ตอนที่ ๒๓

ช้า

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายพระอุณรุทเรืองศรี
สถิตไพชนต์รัตน์สวัสดี แห่งเทวีอุษายุพาพาล
เสวยสุขโอฬาร์มาโนชญ์ ปราโมทย์ปลื้มเปรมเกษมศานต์
แสนสนิทพิศวาสเยาวมาลย์ รสรักซาบซ่านฤๅทัย
หอมประทิ่นกลิ่นแก้วกัลยา สุคนธ์ทิพฟากฟ้าไม่เปรียบได้
แต่ประถมยามล่วงไป แขไขส่องสว่างอัมพร
ดาราลอยเลื่อนเกลื่อนกลาด อำไพโอภาสประภัสสร
พระตรัสชี้โดยช่องบัญชร สายสมรจงทอดทัศนา
ดวงเดือนเหมือนดวงพักตร์เจ้า พรายเพราในห้องเวหา
หมู่ดาวห้อมล้อมดาษดา ดั่งคณานางล้อมนงคราญ
ตรัสพลางคลึงเคล้าเย้าหยอก สัพยอกยั่วยวนสงสาร
สองกษัตริย์สุโขมโหฬาร จนสุริย์ฉานส่องฟ้าธาตรี[๑]

ฯ ๑๒ คำ ฯ กล่อม

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายองค์ทศมุขยักษี
เสวยสุขภิรมย์เปรมปรีดิ์ ในปราสาทมณีพรายพรรณ
พร้อมหมู่พี่เลี้ยงนางถนอม ขับกล่อมบรรเลงเพลงสวรรค์
ดั่งโอรสรักเวสสุวัณ อันทรงอานุภาพมหิมา

ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ ให้ระลึกรำพึงคะนึงนัก ถึงนงลักษณ์พี่นางอุษา
หลายคืนหลายวันเวลา ไม่เห็นมาเฝ้าบาทพระบิดร
หรือมีทุกข์โศกโรคภัย สิ่งไรเบียดเบียนสายสมร
อย่าเลยตัวกูจะรีบจร ไปเฝ้าบังอรให้แจ้งการณ์
คิดแล้วชำระสระสรง สำอางองค์ทรงเครื่องมุกดาหาร
จับคทาธรเพชรชัยชาญ พระกุมารก็รีบลงมา

ฯ ๖ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงซึ่งเชิงอัฒจันทร์ ผันพักตร์เหลียวซ้ายแลขวา
สงัดเสียงสาวสรรค์กัลยา ก็ตรึกตราคะนึงรำพึงไป
แต่ก่อนมาเฝ้าพระพี่นาง จะเหมือนอย่างฉะนี้ก็หาไม่
ประหลาดจิตคิดอัศจรรย์ใจ ก็เข้าไปในปราสาทสุรกานต์

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ บัดนั้น นางศุภลักษณ์ผู้ปรีชาหาญ
กับสี่พี่เลี้ยงนงคราญ เห็นพระกุมารเสด็จมา
ตกใจตัวสั่นหวั่นหวาด ไม่อาจจะอยู่รอหน้า
ห้านางวิ่งวนเป็นโกลา ออกมาซุ่มซ่อนอินทรีย์

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ทศมุขสุริย์วงศ์ยักษี
เห็นพี่เลี้ยงทั้งห้านารี พากันวิ่งหนีวุ่นไป
อาการนั้นประหลาดวิปริต ยิ่งคิดพะวงสงสัย
ก็รีบบทจรคลาไคล เข้าในห้องแก้วกัลยา

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เผยม่านสุวรรณอันรูจี อสุรีเหลือบซ้ายแลขวา
เห็นชายผ่องพักตร์ลักขณา ไสยาบนแท่นพรายพรรณ
ร่วมเรียงเคียงแอบแนบข้าง พี่นางอุษาสาวสวรรค์
พิโรธโกรธกริ้วดั่งไฟกัลป์ พักตร์นั้นมืดไปทั้งแปดทิศ
ดูดู๋ใครหนอสามารถ บังอาจอาจองทะนงจิต
ไม่เกรงเดชบิตุเรศเรืองฤทธิ์ มาทำทุจริตอหังการ
แม้นทราบถึงเบื้องบาทบงสุ์ พระองค์ผู้ทรงศักดาหาญ
น่าที่จะพาวงศ์วาน บรรลัยลาญด้วยเดชภูวไนย
ชายนี้ทรงโฉมบริสุทธิ์ ในมนุษย์แหล่งหล้าไม่หาได้
หรือจะเป็นเทวาสุราลัย เทพไทหากแกล้งแปลงมา
ลอบลักสู่สมชมชิด ภิรมย์ร่วมสนิทกระมังหนา
หรือหน่อจักรพรรดิกษัตรา ไฉนจึ่งมาเป็นดั่งนี้
คิดพลางเข่นเขี้ยวเกรี้ยวกราด แผดเสียงสิงหนาทอึงมี่
เผ่นโผนโจนทะยานทันที โถมถีบภูมีกระเด็นไป

ฯ ๑๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์ทรงภพสบสมัย
ตกจากแท่นแก้วอำไพ ผุดลุกขึ้นได้ด้วยศักดา
เห็นอสุราราชกุมาร อหังการหยาบใหญ่ไม่เกรงหน้า
พระพิโรธโกรธกริ้วดั่งไฟฟ้า ชักพระขรรค์คมกล้าเข้าโรมรัน
ยักษีตีด้วยคทาธร พระทรงเดชรับกรด้วยพระขรรค์
ต่างองค์ป้องปัดพัลวัน ต่างผจญประจัญฤทธี

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ทศมุขกุมารยักษี
สัประยุทธ์เคี่ยวฆ่าราวี อสุรีหยุดอยู่แล้วถามไป
เหวยเหวยมนุษย์องอาจ เอ็งนี้เชื้อชาติเป็นไฉน
มีนามกรชื่อไร เหตุใดมาทำอหังการ์
ลอบล่วงเข้ามายังสถาน เยาวมาลย์พี่นางอุษา
อันองค์ยุพเรศกัลยา ดั่งดวงนัยนาพระบิดร
ตัวมึงหนิดหนึ่งเท่าปลายก้อย ดั่งเนื้อน้อยไม่เกรงไกรสร
กูจะสังหารราญรอน ให้ม้วยด้วยกรอสุรี
ตัดเอาเศียรเกล้าพาไป ถวายองค์ภูวไนยเรืองศรี
ซึ่งเอ็งสำคัญว่าตัวดี เดี๋ยวนี้จะได้เห็นกัน

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทภุชพงศ์รังสรรค์
ได้ฟังอสุราอาธรรม์ รำพันกล่าวคำอหังการ
พระระงับดับไว้ด้วยปรานี แล้วมีสิงหนาทบรรหาร
เหวยเหวยดูก่อนกุมาร เจ้าผู้พงศ์พาลอสุรี
อันตัวของกูนี้หรือ ชื่อพระอุณรุทนาถา
เป็นบรมราชนัดดา องค์พระจักราเรืองฤทธิ์
ผู้ทรงมหาศักดายศ ปรากฏสมญาว่าจักรกฤษณ์
เป็นเอกอิศโรโมสิศ สถิตยังณรงกาธานี
เทเวศไปอุ้มเอาเรามา ให้สมอุษามารศรี
ตัวเอ็งเป็นน้องของเทวี หยาบช้าพาทีเกินนัก
ไม่เคารพนบนอบแล้วมิหนำ กลับซํ้ารุกโรมโหมหัก
หากคิดแก่องค์นงลักษณ์ หาไม่เจ้าจักบรรลัยลาญ

ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น นางอุษาเยาวยอดสงสาร
เห็นองค์อนุชาชัยชาญ กับผ่านฟ้าจะผลาญชีวิตกัน
ตกใจตัวสั่นขวัญหาย โฉมฉายเข้าขวางกางกั้น
มือขวากอดองค์พระทรงธรรม์ ซ้ายนั้นยุดกรอสุรา
จึ่งกราบทูลองค์ภูวเรศ โปรดเกศอย่าถือโทษา
แล้วตรัสห้ามองค์อนุชา เมตตาพี่เถิดอย่าราวี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศมุขกุมารยักษี
จึ่งว่าแก่องค์เทวี พี่นางอย่าขวางหน้าไว้
ผลักเสียด้วยกำลังโกรธา จะเกรงกลัวกัลยาก็หาไม่
เผ่นโผนโจนทะยานเข้าไป ชิงชัยต่อกรรอนราญ
ตีซ้ายป่ายขวาอุตลุด ด้วยกำลังฤทธิ์รุทรกล้าหาญ
หักโหมโรมรันประจัญบาน เสียงสะท้านทั้งปราสาทมณี

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุททรงสวัสดิ์รัศมี
รับรองป้องกันประจัญตี ถ้อยทีไม่ลดละกัน
ต่างจับกลับกลอกสับสน ต่างตนต่างแรงแข็งขัน
ต่างหมายจะทำลายชีวัน ด้วยฤทธีอันเกรียงไกร
ยักษีเสียทีพระทรงเดช พระโจนจับจิกเกศไว้ได้
เงือดเงื้อพระแสงขรรค์ชัย หมายใจจะล้างชีวี

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น นวลนางอุษามารศรี
เห็นพระองค์ผู้ทรงฤทธี จะผลาญชีวีอนุชา
นางยิ่งตระหนกอกสั่น บังคมคัลทูลขอโทษา
โปรดเกศจงประทานชีวา กัลยายุดข้อพระกรไว้

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอุณรุทรุ่งฟ้าสุธาไหว
ฟังนางอุษายาใจ ภูวไนยวางเศียรอสุรี
จึ่งว่าเหวยเหวยอ้ายสู่รู้ หากกูเห็นแก่มารศรี
จึ่งงดโทษโปรดมึงครั้งนี้ หาไม่ชีวีจะมรณา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศมุขสุริย์วงศ์ยักษา
สุดฤทธิ์สุดคิดสุดปัญญา ซึ่งจะต่อฤทธาสืบไป
ความอายความแค้นเป็นพ้นคิด ปิ้มประหนึ่งชีวิตจะม้วยไหม้
จึ่งว่าแก่องค์อรไท พี่นางทำได้ถึงเพียงนี้
เสียแรงพระบิดาบำรุงรัก ดั่งดวงจักษุเฉลิมศรี
สงวนไว้ในปราสาทรูจี มิให้ต้องธุลีลมพาน
ถ้าควรคู่กษัตริย์กรุงใด พระหวังจะให้เป็นแก่นสาร
หรือมาชั่วช้าสาธารณ์ คบชู้ชายพาลทรลักษณ์
ให้ขายเบื้องบาทพระทรงยศ อัปยศทั่วไปทั้งไตรจักร
เสื่อมเดชสุริย์วงศ์พงศ์ยักษ์ สมพักตร์แล้วหรือกัลยา
จะไปทูลองค์พระบิตุเรศ ให้ทรงเดชลงโทษโทษา
ตัดเกล้าเสียบเสียทั้งสองรา ไม่ช้าจะได้เห็นกัน

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ ว่าแล้วย่างเยื้องยุรยาตร ลงจากปราสาทฉายฉัน
ให้คิดแค้นแน่นอกกุมภัณฑ์ ก็จรจรัลมาเฝ้าพระบิดร

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งกราบบาทบงสุ์ พระบิตุรงค์ธิราชชาญสมร
ซบพักตร์โศกาอาวรณ์ ถอนใจสะอื้นไปมา
มิอาจทูลความพระทรงจักร ด้วยรักพี่นางอุษา
กลัวว่าจะม้วยมรณา เพราะอาญาองค์ภูวไนย
หุนหวนนิ่งนึกตรึกอยู่ เป็นครู่แล้วถอนใจใหญ่
มิได้กราบทูลประการใด ชลนัยน์นองพักตร์โศกี

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ท้าวพาณาสูรยักษี
เห็นโอรสร่วมชีวี แสนโศกโศกีจาบัลย์
จึ่งโอบอุ้มองค์ขึ้นใส่ตัก เชยพักตร์ปลอบพลางทางรับขวัญ
ตรัสถามลูกยาวิลาวัณย์ เจ้าโศกศัลย์กันแสงด้วยอันใด
หรือใครดูหมิ่นถิ่นแคลน น้อยจิตคิดแค้นเป็นไฉน
หรือพี่เลี้ยงข้างหน้าข้างใน ว่าไรให้เคืองวิญญาณ์
บอกแก่พ่อเถิดนะจอมขวัญ จะทำโทษทัณฑ์ให้หนักหนา
ปลอบพลางพลางเช็ดชลนา แก้วตาอย่าทรงโศกี

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศมุขกุมารยักษี
แค้นขัดอัดอั้นพันทวี สุดที่จะปิดความไข้
จึงทูลว่าบัดนี้พี่อุษา ทำการชั่วช้าก็เป็นได้
คบชู้สู่สมภิรมย์ใจ ไม่เกรงเบื้องบาทพระบิดร
พากันมาไว้ในปราสาท ร่วมสนิทพิศวาสสโมสร
ลูกโกรธจึ่งเข้าต่อกร จะราญรอนชีวันให้บรรลัย
ชายนั้นมีฤทธิ์สิทธิศักดิ์ ลูกรักจักผลาญมันไม่ได้
ขึ้นหน้าว่ากล่าวทุกสิ่งไป หยาบใหญ่เป็นพ้นคณนา
ยกเนื้อยอตัวนี่สุดคิด ว่าเป็นหลานจักรกฤษณ์นาถา
เจ็บใจด้วยมันอหังการ์ ทูลพลางอสุราก็โศกี

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด



[๑] จบต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๖๐ และ ๕๖๘ ขึ้นต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๖๑ และ ๕๖๙

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ