ความลับแผ่นดิน

วันหนึ่งไม่กี่เดือนมานัก ข้าพเจ้านั่งสนทนาอยู่กับนายทองอินที่บ้านนายทองอิน คนใช้ขึ้นมาบอกว่าพระยา......ปลัดทูลฉลองกระทรวง......มาคอยอยู่ข้างล่าง อยากจะพบนายทองอิน นายทองอินก็รีบลงไปต้อนรับท่านเจ้าคุณนั้น แล้วก็เชิญขึ้นมาบนห้องรับแขก เชิญให้นั่งตามสมควร แล้วท่านเจ้าคุณก็พูดว่า

“ฉันจะมาหาเรื่องไปรเวต”

แล้วก็แลดูข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าเห็นดังนั้นข้าพเจ้าก็ขยับตัวลุกขึ้นจะไปเสียมิให้กีด แต่นายทองอินชิงพูดขึ้นว่า

“นายวัดนี้เป็นเพื่อนเอกของกระผม กับเป็นผู้ช่วยอย่างสำคัญด้วย เพราะฉะนั้นถ้าใต้เท้าจะมาหากระผม ด้วยธุระเกี่ยวข้องกับการสืบอะไรทางลับ ใต้เท้าไว้ใจนายวัดได้”

ท่านปลัดทูลฉลองแลดูข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็พูดว่า

“ถ้ายังงั้นเป็นเชื่อได้แน่หรือว่าข้อความที่ฉันจะพูดครั้งนี้จะไม่แพร่หลายไป”

นายทองอินตอบว่า “ใต้เท้าควรเชื่อได้ว่ากระผมกับนายวัดจะไม่ให้ข้อความแพร่หลายไป กระผมอาจจะบอกกับใต้เท้าได้ว่า ทั้งตัวกระผมเองทั้งนายวัดจะไม่เผยอปากพูดในเรื่องนี้เลย จนกว่าจะได้รับอนุญาตของใต้เท้า”

ท่านปลัดทูลฉลองพยักหน้า นั่งตรองอยู่ประเดี๋ยวหนึ่งแล้วก็พูดว่า “มีผู้มาบอกกับฉันว่า ตัวท่านเป็นคนช่างสืบสาวเรื่องได้ดีกว่าผู้อื่นในกรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นฉันจึงมาหาท่าน เพื่อจะให้ท่านช่วยในการสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวฉันมาก ถ้าสืบไม่ได้ความแน่นอนคราวนี้ ฉันเป็นต้องเสียคนเป็นแน่”

นายทองอินจึงถามขึ้นว่า

“เรื่องราวมันเป็นอย่างไร ขอให้เจ้าคุณเล่าให้กระผมฟัง”

เจ้าคุณพูดว่า

“ก่อนที่ฉันจะเล่าเรื่องให้ฟัง ฉันควรจะคิดเรื่องเงินให้ค่าป่วยการท่านเท่าไร”

นายทองอินตอบว่า

“เจ้าคุณไม่ต้องวิตกเรื่องนี้ เมื่อการสำเร็จไปแล้วถึงค่อยพูดกันก็ได้ ขอให้เจ้าคุณเล่าความให้ผมฟังดีกว่า”

ท่านปลัดทูลฉลองก็เล่าความดังนี้ต่อไป

“ใน ๓ - ๔ เดือนที่แล้วมานี้ มีความลับต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลต้องการจะปิดได้ลอดรู้ไปถึงหนังสือพิมพ์และถึงผู้อื่นซึ่งไม่ควรทราบหลายข้อแล้ว โดยมากข้อความอย่างนั้นมีผู้ทราบดูนับตัวถ้วน มีตัวฉันคนหนึ่ง มีทางที่ข่าวจะลอดออกไปได้มีอยู่สามทาง ตัวฉันก็ได้ยืนยันอยู่แข็งแรงเสมอว่า ไม่ได้ออกทางออฟฟิศฉัน เพราะในออฟฟิศฉันมีผู้อาจจะรู้เห็นอยู่ได้ก็เพียง ๓ คน คือเสนาบดีตัวฉันและเลขานุการเสนาบดี แต่ครั้นมีผู้พูดจาทักท้วงหนักขึ้น และกล่าวความสงสัยหนักขึ้น เสนาบดีก็ได้โปรดให้ย้ายเลขานุการไปทำหน้าที่อื่นแล้วแต่ความก็ยังเล็ดลอดออกไปได้ เพราะฉะนั้นฉันจึงมีความแน่ใจมากขึ้นอีกว่า ที่รั่วไม่ได้อยู่ที่กระทรวงของฉัน ครั้นมาเมื่อวานซืนนี้ กระทรวงต่างประเทศได้ส่งสัญญาต่างประเทศฉบับหนึ่งมาหารือ เสนาบดีไม่อยู่ ฉันจึงรับไว้ก่อนเพื่อจะหารือเสนาบดีเมื่อเสนาบดีกลับ แต่ครั้นเช้าวานนี้ ฉันค้นดูร่างสัญญานั้นหาไม่พบไม่ทราบว่าหายไปไหน ฉันถามคนในกระทรวงว่าใครได้เข้าไปในห้องฉันมั่ง ก็ได้ความว่ามีผู้คนเข้าไปก็แต่สองคน คือนายเหลี่ยมเสมียนเอกของฉันคนหนึ่ง กับนายจีนเลขานุการรองของเสนาบดีคนหนึ่ง ฉันก็ให้ตามนายจีนมาถาม นายจีนปฏิเสธว่าไม่ได้เคยเห็นร่างหนังสือสัญญานั้นเลย และที่เข้าไปในห้องฉันนั้นเพื่อเอาหนังสือราชการไปวางให้บนโต๊ะแล้วก็กลับออกมา อ้างนายเหลี่ยมเสมียนเป็นพยาน ภายหลังฉันเรียกนายเหลี่ยมมาถาม นายเหลี่ยมปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปในห้องเลย แต่เมื่อนายจีนและเสมียนอื่น ๆ ยืนยันเข้า จึงรับว่าได้เข้าไปจริง ฉันก็ทราบได้ว่านายเหลี่ยมแสดงพิรุธ จึงซักไซ้คาดคั้นได้ความจริงว่า นายเหลี่ยมได้เอาร่างสัญญานั้นไปจริง และได้ขายให้ผู้มีชื่อคนหนึ่ง เป็นเงิน ๓๐๐ บาท ฉันยังไม่เชื่อก็ไปที่บ้านนายเหลี่ยม ฉันกับนายจีนช่วยกันค้นทั่วบ้านก็ไม่ได้ร่างสัญญานั้น ซักนายเหลี่ยมต่อไปจึงขยายออกมาว่า ผู้ที่ซื้อสัญญานั้นชื่อนายเปลี่ยนเป็นคนเข้ารีต ฉันได้สั่งให้พลตระเวนไปคอยรักษาอยู่ที่หน้าบ้านนายเปลี่ยน และให้คอยดูอยู่แล้วว่านายเปลี่ยนจะไปข้างไหน หรือจะมีผู้ใดมาหานายเปลี่ยนมั่ง ฉันหมดปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร ครั้นจะไปเอะอะค้นบ้านนายเปลี่ยนก็จะเกิดเหตุฉาวขึ้น แต่ร่างสัญญานั้นถ้าทราบแพร่หลายไปถึงข้างโน้น น่ากลัวจะเกิดเหตุใหญ่ เพราะฉะนั้นฉันจึงมาหาท่าน เพื่อปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไร”

นายทองอินตอบว่า

“ข้อที่ ๑ ขอให้เจ้าคุณจัดการถอนโปลิศเสีย การที่เจ้าคุณสั่งให้โปลิศไปรักษาบ้านนายเปลี่ยนอยู่นี้ ก็ค่อนข้างเสียทีเสียแล้ว เพราะอาจจะทำให้นายเปลี่ยนรู้สึกตัวเสียได้ นอกจากนั้นขอให้ใต้เท้าไว้ใจกระผม ให้กระผมทำตามชอบใจ”

ท่านปลัดทูลฉลองก็ตกลงว่า จะทำตามนายทองอินว่า แล้วก็ลากลับไป

นายทองอินนั่งตรองอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง แล้วก็ลุกไปหยิบสมุดโน๊ตมาพลิกๆดูแล้วก็อ่านขึ้นว่า

“นายเปลี่ยนเป็นคนเข้ารีตคาทอลิค สงสัยว่าเป็นสัปเย็ค ท่าทางดูเหมือนจะมีการค้าขายทางลับ บ้านเรือนใหญ่โต มีเงินไม่ได้ทำอะไร” เห็นจะเจ้านี่แน่เสียแล้ว-พ่อวัด-แกกลับไปบ้านเสียก่อนก็เห็นจะได้ ฉันจะไปเที่ยวสืบอะไรเสียหน่อย”

ข้าพเจ้าถามขึ้นว่า “ฉันไปด้วยไม่ได้หรือ”

นายทองอินสั่นหัวแล้วพูดว่า “ปล่อยให้ฉันไปคนเดียวเถอะ เห็นจะดีกว่าแกนะ แล้วคงมีเวลาช่วยฉันหรอกอย่ากลัวเลย”

ข้าพเจ้าจึงถามว่า “ถ้ายังงั้นคอยแกอยู่ที่นี่ไม่ได้หรือ”

นายทองอินตอบว่า “บางทีกว่าฉันจะกลับก็นาน แต่ถ้าจะคอยก็ตามใจซิ”

แล้วก็หายเข้าไปในห้องสักครู่หนึ่ง เห็นคนชั้นเลวๆ ผ้าพื้นเก่าๆ สวมเสื้อปอนๆ กับหมวกสานเก่าจนเหลือถือไม้ตะพดสูบบุหรี่ไทยวาวๆ เดินออกมา ข้าพเจ้าฉงนอยู่ครู่หนึ่งแล้วหัวเราะก๊าก เพราะนึกขึ้นได้ว่านี่หรือนายทองอินซึ่งเดินไปไหนตีนเปล่าไม่ได้เลย เจ็บตีน ผ้านุ่งหรือก็ต้องใหม่เอี่ยม เสื้อหรือก็ต้องขาวไม่มีผงติดจนนิดเดียว หมวกหรือก็เคยแต่ปันนะมา ไม้เท้าหรือก็ถือแต่เลี่ยมเงิน บุหรี่หรือก็สูบแต่ซิกาเร็ตหรือซิการ์อย่างดี มันช่างผิดกับอ้ายเจ้าที่เดินเซ่อซ่า ออกมานี่แท้ๆ บุหรี่เหม็นคลุ้งกลบห้องจะไม่ให้ข้าพเจ้าหัวเราะอย่างไรได้

ข้าพเจ้าคอยอยู่ที่บ้านนายทองอินจนเกือบค่ำ นายทองอินจึงได้กลับมา และไม่ยอมพูดจาอะไรกับข้าพเจ้า จนไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อมาแล้ว เมื่อข้าพเจ้าถามข่าวคราวว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็หัวเราะเหอๆๆๆ พูดว่า

“พ่อวัด-ฉันจะได้เมียใหม่แน่”

ข้าพเจ้าก็ถามว่า “เอ๊ะ จะไปได้มาจากไหนกัน”

แกไม่ต้องหมิ่นประมาทฉันดอกน่า ทำไมคนอย่างฉันจะหาเมียไม่ได้หรือ”

“ได้-ได้ ทำไมจะไม่ได้ แต่มันน่าประหลาดอะไร กำลังมีการชุกๆ มัวไปเที่ยวหาเมียเสียแล้ว”

“มันต้องแล้วแต่ว่าเมียอยู่ที่ไหนนา คนของฉันน่ะมันเหมาะละ”

“เป็นคนยังไงนะ”

“เป็นคนในบ้านนายเปลี่ยนซีน่า แม้ได้ความมามากพิลึก”

“เออได้มาว่าอะไรมั่ง”

“ที่สำคัญก็คือนายเปลี่ยนเป็นคนคบฝรั่ง ตัวนายเปลี่ยนเขาก็เป็นฝรั่งมั่ง บ้านจัดหรูหราอย่างฝรั่ง เป็นเรือนสองชั้น ชั้นบนเป็นห้องนอนห้องอาบน้ำ ชั้นล่างมีห้องรับแขก, ห้องกินข้าว ห้องเขียนหนังสือเป็นห้องอยู่ข้างหน้า หลังนั้นเข้าไปเป็นห้องกินข้าว ข้ามฟากเฉลียงเป็นห้องรับแขก ยาวตลอดแต่หน้าบ้านถึงหลังบ้าน แต่ห้องรับแขกนี้ไม่ค่อยได้ใช้ ปิดลั่นกุญแจ ห้องเขียนหนังสือเป็นห้องที่นายเปลี่ยนใช้เสมอ เมียนายเปลี่ยนใช้ห้องชั้นบนห้องหนึ่ง เป็นห้องนั่งทำงาน คุณนายผู้หญิงนั่นท่านใจดี-ไม่ใคร่จะดุใครเลย เห็นคนขอทานเป็นต้องให้อัฐเสมอ เห็นคนเจ็บเข้าก็ช่วย ใจดีจริงๆ”

ข้าพเจ้าฟังตลอดแล้วก็ถามขึ้นว่า

“ก็แกไปได้ความยังงี้มาน่ะได้ประโยชน์อะไรมั่ง”

นายทองอินหัวเราะเหอๆ แล้วตอบว่า

“มีประโยชน์มาก คืนวันนี้บางทีจะได้ร่างสัญญาของเจ้าคุณกลับคืน”

ข้าพเจ้าถามว่า “จะไปเอามายังไงได้”

นายทองอินก็ล้วงเอาห่อผ้าออกจากกระเป๋าห่อหนึ่งวางลงบนโต๊ะเสียงดังฉ่าง ข้าพเจ้าลุกไปแก้ดู เห็นมีกุญแจพวงหนึ่ง สว่านหลายอันกับเครื่องมือต่างๆ อีกหลายอย่าง ข้าพเจ้าถามว่า

“เอะ นี่อะไรกัน”

นายทองอินตอบโดยหน้าตาเฉยว่า

“เครื่องมือสำหรับย่องเบาน่าซี”

“แกจะใช้เองน่ะหรือ”

“แน่ละซี ถ้าจำเป็นฉันก็ใช้ แต่หวังใจว่าจะไม่จำเป็น”

“ดูน่ากลัวอันตรายอยู่สักหน่อยนะ”

“ก็น่ากลัว แต่ขอให้แกเข้าใจว่า ถ้าฉันเห็นทางอื่นแล้วฉันคงไม่คิดย่องเบา การที่เราทำครั้งนี้มันผิดกับครั้งอื่นๆ ที่จะยอมไม่สำเร็จง่ายๆ ไม่ได้ แต่ถ้าแกเห็นน่ากลัวอันตราย แกไม่ต้องไปกับฉันก็ได้”

“พุทโธ่ พ่อทองอิน เข้าใจฉันผิดแท้ๆ ทีเดียว ฉันไม่กลัวอันตรายในส่วนตัวฉันเลยทีเดียว ฉันนึกไปถึงแกต่างหาก ถ้าแกจะไปแล้วฉันก็ไปกับแกเท่านั้น”

“ถ้ายังงั้นก็ดี ฉันบางทีจะต้องการผู้ช่วย ถ้าแกไม่ไปฉันก็จะหาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้เหมือนแกยาก เอาเถอะ เวลานี้แกกลับไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนก็ได้ เย็นๆ แกถึงค่อยกลับมาใหม่ก็ได้”

พอถึงเวลาเย็นข้าพเจ้ากลับไปที่บ้านนายทองอิน เดินตรงขึ้นไปบนห้องรับแขก เห็นนายทองอินแต่งตัวอย่างนักเลงเสร็จแล้ว พอข้าพเจ้าโผล่เข้าไป ก็จูงมือข้าพเจ้าเข้าไปในห้อง จับให้ข้าพเจ้าแต่งตัวเป็นนักเลงเสียด้วยเหมือนกัน แล้วก็ส่งมีดให้ข้าพเจ้าเล่ม ๑ กับปืนพกกระบอกหนึ่ง พอแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็พากันออกจากบ้านไป พากันขึ้นรถเจ๊กไปลงที่ถนนสามเสน แล้วเดินเกะกะอยู่ตามราวนั้น นายทองอินดูมีเพื่อนมาก ล้วนแต่ตัวกั่นๆ คล้ายๆ เราทั้งสอง พากันเดินไปเดินมา แวะที่นั่นนิดแวะที่นี่หน่อย จนเวลาดึกประมาณ ๒ ยามเศษ จึงพากันเข้าไปที่บ้านนายเปลี่ยนปีนข้ามรั้วเข้าไปในสวนเดินเรียบรั้วเข้าไปในเงาไม้จนถึงหลังบ้าน สังเกตดูในบ้านเงียบคนไม่มี ไฟฟืนมืดก็พากันย่องเข้าไป เห็นหน้าต่างห้องกินข้าวแง้มอยู่ นายทองอินก็ปีนขึ้นไปแล้วกวักมือเรียกข้าพเจ้าให้ปีนตาม ในห้องนั้นมืดไม่มีแสงสว่างเลย นายทองอินเดินคลำไปจนถึงประตูค่อยๆ เปิดประตู จึงค่อยมีแสงสว่างเข้ามาหน่อยหนึ่ง คือมีไฟฟ้าจุดอยู่ที่บันไดที่จะขึ้นไปชั้นบน นายทองอินกระซิบกับข้าพเจ้าว่าของที่เราต้องการ เชื่อว่าคงจะไม่อยู่ในห้องกินข้าว จะมีที่อยู่ก็แต่ห้องเขียนหนังสือหรือห้องชั้นบน แต่ฉันสงสัยห้องเขียนหนังสือ พอพูดเท่านั้นนายทองอินก็เตะเก้าอี้ล้มดังโครมใหญ่ ข้าพเจ้าใจหายวาบจนไม่มีตัวตั้งท่าจะหนี แต่นายทองอินจับแขนข้าพเจ้าไว้แน่น ในทันใดนั้นได้ยินเสียงกุกกักที่ชั้นบน นายทองอินก็ออกวิ่งจากห้องกินข้าวเข้าในห้องเขียนหนังสือ รีบค้นในตู้และในโต๊ะเขียนหนังสือ แต่ยังไม่ทันค้นได้ถึงไหน ก็ได้ยินเสียงฝีตีนคนตังๆ วิ่งลงกระไดมา สักประเดี๋ยวประตูห้องเขียนหนังสือ ซึ่งนายทองอินได้เปิดไว้แล้วนั้น ก็เปิดผางออกมา มีคนถือปืนพกเดินเข้ามาแล้วร้องว่า

“ถ้าเจ้าขืนกระดิกกระเดี้ยแล้วเป็นตาย”

นายทองอินก็พูดว่า “คราวนี้เสียทีเสียแล้ว นายจับผมได้คามือเทียวขอรับ” คนถือปืนหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “แน่ละ คืนวันนี้พ่อไปนอนกรงเหล็กกันเถอะ”

นายทองอินถามขึ้นว่า

“นายจะตามโปลิศหรือขอรับ”

คนถือปืนพูดว่า “แน่ทีเดียว ข้าไม่อยากเอาเจ้าทั้งสองไว้ชมหน้าอีกต่อไปหรอก”

“ผมก็ไม่อยากอยู่ชมหน้านาย แต่ถ้าผมไปเข้ากรงแล้วละก็น่ากลัวอะไรต่อะไรจะหลุดออกมามากนะขอรับ บางทีนายจะไม่ชอบให้ผมพูด”

“ข้าไม่ได้ทำผิดอะไร ข้าไม่ต้องกลัวคนอย่างเจ้า”

“แต่อ้ายเรื่องที่ผมรู้น่ะ ผมคิดว่าท่านกงสุลท่านไม่อยากให้รู้ไปไกลนะขอรับ”

พอนายทองอินพูดดังนั้น ปืนก็ตกจากมือตาเจ้าของบ้าน นายทองอินหัวเราะก้ากๆ แล้วลุกขึ้นโดดหน้าต่างแผลว ข้าพเจ้าโดดตามออกไป พากันวิ่งข้ามสวนปีนข้ามรั้วออกถนน ไม่เห็นมีใครไล่ตามมาเลยสักคนเดียว

นายทองอินไม่พูดจากับข้าพเจ้าอีกเลยจนถึงบ้าน แล้วจึงพูดขึ้นว่า “เสียทีไป ไม่สำเร็จ”

ข้าพเจ้าจึงพูดขึ้นว่า “ก็แกไปซุ่มซ่ามโดนเก้าอี้ล้มตึงเข้านี่”

นายทองอินหัวเราะแล้วพูดว่า

“ก็ฉันเอาตีนถีบมันออกอักมันจะไม่ล้มยังไงได้”

“เอะ นี่แกไปถีบมันเข้าทำไม”

“ถีบให้เจ้าเปลี่ยนมันรู้ตัวน่ะซี”

“สำหรับประโยชน์อะไร”

“นี่แน่ะฉันจะเล่าให้ฟัง ฉันสืบดูได้ความแน่นอนแล้วว่าของสำคัญมีราคา เขาเก็บเอาไว้ชั้นบนกันทั้งหมด ที่อาจจะมีได้ชั้นล่างก็แต่หนังสือแต่นี่และก็ยังไม่แน่ฉันยังสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้นฉันจึงต้องคิดอ่านให้มันตื่น คิดอ่านให้มันรู้ว่ามีขโมยในบ้าน สำหรับจะได้ดูว่ามันจะลงมาข้างล่างหรือไม่ลงมา นี่มันก็ลงมา เราก็เลยรู้ว่ามันมีของสำคัญอยู่ข้างล่าง”

“ก็รู้แล้วมีประโยชน์อะไรล่ะ อ้ายของมันก็ไม่ได้”

“ไม่ได้วันนี้ก็คงได้วันหน้า เอาเถอะแกกลับไปนอนเสียทีเถอะ พรุ่งนี้เช้าสัก ๔ โมงหรือ ๕ โมงถึงค่อยมาใหม่ก็ได้”

รุ่งขึ้นข้าพเจ้าก็ไปตามเวลาที่นายทองอินนัด เดินตรงเข้าไปในห้องรับแขกไม่เห็นมีผู้ใด สักครู่หนึ่งมีตาแก่หัวหงอกแต่งตัวเรียบร้อย แต่ค่อนข้างโบราณ เดินหลังโกงถือห่อกระดาษรุ่มร่ามขึ้นมาและถามว่า

“คุณทองอินอยู่ไหมขา”

ข้าพเจ้าตอบว่า “เขาไม่อยู่เขาออกไปข้างนอกยังไม่กลับ”

ตาแก่เถียงข้าพเจ้าว่า “เขากลับมาแล้วหนาขา” แล้วก็หัวเราะเกิ้กออกมา ข้าพเจ้าจึงจำได้ว่านายทองอิน ก็เลยพลอยหัวเราะกับเขาดื้อๆ

นายทองอินถามว่า

“เป็นยังไง – แต่งตัวอย่างงี้ดีไหม”

ข้าพเจ้าตอบว่า “ดีมาก—เป็นไม่มีใครรู้จักแกเป็นแน่”

นายทองอินยิ้ม แล้วแก้ห่อกระดาษนั้นออกและอธิบายว่า

“นี่แน่ฉันให้ไปทำดอกไม้อย่างใหม่มาจุดเข้าและเป็นควันคลุ้งเทียววันนี้แกเอาไปด้วย”

ข้าพเจ้าถามว่า “จะเอาไปที่ไหน—จะเอาไปทำไม—ขอให้อธิบายให้เข้าใจ”

นายทองอินก็อธิบายว่า “วันนี้ตาแก่คนนี้จะไปเดินซุ่มซ่ามอยู่ที่หน้าบ้านนายเปลี่ยน แล้วจะมีเย็นตึลแมนขับรถมาจะทับแก ๆ จะร้องให้เอะอะเอ็ดตะโร เมียนายเปลี่ยนคงออกมาช่วย ตาแก่นั่นคงจัดการให้คนหามแกเข้าไปในบ้านนายเปลี่ยน ห้องเขียนหนังสือเป็นห้องที่เหมาะกว่าห้องอื่น เพราะมีเก้าอี้นอนอยู่พร้อมแล้ว ตาแก่ก็จะครวญครางใหญ่ ร้องขอยาเมียนายเปลี่ยนคงไปหายาให้แก ข้างนี้ตาแก่แกก็จะค้นห้องเสียให้เข็ด ถ้าได้หนังสือสำคัญแกก็จะนอนนิ่งจนกินยาแล้วแกก็ออกมา แต่ถ้าแกค้นไม่พบ จะร้องตะโกนไฟไหม้ให้เอ็ดตะโร ส่วนตัวพ่อวัดต้องรีบจุดดอกไม้ปาเข้าไปในห้อง แล้วก็คอยดูเอาเถอะว่าเป็นอย่างไรต่อไป”

ว่าแล้วก็พากันมาที่หน้าบ้านนายเปลี่ยน นายทองอินเดินไปเดินมาอยู่สักครู่หนึ่ง ก็เห็นคนวิ่งมากระซิบอะไรกับนายทองอิน นายทองอินพยักหน้าบอกกับข้าพเจ้าว่าให้เดินไปเสียทางอื่นก่อน แต่เมื่อเอะอะกันจึงค่อยมา ข้าพเจ้าอยู่ไม่ช้าก็ได้ยินเสียงเอะอะขึ้น ข้าพเจ้าวิ่งไปเห็นนายทองอินซึ่งปลอมเป็นตาแก่นั้นนอนอยู่ ตรงถนนหน้าบ้านนายเปลี่ยนมีรถดอกก๊าดจอดอยู่ใกล้ๆ นั้น กับมีคนแต่งตัวอย่างเย็นตึลแมนยืนอยู่ข้างตาแก่ ตาแก่นั้นกำลังด่าเย็นตึลแมนเอ็ดตะโรอยู่ ท่านเย็นตึลแมนพูดขึ้นว่า

“พุทโธ่ ฉันไม่ได้แกล้งเลยนะลุง ฉันดึงม้าหยุดไม่ทัน”

ตาแก่ไม่ฟังร้องตะโกนกรี๊ด ๆ

“อะไรดึงไม่ทัน—โกหก—โกหก”

ท่านเย็นตึลแมนตอบว่า

“พิโธ่ จริงๆ นา เอาเถอะถ้าลุงเจ็บฉันจะรับเอาขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล เอาไหมละ”

ตาแก่ตอบกระโชกว่า “ไม่เอา เอารถมาทับแล้วมิหนำจะเอาไปให้อ้ายหมอฝรั่งฆ่าอีก”

ในเวลานั้นภรรยานายเปลี่ยนได้ออกมาแล้ว เมื่อได้ยินตาแก่กับเย็นตึลแมนทะเลาะกันเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ลุงมาพักในบ้านฉันก่อนก็ได้”

ท่านเย็นตึลแมนก็พูดขึ้นว่า

“ถึงอย่างไงๆ ขอให้ฉันทำขวัญลุงหน่อยเถอะ”

“ทำขวัญทำแขวญอะไร—ไม่เอา—ไปให้พ้นเถอะ”

ท่านเย็นตึลแมนก็ยักไหล่ แล้วก็ปีนขึ้นไปบนรถและขับไป ต่อเมื่อขึ้นรถแล้วข้าพเจ้าจึงได้เห็นหน้าท่านเย็นตึลแมนถนัด นึกยิ้มในใจเพราะไม่ใช่คนอื่นไกล คือนายแจ่มนั่นเอง

พวกคนใช้นายเปลี่ยนช่วยกันหามนายทองอินเข้าไปในบ้าน ข้าพเจ้าก็ตามเข้าไปแต่ไม่ให้คนในบ้านเห็น แล้วข้าพเจ้าก็ไปแอบอยู่ในพุ่มไม้แห่งหนึ่ง ริมหน้าต่างห้องเขียนหนังสือ ส่วนนายทองอินนั้นนานๆ ก็ได้ยินเสียงแอ๊อ๊าเอะอะเถียงคนยุ่งอยู่จนต้องตกลงนำเข้าไปในห้องเขียนหนังสือตามประสงค์ของเขา

ข้าพเจ้าคอยอยู่ได้ยินเสียงเงียบไปสักครู่หนึ่ง แล้วก็ได้ยินนายทองอินเรียกชื่อข้าพเจ้าเบาๆ ข้าพเจ้าก็เข้าใจ ขีดๆ ไฟจุดดอกไม้ในทันใดนั้นนายทองอินก็ร้องกรี๊ดว่า ไฟไหม้ ข้าพเจ้าก็ปาดอกไม้เข้าไปในห้องตามที่นัดกันไว้ ไฟพลุ่งๆ ออกทางหน้าต่างดูคล้ายๆ กับไฟไหม้จริงๆ ประเดี๋ยวหนึ่งได้ยินฝีเท้านายเปลี่ยนวิ่งลงมาจากข้างบน

นายทองอินก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นอนอยู่กวักมือให้ข้าพเจ้าเข้าไป ข้าพเจ้าก็รีบปีนตามไป แอบอยู่ข้างหลังเก้าอี้ นายทองอินลงนอนอย่างเดิม นายเปลี่ยนวิ่งเข้ามาในห้องไม่เหลียวซ้ายแลขวาตรงไปที่ฝาผนังแห่งหนึ่งเอามือกดฝาผนังนั้นก็เปิดโผละออกมา ในทันใดนั้นนายทองอินก็โดดขึ้นจากเก้าอี้จะเข้าจับนายเปลี่ยน แต่นายเปลี่ยนหันมาตรงเข้าโถมนายทองอิน นายทองอินเป็นคนแข็งแรงกว่า ได้ปล้ำกันล้มลงกับพื้น นายทองอินก็เอามือบีบคอนายเปลี่ยนไว้เพื่อมิให้ร้อง ข้าพเจ้าก็ออกมาจากที่ซ่อนจะไปเข้าช่วยนายทองอินแต่นายทองอินพยักหน้าไปทางฝาผนังที่เปิดอยู่ ข้าพเจ้าก็เข้าใจจึงวิ่งไปหยิบหนังสือซึ่งอยู่ในรูผนังนั้นได้ ๓ ซอง พอหยิบหนังสือได้แล้วหันมาจะช่วยนายทองอินอีก นายทองอินบอกกับข้าพเจ้าว่า “พ่อวัดอย่ารอ—โดด— —เร็ว—ฉันจะไปทีหลัง”

ข้าพเจ้าก็โดดหน้าต่างวิ่งออกนอกถนนไปวิ่งกลับไปบ้านนายทองอินคอยอยู่ไม่ช้านายทองอินก็กลับมา ข้าพเจ้าก็ถามว่า “แกเจ็บที่ไหนบ้างไหม”

นายทองอินหัวเราะและพูดว่า

“ไปถามข่าวมิสเตอร์เปลี่ยนเห็นจะดีกว่า ท่านผู้นั้นน่ากลัวจะต้องนอนไปหลายวัน พุทโธ่ พ่อวัดฉันนะถึงแก่ก็ยังมีแรงมากหนา ว่าแล้วก็ถอดวิคออกจากหัว หัวเราะกิ๊กๆ อีกแล้วพูดว่า คราวนี้อีตาเปลี่ยนเห็นจะไม่ดูถูกคนแก่อีกต่อไปละ ถ้าไปถูกอ้ายแก่เก๊พันนี้สัก ๒ – ๓ หน ก็เห็นจะไม่ได้การ”

แล้วนายทองอินกับข้าพเจ้าก็พากันไปดินเนอร์ที่บ้านเจ้าคุณปลัดทูลฉลองเป็นการสมโภช ในการที่ช่วยกันรักษาความลับแผ่นดินไว้ได้

นายแก้ว

นายขวัญ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ