ตอนที่ ๒๒ พระนารอทฤๅษีชุบชีวิตพระเพียรพิชัย

๏ มาจะกล่าวบทไปถึงบรมจักรกฤษณ์เรืองศรี
สถิตยังจิตรกูฎคีรีเป็นที่วิเวกวิญญาณ์
ทรงศีลสร้างพรตอดใจอยู่ในสัลเลขอุเบกขา
บรรดาคนธรรพ์เทพานักสิทธ์วิทยาทั้งนั้น
ย่อมมาเคารพอภิวาทเบื้องบาทบรมรังสรรค์
กล่าวความถามทางคดีธรรม์เป็นนิรันดร์ล้วนสิ่งสวัสดี
เสด็จเหนือแท่นทิพบรรจถรณ์อลงกรณ์ด้วยดวงมณีศรี
เผอิญให้เร่าร้อนดั่งอัคคีภูมีไม่สบายวิญญาณ์

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งทรงรำพึงคะนึงนึกรำลึกถึงโอรสา
กับองค์พระราชนัดดาอันอยู่ณรงกากรุงไกร
นานแล้วมิได้ไปเยี่ยมดูจะอยู่ดีมีทุกข์เป็นไฉน
วันนี้จำกูจะเข้าไปยังในนคเรศอันโอฬาร
คิดแล้วทรงเครื่องประดับกายจับพระขรรค์เพชรพรายฉายฉาน
ออกจากถ้ำแก้วสุรกานต์งามปานดั่งองค์พระศุลี

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งคำนึงถึงพญาครุฑเทพบุตรสุบรรณปักษี
อันเป็นพาหนาศภูมีให้มายังที่บรรพตา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้นฝ่ายพญาสุบรรณปักษา
สถิตยังไพชนต์อลงการ์แจ้งจิตจินดาพระสี่กร
ออกจากสิมพลีพิมานมาศอันโอภาสด้วยแก้วประภัสสร
ถีบทะยานผ่านขึ้นยังอัมพรเร็วร่อนมาลงยังคีรี

ฯ ๔ คำ ฯ

แผละ

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์เรืองศรี
เห็นพญาสุบรรณอันฤทธีภูมีชื่นชมภิรมยา
จึ่งเสด็จขึ้นทรงสถิตนั่งยังหลังแห่งราชปักษา
งามเพียงบรมพรหมาอันทรงมหาหงส์จร

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครุฑเอยครุฑทรงอาจองดั่งพญาไกรสร
กางปีกบังสีรวีวรอัมพรมืดมนอนธการ
บินโบยรีบหนักกวักละโยชน์อุโฆษเสียงกำลังลมประหาร
เร็วเพียงพระพายพัดพานข้ามมหาชลธารสมุทรไท
พฤกษาศีขรินนิฤนาทโลกธาตุครื้นครั่นหวั่นไหว
ดั้นหมอกออกเมฆมาไวไวตรงไปยังกรุงณรงกา

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งประทับกับเกยแก้วแล้วลงจากราชปักษา
เห็นหมู่อำมาตย์เสนาโศกาว้าวุ่นไม่สมประดี
แซ่เสียงสำเนียงนางกำนัลโหยไห้สนั่นอึงมี่
สงสัยพระทัยพันทวีก็เสด็จจรลีเข้าไป

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ บัดนั้นสามพี่เลี้ยงผู้มีอัชฌาสัย
เห็นท้าวจักรกฤษณ์ฤทธิไกรภูวไนยทรงครุฑเสด็จมา
ต่างคนชื่นชมด้วยสมหมายดั่งตายแล้วคืนได้สังขาร์
ก็วิ่งไปกอดเบื้องบาทาโศกาเพียงสิ้นชีวัน

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์รังสรรค์
เห็นนัดดาสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ตัวสั่นวิ่งมาแล้วโศกี
จึ่งมีบรรหารสิงหนาทถามหลานรักราชทั้งสามศรี
เหตุไฉนโศกศัลย์พันทวีอึงมี่ไปทั้งพารา

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นพระพี่เลี้ยงผู้มียศถา
น้อมเศียรกราบลงกับบาทาแล้วทูลพรรณนาความ
เดิมพระนัดดาภูวนาถเสด็จไปประพาสป่าใหญ่
เห็นกวางสุวรรณอำไพในหน้าพลับพลารูจี
นวลนางสุดายุพาพักตร์องค์อัคเรศมเหสี
กราบทูลวิงวอนโศกีให้ภูมีล้อมจับมฤคา
กวางนั้นหนีออกด้านพระองค์จึ่งทรงม้าติดตามไปในป่า
ครั้นค่ำพักพลโยธานิทราอยู่ใต้ร่มไทร
ตื่นขึ้นว่าได้เชยโฉมนางหนึ่งประโลมพิสมัย
กลับมาคลั่งคลุ้มแล้วหายไปในแท่นไสยาเมื่อราตรี
พระบิตุรงค์ทรงพระพิโรธกริ้วโกรธข้าบาททั้งสี่
ฆ่าพระเพียรพิชัยผู้ภักดีสุดสิ้นชีวีวายปราณ
ขอพระภุชพงศ์ทรงเดชโปรดเกศช่วยชีพสังขาร
ระงับดับเหตุเภทพาลผ่านฟ้าจงได้เมตตา

ฯ ๑๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ได้ฟังสามราชนัดดาโกรธาดั่งไฟบรรลัยกัลป์
กระทืบบาดผาดแผดสุรเสียงสำเนียงอึงอื้อบันลือลั่น
ดูดู๋ทำได้ให้ผิดธรรม์แต่ปางบรรพ์บูรราชประเวณี

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวไกรสุทเรืองศรี
แสนเทวษโศกศัลย์พันทวีได้ยินเสียงอึงมี่โกลา
ก็แจ้งว่าสมเด็จภูวนาถบิตุรงค์ธิราชนาถา
พระองค์เสด็จเข้ามายังมหานิเวศน์วังใน
ค่อยระงับโศกาอาวรณ์ที่เร่าร้อนทุกข์ทนหม่นไหม้
แล้วคิดถึงซึ่งล้างชีวาลัยพระเพียรพิชัยวายปราณ
ทั้งยินดีทั้งกลัวเป็นสุดคิดร้อนจิตดังเพลิงเผาผลาญ
ออกจากปราสาทอลงการไปเฝ้าบทมาลย์พระทรงธรรม์

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึ่งประณตบทบงสุ์องค์พระบิตุเรศรังสรรค์
พักตราเศร้าสร้อยจาบัลย์ดั่งดวงจันทร์มัวมืดในเมฆา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
เห็นองค์สมเด็จพระลูกยาจึ่งมีบัญชาตรัสไป
ดูก่อนเจ้ากรุงนคเรศเรืองเดชฟากฟ้าดินไหว
อันองค์นัดดายาใจก็นับในสุริย์วงศ์อวตาร
เนื่องกันกับนารายณ์ไวยกูลประยูรเทวราชมหาศาล
ทรงฤทธิ์ศักดาปรีชาชาญบุญญาธิการมากนัก
ก็แจ้งอยู่สิ้นด้วยกันทั้งมนุษย์เทวัญในไตรจักร
สำหรับปราบอสูรหมู่ยักษ์ให้สิ้นเสี้ยนหลักในธาตรี
มาตรแม้นถึงองค์พระอุณรุทราชบุตรสุดสวาทเฉลิมศรี
จะอุบัติวิบัติบังเกิดมีตกไปในที่ตำบลใด
ทั่วภพจบโลกทั้งหลายใครจะทำอันตรายสิ่งใดได้
ประการหนึ่งอยู่ถึงข้างในหายไปกับแท่นไสยา
เหตุใดจึ่งมากริ้วโกรธโทษสี่พี่เลี้ยงข้างหน้า
ฆ่าเพียรพิชัยมรณานี่ฤๅว่าอยู่ในสัจธรรม์

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวไกรสุทสุริย์วงศ์รังสรรค์
ฟังพระบิตุรงค์ทรงสุบรรณตัวสั่นเพียงสิ้นชนมาน
จึ่งน้อมเศียรถวายอภิวาททูลสนองพระราชบรรหาร
ซึ่งลูกโมหันต์อันธพาลก่อการให้เคืองบาทา
ฆ่าองค์พระเพียรพิชัยโทษนี่ใหญ่หลวงหนักหนา
ด้วยมิได้พิจารณาผ่านฟ้าจงโปรดปรานี

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์เรืองศรี
ยิ่งพิโรธโกรธนักดั่งอัคคีจึ่งมีสิงหนาทตวาดไป
เสียแรงเป็นวงศ์เทวัญจะอยู่ในยุติธรรม์ก็หาไม่
รักแต่ลูกตัวด้วยอันใดวงศามิได้เมตตา
ลุอำนาจโกรธพิโรธจิตผิดพงศ์จักรพรรดินาถา
แม้นเพียรพิชัยไม่เป็นมาจะมรณาตามกันไปวันนี้

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวไกรสุทสุริย์วงศ์เรืองศรี
ได้ฟังดั่งสายอสุนีมาฟอนฟาดอินทรีย์ขาดไป
เสโทซึมซาบอาบองค์ปิ้มจะทรงสมประดีไว้มิได้
จึ่งดำริตริด้วยปรีชาไวใครหนอจะช่วยคิดการ
รำลึกได้ว่าองค์พระดาบสผู้ทรงพรตปรีชากล้าหาญ
วิทยาอาคมก็เชี่ยวชาญจำจะไปมัสการนิมนต์มา
ตั้งกาลากิจพิธีช่วยชุบชีวีสังขาร์
คิดแล้วจึ่งมีบัญชาตรัสสั่งเสนาทันใด
จงรีบออกไปยังอารญนิมนต์พระนารอทอาจารย์ใหญ่
เข้ามาในราชเวียงชัยแต่ในเวลาวันนี้

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้นจึ่งขุนธรรมการทั้งสี่
ก้มเกล้ารับราชวาทีถวายอัญชุลีแล้วรีบจร

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ มาถึงซึ่งอาศรมบทแทบเชิงมรกตสิงขร
เห็นพระองค์ทรงสังวรณ์ก็เข้าไปยอกรมัสการ
แจ้งว่าองค์ท้าวไกรสุทมงกุฎณรงการาชฐาน
ให้เข้ามาเชิญบทมาลย์องค์พระอาจารย์ผู้ศักดา
กับคณะมหาโยคีอันมีเวทญาณฌานกล้า
ก็แจ้งความตามราชกิจจาอย่าช้าจงรีบเข้าไป

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระนารอททรงญาณอาจารย์ใหญ่
แจ้งว่าสมเด็จพระภูวไนยให้นิมนต์เข้าไปยังธานี
คว้าเครื่องอัจนากระลากิจเรียกหาสานุศิษย์อึงมี่
นุ่งผ้าคากรองเข้าทันทีครองหนังพยัคฆีเหลืองลาย
ฉวยได้นํ้าเต้าไม้เท้างอประคำแขวนกับคอก็ว่าหาย
หยิบเอาย่ามละว้ามาตะพายเหลียวขวาแลซ้ายวุ่นไป
ถือทั้งตาลปัตรพัดตาลลนลานลงจากศาลาใหญ่
พร้อมหมู่โยคีชีไพรตามกันเข้าไปยังพารา

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งขึ้นบนปราสาทนั่งอาสน์โดยซ้ายฝ่ายขวา
แล้วปราศรัยไถ่ถามกิจจาให้นิมนต์รูปมาบัดนี้
ท้าวมีธุระกังวลเป็นไฉนผู้คนจึ่งอึงมี่
องค์พระอัยกาธิบดีภูมีเข้ามาด้วยอันใด

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวจักรกฤษณ์ผู้มีอัชฌาสัย
ยอกรมัสการท่านไทแล้วตรัสตอบไปทันที
ตัวโยมมาเยี่ยมประยูรญาติวงศาธิราชเรืองศรี
เมื่อเวลาเช้าวันนี้ก็แจ้งความถ้วนถี่แต่เดิมมา
ฝ่ายองค์ภูวไนยไกรสุทมงกุฎนคเรศนาถา
กราบลงแทบเบื้องบาทาแล้วตรัสวอนว่าพระนักธรรม์
โยมโกรธพระเพียรพิชัยฤๅทัยว้าวุ่นหุนหัน
ขว้างด้วยแหวนแก้วแพรวพรรณสุดสิ้นชีวันวายปราณ
พระผู้อุดมบรมครูเอ็นดูช่วยชีพสังขาร
ตั้งกาลากิจพิทธีการชุบชีวิตหลานให้เป็นมา

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้นพระนารอทผู้ทรงสิกขา
ยิ้มแล้วจึ่งตอบวาจาผ่านฟ้าอย่าร้อนรนใจ
อันซึ่งพระเพียรพิชัยตายยากง่ายอะไรจะชุบให้
จงจัดเครื่องอัจนาบูชาไฟให้ต้องในตำรับพิธี

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นองค์ท้าวไกรสุทเรืองศรี
ได้ฟังพระมหาโยคียินดีดั่งได้ฟากฟ้า
จึ่งมีบรรหารสิงหนาทตรัสสั่งอำมาตย์ซ้ายซวา
จงแต่งเครื่องพิธีกาลาโดยดั่งตำราพระอาจารย์

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นเสนีผู้ปรีชาหาญ
ก้มเกล้ารับราชโองการชุลีลาแล้วคลานออกไป

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ยานี

๏ จึ่งตั้งโรงราชพิธีเก้าห้องกว้างรีสูงใหญ่
มีเฉลียงชาลาพาไลหลังคาดาดไปด้วยผ้าแดง
ดาดเพดานห้อยพวงพู่พรายผูกม่านพรรณรายลายแย่ง
หลุมยันต์กั้นข่ายตาชะแลงธงฉัตรจัดแจงเรียงรัน
ทั้งธูปเทียนบุปผามาลีพุ่มสุวรรณมณีสลับคั่น
สุคนธากฤษณาจุณจันทน์บัดพลีสารพันอำไพ
นมเนยรสาผลาหารหม้อใส่ชลธารเย็นใส
ทั้งขันสัมฤทธิ์เจ็ดใบจัดไว้เสร็จโดยพระบัญชา

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้นพระนารอททรงญาณฌานกล้า
กับหมู่คณะพระสิทธาครั้นได้เวลาอาหุดี
ดูดวงสุริยาปรากฏทรงกลดหมดเมฆจำรัสศรี
จึ่งลุกจากอาสน์รูจีพากันเข้าที่พิธีการ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

ชมตลาด

๏ ฝ่ายพระนารอทราชครูผู้ทรงปรีชากล้าหาญ
นั่งริมหลุมยันต์เป็นประธานตรวจการอัจนาบูชาไฟ
เสร็จแล้วจึ่งให้ดาบสนักพรตบริวารน้อยใหญ่
นั่งในเฉลียงพาไลรายรอบกันไปทั้งแปดทิศ
ตั้งสมาธิสังวรวิญญาณ์ปลงเป็นเอกาคตาจิต
บริกรรมพระมนต์อันเรืองฤทธิ์โดยอิศรเวทสวัสดี

ฯ ๖ คำ ฯ สาธุการ

๏ เดชะกสิณอภิญญาณกับโองการพระอิศวรเรืองศรี
บันดาลพ่างพื้นปัฐพีเสียงสนั่นอึงมี่โกลา[๑]
ก็บังเกิดกูณฑ์กลางกระลาวาตโอภาสเริงแรงแสงกล้า
จึ่งเอาเครื่องกระลาอัจนาอาหุดีบูชาลงไป
จุดเทียนร้อยแปดขึ้นพร้อมกันดุษฎีเทวัญน้อยใหญ่
ยกร่างพระเพียรพิชัยวางในกระลากองกูณฑ์
ประกอบปราณตั้งที่ทั้งสี่ธาตุให้สืบกับชีวาตม์อันขาดสูญ
ด้วยฤทธิ์เวทศิวันบัณฑูรก็สมบูรณ์บังเกิดชีวิตมา
จึ่งเอาน้ำในหม้อสัมฤทธิ์อันเสกประสิทธิ์ด้วยคาถา
พรมลงในกองกาลาก็ดับด้วยศักดาทันที

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระเพียรพิชัยเรืองศรี
ครั้นคืนชีวิตอินทรีย์ยินดีดั่งได้โสฬส
มีกำลังกายไวว่องพักตร์ผ่องเพียงจันทน์ทรงกลด
จึ่งน้อมเศียรเกล้าลงประณตแทบบาทบงกชพระสิทธา
แล้วกล่าวสรรเสริญเจริญเดชซึ่งพระองค์โปรดเกศเกศา
มาช่วยชุบชีพชีวาพระคุณลํ้าฟ้าแดนไตร

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระมหานารอทอาจารย์ใหญ่
ก็พาพระเพียรพิชัยออกไปจากโรงพิธี

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ขึ้นยังมหาปราสาทนั่งอาสน์สำหรับพระฤๅษี
จำเพาะพักตร์สองกษัตรธิบดีท้าวพระยาเสนีพร้อมกัน

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวไกรสุทบรมรังสรรค์
เห็นหลานรักร่วมชีวันพระนักธรรม์ช่วยชุบเป็นมา
มีความชื่นชมโสมนัสประนมหัตถ์เหนือเกล้าเกศา
ตรัสสรรเสริญคุณพระสิทธาเป็นอเนกมหาโอฬาฬาร
แล้วมีมธุรสพจนารถประภาษแก่นัดดาด้วยคำหวาน
ซึ่งโกรธาฆ่าเจ้าวายปราณด้วยบันดาลโมหันไม่ทันคิด
ทั้งนี้สำหรับเคราะห์กรรมทำแล้วจึ่งเห็นว่าโทษผิด
บัดนี้เจ้าคืนได้ชีวิตอย่ามีจิตรังเกียจสืบไป
ตรัสแล้วจึ่งเปลื้องสังวาลทรงออกจากพระองค์ประทานให้
ของนี้ควรค่ากรุงไกรจงรับไว้เป็นศรีสวัสดี

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระเพียรพิชัยเรืองศรี
กราบบาทพระองค์ทรงธรณีในที่ท่ามกลางเสนา
รับมหาสังวาลเนาวรัตน์ด้วยใจโสมนัสหรรษา
ภักดีเหมือนดั่งแต่หลังมาไม่เคียดแค้นฉันทาประการใด

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นพระนารอทผู้มีอัชฌาสัย
เสร็จการอัจนาบูชาไฟก็ลาสองภูวไนยธิบดี
พระองค์จงอยู่เกษมสุขอย่ามีทุกข์แผ้วพานบทศรี
ว่าแล้วพาพวกโยคีกลับไปยังที่หิมวันต์

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

ช้า

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์รังสรรค์
ครั้นหมู่คณะพระนักธรรม์พากันกลับไปศาลา
จึ่งทรงพระดำริตริการด้วยปรีชาชาญแกล้วกล้า
ถึงพระยอดเยาวราชนัดดาผู้ร่วมชีวายาใจ
อันองค์พระศรีอุณรุทสุริวงศ์จักรภุชสูงใหญ่
อยู่ในห้องแก้วอำไพเป็นไฉนมาหายไปดังนี้
ดีร้ายเทวาพาจรไปโดยอัมพรวิถี
ให้สมแก้วกัลยาณีในที่นิเวศน์กษัตรา
อันทรงมหาศักดายศปรากฏในทวีปแหล่งหล้า
เหมือนหนึ่งสำคัญสัญญาแต่ว่าไม่รู้บุรีใด
จำจะยับยั้งคอยอยู่ให้รู้เหตุการณ์เป็นไฉน
แม้นเกิดณรงค์ชิงชัยก็จะได้ไปช่วยราวี

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ คิดแล้วจึ่งมีราชบรรหารถามโหราจารย์ทั้งสี่
หลานเราหายไปบัดนี้ร้ายดีไม่แจ้งกิจจา
ท่านผู้มีปรีชาญชำนาญรู้จงชำระดูชันษา
จะสูญไปไม่ได้กลับมาฤๅว่าจะเป็นประการใด

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้นจึ่งขุนโหราผู้ใหญ่
ได้ฟังบรรหารภูวไนยบังคมไหว้รับราชวาที
จึ่งตั้งชันษาพยากรณ์สอบใส่เคราะห์จรในราศี
ขับไล่ไปตามคัมภีร์โดยวิธีมีครบอันชำนาญ
พิเคราะห์ดูก็รู้แจ้งประจักษ์ในหลักคำนวณควณหาร
จึ่งกราบทูลพระปิ่นสุธาธารโดยสถานพระเคราะห์ที่จรมา
อันพระสุริวงศ์ทรงยศกำหนดในเกณฑ์ชันษา
พระศุกร์มาพักรที่ลัคนาต้องตามตำราพยากรณ์
ว่ามีหญิงต่างเมืองเรืองเดชเหาะผ่านหิมเวศสิงขร
มาเชิญเสด็จบทจรไปทางอัมพรด้วยโฉมตรู
ในพระหัศบดีคัมภีร์ใหญ่ทั้งโชคชัยเดือนปีก็ดีอยู่
อาทิตย์สถิตถึงครูราหูมาร่วมเรือนจันทร์
ว่าจะได้คู่สร้างนั้นนางฟ้าทรงเบญจกัลยาเฉิดฉัน
ปลายเดือนอังคารจะมากันย์พระเคราะห์นั้นเป็นกาลกิณี
ต้องจันทร์ทับเสาร์กำเนิดศุกร์เสิดมาร่วมราศี
จะถึงซึ่งพันธนาราวีแต่เห็นทีจะไม่เป็นไร
อันศัตรูหมู่ร้ายพ่ายแพ้จะมีผู้ใหญ่แก้พระองค์ได้
จะจำเริญสวัสดีมีชัยได้องค์อรไทมาพารา

ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้นท้าวบรมจักรกฤษณ์นาถา
ฟังท้าวไกรสุทผู้ศักดาได้ฟังโหราพยากรณ์
ค่อยสว่างสร่างโศกโสมนัสสองกษัตริย์ชื่นชมสโมสร
จึ่งเสด็จย่างเยื้องบทจรก็กรายกรเข้าปราสาทรูจี

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ


[๑] ใช้ตามต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๖๐ ต้นฉบับหนังสือสมุดไทยเลขที่ ๕๘๘ เป็น “เสียงลั่นอึงมี่โกลา”

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ