อาหารนางฑากินี

ชายเลี้ยงโคอยากกินขนม กลับไปบ้านบอกกะแม่ “แม่ ฉันอยากกินขนมจริงๆ”

แม่เป็นคนแก่มาก ตอบ “ลูกเอ๋ย! ยากจนอย่างนี้จะทำขนมอย่างไร? จะไปหาข้าวน้ำตาลและนมที่ไหน?”

ชายเลี้ยงโค- “เอาเถอะ ฉันจะหาของเหล่านี้มาให้แม่”

แม่- “ถ้าหามาได้ แม่ก็ทำขนมให้เจ้ากินได้”

รุ่งเช้าชายเลี้ยงโคต้อนโคไปเลี้ยง แต่ไม่ได้ให้ไปกินหญ้า ไล่เข้าไปกินข้าวในท้องนาคนอื่น แล้วไล่กลับบ้านเอาไม้ไผ่ลำใหญ่ไล่ตีวัวจนสำรอกข้าวที่กินไว้ออกมาหมด ชายเลี้ยงโคกอบข้าวไปให้แม่ล้างและตากแดดไว้

ต่อมาชายเลี้ยงโคเอาน้ำไปราดไว้ที่หนทางคนเดินจนเปรอะ ใครเดินไปมาเป็นพลาดหกล้มทุกครั้ง แล้วตนไปแอบซ่อนอยู่ข้างสุมทุมไม้ ขณะนั้นมีคนขายนมโคแบกนมมาทางนั้น เท้าพลาดหกล้มหม้อนมแตก ชายเลี้ยงโคก็แอบรองนมที่ไหลได้พอต้องการ นำมาให้แม่ และกลับไปคอยอีกได้น้ำตาลมา เมื่อได้พร้อมแม่ตนก็ทำขนมให้ ชายเลี้ยงโคกินขนมเหลือไว้อันหนึ่ง นำเอาไปปลูกไว้ในทุ่งที่ตนเคยต้อนไปเลี้ยง

ล่วงมาไม่ช้าขนมที่ปลูกไว้ก็งอกงามเป็นต้นไม้โตขึ้นทุกวัน ออกดอกแล้วก็กลายเป็นขนม ดังนี้ชายเลี้ยงโคได้กินขนมตามชอบใจ

วันหนึ่งนางฑากินีตนหนึ่งเดินผ่านมาทางทุ่ง แลไปเห็นขนมเกิดอยู่บนไม้ก็แปลกใจ ตรงเข้ามาดูให้ใกล้ พบชายเลี้ยงโคก็ขอขนมสักหนึ่งอัน.

ชายเลี้ยงโค- “เอาอะไรมาใส่ขนมบ้างหรือเปล่า?”

ฑากินี- “ใส่ในมือให้ก็ได้”

ชายเลี้ยงโค- “จะไหม้มือพอง ขนมมันร้อนจัด”

ฑากินี- “เอาใส่ในปากให้ก็ได้”

ชายเลี้ยงโค- “มันจะลวกปากเอา”

ฑากินี- “ถ้าอย่างนั้นใส่ย่ามก็ได้”

ชายเลี้ยงโค- “หยิบเอาเองซิ”

ฑากินี- “ไม่ได้ ต้องหยิบให้ถึงจะเอา”

ชายเลี้ยงโคหยิบขนมพอจะส่งให้ นางฑากินีก็คว้าคอชายเลี้ยงโคยัดเข้าในย่าม ชายเลี้ยงโคร้องเอ็ด “นี่ทำไมกัน เอาเข้ายัดในย่าม?”

ฑากินีตอบ “นานเต็มทีไม่ได้กินคน พึ่งปะเหมาะนี่เอง”

ชายเลี้ยงโคนิ่ง ไม่ตอบว่ากะไรอีก

ฑากินีหิ้วชายเลี้ยงโคมาได้ครู่ใหญ่ๆ รู้สึกกระหายน้ำ วางย่ามไว้เดินไปจะกินน้ำที่บ่อ

ในระหว่างนั้น มีพวกเลี้ยงโคหลายคนผ่านมาทางนั้น เห็นย่ามใครใบใหญ่ทิ้งไว้ สงสัยว่าจะมีอะไรอยู่ในนั้นเข้าไปดู ฝ่ายชายเลี้ยงโคอยู่ในนั้นเมื่อทราบว่ามีใครมาก็ร้องให้ช่วย พวกเหล่านั้นรีบแก้ย่ามฉุดเอาชายเลี้ยงโคออกมาได้ รีบเอากะเบื้องและอิฐใส่ในย่ามแทน ผูกปากเสร็จวางที่เก่าแล้วพากันวิ่งหนีไปโดยเต็มฝีเท้า

สักครู่นางฑากินีกินน้ำกลับมา หยิบย่ามขึ้นสะพายบ่าเดินดุ่มไป ถึงบ้านร้องเรียกลูก “เจ้าพวกเด็กๆ ออกมานี่ให้หมด วันนี้ได้ของดีมากิน”

ลูกนางฑากินีก็ออกมาล้อมกันแน่น ในขณะที่นางฑากินีแก้ย่าม แต่พอเปิดออกในนั้นมีแต่อิฐและกระเบื้อง พวกลูกๆ โกรธต่อว่าแม่ต่างๆ นางฑากินีไม่รู้ว่าจะตอบลูกอย่างไร นึกแค้นผูกพยาบาทชายเลี้ยงโค บอกกับลูก “ถ้าพรุ่งนี้ไม่หักคอเอามันมากินได้ พวกเองจึงค่อยว่าพูดไม่จริง”

วันนั้นนางฑากินีจะย้อนไปจับตัวชายเลี้ยงโคก็เย็นเสียแล้ว จึงเป็นอันสงบรออยู่ พอรุ่งเช้าตรู่ก็ตรงไปที่ทุ่ง เห็นชายเลี้ยงโคนั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ขนมอยู่แล้ว ชายเลี้ยงโคเห็นนางฑากินีมาอีก ก็ร้องทัก “อ้อ มาอีกแล้วหรือ?”

ฑากินี- “ไม่ต้องกลัวดอก ฉันไม่ทำอันตรายอะไร เป็นแต่จะมาขอขนมกินเท่านั้น”

ชายเลี้ยงโค- “คราวนี้อันเดียวก็ไม่ให้”

นางฑากินีอ้อนวอน “พ่อคุณ พ่อลักษมี พ่อจันทร์ทอง[๑] ขออีกอันเถิด” เร้าขอจนชายเลี้ยงโคเวทนา จึงลุกขึ้นหยิบขนมยื่นให้ นางฑากินีก็คว้าตัวยัดเข้าย่ามผูกปากแน่น เดินดิ่งกลับมาบ้านไม่หยุดพักที่ไหน ถึงบ้านเรียกลูก “มาซิลูก คราวนี้ได้มาแล้ว” ลูกวิ่งออกมาดูเห็นแม่จับชายเลี้ยงโคมาได้ ดีใจตบมือกระโดดโลดเต้นกันใหญ่.

นางฑากินีขังชายเลี้ยงโคไว้ วันหนึ่งพาลูกไปขอทาน สั่งลูกสะใภ้ “วันนี้ฆ่าไอ้นั่นตัดเป็นชิ้นๆ ไว้ กลับมาจะได้กินทีเดียว” แล้วก็ไป ที่บ้านเหลือแต่ลูกสะใภ้และชายเลี้ยงโคเท่านั้น หญิงสะใภ้บอกกะชายเลี้ยงโค “นี่แน่ะ คนเลี้ยงงัว แกจะต้องตายในวันนี้ แต่ก่อนที่จะฆ่าแก อยากจะขอถามว่าฟันของแกทำไมจึงงามนัก”

ชายเลี้ยงโคพอได้โอกาส ตอบ “อ๋อ บอกให้ก็ได้ ถ้าชอบ ฉันทำให้งามยิ่งกว่าของฉันก็ได้”

หญิงสะใภ้ฑากินีดีใจ ถาม “จะทำให้งามต้องการอะไรบ้าง”

ชายเลี้ยงโค- “ไม่ต้องหาอะไรนัก หาน้ำมันหนึ่งหม้อกับป่านหนึ่งเข็ด ได้เท่านั้นพอ”

หญิงสะใภ้- “มี หามาเดี๋ยวนี้ก็ได้ แต่อยากรู้ว่าทำให้งามช้าไหม ฉันอยากจะให้แล้วก่อนผัวฉันกลับ”

ชายเลี้ยงโค- “อึดใจเดียวก็แล้ว” หญิงสะใภ้ก็ไปเอาน้ำมันและป่านมาให้ ชายเลี้ยงโคเอาน้ำมันขึ้นตั้งไฟพอเดือดพล่าน ก็สั่งผู้หญิงให้นอนลง เอาฟันกัดป่านนั้นไว้ หญิงสะใภ้ทำตามที่สั่ง.

ชายเลี้ยงโคคว้าน้ำมันกำลังเดือดเทลงในปาก หญิงสะใภ้ถูกน้ำมันดิ้นตึงตังสักครู่ก็ขาดใจตาย.

ชายเลี้ยงโคถอดเครื่องแต่งตัวและเสื้อผ้าจากหญิงสะใภ้มาแต่งปลอม จัดแจงตัดศพหญิงเป็นท่อนๆ ต้มเตรียมไว้คอยท่ากว่านางฑากินีจะกลับ

ครั้นนางฑากินีและลูกกลับมา ยายฑากินีร้องถามลูกสะใภ้ “ทำเสร็จแล้วหรือยัง ลูกเอ๋ย?”

ชายเลี้ยงโคตอบ “หึ้ม!” ไม่กล้าพูดออกมาให้ชัด กลัวจะจับได้ นางฑากินีก็นั่งกินพร้อมกับลูก แต่ชายเลี้ยงโคฉวยหม้อทำเป็นออกไปซักผ้าที่แม่น้ำ ยายฑากินีร้องเรียก “คอยสักครู่แม่จะไปด้วย” พอยายฑากินีกินเนื้อลูกสะใภ้เสร็จลุกขึ้นตามลูกสะใภ้ปลอมไป มาถึงฝั่งน้ำ ลูกสะใภ้กระโดดลงในน้ำ ว่ายไปจนไกล นางฑากินีตะโกนร้องเรียก “นั่นลูกจะไปไหน เย็นแล้ว”

ชายเลี้ยงโคหันมาตอบโดยดังว่า “ลูกเต้าอะไรของมึง? กูหลอกให้มึงกินเนื้อลูกสะใภ้เสียพอ อีเฒ่าฑากินียังไม่รู้อีก ส่วนกูรอดมาได้สบายใจเฉิบ”[๒]


[๑] ดูเชิงอรรถ ๑-๒ หน้า ๑๗

[๒] ‘ข้าให้เจ้ากินเนื้อสะใภ้ของเจ้า แล้วก็เอาใบตองให้เอ็งดู’ - ภาษิตเบงคลี หมายความว่า “ข้าทำเจ้าได้, แต่เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้” ในเวลาเย้ยหยัน ชี้นิ้วแม่มือไปทางผู้ที่ตนเยาะ, กิริยาอย่างนี้แปลว่า “เอาใบตองให้ดู”

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ