวงอโณทัย
แผดเสียงสิงหนาทตวาดร้องกึกก้องฟากฟ้าดินไหว
กระทืบบาทครึกครั่นสนั่นไปถึงเมรุไกรสัตภัณฑ์
มือหนึ่งนั้นจับพระแสงหอกแกว่งกลอกแพรวพรายฉายฉัน
มือสองฉวยเอาเกาทัณฑ์มือสามคว้าพระขรรค์อันศักดา
มือสี่จับแกว่งพระแสงง้าวมือห้ากุมตาวอันคมกล้า
มือหกนั้นถือปืนยามือเจ็ดคว้าจักรฤทธิรอน
มือแปดฉวยจับได้เสน่ามือเก้านั้นน้าวพระแสงศร
มือสิบหยิบได้คทาธรทั้งยี่สิบกรครบครัน
สรรพด้วยอาวุธไม่ว่างเว้นโลดเต้นกวัดแกว่งดั่งจักรผัน
มันดีทีนี้จะเล่นกันกูจะหั่นมิให้แค้นคอกา

ฯ ๑๒ คำ ฯ คุกพาทย์[๑]

๏ บัดนั้นกาลานุราชยักษา
ผู้เป็นเอกอัครเสนาเรืองฤทธิ์ศักดาปรีชาชาญ
จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมทูลนเรนทร์สูรธิราชมหาศาล
ซึ่งพระองค์ผู้ทรงสุธาธารจะด่วนรอนราญไพรี
ข้าคิดเห็นประหลาดนักพระทรงจักรจงโปรดเกศี
อันชายชู้พระราชบุตรีเห็นทีจะเรืองฤทธิไกร
น่าจะรู้เหาะเหินดำเนินฟ้าแต่โดยบาทาไม่มาได้
ซึ่งพระองค์จะยกพลไกรมาตรแม้นมีชัยก็ไม่งาม
ถ้าฉวยเพลี่ยงพล้ำจะซ้ำร้ายจะอับอายทั่วโลกทั้งสาม
อย่าหมิ่นพระทัยว่าชายทรามอันณรงค์สงครามจงยั้งคิด
จะทำโดยเล่ห์กลอุบายล้างด้วยแยบคายให้สนิท
อันสหายพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ซึ่งสถิตบาดาลเวียงชัย
ขอให้ไปเชิญเสด็จมาเห็นว่าจะจับมนุษย์ได้
ซึ่งเกรงไพรีจะหนีไปจะล้อมไว้ด้วยพลโยธี

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษี
ได้ฟังมหาเสนีอสุรีเห็นชอบทุกประการ
จึ่งตรัสสรรเสริญกาลราชมิเสียทีเป็นชาติมหาศาล
พร้อมทั้งสติปรีชาชาญควรสถานเอกอัครเสนา
ท่านจงรีบยกพลไกรไปยังปราสาทอุษา
ล้อมไว้ด้วยเดชศักดาอย่าให้มันพากันหนีพ้น
อันเป็นทั้งนี้กูหลากนักดีร้ายอีศุภลักษณ์เป็นต้น
มันรู้ดำดินบินบนสื่อสนด้วยฤทธิเกรียงไกร
เห็นจะลอบลักชักพาเอาชู้ชายมาส่งให้
จับตัวมาทำให้หนำใจฆ่าเสียอย่าไว้ชีวิตมัน
อาลักษณ์จงเร่งแต่งสารลงลานนพมาศฉายฉัน
ให้กุมภินมารชาญฉกรรจ์ลงไปเขตขัณฑ์นาคี
เชิญท้าวกำพลนาคราชผู้ทรงอำนาจเรืองศรี
สหายรักกูร่วมชีวีขึ้นมาบัดนี้อย่าช้า

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นอาลักษณ์ผู้มียศถา
ก้มเกล้ารับราชบัญชาก็แต่งสาราด้วยปรีชาญ
เสร็จแล้วลงยังลานทอง[๒]ใส่กล่องแก้วพรายฉายฉาน
ส่งให้แก่กุมภินมารโดยดั่งโองการอสุรี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นกุมภินเสนายักษี
รับสารแล้วถวายอัญชุลีก็แทรกพื้นปัฐพีลงไป

ฯ ๒ คำ ฯ กราว

๏ บัดนั้นกาลานุราชเสนาใหญ่
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิไกรบังคมไหว้แล้วรีบออกมา

ฯ ๒ คำ ฯ ปฐม

ยานี

๏ เกณฑ์หมู่อสูรเป็นสามกองลำพองฤทธิแรงแข็งกล้า
ขี่สัตว์จัตุบาทนานานิมิตกายาพันลึก
นายขี่คชสีห์สิงหราชเผ่นผาดแผดร้องก้องกึก
พลขี่สิงโตโห่ฮึกบ้างขี่โคถึกเถลิงเปรียว
บ้างขี่คชาม้ามิ่งอูฐกระทิงแรดร้ายควายเปลี่ยว
บ้างขี่ลาโล่โห่เกรียวขี่เสือแยกเขี้ยวเหลือกตา
กองตระเวนคงคาบาดาลนายขี่ปลาวาฬตัวกล้า
พลขี่จระเข้เหราช้างน้ำโลมามังกร
ขี่ฉนากฉลามราหูขี่เต่าขี่งูเงือกหงอน
ล้วนคณาปลาร้ายในสาครเขี้ยวงาเงี่ยงงอนพิลึกลาน
อันกองกระเวนเวหนเกลื่อนกล่นผาดแผลงสำแดงหาญ
นายขี่หัสดินบินทะยานพลขี่หงส์ห่านระเห็จฟ้า
ขี่กระตรุมเหนียงยานขวานแขวก[๓]ทิ้งทูดเค้าแสกแถกถา
บ้างขี่กดแดงแร้งกาเหยี่ยวร้าราร่อนว่อนไป
พื้นถือเครื่องสรรพอาวุธสำแดงฤทธิรุทรหวาดไหว
บดบังแสงสุริโยทัยเร่งรีบพลไกรไปตามกัน

ฯ ๑๖ คำ ฯ กราวนอก

ร่าย

๏ ครั้นถึงนิเวศน์วังสถานจึ่งอำมาตย์มารชาญขยัน
ให้พลเดินเท้าทั้งนั้นล้อมปราสาทสุวรรณพระบุตรี
รอบทั้งสามชั้นมั่นคงแต่ล้วนอาจองไม่ถอยหนี
คอยเขม้นเข่นฆ่าราวียักษีตั้งหมวดตรวจตรา

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้นฝ่ายนางศุภลักษณ์กรรฐา
แลเห็นพวกพลอสุรามาล้อมปราสาทนงคราญ
ตกใจตัวสั่นขวัญหายดั่งจะวายชีวิตสังขาร
อกเอ๋ยครั้งนี้มิเป็นการเห็นจะบรรลัยลาญชีวี
แลขึ้นไปดูโพยมหนเห็นพลล้วนขี่ปักษี
จำจะร่ายพระมนต์อันฤทธีหนีไปให้รอดชีวาลัย
คิดแล้วอ่านเวทกำบังตาใครจะเห็นกายาก็หาไม่
เหาะระเห็จเตร็ดหนีด้วยฤทธิไกรออกไปนอกขอบจักรวาล

ฯ ๘ คำ ฯ รัว เชิด[๔]

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทผู้ปรีชาหาญ
สถิตเหนือแท่นแก้วสุรกานต์กับอุษาเยาวมาลย์วิไลวรรณ
ได้ยินสำเนียงโกลาหลสุธาดลอากาศหวาดหวั่น
พระเผยบัญชรแก้วแพรวพรรณทรงธรรม์เยี่ยมทอดทัศนา
เห็นพวกอสุราดาดาษแวดล้อมปราสาทไว้แน่นหนา
แล้วแลขึ้นไปในท้องฟ้าเห็นหมู่อสุรารี้พล
ขี่วิหคนกพรรณต่างต่างแออัดเกลื่อนกลางโพยมหน
บ้างผาดแผลงสำแดงฤทธิรณแต่ละตนฮึกหาญจะราญรอน
พระแย้มยิ้มพริ้มพักตร์ภิรมยาตรัสเรียกอุษาสายสมร
แก้วตามาดูพลากรของพระบิดรเจ้าบัดนี้

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นนวลนางอุษามารศรี
ได้ฟังบัญชาพระสามีเทวีแลไปในเมฆา
เห็นมืดมิดทั่วทิศโพยมหนล้วนพลเกลื่อนกลาดแน่นหนา
เยียดยัดอัดพื้นพสุธาดั่งจะพลิกดินฟ้าภพไตร
สองกรนางปิดนัยน์เนตรอัคเรศซบพักตร์กันแสงไห้
พระทรงฤทธิ์จะคิดประการใดจะพากันบรรลัยครั้งนี้
อันพวกพลมารล้วนชาญยุทธ์ฤทธิรุทรดั่งพญาราชสีห์
หยาบคายร้ายกาจใช่พอดีไม่มีใครต้านทานทัน
โอ้ว่าสงสารพระเยาวราชจะมาม้วยชีวาตม์เพราะเมียขวัญ
นางแสนโศกาจาบัลย์รำพันกับบาทพระภัสดา

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้นพระอุณรุทสุริย์วงศ์นาถา
รับขวัญพลางปลอบกัลยาแก้วตาอย่าโศกาลัย
สาอะไรกับพลเท่านี้ไหนจะต่อฤทธีของพี่ได้
โกฏิแสนแม้นมาสักเท่าใดจะบรรลัยชีวันไม่ครั่นกร
ตัวพี่ผู้เดียวจะเคี่ยวฆ่าด้วยกำลังศักดาชาญสมร
ให้วินาศกลาดกลางดินดอนบังอรอย่ากลัวอสุรี
ตรัสพลางฉวยชักพระขรรค์เพชรเสด็จยืนโดยช่องบัญชรศรี
กวัดแกว่งสำแดงฤทธีดั่งอัคคีแสงพรายกระจายฟ้า

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด ฉิ่ง

๏ บัดนั้นฝ่ายหมู่ทหารยักษา
เห็นแสงพระขรรค์อันศักดาบาดตาแปลบปลาบวาบพราย
ต่างตนต่างกลัวตัวสั่นกัมปนาทหวาดหวั่นใจหาย
อุตลุดซุดซานทั้งไพร่นายกลัวตายทุกพวกพลมาร
บรรดาคชาม้ามิ่งสารพัดสัตว์สิงตัวหาญ
ตื่นโจนโผนแผดเผ่นทะยานอลหม่านแตกยับทั้งทัพชัย

ฯ ๖ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ บัดนั้นกาลานุราชนายใหญ่
เห็นมนุษย์แผลงฤทธิ์เกรียงไกรพลมารแตกไปเป็นโกลา
พิโรธโกรธกริ้วกระทืบบาทผาดแผดสิงหนาทดั่งฟ้าผ่า
ด่าตีต้อนขับให้กลับมาพากันล้อมปราสาทไว้ทันที

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นนวลนางอุษามารศรี
เห็นฤทธิ์สมเด็จพระสามียินดีแล้วทูลวิงวอน
ซึ่งจะสังหารผลาญยักษ์พระทรงจักรจงเงือดงดก่อน
เกลือกว่าสมเด็จพระบิดรภูธรจะคลายโกรธา
จะเลิกพหลโยธีมิให้ราวีเข่นฆ่า
ตัวข้าผู้บาทบริจาจะได้ทูลบาทาสืบไป

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระภุชพงศ์ทรงเดชแผ่นดินไหว
ได้ฟังวนิดายาใจภูวไนยสวมกอดเทวี
มิเสียแรงที่เจ้าเกิดมายิ่งอนงค์นางฟ้าในราศี
ประกอบด้วยปรีชาปัญญาดีพาทีนี้ต้องคลองธรรม์
ตรัสพลางจูงกรวรนาฏเข้าที่ไสยาสน์แล้วรับขวัญ
สมสนิทวนิดาดวงจันทร์เกษมสันต์หลับไปทั้งสองรา

ฯ ๖ คำ ฯ กล่อม

๏ บัดนั้นฝ่ายกุมภินมารยักษา
ครั้นถึงพิภพนาคาก็ไปยังเสนาทันที

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ แจ้งว่าสมเด็จพญามารผู้ผ่านรัตนาบุรีศรี
ใช้มาโดยราชไมตรีก็ส่งสารสวัสดีให้ทันใด

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้นจึ่งเสนานาคีผู้ใหญ่
ได้ฟังจะแจ้งไม่แคลงใจก็พาไปยังท้องพระโรงคัล

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงประณตบทบงสุ์ทูลพญาภุชฌงศ์รังสรรค์
บัดนี้พระสหายร่วมชีวันใช้ให้กุมภัณฑ์เสนี
จำทูลอักษรสารสวาสดิ์มายังเบื้องบาทบทศรี
ก็คลี่ออกอ่านถวายทันทีในที่ท่ามกลางโยธา

ฯ ๔ คำ ฯ

ช้า

๏ ราชสารพระองค์มงกุฎเกศอสุรินทร์เรืองเดชนาถา
ผู้ผ่านพิภพรัตนาเป็นมหาจรรโลงเลิศไกร
จำเริญราชไมตรีศรีสวัสดิ์โดยทางประดิพัทธ์พิสมัย
มาถึงพระสหายผู้ร่วมใจอันเป็นใหญ่ในกรุงบาดาล
ด้วยบัดนี้มีทุกข์ทับอกแสนวิตกเร่าร้อนดั่งเพลิงผลาญ
เจ็บใจได้ความอัประมาณทั่วสถานฟากฟ้าธาตรี
ไม่มีผู้ใดจะช่วยคิดทั้งญาติมิตรสุริย์วงศ์ยักษี
เห็นแต่พระสหายผู้ฤทธีเป็นที่ร่วมชีพชีวา
จะระงับดับเดือดร้อนได้ให้วายทุกข์โทมนัสสา
พระองค์จงทรงพระเมตตาเชิญเสด็จขึ้นมายังเมืองมาร

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวกำพลนาคใจหาญ
ได้ฟังทราบสิ้นในวิญญาณก็แจ้งว่าเกิดการกลีภัย
ด้วยพระธิดาดวงจิตจะคบชู้ชายสนิทพิสมัย
ใครหนออาจองทะนงใจทำได้ไม่เกรงอสุรี
อันในสุริย์วงศ์พงศ์ยักษ์จะหาญหักอาจใจก็ใช่ที่
หรือจะเป็นวิทยานาคีเทวเวศผู้มีฤทธา
ตัวกูจำจะรีบจรช่วยร้อนพญายักษา
คิดแล้วโสรจสรงคงคาทรงเครื่องรัตนาอลงการ
จับพระขรรค์ศักดาวราวุธสำแดงฤทธิรุทรกำลังหาญ
แหวกห้วงมหาชลธารถีบทะยานไปกับอสุรี

ฯ ๑๐ คำ ฯ กลม เชิด

๏ เร็วเพียงกำลังลมพาถึงกรุงรัตนาบุรีศรี
กรายกรย่างเยื้องจรลีตรงเข้ายังที่พระโรงคัล

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ร่าย

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรรังสรรค์
เห็นสหายรักร่วมชีวันกุมภัณฑ์ชื่นชมภิรมย์ใจ
ดั่งหนี่งต้องแสงศรพิษมีผู้เรืองฤทธิ์ช่วยถอนให้
โจนจากแท่นแก้วอำไพเสด็จออกไปรับทันที

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

ช้า

๏ จูงกรขึ้นยังบัลลังก์รัตน์ภายใต้เศวตฉัตรเฉลิมศรี
เคารพกันตามประเพณีในที่ท่ามกลางเสนา
แล้วยักษีคิดแค้นแสนเทวษชลนัยน์คลอเนตรซ้ายขวา
ออกโอษฐ์รำพันบัญชาตรัสเล่ากิจจาแต่ต้นไป
บัดนี้อุษายุพาพักตร์ทำการทรลักษณ์ก็เป็นได้
คบชู้สู่สมภิรมย่ใจจะเกรงกลัวใครก็ไม่มี
ชายนั้นหน่อท้าวไกรสุทชื่อว่าอุณรุทเรืองศรี
อหังการ์หยาบช้าพาทีอัปยศครั้งนี้เป็นสุดคิด
จึ่งให้ไปเชิญพระสหายเพื่อนตายร่วมทุกข์ร่วมจิต
มาหวังช่วยจับปัจจามิตรซึ่งมันทุจริตไม่กลัวภัย
เสี่ยงสับให้ยับทั้งกายาจึ่งสมน้ำหน้าที่หยาบใหญ่
ตระเวนแล้วจึ่งฆ่าให้สาใจพระสหายจงได้ปรานี

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวกำพลนาคเรืองศรี
ได้ฟังพญาอสุรีโกรธดั่งอัคคีบรรลัยกัลป์
เหม่เหม่มนุษย์อหังการ์ไม่กลัวชีวาจะอาสัญ
แล้วว่าแก่พญากุมภัณฑ์ข้อนั้นอย่าปรารมภ์ใจ
ข้าจะอาสาพระสหายไปผูกมัดรัดกายมาให้ได้
ว่าแล้วผาดแผลงฤทธิไกรเป็นใยปลิวไปโดยอัมพร

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งราชนิเวศน์ยุพเรศอุษาสายสมร
ก็เลื้อยลอยเข้าไปโดยบัญชรยังแท่นบรรจถรณ์อลงการ

ฯ ๒ คำ ฯ แผละ

๏ รัดองค์พระอุณรุทได้ด้วยเดชฤทธิไกรกำลังหาญ
แล้วพาระเห็จเตร็ดทะยานมายังสถานอสุรา

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษา
เห็นพญาภุชงค์ผู้ศักดามัดมนุษย์มาก็ดีใจ
ยี่สิบหัตถ์ตบหัตถ์ฉัดฉานเสียงสะท้านฟากฟ้าดินไหว
สิบปากสรวลสันต์สนั่นไปสรรเสริญฤทธิไกรสหายรัก
มิเสียทีที่ทรงอานุภาพอาจปราบได้ไปทั้งไตรจักร
ตรัสพลางแย้มยิ้มพริ้มพักตร์ขุนยักษ์เสด็จออกมา

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

เย้ย

๏ จึ่งมีบรรหารสิงหนาทบริภาษพาทีชี้หน้า
เหวยเหวยมนุษย์อหังการ์ไม่กลัวว่าชีวันจะบรรลัย
ยกเนื้อยอตัวให้เกินพักตร์อ้างอวดฮึกยักหยาบใหญ่
โอหังเย่อหยิ่งจะชิงชัยเป็นไรจึ่งไม่แผลงฤทธิ์
ให้ยองใยไปมัดรัดมาดั่งว่าลูกไก่กระจิดหริด
ทีนี้เห็นจะสิ้นชีวิตหรือจะคิดต่อสู้กับหมู่ยักษ์
ดูหมิ่นกันเล่นแล้วมิหนำกลับซํ้ารอนราญหาญหัก
เป็นไรไม่ทำคึกคักมานั่งก้มพักตร์ไม่เจรจา
นี่หรือเจ้าหน่อภุชพงศ์สุริย์วงศ์จักรกฤษณ์นาถา
รูปร่างดั่งหนึ่งเทวาจะมาเป็นเขยข้าหรือว่าไร[๕]

ฯ ๑๐ คำ ฯ กราวรำ เจรจา

ร่าย

๏ แล้วตรัสแก่พญานาคีเราจะทำกระนี้ก็มิได้
แม้นจักฆ่าเสียให้บรรลัยจะลับไปไม่ได้ความเจ็บอาย
จำจะประจานจงสามารถให้รู้ทั่วโลกธาตุทั้งหลาย
ทารกรรมให้ลำบากกายกว่ามันจะวายชีวา
จะได้ลือชาปรากฏไปทั่วทั้งทศทิศา
ฝูงมนุษย์ครุฑนาคเทวาเบื้องหน้าจะไม่ดูเยี่ยงมัน
พระสหายผู้เรืองฤทธิไกรจงเอาไปรึงรัดไว้ให้มั่น
ยังยอดปราสาทพรายพรรณให้สาใจมันอ้ายอัปรีย์

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวกำพลนาคเรืองศรี
ได้ฟังบรรหารอสุรีก็พาองค์ภูมีขึ้นไป

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ผูกมัดรัดรึงตรึงมั่นด้วยขนดกายอันยาวใหญ่
กับยอดปราสาทอำไพมิให้ไหวติงกายา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวพาณาสูรยักษา
เห็นสหายรักร่วมชีวาพาเอาชายชู้พระบุตรี
ขึ้นไปมัดไว้ด้วยอำนาจยังยอดปราสาทมณีศรี
มีความโสมนัสพันทวีอสุรีสำรวลสำราญใจ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นกาลานุราชนายใหญ่
ครั้นพญานาคมัดมนุษย์ไปก็เลิกพลไกรกลับมา

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด


[๑] ต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๖๑ ใช้เพลงพันพิราบ

[๒] ต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๖๑ และ ๕๖๙ เป็น “เสร็จแล้วลงยังแผ่นทอง”

[๓] กระตรุม แก้ตามต้นฉบับหนังสือสมุดไทย เลขที่ ๕๖๑ และ ๕๖๙ หมายถึง นกตะกรุม

[๔] ฉบับพิมพ์ก่อนนี้ใช้เพลงตระ เชิด ไม่ตรงกับในต้นฉบับหนังสือสมุดไทย ซึ่งในเลขที่ ๕๖๑ เดิมใช้ ตระ กราว แล้วแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยดินสอขาวเป็นรัว เชิด ส่วนเลขที่ ๕๖๓ เดิมไม่มีบอกเพลง แต่มีการเขียนเพิ่มเติมด้วยดินสอขาวว่า เชิดฉิ่ง กราว

[๕] ในต้นฉบับหนังสือสมุดไทยทั้งสองฉบับเลขที่ ๕๖๑ และ ๕๖๙ เดิมเป็น “จะมาเป็นเขยกูหรือว่าไร” และได้มีการแก้ไขด้วยดินสอขาวในต้นฉบับว่า “จะมาเป็นเขยข้าหรือว่าไร”

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ