ฉันท์เยาวพจน์ ตอน ๖

บทร้อง

๏ แม่ศรีเอย แม่ศรีสาสะ ยกมือไหว้พระ ว่าจะมีคนชม ขนคิ้วเจ้าต่อ ขนคอเจ้ากลม ชักผ้าปิดนม ชมแม่ศรีเอย ฯ

๏ แม่ศรีเอย แม่ศรีสาหงส์ เชิญเจ้ามาลง เอาแม่สร้อยทอง เชิญปี่เชิญกลอง เชิญแม่ทองศรีเอย ฯ

๏ แม่ศรีเอย แม่ศรีสาคร นมยานหน้าอ่อน ผัวจะรั้งเจ้าไว้ กะดิกช้างน้อย เป็นทองคำเปลว เชิญมาเร็ว ๆ เถิดแม่ทองศรีเอย ฯ

๏ ผีลงแล้วโหวย ผีลงแล้ววา ลงมาไม่ได้ ไต่ไม้ลงมา หนามพุทรา เกี่ยวผ้าผีปอง หมากก็ซอง พลูก็ซอง ยกเชี่ยนขันทอง มารองเช็ดหน้า ฯ

๏ หนู ๆ มาแต่รู จะต้องกำกับ เอาไม้ค้อนทับ กับแจ้ ๆ หนูท้อแท้ ท้อแท้รังไก่ กินแต่ไข่ เอาเปลือกรองรัง ทอดตะพาน ให้นางหนูเดิน นางหนูไม่เดิน ไปเดินทางเก่า พบพี่น้องเจ้า เคี้ยวเข้ากะสานหนู เคี้ยวหมากเคี้ยวพลู ทั้งสองแก้ม ชื้อผ้าลายแล่ม ทั้งสองผืน ดอกไม้ดอกบัว เป็นหัวปลากราย ที่เชิงมันลาย จมูกมันงอน เมื่อมันไข่ มันไข่ใต้ขอน เมื่อมันนอน มันนอนใต้ไม้ เมื่อมันไป มิได้รู้เลย ฯ

๏ แมงมุมเอย ขยุ้มหลังคา ลูกเจ็บหนักหนา วางลูกเสียเถิด ฯ

๏ ฝนตกแดดออก นกกระจอกเข้ารัง แม่หม้ายใส่เสื้อ ถ่อเรือไปดูหนัง ฯ

๏ ไม้หนึ่งไม้นอง เข้าพองเข้าเจ้า หัวนกหัวเหน้า หนังกระเบนเน้อ ฯ

๏ ซุ่ม ๆ มระตี ระวังให้ดี จะต้องปะเตะ ฯ

๏ ไก่ตั้งไก่ต่อ ไก่ฬ่อไก่ชน ไก่ถอนขน ไก่ลงหม้อแกง ฯ

๏ เจ้านกเขาเอย ขันแต่เช้าจนเย็น ขันไปเถิด พ่อจะฟังเสียงเล่น เนื้อเย็นเจ้า คนเดียวเอย ฯ

๏ นกเอ๋ย กะเทยกี่ร้อย สองร้อย อ้อยกี่สิบ สองสิบ หมากดิบกี่ต้น สองต้น ปล้นกี่ทลาย สองทลาย ผ้าลายกี่ผืน สองผืน ฟืนกี่มัด สองมัด ไม้กลัดกี่เล่ม สองเล่ม เข็มกี่กะบอก สองกะบอก หมากกอกฤๅหมากยัน หมากยันฟันหัว นกกุ๊ก ฯ

รวม ๑๒ บท

บทขยาย

๏ เมื่อนั้น นมพวงโฉมศรีไม่มีสอง ได้ความสุขสมอารมณ์ปอง อยู่ในห้องเภตราในราตรี เห็นพระจันทร์แจ่มแสงใส คิดจะใคร่เชิญเจ้าเข้าแม่ศรี จึงวิงวอนอ้อนว่ากับสามี จะออกไปยังที่กลางนาวา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองปรีดิ์เปรมเกษมสา จึงชวนสาวสรรกัลยา พาเมียไคลคลาไปเก๋งกลาง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึงนั่งบนเก้าอี้ กับองค์มเหษีเคียงข้าง สั่งให้สาวศรีที่สำอาง เป็นนางแม่ศรีมีคู่รับ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กำนัลนั่งเคียงเรียงตับ คนทรงคู่พร้อมน้อมคำนับ บางร้องบ้างรับเป็นทำนอง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ว่าแม่ศรีเอยแม่ศรีสาสะ ยกมือไหว้พระอย่ามัวหมอง ว่าจะมีคนชมห่มตรอง ปิดนมชมแม่ทองศรีเอย แม่ศรีสาหงส์มาลงน้อง ทรงนางสร้อยทองอย่าเชือนเฉย เชิญทั้งปี่กลองของเคย เชิญแม่ทองศรีเอยมาไว ๆ ขอเชิญแม่ศรีที่สาคร นมยานหน้าอ่อนผัวรั้งไว้ ทำกระดิกช้างน้อยค่อย ๆ ไป เป็นคำเปลวเร็วไวมาเข้าทรง ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ นางแม่ศรีตัวสั่นอยู่งันงก มือตกเคลิ้มใคล้ไหลหลง พวกคู่ร้องรัดตัดทรง ว่าผีลงแล้วโหวยผีลงแล้ววา แมนมีหนีลงมาไม่ได้ จงไต่ไม้บุกตรงลงมาหา หลีกลัดตัดข้ามหนามพุทรา จะเกี่ยวผ้าผีปองเข้าน้องเรา ทั้งหมากก็ซองมีอยู่กับพลูซอง ยกเชี่ยนขันทองไว้ให้เจ้า มารองเช็ดหน้าอย่ามัวเมา จงเข้าน้องข้าหน่อยเอย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย บัดนั้น นางทรงแม่ศรีทำทีเฉย จะซักถามเท่าไรไม่พูดเลย ต่างคนเย้าเย้ยว่ามารยา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นางสาวผู้ใหญ่ใจกล้า ว่าผีหนูข้ารู้ทำนองมา ร้องอวดตัวข้าจะเข้าเอง แล้วจึงลงหมอบยอบกาย นางคู่ทั้งหลายก็ร้องเร่ง นั่งล้อมพร้อมเพรียงเสียงแซ่เซ็ง ตามบทเท้งเต้งที่มีมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ส่งเสียงแจ้วจ้าว่าหนู ๆ มาแต่รูจะต้องกำกับหนา ถือไม้ค้อนทับหลับตา กับจ้ากับแจ้ท้อแท้ใจ เจ้าอยู่รังไก่กินไข่เลี่ยน เอาเปลือกรองรังเปลี่ยนลงไว้ให้ ทอดสะพานให้หนูเจ้าไต่ไป เจ้าก็ไม่ดำเนินเดินทางมา จะไปพบพวกพ้องพี่น้องเจ้า ต้องเคี้ยวเข้ากะสานหนูกินเถิดหนา เคี้ยวหมากพลูสองแก้มแนมเอาปลา เป็นดอกไม้บุษบาเป็นปลากราย ดูเชิงลายปลายจะมูกเจ้างามงอน เมื่อเจ้าไข่ใต้ขอนนอนไม้ก่าย เมื่อเจ้าไปไม่รู้ในอุบาย มาสู่กายพี่ข้าอย่าช้าเลย ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นางพี่ผีหนูก็เปิดเผย ชักผ้าคลุมทิ้งวิ่งเลย เสียงวายเวยเลี้ยวไล่อยู่ไปมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

๏ ลางนางวิ่งหลบตบมือล้อ หัวร่อเกรียวกราวฉาวฉ่า บ้างล้มลุกคลุกคลานรำคาญตา ผีหนูไล่คว้ากัดไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ขุนทองสำรวลสรวลใหญ่ ทั้งองค์มเหษีก็ดีใจ ตบมือตรัสให้เลิกกัน เล่นพอหายอยากหอมปากคอ ดึกแล้วแลหนอจะผายผัน ว่าพลางทางชวนกำนัล จรจรัญเข้าที่ศรีไสยา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนอาศน์ เอนกายไสยาศน์เสนหา สองภิรมย์ชมชื่นวิญญา แนบสนิทนิทราหลับไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองเธอนิมิตรผิดวิไสย ว่าฝนตกแดดออกปลาดใจ นกกระจอกบินไขว่เข้ารัง ยังมีแม่หม้ายใส่เสื้อ ถ่อเรือลดเลี้ยวเที่ยวดูหนัง เลยละเมอเพ้อว่ามาดัง ๆ หลับสนิทจิตต์พะวังสบายครัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นมพวงดวงจิตต์นิมิตรฝัน ว่าแมลงมุมขึ้นขยุ้มหลังคาพัน จับตัวแมลงวันว่าจะกิน แมลงวันนั้นปลาดพูดว่า ว่าลูกเจ็บหนักหนาอย่ากระโดดดิ้น จงวางลูกเสียเถิดจะลาบิน ผันสิ้นก็ฟื้นตื่นพลัน พอรุ่งแจ้งแสงทองส่องฟ้า จึงปลุกภัศดาขมีขมัน ตื่นเถิดพระองค์ทรงธรรม์ นางสั่นองค์ไหวอยู่ไปมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองพลิกองค์ทรงธรรม์หรรษา ต้องสั่นพลันตื่นฟื้นตื่นตา ในวิญญาจำผันมั่นใจ ต่างองค์สรงพักตร์ผุดผ่อง ยิ้มย่องปรีดิ์เปรมเกษมไส คิดจะไปแก้ฝันทันใด ก็ชวนเมียคลาไคลไปเก๋งกลาง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึงนั่งเก้าอี้อ่อน พร้อมหมู่นิกรสองข้าง ตรัสแก่โหรรอดอย่าอำพลาง เราฝันเป็นลางปลาดใจ นิมิตรว่าผ่นตกแล้วแดดออก นกกระจอกเข้ารังแม่หม้ายไล่ ใส่เสื้อถ่อเรือครรไลยไป ดูหนังโรงใหญ่ก็ตื่นพลัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นมพวงดวงแขก็แก้ฝัน ว่าแมลงมุมขึ้นขยุ้มหลังคาพัน จับแมลงวันว่าเจ็บวางเถิดนา เชิญท่านช่วยทายทำนายบ้าง จะเป็นรางดีร้ายจงทายว่า อย่าคิดเกรงเร่งบอกเถิดท่านตา ดูตามตำราคัมภีร์ไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ตารอดปอดแฉ่งสำแดงไข พลิกดูคัมภีร์มีใน นับไล่ตามบทกำหนดมา ไม้หนึ่งนองเข้าพองกับเข้าเจ้า หัวนกเหน้าหนังกระเบนละเหน้อหนา ตกที่ไชยโชคพระชาตา แล้วบังคมทูลว่าให้ชอบที ซึ่งพระองค์ทรงสุบินว่าฝนตก จะเย็นอกทั่วราษฎร์เกษมศรี แดดออกจะสว่างอารมณ์ดี นกกระจอกบินหนีเข้ารังนอน คือจะได้ความระงับดับทุกข์ เป็นสุขดังนกเข้าพักผ่อน แม่หม้ายใส่เสื้อถ่อเรือจร ไปดูหนังโขนละครสนุกใจ เพราะมีความสุขสนุกมาก แต่แม่หม้ายเหนื่อยยากยังไปได้ สู้ใส่เสื้อกันหนาวเป็นสาวไป ขอจะให้ดับทุกข์สนุกดี ซึ่งพระแม่ทรงสุบินว่าแมลงมุม ขึ้นขยุ้มหลังคาประเสริฐศรี ท่านจะจับศัตรูหมู่ไพรี ให้เจ็บปวดกายีขอโทษตน แลมีเหตุที่นางจะตั้งครรภ์ จะมีบุตรแม่นมั่นไม่ฉงน หางเลขบ่งตรงดิ่งจริงทุกคน ขอทราบบาทยุคลดังคำทาย ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองชื่นชมสมหมาย ว่าจะได้บุตรจริงหญิงหรือชาย จงทำนายต่อไปให้เราฟัง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ตารอดคำนับจับยามตั้ง ว่าซุ่มมะระตีจงระวัง ถ้าไม่ดีเตะปั๋งพลัดตกตึง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองฟังพิโรธโกรธคึ่ง เหม่อ้ายรอดเตะใครวะใจมึง ลุกทลึ่งจะฟาดให้ขาดกลาง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ตารอดตกประหม่าตาขาว บังคมก้มกราบทูลพลาง อย่ากริ้วโกรธโทษล้างให้บรรไลย ไม่แกล้งหยาบช้าว่าเล่น ในคัมภีร์มีเห็นอยู่ผูกใหญ่ ตำราว่านับหยาบไป ขอพระองค์จงได้ปราณี บุตรท่านนั้นแน่จะเป็นชาย โฉมฉายรูปทรงส่งศรี แม้นไม่แม่นยำดังคัมภีร์ จงประหารชีวีให้วางวาย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองยกโทษโกรธหาย ยับยั้งนั่งที่เอนกาย ถ้าจริงดังคำทายจะรอดตน นานไปจะได้เห็นกัน แน่จักทำขวัญให้ลาภผล ทายผิดชีวิตจะวายชนม์ ควรทำทัณฑ์บนไว้สักใบ แล้วจึงเรียกให้เอาไก่มา รับจากเสนาอุ้มไว้ ตรัสถามตารอดทันใด ว่าไก่ต่อนี้จะดีร้าย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ตารอดโหราตาหมาย คำนับรับไก่มาทาย นับแฉกหงอนปลายไม่รั้งรอ ว่าไก่ตั้งไก่ต่อไก่ฬ่อชน ลงไก่ถอนขนต้องใส่หม้อ ในตำราว่าร้ายปลายงอ เสียแข้งเสียคอต้องแกงกิน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองชอบสมอารมณ์ถวิล สั่งให้ฆ่าไก่ใจทมิฬ ไปแกงให้กูกินกับสุรา สั่งพลางทางลุกจากเก้าอี้ นาฏกรจรลีแลหา มายังนกเขาชะวา ขันจ้าแต่เช้ามาจนเย็น จึ่งว่าเจ้านกเขาเอย ขันไปตามเคยเถิดหนอ ................ ให้พ่อสมหวังฟังเสียงเล่น ความรักเจ้าเหลือเนื้อเย็น พ่อเห็นเจ้าคนเดียวเปลี่ยวใจ ................ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นกเขาเจ้าคารมพูดได้ ว่าคุณพ่อเจ้าขาว่ากระไร ขุนทองชอบใจสกุณา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ลำต้นเพลงฉิ่ง

๏ ยกหัตถ์ขึ้นลูบจูบจับ ว่านกเอ๋ยตามฉะบับที่ท่านว่า กะเทยกี่ร้อยจงบอกมา ปักษาลำพองว่าสองร้อย ขุนทองถามซ้ำทำกระซิบ ว่าอ้อยกี่สิบจงกล่าวถ้อย นกเขาเจ้ากรรมสำออย ว่าอ้อยสองสิบน่าเอ็นดู ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

ชกมวย ขุนทองถามล้อตอวน หมากดิบกี่ต้นนะเจ้าหนู ปักษาบังคมคารมคู ว่าสองต้นเป็นคู่ทุกสิ่งไป ขุนทองซ้ำถามตามฉงน ว่าถูกปล้นกี่ทลายจงทายไข นกเขาเฝ้าทูลทันใด สองทลายข้าได้เห็นแก่ตา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

ตวงพระธาตุ ขุนทองจึ่งว่าผ้าลายเล่า กี่ผืนจงเจ้าช่วยบอกข้า นกเขาเจ้าเจรจา บอกว่าสองผืนยืนคำ ขุนทองถามซ้ำร่ำไป ฟืนเล่าเท่าไรเจ้างามขำ สกุณาองอาจฉลาดจำ บอกซ้ำสองมัดที่ตัดมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

วรเชฐ ขุนทองร้องถามให้ความชัด ว่าไม้กลัดกี่เล่มณะปักษา นกประคองป้องปีกวันทา ว่าสองเล่มเจ้าข้าน่าฟัง ขุนทองพิไรไล่เลม ว่าเข็มกี่กะบอกนะร้อยชั่ง นกช่างเจรจาว่าดัง ๆ สองบอกยืนยั่งทุกคำไป ขุนทองเฝ้าซักปักษา มะกอกว่าหมากยันฤๅไฉน นกเขาเจ้าคารมสมใจ ว่าหมากยันอย่างในตำรามา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย เมื่อนั้น ขุนทองแสนรักปักษา ช่างคูรู้พูดเจรจา จึ่งสั่งเสนาทำกรงทอง ให้ทำกำไลใส่นกเขา จานทองใส่เข้าอย่าขัดข้อง จงระวังเลี้ยงดูอยู่ครอง สั่งแล้วเยื้องย่องเข้าห้องใน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ รัว

บทร้อง

๏ อ้ายโป้งเป๋งเอย มันดักเฉงเลง อยู่บนปลายไม้ อ้ายกุ้งฤๅปลา มันจะมาแต่ไหน เข้าลอบเข้าไทร อ้ายโป้งเป๋งเอย ฯ

๏ กา ๆ ได้ลูกมึงมา มายัดใส่พก กูได้ลูกนก มาโยนเล่น พ่อมึงเต้น แม่มึงรำ อ้ายลูกกาดำ ร้องกาๆ ฯ

๏ เจ้านกสีชมพูเอย จ้บอยู่ที่ไม้เรียว ว่าต้อยตริดติดเดียว อ้ายปัดติเตียว ๆ เอย ฯ

๏ เจ้านกกะทุงเอย ทำตูดตุง ๆ ว่าจะไข่ สานพ้อมใบใหญ่ ใส่ไข่เจ้านกกะทุง ด้วยว่าไข่มันโต เท่าแตงโมบางปะมุง ไข่หล่นลงดังผลุง เจ้านกกะทุงก็บินไป ฯ

๏ อ้ายแมวเหมียว ๆ เอย แยกเขี้ยวยิงฟัน อ้ายเสือปลาหน้าสั้น มากัดอ้ายแมวเหมียวเอย ฯ

๏ ลิงลมเอย มาอมเข้าพอง เด็กน้อยทั้งสอง มาทัดดอกจิก เจ้าพระยานกพริก เจ้าพระยานกเขา ทวงเบี้ยทวงเข้า ให้เจ้าลิงลม ฯ

๏ ช้าเจ้าหงส์เอย ปีกเจ้าอ่อนร่อนลง เข้าในดงสะแก พี่ไม่ทุกข์พี่ไม่ยาก พี่ไม่จากคนแก่ ฯ

๏ กะต่ายติดแร้ว ยายแก้วตีกลอง ตุบป่อง ๆ ฯ

๏ โต๊ะ ๆ มาโล๊ะไข่แดง ไฟแดง ฯ มาแยงก้นโต๊ะ ฯ

๏ เด็กเอ๋ยพาย นายเอยโยก นายหัวกะโหลก โยกเอา ๆ ฯ

๏ ชักเส้าเอย มะนาวโตงเตง ขุนนางมาเอง ว่าจะเล่นชักเส้า มือใครสั้น เอาเถาวัลลิ์ต่อเข้า มือใครยาว สาวได้สาวเอา ฯ

๏ จ้ำจี้ขอกแขก คะแยกปลาไหล ไชที่ไหน ไชที่นี่จี๋ี ๆ ฯ

๏ เขย่งเกงกอย เห็นวัวกินอ้อย ที่ไหนบ้างเน้อ วัวดำฤๅวัวแดง วัวแดง ตกน้ำแกงตาย วัวดำ ตกน้ำครำตาย ฯ

๏ โหนชิงโหนช้า เจ้าพระยาหงส์เอย ฯ

๏ ฮีย่อห้อขวัญ ชักสายยนต์ เอาก้นติดกัน ฯ

รวม ๑๕ บท

บทขยาย

๏ เมื่อนั้น ขุนทองปรีดิ์เปรมเกษมใส กับนางนมพวงดวงใจ รู้ว่าอรทัยเจ้าทรงครรภ์ จึ่งว่าพรุ่งนี้พี่จะไป ชมป่ามิ่งไม้ไพรสัณฑ์ หวังจะชวนขวัญใจไปด้วยกัน พลางสั่งกำนัลนางใน เจ้าจงออกไปอย่าได้ช้า สั่งแก่เสนาผู้ใหญ่ ว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะไป มโนรมย์ชมไพรกับเทวี ให้เตรียมม้ารถคชสาร พร้อมหมู่ทวยหารหน้าที่ สั่งเสร็จก็เสด็จจรลี สู่ที่บรรทมภิรมย์ใน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ บัดนั้น เถ้าแก่รับสั่งไม่ช้าได้ เรียกบ่าวสาวสรรครรไลย ลนลานออกไปเก๋งกลาง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึงว่าแก่กัปตัน อฺยู่พรักพร้อมกันทั้งลูกจ้าง ว่ารับสั่งให้นำทำทาง จะเสด็จไปกลางพนาวัน ให้เตรียมม้ารถคชสาร พร้อมทั้งทวยหารแข็งขัน แต่ย่ำรุ่งเตรียมไว้ให้ทัน สั่งแล้วจรจัลกลับมานอน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองกับอนงค์องค์สมร บรรทมชมชิดจิตต์อาวรณ์ พอรุ่งทินกรก็ตื่นพลัน สององค์สรงพักตร์สำราญรื่น แช่มชื่นปรีดิ์เปรมเกษมสันต์ ต่างองค์ทรงเครื่องพร้อมกัน ขุนทองทรงเครื่องมั่นสนับเพลา นางทรงภูษาผ้าขัด ดอกเด่นกลีบขจัดอย่างเก่า ขุนทองสวมเสื้อแดงแต่งเพลา อย่างเจ้าแรมเซเมรีกัน นางทรงสไบแสแพรชมพู งามสง่าน่าเอ็นดูเฉิดฉัน ขุนทองทรงมาลาแก๊บกัปตัน ขัดกระบี่เข้มขันพอสมควร แต่งเสร็จก็เสด็จยุรยาตร นำนาฏนางงามทรามสงวน พร้อมเหล่ากัลยาหน้านวล รีบด่วนออกมานาวาพลัน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เสมอ

๏ ขุนทองทรงภาชีสีผ่าน งามปานแอมเปรอเลอสรร นมพวงทรงรถเก๋งสุวรรณ แล้วเร่งจรจัลเป็นขบวน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ กลองโยน

๏ ชมพรรณบรรดาป่าไม้ ยางยูงสูงไสวคล้ายสวน ปักษินบินจับรำดวน นางนวลจับนิ่งกิ่งไทร ขุนทองมองเห็นหงส์ร่อน ช้า ฯ ปีกเจ้าอ่อนเข้าดงไผ่ ชี้ให้นมพวงดวงใจ ไม่ทุกข์ยากจากไกลกันสองตัว นางเห็นสกุณีสีชมพู จับอยู่ไม้เรียวทั้งเมียผัว ร้องตริดติดเตียวระริกรัว จับให้น้องสักตัวพระทรงธรรม์ ขุนทองเคียงน้องมองชี้ อ้ายโป้งเป๋งที่จำปีมันทำขัน ขึ้นไปดักเฉงเลงเก่งครัน บนปลายไม้ไพรวันตรงนี้ไป นมพวงแลเขม้นเห็นแมวเหมียว มันแยกเขี้ยวยิงฟันอยู่ชายไผ่ อ้ายเสือปลาหน้าสั้นมันขัดใจ กัดอ้ายแมวเหมียวไว้ไปช่วยมัน ขุนทองร้องว่าอย่าอึงไป ใครไม่หลับตับไหลเป็นแม่นมั่น เจ้าจงหลับตาอย่าจาบัลย์ กลัวมันมากัดฟัดตาย ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ร่าย เมื่อนั้น นมพวงกลัวเสือเชื่อง่าย ปิดเนตรกลัวแมวร้องว้าย สาวสรรทั้งหลายก็กราวเกรียว ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองแกล้งล้อว่าเหมียว ๆ มากัดคนเถิดวาอ้ายหน้าเซียว เว้นแต่กูคนเดียวอย่ากัดวา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ พระชะแง้แลเห็นนกกะทุง ทำก้นตุง ฯ ผิดท่า ท่วงทีจะไข่ไม่ช้า ให้สารพ้อมใหญ่มารองไข่มัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางนมพวงสาวสรร เห็นการ้องกาเจรจากัน ลูกมันพลัดตกจากรัง นางตะครุบจับได้ใส่พก กับลูกนกกระเหว่าสมหวัง พลัดตกอกแตกมรณัง น่าชังโยนเล่นกระเดนไป พ่อแม่มันเห็นก็เตันรำ อ้ายลูกกาดำจับไว้ได้ มันร้องเสียงกา ๆ ก้องไพร อรไทยก็ปล่อยไปรังรวง ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองมองเขม้นเห็นกระต่าย ติดแร้วจวนตายเหงาง่วง ชี้บอกสาวสนมนมพวง เจ้าดวงชีวาน่าเอ็นดู กระต่ายหลงผิดติดแร้ว ยายแก้วตีกลองก้องหู ปัดติบ้องเทิ้งบ้องกราวกรู ให้รู้ชาวบ้านสะท้านไป ฯ

๏ เมื่อนั้น นมพวงดวงจิตต์พิศมัย เห็นขันกั้นสรวลอยู่ละไม โน่นสัตว์อะไรพระทรงธรรม์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองบอกน้องประคองขวัญ โน่นฤๅคือสัตว์สำคัญ ลิงลมตัวกลั่นอมเข้าพอง เด็กน้อยทั้งสองคนที่ต้นพริก มันทัดดอกจิกคอยจ้อง คิดรักอยากได้ใจปอง จึงโยนเข้าพองให้ลิงอม พี่จะเล่าให้ฟังแต่หลังมา ตามแบบตำราแต่ปฐม ปักษีเป็นหนี้เจ้าลิงลม คือเด็กน้อยน่าชมทั้งสองรา ชาติก่อนเป็นพระยานกพริก คนนั้นอีกเป็นวิหคนกเขาป่า เดิมทีเป็นหนี้วานรมา สองราใช้เวรให้ลิงลมนี้ ต่างตนเป็นห่วงทวงเบี้ยเข้า จะใช้หนี้ให้เจ้ากระบี่ศรี จึงสมัครรักใคร่เป็นไมตรี จะมีสิ่งใดต้องให้ปัน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นมพวงดวงจิตต์คิดขัน ไฉนท่านรู้กำเนิดเกิดทัน ว่ามันเป็นหนี้มีมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อน้น ขุนทองช่างแปลแก้ว่า พี่เห็นเด็กร้องรำเป็นตำรา จึงจำมันมาอธิบาย เวลานี้ก็เย็นเป็นหนักหนา กลับไปเภตราเถิดโฉมฉาย ว่าพลางทางสั่งเสนานาย พร้อมกันผันผายไปนาวา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นมาถึงท่าศาลาพัก จึงชวนนงลักษณ์กนิษฐา ยุรยาตรนาดกรไคลคลา ขึ้นสู่ศาลาริมวารี ฯ

ฯ ๒ คํา ฯ เสมอ

๏ จึงดำรัสตรัสสั่งแก่เสนา ให้จัดเครื่องกระยาตามที่ อีกทั้งพหลโยธี เลี้ยงดูให้ดีตามสบาย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนาอภิวันทน์ผันผาย ไปยังนาวาท่าหาดทราย ริมชายนทีที่เภตรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ จึงร้องเรียกนางวิเศษใน เร่งทำเร็วไวอย่าได้ช้า หวานคาวเข้ากับสำรับมา ให้ทันเวลาบัดนี้ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น นางวิเศษว่าพร้อมละหม่อมพี่ เชิญมายกไปให้ทันที อย่างเลวอย่างดีมีถมไป บรรดาพวกบ๋อยคอยรับ ยกกับคาวหวานใส่จานใหญ่ จัดวางกลางเตียนทันใด ที่โต๊ะโล๊ะใส่ทั้งไข่แดง พวกจิงโจ้ไม่เคยในการบ๋อย บ้างจุดไฟมาคอยสว่างแสง มาถึงดึงดื้อถือไฟแดง ลนแยงก้นโต๊ะจนโป๊ะราน พวกเท้งเต้งคนรู้ก็ขู่ดัง ผิดธรรมเนียมฝรั่งอย่างทหาร ไม่รู้จักภาษาอย่าทำการ ฟืนไฟรำคาญยังวี่วัน แล้วจัดสำเร็จเสร็จสรรพ ตั้งเรียงไว้รับทุกสิ่งสรรพ์ พวกบ๋อยคอยดูอยู่พร้อมกัน มีทั้งบ้าหรั่นสุราบาน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองปรีดิ์เปรมเกษมสานต์ สั่งให้เลี้ยงกันมิทันนาน ภูบาลก็เสวยกับเทวี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เส้นเหล้า

๏ พลางตรัสสรรพยอกหยอกเย้า เชิญหล่อนกินเหล้ากับพี่ มาคำนับรับฮุเรคนละที บ้าหรั่นดีคอกแมคแปลกชะนิด ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นมพวงรับถ้วยขวยจิตต์ ทำสะเทิ้นเมินยิ้มชิมนิด ฉุนชิดชาฉิวนิ่วพักตรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองย่องยิ้มจิ้มเนื้อพล่า ยื่นกรป้อนนางพลางเจรจา แกล้มนี้ดีกว่าปลาทู่กัง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นมพวงดีดดิ้นทำผินหลัง ทำเชิงชายอายจิตต์ปิดบัง เมาสุราตาตั้งคลั่งใจ ยกขวดอวดรินสุราส่ง เชิญพระองค์มาคำนับรับน้ำใส่ โดนถ้วยแก้วกันเล่นเย็นฤทัย ขุนทองชอบใจรับฮุเร ทั้งสององค์ลงนิ้วจิ๊วจด ชวนสบถเป็นเกลอเผลอเผล นั่งโงกโยกเย้าเมาเซ จ้ำจี้ชี้เว้ไปตามที ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น เสนาพรักพร้อมล้อมเก้าอี้ ต่างคนนั่งโต๊ะตามผู้ดี บ๋อยรินอาหนีให้ทั่วไป คุณหลวงจิงโจ้โปเย ชวนขุนท่องทะเลคำนับใหญ่ ท่านเจ้ากรมเท้งเต้งนักเลงไว ชวนปลัดบังไพรคำนับกัน คุณจ่าจิงโจ้โย้ตะเภา ชวนจมื่นสะละเปากินหมูหัน บ้างคำนับรับฮุเรพร้อมกัน เมาจนหัวสั่นหัวคลอน บ้างชวนชักสบถจดนิ้ว ดื่มดวดหน้านิ่วทำขย้อน คลื่นไส้คลื่นพุงในอุทร อวดอ้างวางล่อนเหลวไป ลางคนอวดอ้างทางคุณพระ ว่าเราหละถือมั่นกันได้ ภัคคะวำองค์นี้ดีสุดใจ ปิดตายืนให้เอาปืนยิง ปลัดกรมแก่เมาว่าเราเด็ด ขยายเพ็ชรตาแมวแก้วอย่างยิ่ง มาตีกันคนละเป้งจะเก่งจริง ถ้าเห็นเลือดกูจะทิ้งลงน้ำโครม นายจางวางว่าน้อยต่อยกันฤๅ อวดฝีมือหลอกใครอ้ายภูตโสม แร่ของกูก้อนนี้สีดังโคม เอาหลาวแทงห้าโครมไม่มีรอย ปลัดกรมร้องว่าเราอย่าละ เอาฤๅวะโดดออกมาอย่าถอย ขุนจิงโจ้กั้นกลางเข้าขวางคอย ปลัดทอยถูกจางวางสีข้างโป นายจางวางร้องโอยโวยบอกกล่าว อ้ายปลัดวิ่งราวต่อยจิงโจ้ เสียงโครมครามห้ามกันสนั่นโต ทั้งจิงโจ้เท้งเต้งระเบ็งไป ฯ

ฯ ๑๘ คำ เชิด

๏ เมื่อนั้น ขุนทองเมาแก่แรดสิ้นแปดไห เสียงเกรียวกราวฉาวฉ่าว่าอะไร เฮ้ยใครตีกันสนั่นอึง ห้ามกันเสียหวาอย่าวิวาท แม้นไม่กลัวหัวขาดลงน้ำผึง ที่ผู้ใหญ่ไล่ห้ามตามดึง ไม่อื้ออึงรู้ตัวกลัวอาญา เจ้าขุนทองร้องว่าบรรดาเมา จงมาเล่นชักเส้ากันเถิดหวา อย่าวิวาทอึงอื้อให้ฦๅชา ใครดีจงมาจะรางวัล ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนาทั้งหลายหมายมั่น อยากจะได้ประทานการพนัน ต่างคนชวนกันมาประชุม ที่ยังอยู่เรือก็เหลืออยาก เรียกเด็กหาหมากลงเรือดุ่ม ลงนั่งกลางวางท่าหน้างุ้ม เด็กเอ๋ยพายนายคุมค่อยโยกไป อ้ายคนส่งท้ายพายกระโชก นายชั่วหัวกะโหลกโยกไม่ไหว ครั้นถึงจึงขึ้นไปทันใด เข้าในที่ประชุมกลุ่มกลาง ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น ขุนทองกับเมียอยู่เคลียข้าง เห็นมาพร้อมถ้วนล้วนขุนนาง จึงให้จางวางแขวนมะนาว ใส่เงินผูกลูกร้อยห้อยโตงเตง เรียกขุนนางมาเองเล่นชักเส้า ที่มือสั้นเอาเถาวัลลิ์ต่อเป็นราว มือใครยาวสาวได้ก็สาวเอา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ขุนนางพรักพร้อมก็ล้อมเข้า นั่งคู่จับมือกันเป็นราว โล้เล่นชักเส้ากันกราวไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจ้าเปรียม

๏ ลางคู่ดูเล่นกันแปลก ฯ เข้าจ้ำจี้ขอกแขกแยกปลาไหล ว่าจะไชที่ไหนจะได้ไช บ้างให้ไชที่นี่จี๋ ๆ ยวล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ลำยวนจีน

๏ ลางคู่ดูเล่นเต้นน้อย ทำเขย่งเกงกอยซอยเพลงสรวล ข้างหนึ่งร้องถามตามกระบวน เห็นวัวอ้วนกินอ้อยที่ไหนบ้างเน้อ ข้างหนึ่งซักมาว่าวัวอะไร วัวดำแดงไฉนจงบอกเหนอ ถ้าวัวดำตกน้ำครำเสียแล้วเกลอ ถ้าวัวแดงวิ่งเซ่อลงน้ำแกง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ แขกโยสลำ

๏ ลางคู่หมู่ชวนเข้าชิงช้า โหนชิงเงินตราแล้วไกวแกว่ง ค่อย ๆ โยน ๆ โหนช้าอย่าให้แรง เหมือนหงส์ทองร่องแร่งคาบรางวัล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ พม่า

๏ ลางหมู่จับคู่กรเกี่ยว ดึงเหนี่ยวผินหลังตั้งมั่น ทำชักสายยนต์ชนกัน ว่าฮีย่อห้อขวัญสนั่นไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ร่าย บัดนั้น หญิงชายคอยดูอยู่ไสว ยัดเยียดเสียดแทรกทั้งแขกไทย จีนญวนฮวนยะใดเขมรมอญ ข่าลาวชาวละว้าพม่ามัง มิศแกนแมนฝรั่งแหม่นฝะหรอน ไม่เคยรู่ดูขันทำสั่นคลอน เสียงเฮฮาว่าละครฤๅเพลงลิง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ขุนทองดูเล่นเห็นทุกสิ่ง ตบหัตถ์ฉาดฉานประทานทิ้ง โยนมะนาวชายหญิงให้แย่งกัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ราษฎรทั้งมวลป่วนปั่น ทั้งชายหญิงชิงยื้อดื้อดัน บ้างเซเหหันหนีไล่ บ้างทุบถองร้องแอ๊กทั้งแขกไทย พวกขุนนางหัวไถลเข้าโรงยา ฯ

ฯ ๓ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ เมื่อนั้น ขุนทองโบกหัตถ์ตรัสว่า หมดแล้วเลิกกันทันเวลา ชวนเมียยาตราลงเรือพลัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนเภตรา พอโพล้เพล้เพลาย่ำฆ้องลั่น พาสนมนมพวงดวงจันทร์ เข้าสู่ห้องสุวรรณที่ไสยา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ