นิราศพระประธม

๏ ถวิลวันจันทร์ทิวาขึ้นห้าค่ำ
ลงนาวาคลาเคลื่อนออกเลื่อนลำพอฆ้องย่ำยามสองกลองประโคม
น้ำค้างย้อยพร้อยพรมเปนลมว่าวอนาถหนาวนึกเคยได้เชยโฉม
มาสูญเหมือนเดือนดับพยับโพยมให้ทุกขโทมนัสในฤทัยครวญ
โอ้น่าหนาวคราวนี้เปนที่สุดจะจากนุชแนบข้างไปห่างหวน
นิราศร้างห่างเหให้เรรวนมิได้ชวนเจ้าไปชมประธมประโทน
ที่ปลูกรักจักได้ชื่นทุกคืนค่ำก็เตี้ยต่ำตายฝอยกรองกร๋อยโกร๋น
ที่ชื่นเชยเคยรักเหมือนหลักประโคนก็หักโค่นขาดสูญประยูรวงศ
ยังเหลือแต่แม่ศรีสาครอยู่ไปสิงสู่เสน่หานางเสาหงส์
จะเชิญเจ้าเท่าไรก็ไม่ลงให้คนทรงเสียใจมิได้เชย
วัดระฆังตั้งแต่เสร็จสำเร็จศพไม่พานพบภคินีเจ้าพี่เอ๋ย
โอ้แลเหลียวเปลี่ยวใจกระไรเลยมาชวดเชยโฉมหอมถนอมนวล
จนนาวาคลาล่องเข้าคลองขวางตำบลบางกอกน้อยละห้อยหวน
ตลาดแพแลตลอดเขาทอดพรวนแต่แลล้วนเรือตลาดไม่ขาดคราว
ทุกเรือนแพแลลับระงับเงียบยิ่งเย็นเยียบยามดึกให้นึกหนาว
ในอากาศกลาดเกลื่อนด้วยเดือนดาวเปนลมว่าวเฉื่อยฉิวหวิวหัวใจ
โอ้บางกอกกอกเลือดให้เหือดโรคอันความโศกนี้จะกอกออกที่ไหน
แม้นได้แก้วแววตามายาใจแล้วก็ไม่พักกอกดอกจริงจริง
ดูวังหลังยังไม่ลืมที่ปลื้มจิตเคยมีมิตรมากมายทั้งชายหญิง
เมื่อยามดึกนึกถึงที่พึ่งพิงอนาถนิ่งนึกน่าน้ำตานอง
บางว้าน้อยน้อยจิตรด้วยพิสมัยน้อยฤๅใจจืดจางให้หมางหมอง
หมายว่ารักจักได้พึ่งเหมือนหนึ่งน้องให้เจ้าของขายหน้าทั้งตาปี
ถึงวัดทองหมองเศร้าให้เหงาเงียบเย็นยะเยียบหย่อมหญ้าป่าช้าผี
สงสารฉิมนิ่มน้องสองนารีมาปลงที่เมรุทองทั้งสองคน
ขอบุญญานิสงส์จำนงสนองช่วยส่งสองศรีสวัสดิ์ไปปฏิสนธิ์
ศิวาลัยไตรภพจบสกลประจวบจนจะได้พบประสบกัน
ทั้งแก้วเนตรเกสรามณฑาทิพย์จงลอยลิบลุล่วงถึงสรวงสวรรค์
จะเกิดไหนได้อยู่คู่ชีวันอย่ามีอันตรายเปนเหมือนเช่นนี้ ฯ
๏ วัดปะขาวขาวเหลือเชื่อไม่ได้ด้วยดวงใจเจ้านั้นคล้ำดำมิดหมี
แม้นแม่ม่ายขาวโศกโฉลกมีเหมือนแม่ศรีสาครฉะอ้อนเอว
โอ้เคราะห์กรรมจำคลาศนิราศร้างเพราะขัดขวางความในเหมือนไขว่เฉลว
ทั้งเกลียดสิ้นนินทาพาลาเลวเหมือนต้องเปลวปลิวต้องให้หมองมอม
เสียดายแต่แม่ศรีเจ้าพี่เอ๋ยจะชวดเชยชวดชมภิรมย์ถนอม
เหมือนดอกไม้ไกลแดนเพราะแตนตอมใครแปลงปลอมปลิดสอยมันต่อยตาย ฯ
๏ บางตำรุเหมือนบำรุบำรุงรักจะพึ่งพักพิศวาสเหมือนมาทหมาย
ไม่เหมือนนึกตรึกตรองเพราะสองรายเห็นฝักฝ่ายเฟือนลงด้วยทรงโลม
พอสิ้นแพแลล้วนสวนสงัดพยุพัดฮือฮือกระพือโหม
ยิ่งดึกดาววาววามดังตามโคมน้ำค้างโทรมแสนหนาวให้เปล่าใจ
บางขุนนนต้นลำภูดูหิ่งห้อยเหมือนเพ็ชรพลอยพรายพร่างสว่างไสว
จังหรีดร้องซร้องเสียงเรียงเรไรจะแลไหนเงียบเหงาทุกเหย้าเรือน
บางระมาดมาทหมายสายสวาทว่าสมมาทเหมือนใจแล้วไม่เหมือน
แสนสวาทมาทหมายมาหลายเดือนมิคลาเคลื่อนแคล้วคลาศประหลาดใจ
วัดไก่เตี้ยไม่เห็นไก่เห็นไทรต่ำกอระกำแกมสละขึ้นไสว
หอมระกำก็ยิ่งช้ำระกำใจระกำไม่เหมือนระกำที่ช้ำทรวง
ถึงวนหลวงหวงห้ามเหมือนความรักเหลือจักหักจับต้องเปนของหลวง
แต่รวยรินกลิ่นผกาบุปผาพวงระรื่นร่วงเรณูฟูขจร
โอ้ไม้ต้นคนเฝ้าเสาวรสยังปรากฎกลิ่นกล่อมหอมเกสร
แต่โกสุมภุมรินมาบินวอนไม่ดับร้อนร่วงกลิ่นให้ดิ้นโดย
ดึกกำดัดสัตว์อื่นไม่ตื่นหมดแต่นกกดร้องเร้ากระเหว่าโหย
ระรวยรินกลิ่นโศกมาโบกโบยโอ้โศกโรยแรมร้างมาห่างจร
ถึงบางขวางปางก่อนว่ามอญขวางเดี๋ยวนี้นางไทยลาวแก่สาวสลอน
ทำยศอย่างขวางแขวนแสนแสงอนถึงนางมอญก็ไม่ขวางเหมือนนางไทย
วัดพิกุลฉุนกลิ่นระรินรื่นโอ้หอมชื่นเชยกับรสแป้งสดใส
เหมือนพิกุลอุ่นทรวงพวงมาไลยพี่เคยใส่หัตถ์หอมถนอมนวล
โอ้ยามนี้มิได้เชยเหมือนเคยชื่นมาหอมรื่นแต่ดอกไม้ที่ในสวน
พระพายโชยโรยรินกลิ่นลำดวนเหมือนจะชวนชูใจเมื่อไกลเชย
บางผักหนามนึกขามแต่หนามเสี้ยนหนามทุเรียนลักฉีกอีกเจ้าเอ๋ย
ที่กีดขวางทางความแต่หนามเตยไม่น่าเชยน่าชังล้วนรังแตน
ถึงสวนแดนแสนเสียดายสายสวาทมาสิ้นชาติปรโลกยิ่งโศกแสน
ไปสวรรค์ชั้นบนคนละแดนไม่ร่วมแผ่นภพโลกยิ่งโศกใจ
ถึงวัดเกษเจตนาแต่การะเกษไม่สมเจตนาน่าน้ำตาไหล
เคยลับเนตรเกษน้อยกลอยฤทัยมาจำไกลกลืนกลั้นที่รัญจวน
น้ำค้างพรมลมชายระบายโบกหอมดอกโศกเศร้าสร้อยละห้อยหวน
เหมือนโศกร้างห่างเหเสน่ห์นวลมาถึงสวนโศกช้ำระกำทรวง
เห็นรักน้ำคร่ำคร่าไม่น่ารักจะเด็จหักเสียก็ได้เขาไม่หวง
แต่ละต้นผลลูกดังผูกพวงก็โรยร่วงเปล่าหมดไม่งดงาม
เหมือนรักคนคนรักทำยักยอกจะเก็บดอกเด็จผลคนก็ขาม
แม้นยางลูกถูกหัดถ์มันกัดลามเหมือนรำรามรักรายริมชายพง
วัดฉะลอใครหนอฉะลอฉลาดเอาอาวาสมาไว้ให้อาศรัยสงฆ์
ช่วยฉะลอวรลักษณ์ที่รักทรงให้มาลงเรือร่วมนวมที่นอน
ถนอมแนบแอบอุ้มประทุมน้อยแขนจะคอยเคียงวางไว้ต่างหมอน
เมื่อปลื้มใจไสยาอนาทรจะกล่าวกลอนกล่อมขนิษฐให้นิทรา
เห็นคลองขวางบางกรวยระทวยจิตรไม่ลืมคิดนิ่มน้อยละห้อยหา
เคยร่วมสุขทุกข์ร้อนแต่ก่อนมาโอ้สิ้นอายุเจ้าได้เก้าปี
แต่ก่อนกรรมนำสัตว์ให้พลัดพรากจึงจำจากนิ่มน้องให้หมองศรี
เคยไปมาหาน้องในคลองนี้เห็นแต่ที่ท้องคลองนองน้ำตา
สงสารบุตรสุดเศร้าทุกเช้าค่ำด้วยเปนกำพร้าแม่ชะแง้หา
เขม้นมองคลองบ้านดูมารดาเช็ดน้ำตาโทรมทราบลงกราบกราน
ยิ่งตรองตรึกดึกดื่นสอื้นอั้นจนไก่ขันเจื้อยเจ๊กวิเวกหวาน
เหมือนนิ่มน้องร้องเรียกสำเนียกนานเจียนจะขานหลงแลฉแง้คอย
บางศรีทองคลองบ้านน้ำตาลสดอร่อยรสซาบซ่านหวานคอหอย
เหมือนปากพี่ศรีทองของน้องน้อยเปนคู่บอกดอกสร้อยสักระวา
ทุกวันนี้พี่เถ้าเราก็หง่อมเธอเปนจอมเราเปนจนต้องบ่นหา
โอ้จอมพี่ศรีทองของน้องยาเมื่อไรจะพาพิมน้อยมากลอยใจ
บางอ้อยช้างโอ้ช้างที่ร้างโขลงมาอยู่โรงรักป่าน้ำตาไหล
พี่คลาศแคล้วแก้วตาให้อาไลยเหมือนอกไอยราร้างฝูงนางพัง
พอจวนรุ่งฝูงนกวิหคร้องประสานซ้องเซงแซ่ดังแตรสังข์
กระเหว่าหวานขานเสียงสำเนียงดังเหมือนชาววังหวีดเสียงสำเนียงนวล
อโณทัยไตรตรัสจำรัสแสงกระจ่างแจ้งแจ่มฟ้าพฤกษาสวน
หอมดอกไม้หลายพรรณให้รัญจวนเหมือนกลิ่นนวลน้ำกุหลาบซึ่งอาบทรวง
โอ้บุบผาสารพัดที่กลัดกลีบครั้นรุ่งรีบบานงามไม่ห้ามหวง
ให้ชื่นชุ่มภุมรินสิ้นทั้งปวงได้ทราบทรวงเสาวรสไม่อดออม
แต่ดอกฟ้าสาหรีเจ้าพี่เอ๋ยมิหล่นเลยละให้หมู่แมงภู่หอม
จะกลัดกลิ่นสิ้นรสให้มดตอมจนหายหอมแห้งกรอกเหมือนดอกกลอย
ถึงวัดสักเหมือนหนึ่งรักที่ศักดิ์สูงยิ่งกว่าฝูงเขาเหิรเห็นเกินสอย
แม้นดอกฟ้าคลาเคลื่อนหล่นเลื่อนลอยจะได้คอยเคียงรับประคับประคอง
บางขนุนขุนกองมีคลองกว้างว่าเดิมบางชื่อถนนเขาขนของ
เปนเรื่องหลังครั้งคราวท้าวอู่ทองแต่คนร้องเรียกเฟือนไม่เหมือนเดิม
สุดาใดได้เปนเพื่อนอย่าเหมือนพี่เหมือนมณีนพรัตนฉัตรเฉลิม
อันน้ำในใจรักช่วยตักเติมให้พูลเพิ่มพิศวาสอย่าคลาศคลาย
บางนายไกรไกรทองอยู่คลองนี้ชื่อจึงมีมาทุกวันเหมือนหมั่นหมาย
ไปเข่นฆ่าชาละวันให้พลันตายเปนเลิศชายเชี่ยวชาญการวิชา
ได้ครอบครองสองสาวชาวพิจิตรสมสนิทนางจรเข้เสน่หา
เหมือนตัวพี่นี้ได้ครองแต่น้องยาจะเกื้อหน้าพางามขึ้นครามครัน
ถึงคลองขวางบางระนกโอ้อกพี่แม้นปีกมีเหมือนหนึ่งนกจะผกผัน
ไปอุ้มแก้วแววตาพาจรัลมาด้วยกันนั้นทั้งคู่ที่อยู่ริม
คงร่วมเรือเมื่อว่าตื่นสอื้นอ้อนจะคอยช้อนโฉมอุ้มไม่หยุมหยิม
ให้แย้มสรวลชวนเสบยเฝ้าเชยชิมกว่าจะอิ่มอกแอบแนบนิทรา
บางคูเวียงเสียงเงียบเชียบสงัดเปนจังหวัดแถวสวนล้วนพฤกษา
ดูรูปนางบางคูเวียงเหมือนเหนี่ยงนาไม่เหมือนหน้านางนั่งในวังเวียง
เห็นโรงหีบหีบอ้อยเขาคอยป้อนมีคนต้อนควายตวาดไม่ขาดเสียง
เห็นน้ำอ้อยย้อยรางที่วางเรียงโอ้พิศเพียงชลนาพี่จาบัลย์
อันลำอ้อยย่อยยับเหมือนทับอกน้ำอ้อยตกเหมือนน้ำตาตวงกว่าขัน
เขาโหมไฟในโรงโขมงควันให้อัดอั้นอกกลุ้มรุมระกำ
อันน้ำในใจคนเหมือนต้นอ้อยข้างปลายกร่อยชืดชิมไม่อิ่มหนำ
ต้องหันหีบหนีบแตกให้แหลกลำนั้นแลน้ำจึงจะหวานเพราะจานเจือ
ถึงบางม่วงง่วงจิตรคิดถึงม่วงแต่จากทรวงเสียใจอาลัยเหลือ
มะม่วงงอมหอมหวนเหมือนนวลเนื้อมิรู้เบื่อบางม่วงเหมือนดวงใจ
เห็นต้นรักหักโค่นต้นสนัดเปนรอยตัดรักขาดให้หวาดไหว
เหมือนตัดรักตัดสวาทขาดอาลัยด้วยเห็นใจเจ้าเสียแล้วนะแก้วตา
ถึงบางใหญ่ให้จอดทอดประทับเข้าเคียงกับกิ่งรักไม่หักหา
เมื่อกินเข้าเขาก็หักใบรักมาจิ้มปลาร้าลองดูด้วยอยู่ริม
อร่อยนักรักอ่อนปลาช่อนย่างเปรียบเหมือนอย่างเนื้อนุ่มที่หยุมหยิม
อยากรู้จักรักใคร่พึ่งได้ชิมชอบแต่จิ้มปลาร้าจึงพารวย
โอ้รักต้นคนรักเขาหักให้ไม่ตัดได้เด็จรักไม่พักฉวย
แต่รักน้องต้องประสงค์ถึงงงงวยใครไม่ช่วยชักนำสู้กล้ำกลืน
เสพย์อาหารหวานคาวเมื่อคราวยากล้วนของฝากเฟื่องฟูค่อยชูชื่น
แต่มะแป้นแกนในจะไปคืนของอื่นอื่นอักโขล้วนโอชา
แต่สิ่งของน้องรักฟักจันอับแช่อิ่มพลับผลชิดเปนปฤษณา
พี่จะจากฝากปิดสนิทมาเหมือนแก้วตาตามติดมาชิดเชื้อ
แผ่นขนุนวุ้นแท่งของแห้งสิ้นแต่ละชิ้นชูใจอาลัยเหลือ
ได้ชื่นชิมอิ่มหนำทั้งลำเรือเพราะน้องเนื้อนพคุณกรุณา
แล้วเข้าทางบางใหญ่ครรไลยล่องไปตามคลองเคลื่อนคล้อยละห้อยหา
เห็นสิ่งไรในจังหวัดรัถยาสอื้นอาลัยถึงคนึงนวล
แม้นแก้วตามาเห็นเหมือนเช่นนี้จะยินดีด้วยดอกไม้ที่ในสวน
ไม่แจ้งนามถามพี่จะชี้ชวนชมลำดวนดอกซ่มต้นนมนาง
ที่ริมน้ำง้ำเงื้อมจะเอื้อมหักเอายอดรักให้น้องเมื่อหมองหมาง
ไม่เหมือนหมายสายสวาทมาขาดกลางโอ้อ้างว้างวิญญาในสาคร
บางกระบือเห็นกระบือเหมือนชื่อย่านแสนสงสารสัตว์นาฝูงกาษร
ลงปลักเปือกเกลือกเลนระเนนนอนเหมือนจะร้อนรนร่ำทุกค่ำคืน
โอ้อกพี่นี้ก็ร้อนด้วยความรักถึงฝนสักแสนห่าไม่ฝ่าฝืน
ไม่เหมือนรสพจมาลย์เมื่อวานซืนจะชูชื่นใจพี่ด้วยปรีดิ์เปรม
โอ้เปรียบชายคล้ายนกวิหคน้อยจะเลื่อนลอยลงสรงกับหงส์เหม
ได้ใกล้เคียงเมียงริมจะอิ่มเอมแสนเกษมสุดสวาทไม่คลาศคลาย
ถึงคลองย่านบ้านบางสุนัขบ้าเหมือนขี้ข้านอกเจ้าเฉาฉงาย
เปนบ้าจิตรคิดแค้นด้วยแสนร้ายใครใกล้กรายเกลียดกลัวทุกตัวคน
ถึงลำคลองช่องกว้างชื่อบางโสนสอื้นโอ้อ้างว้างมากลางหน
โสนออกดอกระย้าริมสาชลบ้างร่วงหล่นแลงามเมื่อยามโซ
_แต่ต้นกระเบาเขาไม่ใช้เช่นใจหญิงเบาจริงจริงเจียวใจเหมือนไม้โสน
เห็นตะโกโอ้แสนแค้นตะโกถึงแสนโซสุดคิดไม่ติดตาม
พอสุดสวนล้วนแต่เหล่าเถาสวาทขึ้นพันพาดเพ่งพิศให้คิดขาม
ชื่อสวาทพาดเพราะเสนาะนามแต่ว่าหนามรกระเกะระกะกาง
สวาทต้นคนต้องแล้วร้องอุ่ยด้วยรุกรุยรกเรื้อรังเสือสาง
แต่ชั้นลูกถูกต้องเปนกองกลางเปรียบเหมือนอย่างลูกสวาทศรียาตรา
ริมลำคลองท้องทุ่งดูวุ้งเวิ้งด้วยน้ำเจิ่งจอกผักขึ้นหนักหนา
ดอกบัวเผื่อนเกลื่อนกลาดดาษดาสันตวาสายติ่งต้นลินจง
ถึงบ้านใหม่ธงทองริมคลองลัดที่หน้าวัดเห็นเขาปักเสาหงส์
ขอความรักหนักแน่นให้แสนตรงเหมือนคันธงแท้เที่ยงอย่าเอียงเอน
ได้ชมวัดศรัทธาสาธุสะไหว้ทั้งพระปฏิมามหาเถร
นาวาล่องคล่องแคล่วเขาแจวเจนเฟือยระเนนน้ำพร่างกระจ่างกระจาย
ดูชาวบ้านพรานปลาทำลามกเที่ยวดักนกยิงเนื้อมาเถือขาย
เปนทุ่งนาป่าไม้ร่ำไรรายพวกหญิงชายชาวเถื่อนอยู่เรือนโรง
ที่ริมคลองสองฝั่งเขาตั้งบ้านน่าสำราญเรียงรันควันโขมง
ถึงฉวากปากช่องชื่อคลองโยงเปนทุ่งโล่งลิบลิ่วหวิวหวิวใจ
มีบ้านช่องสองฝั่งชื่อบางเชือกล้วนตมเปือกเปอะปะสวะไสว
ที่เรือน้อยลอยล่องค่อยคล่องไปที่เรือใหญ่โป้งโล้งต้องโยงควาย
เวทนากาษรสู้ถอนถีบเขาตีรีบเร่งไปน่าใจหาย
ถึงแสนชาติจะมาเกิดกำเนิดกายอย่าเปนควายรับจ้างที่ทางโยง
ตามแถวทางกลางย่านนั้นบ้านว่างเขาปลูกสร้างศาลาเปิดฝาโถง
เจ๊กจีนใหม่ไทยมั่งไปตั้งโรงขุดร่องน้ำลำกระโดงเขาโยงดิน
ดูทุ่งกว้างวางเวกหมอกเมฆมืดบรรพตพืดภูผาพนาสิน
ฝูงวิหคนกกาเที่ยวหากินตามที่ถิ่นเขตรแคว้นทุกแดนดาว
บ้างเดิรดินบินว่อนขึ้นร่อนร้องริมขอบหนองนกกระกรุมคุ่มคุ่มขาว
ค้อนหอยย่องมองปลาแข้งขายาวอีโก้งก้าวโก้งเก้งเขย่งตัว
กระทุงทองล่องเลื่อนดูเกลื่อนกลาดไม่คลาคลาศคลอเคลียเหมือนเมียผัว
มีต่างต่างยางกรอกนกดอกบัวเที่ยวเดิรยั้วเยี้ยย่องที่ท้องนา
นกกระจาบขาบคุ่มอีลุ้มร่อนดูว้าว่อนเวียนเร่ในเวหา
เห็นยางเจ่าเซาจับคอยสับปลานกกระสาซ่องซ่องค่อยย่องเดิร
โอ้ดูนกอกใจให้ไหวหวาดยามนิราศเริศร้างมาห่างเหิน
เห็นสิ่งไรใจพี่ไม่มีเพลินส่วนเรือเดิรด่วนไปใจจะคืน
จะออกช่องคลองโยงเห็นโรงบ้านเขาเรียกลานตากฟ้าค่อยพาชื่น
โอ้แผ่นฟ้ามาตากถึงภาคพื้นน่าจะยืนหยิบเดือนได้เหมือนใจ
เจ้าหนูน้อยพลอยว่าฟ้าตกน้ำใครช่างด้ำยกฟ้าขึ้นมาได้
แม้นแดนดินสิ้นฟ้าสุราไลยจะเปล่าใจจริงจริงทั้งหญิงชาย
โอ้ฟังบุตรสุดสวาทฉลาดเปรียบต้องทำเนียบนึกไปก็ใจหาย
ถึงแขวงแควแลลิ่วชื่องิ้วรายสอื้นอายออกความเหมือนนามงิ้ว
งามเสงี่ยมเอี่ยมอิ่มเมื่อพริ้มพักตร์ดูน่ารักเรือนผมก็สมผิว
แสนสุภาพกราบก้มประนมนิ้วเหมือนโฉมงิ้วงามราวกับชาววัง
ถึงย่านน้ำสำประทวนรำจวนจิตรเหมือนใจคิดทวนทบตลบหลัง
ไปลอบโลมโฉมเฉกที่เมฆบังเปรียบเหมือนนั่งแอบอุ้มทุกทุ่มโมง
ถึงปากน้ำลำคลองที่ท้องทุ่งเจ๊กเขาหุงเหล้ากลั่นควันโขมง
มีรางรองสองชั้นทำคันโพงผูกเชือกโยงยืนชักคอยตักเติม
น่าชมบุญขุนพัฒน์ไม่ขัดข้องมีเงินทองทำทวีภาษีเสริม
เมียน้อยน้อยพลอยเปนสุขไรจุกเจิมได้พูลเพิ่มวาสนาเสียกว่าไทย
ทุกวันนี้มีทรัพย์เขานับถือเหมือนเราฤๅเขาจะรักมิผลักไส
สงสารจนอ้นอั้นให้ตันใจจนเข้าในปากน้ำสำประโทน
ริมลำคลองสองฝั่งสพรั่งพฤกษ์พินิจนึกเหมือนหนึ่งเขียนบ้างเกรียนโกร๋น
นกอีลุ้มคุ่มขาบจิบจาบโจนกระพือโผนโผผินขึ้นบินโบย
บนไม้สูงฝูงเปล้านกเค้ากู่กระลุมภูโพระโดกเสียงโหวกโหวย
วิเวกใจได้ยินยิ่งดิ้นโดยละห้อยโหยหาน้องในคลองลัด
พอมืดมนฝนคลุ้มฉอุ่มอับโพยมพยับเปนพยุระบุระบัด
เสียงลมลั่นบันลือกระพือพัดพิรุณซัดสาดสายลงพรายพราว
ฟ้ากระหึมครึมครั่นให้ปั่นป่วนเหมือนพี่ครวญคราวทนน้ำฝนหนาว
แวมสว่างอย่างแก้วดูแวววาวเปนเรื่องราวรามสูรอาดูรทรวง
เพราะนางเอกเมขลาหล่อนฬ่อแก้วจะให้แล้วแล้วไม่ให้ด้วยใจหวง
เหมือนรักแก้วแววฟ้าสุดาดวงเฝ้าหนักหน่วงนึกเหมือนจะเคลื่อนคลา
ถึงบางแก้วแก้วอื่นสักหมื่นแสนไม่เหมือนแม้นแก้วเนตรของเชษฐา
ดูรูปนางบางแก้วไม่แผ้วตาไม่เหมือนหน้าน้องแก้วที่แคล้วกัน
จนเกินย่านบ้านคลองที่ท้องทุ่งเปนเขตรคุ้งขอบป่าพนาสัณฑ์
ทุกถิ่นเถื่อนเรือนโรงโขมงควันเปนสำคัญเขตรโขดโตนดตาล
ถึงโพเตี้ยโพต่ำเหมือนคำกล่าวแต่โตราวสามอ้อมเท่าพ้อมสาน
เปนเรื่องราวจ้าวฟ้าพระยาภานมาสังหารพระยากงส์องค์บิดา
แล้วปลูกพระมหาโพธิบนโขดใหญ่พะเอิญให้เตี้ยต่ำเพราะกรรมหนา
อันเท็จจริงสิ่งใดเปนไกลตาเขาเล่ามาพี่ก็เล่าให้เจ้าฟัง
ที่ท้ายบ้านศาลจ้าวของชาวบ้านบวงสรวงศาลจ้าวผีบายศรีตั้ง
เห็นคนทรงปลงจิตรอนิจจังให้คนทั้งปวงหลงลงอบาย
ซึ่งคำปดมดท้าวว่าจ้าวช่วยไม่เห็นด้วยที่จะได้ดังใจหมาย
อันจ้าวผีนี้ถึงรับก็กลับกลายถือจ้าวนายที่ได้พึ่งจึงจะดี
แต่บ้านนอกคอกนาอยู่ป่าเขาไม่มีจ้าวนายจึงต้องพึ่งผี
เหมือนถือเพื่อนเฟือนหลงว่าทรงดีไม่สู้พี่ได้แล้วเจ้าแก้วตา
บางกระชับเหมือนกำชับให้กลับหลังกำชับสั่งว่าจะคอยละห้อยหา
วานซืนนี้พี่ได้รับกำชับมาไม่อยู่ช้ากว่ากำชับจะกลับไป
แต่เป็ดหงส์ลงหาดไม่คลาศคู่สังเกตดูดังจะพาน้ำตาไหล
เหมือนเสียทีมีเพื่อนไม่เหมือนไทยดังดินไร้เส้นหญ้าอนาทร
ถึงวัดสิงห์สิงสู่อยู่ที่นี่แต่ใจนี้พี่ไปสิงมิ่งสมร
ถึงตัวจากพรากพลัดกำจัดจรยังอาวรณ์หวังเสน่ห์ทุกเวลา
ถึงวัดท่าท่าน้ำดูฉ่ำชื่นสำราญรื่นร่มไม้ไทรสาขา
คิดถึงนุชสุดสวาทที่คลาศคลาจะคอยท่าถามข่าวทุกคราวเครือ
ถึงบ้านกล้วยกล้วยกล้ายเขารายปลูกน้ำเต้าลูกเท่ากระติกพริกมะเขือ
กล้วยหากมุกสุกห่ามอร่ามเครืออยู่ริมเรือเรียดทางข้างคงคา
คิดถึงเมื่อเรือน้องมาคลองนี้จะชวนชี้ชมประเทศกับเชษฐา
สอื้นโอ้โพล้เพล้ถึงเวลาสกุณาข้ามฝั่งไปรังเรียง
บ้างเริงร้องซร้องแซร่กรอแกรกรีดหวิวหวิวหวีดเวทนาภาษาเสียง
ลูกอ่อนแอแม่ป้อนชะอ่อนเอียงบ้างคู่เคียงเคล้าคลอเสียงซอแซ
เอ็นดูนกกกบุตรแล้วสุดเศร้าเหมือนบุตรเราเคียงข้างไม่ห่างแห
หวนสอื้นฝืนใจอาไลยแลได้เห็นแต่ตาบน้อยละห้อยใจ
ตวันรอนอ่อนอับพยับแสงดูดวงแดงดังจะพาน้ำตาไหล
ยังรอรั้งสั่งฟ้าด้วยอาไลยค่อยไรไรเรืองลับวับวิญญา
พระจันทรจรจำรูญข้างบูรพทิศกระต่ายติดแต้มสว่างกลางเวลา
โอ้กระต่ายหมายจันทร์ถึงชั้นฟ้าเทวดายังช่วยรับประคับประคอง
มนุษย์ฤๅถือดีว่ามีศักดิ์มิรับรักเริศร้างให้หมางหมอง
ไม่เหมือนเดือนเหมือนกระต่ายเสียดายน้องจึงขัดข้องขัดขวางทุกอย่างไป
น้ำค้างพรมลมเฉื่อยเรื่อยเรื่อยริ้วหนาวดอกงิ้วงิ้วออกดอกไสว
เกสรงิ้วปลิวฟ้ามายาใจให้ทราบในทรวงช้ำสู่กล้ำกลืน
โอ้งิ้วป่าพาหนาวเมื่อคราวยากสุดจะฝากแฝงหน้าไม่ฝ่าฝืน
แม้นงิ้วเปนเช่นงารเมื่อวานซืนจะชูชื่นช่วยหนาวเมื่อคราวครวญ
โอ้ดูเดือนเหมือนได้ยลวิมลพักตรไม่ลืมรักรูปงามทรามสงวน
กระจ่างแจ้งแสงจันทร์ยิ่งรัญจวนคนึงหวลนิ่งนอนอ่อนกำลัง
ถึงบ้านธรรมศาลาริมท่าน้ำเปนโรงธรรมภาคย์สร้างแต่ปางหลัง
เดชะคำทำคุณการุณังเปนที่ตั้งวาสนาให้ถาวร
ขอสมหวังดังสวาทอย่าคลาศเคลื่อนให้ได้เหมือนหมายรักในอักษร
หนังสือไทยอธิษฐานสารสุนทรจงถาพรเพิ่มรักเปนหลักโลม
โอ้เย็นฉ่ำน้ำค้างลงพร่างพร้อยให้ละห้อยหวลเห็นเหมือนเช่นโฉม
พอมืดมนฝนพยับอับโพยมทรวงจะโทรมเสียเพราะรักที่หนักทรวง
ถึงถิ่นฐานบ้านเพนียดเปนเนินสูงที่จับจูงช้างโขลงเข้าโรงหลวง
เหตุเพราะนางช้างต่อไปฬ่อลวงพลายทั้งปวงจึงต้องถูกมาผูกโรง
โอ้อกเพื่อนเหมือนหนึ่งชายที่หมายมาทแสนสวาทหวังงามมาตามโขลง
ต้องติดบ่วงห่วงรักชักฉะโลงเสียดายโป่งป่าเขาคิดเศร้าใจ
เข้าจอดท่าหน้าเนินเพนียดช้างมีโรงร้างไร่ฝาเข้าอาศรัย
พอประทังบังฝนใต้ต้นไทรพวกผู้ใหญ่หยุดหย่อนเขานอนเรือ
แต่ลูกเล็กเด็กอ่อนนอนชั้นล่างน้ำค้างพร่างพรมพราวให้หนาวเหลือ
โอ้รินรินกลิ่นเกสรขจรเจือเหมือนกลิ่นเนื้อแนบชิดสนิทใน
หนาวน้ำค้างพร่างพรมจะห่มผ้าพออุ่นอารมณระงับได้หลับไหล
ถึงลมว่าวหนาวยิ่งจะผิงไฟแต่หนาวใจจากเจ้าให้เศร้าซึม
สงัดเงียบเยียบเย็นทุกเส้นหญ้าแต่สัตว์ป่าปีบร้องก้องกระหึม
ไม่เห็นหนต้นไม้พระไทรครึมเสียงงึมงึมเงาไม้พระไทรคนอง
ทั้งเปรตผีปี่แก้วแว่วแว่วหวีดจังหรีดกรีดกรีดเกรียวเสียวสยอง
เสียงหริ่งหริ่งกิ่งไทรเรไรร้องแม่ม่ายลองในเพราะเสนาะใน
สงสารแต่แม่ม่ายสายสวาทนอนอนาถหนาวน่าน้ำตาไหล
อ่านหนังสือฤๅว่าน้องจะลองในเสียดายใจจางจืดไม่ยืดยาว
แม้นยอมใจให้สัตย์จะนัดน้องไปร่วมห้องหายม่ายทั้งหายหนาว
นี่หลงเพื่อนเหมือนเคี้ยวเข้าเหนียวลาวลืมเข้าจ้าวเจ้าประคุณที่คุ้นเคย
โอ้คิดอื่นหมื่นแสนไม่แม่นเหมือนที่ร่วมเรือนร่วมเตียงเคียงเขนย
สงัดเสียงเที่ยงคืนเคยชื่นเชยเมื่อไรเลยจะคืนมาชื่นใจ
จวนจะหลับกลับฝันว่าขวัญอ่อนแนบฉอ้อนอุ่นจิตรพิสมัย
พี่เคยเห็นเช่นเคยเชยฉันใดจนชั้นไฝที่ริมปากไม่อยากเฟือน
พอฟื้นกายหายรูปให้งูบง่วงกำสรดทรวงเสียใจใครจะเหมือน
ยังมิคุ้นอุ่นจิตรไม่บิดเบือนมาเปนเพื่อนทุกข์ยากเมื่อจากจร
ยังเหลือแต่แพรสีที่พี่ห่มขึ้นประธมจะถวายให้สายสมร
แม้นโฉมงามตามมาจะพาจรเมอขวัญอ่อนขึ้นไปชมประธมทอง
โอ้ยามสามยามจากเคยฝากรักได้ฟูมฟักแฝงเฝ้าเปนเจ้าของ
มาสูญขาดวาสนาน้ำตานองมิได้น้องแนบเชยเหมือนเคยเคียง
พอรุ่งรางวางเวงเสียงเครงครื้นปักษาตื่นต่างเรียกกันเพรียกเสียง
โกกิลากาแกแซ่สำเนียงสนั่นเพียงพิณพาทย์ระนาดประโคม
กระหึมหึ่งผึ้งบินกินเกสรทรวงภมรเหมือนพี่เคยได้เชยโฉม
น้ำค้างชะประเปรยเชยชะโลมพื้นโพยมแย้มสว่างกระจ่างตา
เสพย์อาหารหวานคาวแต่เช้าชื่นยังรวยรื่นรินรินกลิ่นบุปผา
กับพวกพ้องสองบุตรสุดศรัทธาขึ้นเดิรป่าไปตามทางเสียงวางเวง
กระเหว่าหวานขานเสียงสำเนียงเสนาะค้อนทองเคาะค้อนทองเสียงป๋องเป๋ง
เห็นรอยเสือเนื้อตื่นอยู่ครื้นเครงให้กริ่งเกรงโห่ฉาวเสียงกราวเกรียว
ต้นกรวยไกรไทรสะแกแคแกรกร่างน้ำค้างพร่างพร่างชุ่มชอุ่มเขียว
หนทางอ้อมค้อมคดต้องลดเลี้ยวพากันเที่ยวชมเนื้อดูเสือดาว
พอแสงแดดแผดร้อนอ่อนอ่อนอุ่นกระต่ายตุ่นต่างต่างบ้างด่างขาว
สุกรป่าช้ามดเหมือนแมวคราวเวลาเช้าชักฝูงออกทุ่งนา
เด็กเด็กโดดโลดไล่กระต่ายหลบจับประจบหกล้มสมน้ำหน้า
สนุกในไพรพนัศรัถยาทั้งบรรดาเด็กน้อยก็พลอยเพลิน
ครั้นถึงวัดพระประธมบรมธาตุสูงทายาดอยู่สันโดษบนโขดเขิน
แลทะมึนทึ่นเทิ่งดังเชิงเทินเปนโขดเนินสูงเสริมเขาเพิ่มพูล
ประกอบก่อย่อมุมมีซุ้มมุขบุดีบุกบันจบถึงนพสูญ
เปนพืดแผ่นแน่นสนิททั้งอิฐปูนจงเพิ่มพูลพิสดารอยู่นานครัน
แล้วลดเลี้ยวเที่ยวลอบขอบข้างล่างล้วนรอยกวางทรายเกลื่อนไก่เถื่อนขัน
สพรั่งต้นคนทาลัดดาวัลขึ้นพาดพันพงพุ่มชอุ่มใบ
เห็นห้องหับลับลี้เปนที่สงฆ์เที่ยวธุดงค์เดิรมาได้อาศรัย
พลอยศรัทธาพาเพลินเจริญใจถึงบันไดดูโกรกชะโงกงัน
เห็นสูงสุดหยุดแลชะแง้แหงนถึงมาทแม้นบรรไลยคงไปสวรรค์
ต่างอุส่าห์พยายามต้องตามกันขึ้นถึงชั้นบนได้จิตรใจมา ฯ
สงสารสุดบุตรน้อยก็พลอยขึ้นไม่เมื่อยมึนเหมือนผู้ใหญ่ไวหนักหนา
ประนมมือถือประทีปเทียนบูชาตั้งวันทาทักษิณด้วยยินดี
ได้สามรอบชอบธรรมเปนกำหนดกราบประณตกรประนมก้มเกษี
ถวายธูปเทียนบุบผาสุมาลีกับเทียนที่ฝากถวายนั้นหลายคน
เจ้าของคิดอธิษฐานที่บ้านแล้วจงผ่องแผ้วผิวพักตรถึงมรรคผล
ให้ผาสุกทุกสมรอย่าร้อนรนประจวบจนจะได้ตรัสด้วยศรัทธา
ฉันรับฝากอยากจะใคร่ได้เปนญาติทุกทุกชาติไปอย่าขาดเหมือนปราถนา
ให้รักใคร่ไปทุกวันเห็นทันตาไปเบื้องหน้านั้นขอให้บริบูรณ์
สาธุสะพระประธมบรมธาตุจงทรงสาสนาอยู่ไม่รู้สูญ
ข้าทำบุญคุณพระช่วยอนุกูลให้เพิ่มพูลสมประโยชน์โพธิญาณ
หนึ่งขอฝากปากคำทำหนังสือให้สืบชื่อชั่วฟ้าสุธาสถาน
สุนทราอาลักษณ์เจ้าจักระวาฬพระทรงสารศรีเศวตเกษกุญชร
อนึ่งมนุษย์อุตริติต่างต่างแล้วเอาอย่างเทียบทำคำอักษร
ให้ฟั่นเฟือนเหมือนเราสาปในกาพย์กลอนต่อโอนอ่อนออกชื่อจึงฦๅชา
อนึ่งหญิงทิ้งสัตย์เราตัดขาดถึงเนื้อน้ำธรรมชาติไม่ปราถนา
ข้างนอกนวลส่วนข้างในใจสุดาเหมือนปลาร้าร้ายกาจอุจาดจริง
ถึงรูปชั่วตัวดำระยำยากรู้รักปากรักหน้าประสาหญิง
ถึงปากแหว่งแข้งคอดไม่ทอดทิ้งจะรักยิ่งยอดรักให้หนักครัน
จนแก่กกงกเงิ่นเดินไม่รอดจะสู้กอดแก้วตาจนอาสัญ
อันหญิงลิงหญิงค่างหญิงอย่างนั้นไม่ผูกพันพิศวาสให้คลาศคลา
ขอเดชะพระมหาอานิสงส์ซึ่งเราทรงศักราชพระสาสนา
เสน่ห์ไหนให้คนนั้นกรุณาเหมือนในอารมณรักประจักษ์ใจ
หนึ่งน้องหญิงมิ่งมิตรพิศวาสซึ่งสิ้นชาติชนม์ภพสบสมัย
ขอคุณพระอานิสงส์ช่วยส่งไปถึงห้องไตรตรึงศ์สถานพิมานแมน
ที่ยังอยู่คู่เคยไม่เชยอื่นจงปรากฏยศยืนกว่าหมื่นแสน
มั่งมีมิตรพิศวาสอย่าขาดแคลนให้หายแค้นเคืองทั่วทุกตัวคน
นารีใดที่ได้รักแต่ลักลอบเสน่ห์มอบหมายรักเปนพักผล
พะเอินขัดพลัดพรากเพราะยากจนแบ่งกุศลส่งสุดาทุกนารี
ให้ได้คู่สู่สมภิรมย์รักที่สมศักดิ์สมหน้าเปนราศี
สืบสกูลพูลสวัสดิ์ในปถพีร่วมชีวีกันสองคนไปจนตาย
แต่นารีขี้ปดโต้หลดหลอกให้ออกดอกเหมือนวี่วันที่มั่นหมาย
ทั้งลิ้นน้องสองลิ้นเพราะหมิ่นชายเปนแม่ม่ายเท้งเต้งวังเวงใจ
ที่จงจิตรพิศวาสอย่าคลาศเคลื่อนให้ได้เหมือนหมายมิตรพิสมัย
อย่าหมองหมางห่างเหเสน่ห์ในได้รักใคร่ครองกันจนวันตาย
เปนคู่สร้างทางกุศลจนสำเร็จสรรเพชญ์โพธิญาณประมาณหมาย
ยังมิถึงซึ่งนิพพานสำราญกายจะกลับกลายเปนไฉนอย่าไกลกัน
แม้นเปนไม้ให้พี่นี้เปนนกให้ได้กกกิ่งไม้อยู่ไพรสัณฑ์
แม้นเปนนารีผลวิมลจันทรขอให้ฉันเปนพระยาวิชาธร
แม้นเปนบัวตัวพี่เปนแมงภู่ได้ชื่นชูสู่สมชมเกสร
เปนวารีพี่หวังเปนมังกรได้เชยช้อนชมทะเลทุกเวลา
แม้นเปนถ้ำน้ำใจใคร่เปนหงส์จะได้ลงสิงสู่ในคูหา
แม้นเนื้อเย็นเปนเทพธิดาพี่ขออาศรัยเสน่ห์เปนเทวัญ
กว่าจะถึงซึ่งมหาศิวาโมกข์เปนสิ้นโศกสิ้นสุดมนุษย์สวรรค์
เสวยสวัสดิ์ชัชวาลย์นานอนันต์เหลือจะนับกัปกัลป์พุทธันดร
โอ้คิดไปใจหายเสียดายนักที่เคยรักเคยเคียงเคยเรียงหมอน
มาวายวางกลางชาติถึงขาดรอนให้ทุกข์ร้อนรนร่ำระกำตรอม
ยังเหลือแต่แพรชมภูของคู่ชื่นทุกค่ำคืนเคยชมได้ห่มหอม
พี่ย้อมเหลืองเปลื้องปลดสู้อดออมเอาคลุมห้อมหุ้มห่มประธมทอง
กับแหวนนางต่างหน้าบูชาพระสาธุสะถึงเขาผู้เจ้าของ
ได้บรรจงทรงเครื่องให้เรืองรองเหมือนรูปทองธรรมชาติสอาดตา
แล้วกราบลาพระประธมบรมธาตุเลียบลีลาศแลพินิจทุกทิศา
เห็นไรไรไกลสุดอยุธยาด้วยสุธาถมสูงที่กรุงไกร
ที่อื่นเตี้ยเรี่ยราบดังปราบเรี่ยมด้วยยืนเยี่ยมสูงกว่าปฤกษาไสว
โอ้เวียงวังยังเขม้นเห็นไรไรแต่สายใจพี่เขม้นไม่เห็นทรง
ยิ่งเสียวเสียวเหลียวย้ายทั้งซ้ายขวาล้วนทุ่งนาเนินไม้ไพรระหง
ภูเขาเคียงเรียงรอบเปนขอบวงในแดนดงดูสล้างล้วนยางยูง
ที่ทุ่งโถงโรงเรือนดูเหมือนเขียนเห็นช้างเจียนจะเท่าหมูด้วยอยู่สูง
เขาต้อนควายหวายผูกจมูกจูงเปนฝูงฝูงไรไรทุกไร่นา
ในอากาศดาษดูล้วนหมู่นกบ้างเวียนวกวนร่อนว่อนเวหา
เห็นนกไม้ไพรวันอรัญวาสอื้นอาไลยเหลียวด้วยเปลี่ยวใจ
บนประธมลมเฉื่อยเรื่อยเรื่อยรื่นกระพือผืนผ้าปลิวหวิวหวิวไหว
เสียงฮือฮือรื้อร่ำยังค่ำไปอนาถใจจนสอื้นกลืนน้ำตา
เห็นไรไรไม้งิ้วละลิวเมฆดังฉัตรเฉกชื่นชุมพุ่มพฤกษา
สูงสันโดษโสดสุดจึงครุฑาเธอแอบอาศรัยสถานพิมานงิ้ว
เห็นไม้งามนามไม้อาลัยมิตรรำคาญคิดเขินขวยระหวยหิว
ฉิมพะลีปลีอ่อนเกสรปลิวมาริ้วริ้วรื่นรื่นชื่นชื่นใจ
โอ้ยามจนอ้นอั้นกระศัลย์สวาทคิดถึงญาติดังจะพาน้ำตาไหล
แกล้งแลเลยเชยชมพนมไพรพระปรางค์ใหญ่เยี่ยมฟ้าสุธาธาร
ที่ริมรอบขอบคันข้างชั้นล่างเอาอิฐขว้างดูทุกคนไม่พ้นฐาน
แลข้างบนคนข้างล่างที่กลางลานสุดประมาณหมายหน้าในตาลาย
แล้วลาพระจะลงดูตรงโตรกสูงฉะโงกเงื้อมไม้จิตรใจหมาย
เมื่อขึ้นนั้นคั่นกระไดขึ้นง่ายดายจะลงเห็นเปนว่าหงายวุ่นวายใจ
ต้องผินผันหันหลังลงทั้งสิ้นถึงแผ่นดินยินดีจะมีไหน
เที่ยวชมวัดทัศนาศาลาไลยต้นโพธิ์ไทรสูงสูงทั้งยูงยาง
ดูเย็นชื่นรื่นร่มพนมมาศมะตูมตาดต้นเอื้องมะเฟืองฝาง
นมสวรรค์ลั่นทมต้นนมนางมีต่างต่างตันอกตกตลึง
นมสวรรค์ฉันดูสู้ไม่ได้เหมือนเตือนใจจะให้นึกลำฦกถึง
เห็นเล็บนางหมางเมินเดิรรำพึงชมกระทึงดอกดวงพวงพยอม
พิกุลใหญ่ใต้ต้นหล่นชะแล่มดูกลีบแซมชื่นเชยระเหยหอม
ผลลูกสุกห่ามงามงามงอมแต่แตนตอมต่อผึ้งฮึงฮึงฮือ
เห็นนกเปล้าเขาไฟฝูงไก่เถื่อนเที่ยวเดิรเกลื่อนกลางดินบ้างบินปรื๋อ
เหล่าลูกเล็กเด็กใหญ่ไล่กระพือมันบินรื้อร่อนลงเข้าดงดอน
ทั้งสระมีสี่มุมประทุมชาติระดะดาษดอกดวงบัวหลวงสลอน
บ้างร่วงโรยโปรยปรายกระจายจรหอมเกสรเสาวคนธ์ที่หล่นลอย
มีเต่าปลาอาศรัยอยู่ในน้ำบ้างผุดดำโดดคนองพ่นฟองฝอย
ฝูงกริมกรายรายเรียงขึ้นเคียงคอยจะคาบสร้อยเสาวคนธ์ว่ายวนเวียน
เหมือนด้วยรักหนักหน่วงไม่ร่วงหล่นให้เวียนวนหวั่นหจิตรตะขวิดตะเขวียน
แสนสนุกรุกขชาติดาษเดียรเที่ยวเดิรเวียนวนชมประธมทอง
โบสถ์วิหารท่านสร้างแต่ปางก่อนมีพระนอนองค์ใหญ่ยังไม่หมอง
หลับพระเนตรเกษเกยเขนยทองดูผุดผ่องพูลเพิ่มเติมศรัทธา
โอ้เอ็นดูหนูตาบจะกราบก้มเปลื้องผ้าห่มนอบนบจบเกษา
ขึ้นห่มพระอธิษฐานให้มารดาพลอยน้ำตาตกพรากเพราะยากเย็น
แม้นยังอยู่คู่เชยไม่เลยละมาไหว้พระก็จะพามาให้เห็น
โอ้ชาตินี้มีกรรมจึงจำเปนมาแสนเข็ญขาดมิตรสนิทใน
กราบพระเจ้าเศร้าจิตรคิดสังเวชโอ้น้ำเนตรเอ๋ยกลืนก็ขืนไหล
สารพัดตัดขาดประหลาดใจตัดอาไลยตัดสวาทไม่ขาดความ
แกล้งพูดพาตาเถ้าพวกชาวบ้านคนโบราณรับไปได้ไถ่ถาม
เห็นรูปหินศิลาสง่างามเปนรูปสามกระษัตริย์ขัติยวงศ์
ถามผู้เถ้าเล่าแจ้งจึงแต่งไว้หวังจะให้ทราบความตามประสงค์
ว่ารูปทำจำลองฉลององค์พระยากงส์พระยาภาณกับมารดา
ด้วยเดิมเรื่องเมืองนั้นถวัลยราชเรียงพระญาติพระยากงส์สืบวงศา
เอาพานทองรองประสูติพระบุตรากระทบหน้าแต่น้อยๆเปนรอยพาน
พอโหรทายร้ายกาจไม่พลาดเพลี่ยงผู้ใดเลี้ยงลูกน้อยจะพลอยผลาญ
พระยากงส์ส่งไปให้นายพรานทิ้งที่ธารน้ำใหญ่ยังไม่ตาย
ยายหอมรู้จู่ไปเอาไว้เลี้ยงแกรักเพียงลูกรักไม่หักหาย
ใครถามไถ่ไม่แจ้งให้แพร่งพรายลูกผู้ชายชื่นชิดสู้ปิดบัง
ครั้นเติบใหญ่ได้วิชาตาปะขาวแกเปนชาวเชิงพนมอาคมขลัง
รู้ผูกหญ้าผ้าภาพยนต์มนต์จังงังมีกำลังฦๅฤทธิ์พิสดาร
พระยากงส์ลงมาจับก็รับรบตีกระทบทัพย่นถึงชนสาร
ฝ่ายท้าวพ่อมรณาพระยาภาณจึงได้ผ่านภพผดุงกรุงสุพรรณ
เข้าหาพระมเหษีเห็นมีแผลจึงเล่าแต่ความจริงทุกสิ่งสรรพ
เธอรู้ความถามไถ่ได้สำคัญด้วยคราวนั้นคนเขารู้ทุกผู้คน
ครั้นถามไถ่ยายหอมก็ยอมผิดด้วยปกปิดปฏิเสธซึ่งเหตุผล
เธอโกรธาฆ่ายายนั้นวายชนม์จึงให้คนก่อสร้างพระปรางค์ประโทน
แทนคุณตามความรักแต่หักว่าต้องเข่นฆ่ากันเพราะกรรมเหมือนคำโหร
ที่ยายตายหมายปักเปนหลักประโคนแต่ก่อนโพ้นพ้นมาเปนช้านาน
จึงสำเหนียกเรียกย่านบ้านยายหอมด้วยเดิมจอมจักรพรรดิอธิษฐาน
ครั้นเสร็จสรรพ์กลับมาหาอาจารย์เหตุด้วยบ้านนั้นมีเนินศิลา
จึงทำเมรุเกณฑ์พหลพลรบปลงพระศพพระยากงส์พร้อมวงศา
แล้วปลดเปลื้องเครื่องกระษัตริยขัติยาของบิดามารดรแต่ก่อนกาล
กับธาตุใส่ในตรุบรรจุไว้ที่ถ้ำใต้เนินพนมประสมสถาน
จึงเลื่องฦๅชื่อว่าพระยาภาณคู่สร้างชานเชิงพนมประธมทอง
ท่านผู้เถ้าเล่าแจ้งจึงแต่งไว้หวังจะให้สูงเสริมเฉลิมฉลอง
ด้วยเลื่อมใสในจิตร์คิดประคองให้เรืองรองรุ่งโรจน์ที่โบสถ์ราม
ก็จนใจได้แต่ทำคำหนังสือช่วยเชิดชื่อท่านผู้สร้างไว้ทั้งสาม
ให้ฦๅชาปรากฏได้งดงามพอเปนความชอบบ้างในทางบุญ
ถ้าขัดเคืองเบื้องหน้าขออานิสงส์สิ่งนี้จงจานเจือช่วยเกื้อหนุน
ทั้งแก้วเนตรเชษฐาให้การุญอย่าเคืองขุ่นข้องขัดถึงตัดรอน
แล้วลาออกนอกโบสถ์ขึ้นโขดหินตรวจวารินรดทำคำอักษร
ส่งส่วนบุญสุนทราสถาพรถึงบิดรมารดาคุณอาจารย์
ถวายองค์มงกุฎอยุธเยศทรงเศวตคชงามทั้งสามสาร
เสด็จถึงซึ่งบุรีนีรพานเคยโปรดปรานเปรียบเปี่ยมได้เทียมคน
สิ้นแผ่นดินปิ่นเกล้ามาเปล่าอกน้ำตาตกตายน้อยลงร้อยหน
ขอพบเห็นเปนข้าฝ่ายุคลพระคุณล้นเลี้ยงเฉลิมให้เพิ่มพูล
ถึงล่วงแล้วแก้วเกิดกับบุญฤทธิยังช่วยปิดปกอยู่ไม่รู้สูญ
สิ้นแผ่นดินทินกรจรจำรูญให้เพิ่มพูลพอสว่างหนทางเดิร
ดังจินดาห้าดวงช่วงประทีปได้ชูชีพช่วยทุกข์เมื่อฉุกเฉิน
เปนทำนุอุประถัมภ์ไม่ก้ำเกินจงเจริญเรียงวงศ์ทรงสุธา
อนึ่งน้อมจอมนิกรอักษรราชบำรุงสาสนาสงฆ์ทรงสิกขา
จงไพบูลย์พูลสวัสดิ์วัฒนาชนมาหมื่นแสนอย่าแค้นเคือง
สิโนทกตกดินพอสิ้นแสงตวันแดงดูฟ้าเปนผ้าเหลือง
สิโรราบกราบลากลับมาเมืองเปนสิ้นเรื่องที่ไปชมประธม เอย ๚

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ